14/07/2017
ที่มาจากโพสนี้ มีความเห็นมากมาย ต้องขอบคุณทุกความเห็นและคำแนะนำนะคะ แต่ด้วยภาพประกอบของท่า อาจทำให้หลายคนเข้าใจถึงประเด็นที่ต้องการสื่อผิดไป ต้องขออภัยด้วยค่ะ เลยอยากแชร์ถึงความตั้งใจสื่อตรงนี้อีกครั้งนึง ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ตรงนี้เลยนะคะ 🙏🏼
วัตถุประสงค์ที่เน้นเรื่องพยามให้เข่าไม่งอ และไม่ดันก้นไปด้านหลังในท่าอุตตานาสนะนั้น คือเมื่อเรายืดและก้มตัวไปข้างหน้า ให้ยืดจนถึงระดับที่ร่างกายเรายังสามารถยืดขาตรงและรักษาการยืดของหลังได้อยู่ ดังนั้น ฝ่ามืออาจจะไม่แนบพื้น หรือลำตัวอาจไม่ชิดหน้าแข้ง ให้เราลองฝึกท่าในลักษณะนี้ดู อาจมีอุปกรณ์มาช่วยเสริมเพื่อให้เราวางมือหรือวางศรีษะได้ เช่นบลอคหรือเก้าอี้ เราอาจจะจับข้อเท้าแทนตัวเราอาจจะไม่สามารถแนบได้แต่ให้เราพยามยังยืดหลังไว้อยุ่ไม่ใช่โก่งตัวเพื่อเอาตัวเข้ามาใกล้ขา หรือการดันก้นไปด้านหลังเพื่อช่วยให้มือถึงพื้น เท่านั้นเองค่ะ ☺️
ภาพประกอบทางขวานั้น เป็นภาพในลักษณะที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แอดมินเองก็ทำไม่ได้ค่ะ ☺️ แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่า การทำท่าโดยที่ตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายอยู่ในส่วนที่ถูกต้องนั้น ก็จะทำให้กล้ามเนื้อนั้นๆ ได้รับประโยชน์สูงสุดเมื่ออยู่ในท่า และการที่เราไม่สามารถทำได้จนถึงด้วยเงื่อนไขข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ได้รับประโยชน์ค่ะ เลยอยากให้ลองเปลี่ยนมุมมองในการฝึกท่านี้ดู เช่นจากเดิมที่คิดว่าเพราะต้องมือแตะพื้น ก็เลยงอเข่า และหดตัวโก่งหลัง ผลักสะโพกไปด้านหลังแทน ก็ลองเป็นไม่งอเข่าแล้วมือจับข้อเท้า หน้าแข้ง หรือวางบนบลอค หรือแม้แต่วางบนเก้าอี้ด้านหน้าแต่เรายังรู้สึกขาเหยียดตรงอยู่ หลังพยามยืดอยู่ ท่าของเราอาจจะไม่เหมือนภาพด้านขวา แต่เราก็ได้ประโยชน์แบบเดียวกับที่คนด้านขวาได้เลยค่ะ เปรียบเทียบกับประเด็นเรื่องงอเข่าในท่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าผิดนะคะ เพียงแค่การทำงานของกล้ามเนื้อก็จะต่างออกไปค่ะ เราสามารถทดลองทำได้ขณะฝึกในรูปแบบต่างๆ ได้ ระหว่างงอเข่ากับไม่งอ ท่าเราเปลี่ยนไปยังไง กล้ามเนื้อทำงานต่างกันอย่างไร สังเกตแล้วนำมาปรับใช้กับตัวเราในครั้งต่อๆไปค่ะ แต่ละเทคนิคก็จะทำให้บางส่วนยืดขึ้น หรือบางส่วนยืดน้อยลง ต่างกันออกไปค่ะ ในครั้งถัดๆไป เราก็สามารถเลือกได้ว่า ถ้าอยากจะให้ส่วนไหนทำงานเราควรจะฝึกด้วยเทคนิคไหนค่ะ ดังนั้น หลายๆ ข้อมูลที่ให้มา เป็นความรู้และมีประโยชน์มากๆ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ 😊
อ้อ ส่วนนึงที่อาจจะใช้คำค่อนข้างเอกซตรีมหรือว่าสุดโต่งเกินไป คือตำแหน่งสะโพกที่จะต้องตรงกับข้อเท้า เมื่อเราก้มไปด้านหน้า ธรรมชาติสะโพกจะผลักไปด้านหลังอยู่แล้วเพื่อหาสมดุลค่ะ แต่ในที่นี้ หมายถึงให้พยามคิดว่าไว้ว่าเราอยากจะให้สะโพกตรงกับข้อเท้าไว้ เพื่อไม่ให้ใช้การเปลี่ยนตำแหน่งของสะโพกช่วยให้เราก้มตัวมากเกินไปค่ะ เมื่ออยุ่ในท่าแล้ว จึงอยากให้พยามจัดให้สะโพกกลับมาด้านหน้ามากกว่ายิ่งผลักไปด้านหลัง ซึ่งแน่นอนว่าถ้ากล้ามเนื้อขาและสะโพกด้านหลังนี้ยังยืดหยุ่นไม่มากพอ มือก็จะไม่แตะพื้นค่ะ แต่เราก็จะได้ยืดกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านหลังตรงนี้แทนค่ะ การพยามรักษาตำแหน่งสะโพกนั้น ทำให้เราทำท่าได้ยากขึ้น บ้างก็อาจจะทำไม่ได้เลย ก็ไม่ได้แปลว่าผิดนะคะ เพียงแค่ให้เรารู้ว่า เราพยามรักษาตำแหน่งที่ใกล้เคียงมากที่สุดตามระดับที่ร่างกายเราทำได้ เราก็ได้ประโยชน์ไม่ต่างกันแล้วค่ะ
ตัวแอดมินเอง เมื่ออยู่ในท่า ไม่ให้เข่างอ สะโพกไม่โย้ หลังยืด มือก็ไม่ถึงพื้นค่ะ ตัวก็ไม่แนบด้วย ขาสั่นมากเลย แล้วก็ตึงแฮมสติงกับน่อง สุดๆไปเลยค่ะ ยิ่งค้างนานๆแล้วด้วยยย ซี้ดมากยืดสุดๆ เลยค่า 😁
ที่สำคัญก็คือ ต้องไม่ฝืนเกินไปจนบาดเจ็บในทุกอาสนะนะคะ การฝึกฝนก็คือการทดลองไปด้วย ทำไม่ได้ไม่ใช่แปลว่าทำผิดค่ะ และถ้ามีเทคนิคที่ต่างกันในแต่ละท่าก็เป็นสิ่งดีเช่นกันค่ะ สามารถทดลองทำดูเป็นประสบการณ์หลายๆ แบบแต่เราต้องสังเกตด้วยนะคะแล้วจะได้ประโยชน์จากการฝึกโยคะมากขึ้นเลยค่ะ
ขอให้ทุกคนสนุกกับการฝึกโยคะนะคะ ❤️
Uttanasana หรือ standing forward bend เป็นท่าที่ฝึกได้ตั้งแต่ beginner ไปยัง advance นอกจากจะช่วยยืดกล้ามเนื้อต้นขา และแฮมสตริงได้ดีแล้ว ยังดีต่อกระดูกสันหลังให้สามารถยืดได้อย่างเต็มที่ สำหรับระบบและอวัยวะภายในร่างกาย ประโยชน์ของการฝึกในท่านี้จะช่วยลดอาการปวดท้องของผู้หญิงในช่วงที่มีประจำเดือนได้ด้วยค่ะ ดีต่อตับ ม้ามและไต และยังช่วยลดอาการเครียดรึคนที่มักมีปัญหาเรื่องความเครียดหากเราค้างอยู่ในท่าได้นานในระดับหนึ่ง
สิ่งสำคัญของท่านี้ ไม่ได้อยู่ที่เราสามารถก้มได้ต่ำ เอามือไปแตะพื้นให้ได้ แต่เราจะต้อง focus ให้ขาเรายืดตรงไม่งอเข่า และหลังเรายืดได้ตลอดค่ะ ตัวอย่างเช่นรูปแรก เราอาจจะสามารถก้มจนกระทั่งมือแตะพื้นได้ แต่เห็นได้ว่า ขาเราไม่สามารถยืดได้ตรง เพราะการจะยืดขาตรงตลอดเวลา ดังเช่นรูปที่สอง (ทางขวา) เมื่อก้มตัวไปด้านหน้า เราจะต้องรักษาระดับสะโพก และก้นของเราไม่ให้โย้ไปข้างหลังมากเกินไปด้วยค่ะ เห็นได้ว่ารูปทางด้านขวา ตำแหน่งของก้นและส้นเท้ายังอยู่ในแนวเดียวกัน ตรงนี้จะช่วยให้เรายืดขาได้มาก โดยเฉพาะแฮมสตริง ถ้าเราไม่งอเข่า บางครั้งที่เราละเลยไป อาจจะงอเข่าเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อสะโพกกับส้นเท้าอยู่ในตำแหน่งแบบนี้จะเป็น intense stretching หรือการยืดเหยียดที่มากเลยทีเดียว ร่างกายจะรู้สึกตึงและยืดมาก จึงมัก compensate โดยการใช้ร่างกายส่วนอื่นมาลดอาการตึงนี้ เพื่อให้ร่างกายเราสามารถค้างท่าอยู่ได้อย่างสบายหรือผ่อนคลายขึ้น นี่คือความอัจฉริยะอย่างนึงของร่างกายที่จะหาทางแก้ไข pose ของเราเองโดยอัตโนมัติ ทีนี้ถ้าเราไม่ได้โฟกัสหรือคอนโทรลจึงอาจจะเผลองอเข่าได้นะเองค่ะ
ดังนั้นในท่านี้ เราลองเปลี่ยนโฟกัสจากการพยามจะเอามือแตะพื้น เป็นการยืดขาให้ตรงตลอดเวลาแทนค่ะ เพราะนี่คือสิ่งแรกที่เราต้องรักษาไว้ตลอดเวลาที่เราพยามจะยืดและก้มตัวลงไปค่ะ สิ่งต่อมาคือ เมื่อเราค่อยๆ พับตัวลงไป ด้านหน้า สะโพกจะเคลื่อนไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อช่วยการเคลื่อนไหวให้เราก้มตัวได้ แต่หลังจากนั้น สะโพกจะขยับกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรักษาระดับสะโพก อาจวัดจากตำแหน่งของกระดูกรองนั่งของเราให้อยู่แนวเดียวกับส้นเท้า และรักษาตำแหน่งนั่นไว้ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะดันสะโพกเลยปลายส้นเท้าไป เพื่อให้การก้มตัวง่ายขึ้น ถ้าเรารักษาตำแหน่งสะโพกได้ ก็ต้องไม่งอเข่า และต้องเหยียดขาทั้งขาให้ตรงและเต็มที่โดยตลอดด้วยค่ะ เราจะทำได้ยากขึ้น กล้ามเนื้อขาจะรู้สึกถึงการยืดมากขึ้น ตึงขึ้น ค้างท่าได้ไม่สบายเท่าเดิม เมื่อก้มตัวก็ยิ่งตึง ยิ่งคอนโทรลร่างกายยากเพราะร่างกายมักจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองโดยการผลักก้นไปทางด้านหลังมากขึ้น หรืองอเข่าเพื่อลดแรงตึงถ้าเราไม่ concentrate ค่ะ ถ้าเราอยากได้รับประโยชน์สูงสุดจากท่านี้จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาระดับสะโพกและการเหยียดขาให้ตรงห้ามงอเข่า ทั้งยังต้องยืดหลังตลอดเวลาไม่พยามโก่งเพื่อให้ก้มได้มากด้วยค่ะ
ดังนั้น เราสามารถใช้อุปกรณ์ช่วยได้ หากเรามือไม่แตะพื้น เราก็เพิ่มความสูงของพื้นด้วยการใช้เก้าอี้ โต๊ะขนาดเล็ก บลอคหรือหมอนที่เพิ่มความสูงขึ้นมาเพื่อให้เราวางมือได้ อย่างไรก็ดี เราจะต้องพยามยืดหลังไว้ไม่ให้กลังโก่งด้วยเพื่อยืดหลังของเราด้วยหลังจากยืดขาแล้วค่ะ เคล็ดลับสำคัญอย่างนึงที่ไม่ควรหลงลืมด้วยก็คือ นอกจากเราจะเหยียดขาตรงแล้ว เรายังต้อง engage กล้ามเนื้อต้นขาด้วยการดึงสะบ้าหัวเข่าขึ้น พร้อมกับการผลักรึดันหน้าขาไปยังหลังขาด้วย ตรงนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเทน้ำหนักไปยังส่วนด้านหลังของหัวเข่ามากขึ้นไปด้วยค่ะ เมื่อเราพับตัวมาด้านหน้า จะรู้สึกถึงความมั่นคงแข็งแรงตั้งแต่สะโพกยันส้นเท้าเลยค่ะ
เท่านี้เราก็สามารถยืดขาและหลังได้แล้ว ท่านี้ไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนแต่ก็ไม่ง่ายเกินไป การสนใจในรายละเอียดนอกจากทำให้เราได้รับประโยชน์จากท่าอย่างสมบูรณ์ ป้องกันอาการบาดเจ็บจากการทำท่าแล้ว ยังฝึกสมาธิและความอดทนของเรา เป็นการฝึกจิตอย่างนึงด้วย ผู้ที่ฝึกกีฬาประเภทอื่นก็สามารถฝึกได้ และยังเป็นประโยชน์ให้กับตัวเราอีกด้วยค่าาาา
Credit ภาพ http://www.a2zyoga.com/yoga-poses/uttanasana.php และ http://files.yoga-studio.es/ลลtl_files/YogaStudio/Fotos/L1030066.jpeg