Aim Indoor Tennis "เรียนง่าย เล่นสนุก สุขภาพดี มีพัฒนา เรียนรู้ผ่านการเล่นเทนนิส และรู้สึกสนุกได้ตลอดทั้งวัน
กับสนามเทนนิสในร่มรูปแบบใหม่ " Aim Indoor Tennis "

“ความสุขของเด็กเด็ก” 🎾🥰🎉เกิดจากใช้ชีวิตที่สนุกสนาน ชีวิตที่ดี และชีวิตที่มีความหมาย … ❤️ เราสามารถเรียนรู้ได้ว่า ความสุข...
05/10/2021

“ความสุขของเด็กเด็ก” 🎾🥰🎉
เกิดจากใช้ชีวิตที่สนุกสนาน ชีวิตที่ดี และชีวิตที่มีความหมาย …

❤️ เราสามารถเรียนรู้ได้ว่า ความสุขเกิดจากการมีความสัมพัธ์ที่ดี และการมีส่วนร่วมในสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี

~ จากหนังสือเรื่อง The Geography of Bliss

🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾 🎯❤️

🔺 “เรียนรู้” ผ่านการเล่นเทนนิส
และรู้สึก “สนุก”ได้ตลอดทั้งวัน
กับสนามเทนนิสในร่มรูปแบบใหม่
" AIM INDOOR TENNIS "

🔺 เรียนเทนนิสด้วยพื้นฐานแห่งความรัก
ความสุข และความสนุก กับ
" AIM TENNIS ACADEMY "
ณ สนามกีฬาเวสสุวัณ จ.อุดรธานี

📞 Call : 087-222-3417
🆔 Line : 0872223417
✳️ Line@ :
🚩 IG : AimTennisAcademy
page :
❤️ AIM Tennis Academy
🧡 Aim Indoor Tennis

❤️ "ถ้าเรารักลูก เราต้องให้เขาเดินทาง" ซึ่งเราต้องใจแข็ง แต่ไม่ใจร้าย -💪🏻คนญี่ปุ่นเขาสร้างคนกันอย่างนี้นี่เอง1. การฝึกให...
01/10/2021

❤️ "ถ้าเรารักลูก เราต้องให้เขาเดินทาง" ซึ่งเราต้องใจแข็ง แต่ไม่ใจร้าย -💪🏻

คนญี่ปุ่นเขาสร้างคนกันอย่างนี้นี่เอง

1. การฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย
2. การทำอะไรจริงจัง ไม่เหยาะแหยะ
3. การสอนให้เด็กรู้จักเผชิญกับปัญหา และความล้มเหลวจากประสบการณ์จริงของเขา

- ต่อให้เด็กร้องไห้อย่างไร เขาก็ต้องพยายามวิ่งให้ครบรอบ ต่อให้เขาล้มเขาก็ต้องลุกขึ้นมาเอง แล้ววิ่งต่อไป
- เวลาเขาทำอะไรไม่ได้ หรือผิดพลาด เด็กอาจจะร้องไห้ครับ แต่บางทีมันเป็นแค่การร้องไห้เพราะผิดหวังเท่านั้นครับ ให้เขาอยู่กับตัวเอง ให้เขาค่อยๆ คิดได้เองว่า "สิ่งที่จะแก้ไขความผิดหวังได้ดีที่สุด นั่นก็คือการพยายามใหม่ของตัวเขาเอง ไม่ใช่การช่วยเหลือจากคนอื่น"
- การสนุกที่จะแข่งขันกับคนอื่น และแข่งขันกับตัวเอง ผมว่านี่คือสิ่งที่สำคัญมาก มีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ เวลาแพ้ก็ต้องยอมรับกติกา อย่างตอนที่เรียนว่ายน้ำ เด็กคนไหนที่หยิบเหรียญที่ก้นสระไม่ได้ ครูใหญ่เขาจะโยนไปทันทีเลยครับ ซึ่งเด็กก็ต้องพร้อมยอมรับ กลับไปทบทวน กลับไปแก้ไข แล้วพยายามใหม่ พอเพื่อนคนไหนทำได้ ก็ปรบมือยอมรับในฝีมือเพื่อน เวลาที่ลูกเราแพ้ ลูกเราอาจจะเสียใจ ร้องไห้ ก็ปล่อยให้เขาเสียใจไปครับ และพยายามสอนให้เขาเข้าใจว่า
1) เราพยายามใหม่ได้ เพื่อนเขาชนะเราจริง เราก็ต้องยอมรับ
2) คนเราไม่จำเป็นต้องชนะคนอื่นในทุกๆ เรื่องก็ได้นี่ เราถึงต้องทำงานเป็นทีมเพื่อใช้จุดแข็งของแต่ละคนให้เกิดประโยชน์ไง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผมได้มีโอกาสดูรายการ "ดูให้รู้" ในตอนที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา และปรัชญาในการพัฒนาเยาวชนของประเทศญี่ปุ่น แล้วผมรู้สึกประทับใจมาก ที่ประทับใจไม่ใช่ว่า - - แนวทางในการพัฒนาเยาวชนของเขา เป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ อะไรหรอกนะครับ - - คือ แนวทางของเขาก็เป็นแนวทางที่พอเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง ก็จะเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทราบมาบ้างแล้วทั้งนั้นครับ แต่สิ่งที่ผมประทับใจก็คือ - - การใจแข็งลงมือทำกันแบบจริงจัง ไม่ฉาบฉวยครับ - - ซึ่งผมจะเชื่อมโยง และสรุปเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นภาพใหญ่ และมองเห็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับลูกๆ ที่บ้านได้ครับ

ในระดับอนุบาล:
ตอน คุณครูฮาร์ดคอร์: https://youtu.be/O7lrKJ_xysU
ตอน อนุบาลอัจฉริยะ: https://youtu.be/sIhE4zNqx0c

ผมว่าสิ่งที่ได้แน่ๆ กับ 2 ตอนนี้ คือ
1) การฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย โดยเริ่มจากการทักทายผู้ใหญ่ และคนอื่นๆ การเก็บเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวให้เป็นระเบียบ ผมคิดว่าในประเด็นนี้คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ก็ทราบดีอยู่แล้วครับ แต่พอลูกไม่ยอมทำ ก็ทำให้ทุกที ยิ่งถ้าที่บ้านมีคนรับใช้ มีพี่เลี้ยง ลูกนี่ยิ่งไม่ต้องทำอะไรเองเลยครับ ผมว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งครับ ถ้าไม่ทำก็ต้องตามลูกมาให้ทำ ลูกจะร้องไห้ ก็ไม่ต้องดุหรอกครับ แต่ต้องชี้แจงเหตุผลให้เขาทราบ และยืนยันให้เขาทำเอง คือเราต้องใจแข็ง แต่ไม่ใจร้ายครับ (ลองดูวีดีโอคลิปชุดนี้ครับ https://youtu.be/CszdSPsV5h0 คือเราสามารถใจแข็ง และชี้แจงเหตุผลกับลูก ยืนกรานในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมได้ครับ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้การขู่ครับ เพียงแต่เราต้องใช้เวลาเท่านั้นเองครับ)
2) การทำอะไรหนักแน่นเสียงดังฟังชัด ไม่เหยาะแหยะ ผมชอบกิจกรรมที่ให้เด็กอ่านออกเสียงมากๆ ครับ และชอบมากๆ ที่ในรายการบอกว่า "เด็กๆ อยากอ่านให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง" ซึ่งมันสะท้อนว่าครอบครัวของชาวญี่ปุ่นสนับสนุนการอ่านเป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนด้วยการฟังสิ่งที่ลูกอ่านด้วยความเต็มใจ และสม่ำเสมอ
3) การสอนให้เด็กรู้จักเผชิญกับปัญหา และความล้มเหลวจากประสบการณ์จริงของเขานี่ล่ะครับ กล้าที่จะยอมรับกับความล้มเหลว กล้าที่จะพยายามใหม่ กล้าที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอง คือ อย่างในรายการถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกต ก็จะพบว่า
- ต่อให้เด็กร้องไห้อย่างไร เขาก็ต้องพยายามวิ่งให้ครบรอบ ต่อให้เขาล้มเขาก็ต้องลุกขึ้นมาเอง แล้ววิ่งต่อไป ใช่ครับ เขาร้องไห้ เพื่อเรียกร้องให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยเขาครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง เพื่อให้เขาคิดให้ออกว่า "คนที่จะช่วยตัวเขาได้ดีที่สุด ก็คือตัวเขาเอง ดูรอบๆ ข้างเขาสิ เพื่อนๆ ยังวิ่งเองได้ ลุกเองได้เลย"
- เวลาเขาทำอะไรไม่ได้ หรือผิดพลาด เด็กอาจจะร้องไห้ครับ แต่บางทีมันเป็นแค่การร้องไห้เพราะผิดหวังเท่านั้นครับ เขาอาจจะไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วยก็ได้ การร้องไห้เพราะผิดหวังนั้นไม่ผิดหรอกนะครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้เขาผิดหวัง อย่าไปปลอบไปโอ๋ครับ ให้เขาผิดหวัง ให้เขาอยู่กับตัวเอง ให้เขาค่อยๆ คิดได้เองว่า "สิ่งที่จะแก้ไขความผิดหวังได้ดีที่สุด นั่นก็คือการพยายามใหม่ของตัวเขาเอง ไม่ใช่การช่วยเหลือจากคนอื่น" ครับ ถ้าเขาร้องไห้ปุ๊บ เราต้องเข้าไปช่วยปุ๊บ อีกหน่อยน้ำตาที่เกิดขึ้นมันจะไม่ใช่น้ำตาจากความผิดหวังครับ แต่จะเป็นน้ำตาของการไม่ยอมพยายาม อันนี้ล่ะแย่เลยครับ
- การสนุกที่จะแข่งขันกับคนอื่น และแข่งขันกับตัวเอง ผมว่านี่คือสิ่งที่สำคัญมากครับ คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะสอนลูกว่า "เราไม่ต้องแข่งกับใคร" ซึ่งผมมักจะเห็นต่างอยู่นิดๆ ครับว่า เราจะไม่แข่งกับใครได้อย่างไร เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเป็นโลกแห่งการแข่งขัน ผมกลับคิดว่าการสอนให้ลูกรู้สึกสนุกกับการแข่งขันกับตัวเอง และแข่งขันกับคนอื่นมีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ น่าจะเป็นประโยชน์กว่าครับ เวลาแพ้ก็ต้องยอมรับกติกาครับ อย่างตอนที่เรียนว่ายน้ำ เด็กคนไหนที่หยิบเหรียญที่ก้นสระไม่ได้ ครูใหญ่เขาจะโยนไปทันทีเลยครับ ซึ่งเด็กก็ต้องพร้อมยอมรับ กลับไปทบทวน กลับไปแก้ไข แล้วพยายามใหม่ พอเพื่อนคนไหนทำได้ ก็ปรบมือยอมรับในฝีมือเพื่อน เวลาที่ลูกเราแพ้ ลูกเราอาจจะเสียใจ ร้องไห้ ก็ปล่อยให้เขาเสียใจไปครับ และพยายามสอนให้เขาเข้าใจว่า
1) เราพยายามใหม่ได้ เพื่อนเขาชนะเราจริง เราก็ต้องยอมรับ
2) คนเราไม่จำเป็นต้องชนะคนอื่นในทุกๆ เรื่องก็ได้นี่ เราถึงต้องทำงานเป็นทีมเพื่อใช้จุดแข็งของแต่ละคนให้เกิดประโยชน์ไง

- - ผมเชื่อนะครับ กับประโยคที่ว่า "ถ้าเรารักลูก เราต้องให้เขาเดินทาง" ซึ่งเราต้องใจแข็ง แต่ไม่ใจร้ายแบบชาวญี่ปุ่นครับ - -

ในระดับโรงเรียน และมหาวิทยาลัย:
ตอน โรงเรียนสร้างเด็กสุดยอดผู้นำ https://youtu.be/cgwhAu1EAMY
ตอน โรงเรียนฝึกคนหัวใจเพชร ตอนที่ 1 https://youtu.be/cgwhAu1EAMY
ตอน โรงเรียนฝึกคนหัวใจเพชร ตอนที่ 2 https://youtu.be/Clf7_0qesc4
ตอน มหาวิทยาลัยวิจัยไม่ง้อเงิน ตอนที่ 1 https://youtu.be/cAUHngt0ewQ
ตอน มหาวิทยาลัยวิจัยไม่ง้อเงิน ตอนที่ 2 https://youtu.be/8Th-l66lamc

ประเด็นที่จับได้ชัดๆ ก็คือ
1) การมองโจทย์ เอา "ความต้องการของลูกค้า" และ "ปัญหาที่อยู่รอบตัว" มาเป็นโจทย์ในการคิดครับ ไม่ยอมให้ตัวเองยอมจมปลักอยู่กับปัญหา จนสุดท้ายจะยอมรับปัญหาเป็นเรื่องปกติในที่สุด
2) การกรอบในการคิดมันคือการมองที่ลูกค้า มองที่ปัญหารอบตัว ซึ่งเป็นกรอบที่ดีมากๆ ครับ (การคิดในกรอบไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีนะครับ ถ้ากรอบมันดี การคิดในกรอบมันจะเป็นประโยชน์มากๆ โดยกรอบของคนญี่ปุ่นนั้นกว้างมากครับ นั่นก็คือ เอาความต้องการของลูกค้า หรือปัญหารอบตัวที่เราประสบอยู่เป็นโจทย์ ซึางเป็นกรอบที่กว้าง และดีมากๆ ครับ) พอได้กรอบคิดที่ดีแล้ว จากนั้นเราก็ต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ได้แสดงความคิดเห็น ได้สอนคนอื่นที่รู้น้อยกว่าตน ได้รับฟัง หรือถูกสอนจากคนอื่นที่รู้ดีกว่าตน และสุดท้ายต้องจบที่ "การลงมือทำ" ครับ
3) คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความคิด และการฝึกฝนมากๆ ครับ คือ ไม่ใช่แค่คิดออก เข้าใจแล้วก็จบ คนญี่ปุ่นเขาจะพยายามที่จะให้เด็กฝึกฝนครับ พยายามแข่งกับเวลา ทำให้ดี ทำให้เร็ว คนที่เคยทำงานกับคนญี่ปุ่นที่เก่งๆ จะรู้จักคำว่า Quick Action เป็นอย่างดีครับ ดังนั้นกลับมาที่การเรียนของลูก เด็กบางคนเรียนเข้าใจ แต่ไม่ฝึกฝน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ครับ เข้าใจแล้วต้องฝึกฝน ไม่ต้องฝึกหนักแบบตู้มเดียวแบบเตรียมตัวเฉพาะก่อนสอบหรอกนะครับ แต่เน้นฝึกฝนสม่ำเสมอ เป็นประจำ เป็นกิจวัตร ก็จะเก่งเองครับ

หลายๆ ท่านอาจจะเห็นข้อไม่ดีของการฝึกฝนเด็กแบบชาวญี่ปุ่นในบางประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาครับ มีดี ก็ต้องมีไม่ดี แต่ผมคิดว่าส่วนดีนั้นมีอยู่มากครับ ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ ที่สำคัญ คือ - - ต้องทำจริง ไม่ฉาบฉวย ใจแข็ง แต่ไม่ใจร้าย ยืดเยื้อ สม่ำเสมอ - - ผมว่าเด็กจะเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง และเป็นที่พึ่งของทั้งตนเอง และผู้อื่นได้อย่างแน่นอนครับ

#การเลี้ยงลูก #สอนลูก
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สนใจให้บุตรหลานสมัครเรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์ และฝึกทักษะภาษาอังกฤษแบบ CLT ในมาตรฐาน CEFR กับซีเอ็ด ติดต่อได้ที่ Tel. 08-1832-2299, 0-2739-8888 www.se-edlearning.com/branches

Credit ภาพ: http://esl.culips.com/2012/12/learn-english-idioms-and-slang-adulthood-someday-we-all-have-to-grow-up

คนญี่ปุ่นเขาสร้างคนกันอย่างนี้นี่เอง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผมได้มีโอกาสดูรายการ "ดูให้รู้" ในตอนที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา และปรัชญาในการพัฒนาเยาวชนของประเทศญี่ปุ่น แล้วผมรู้สึกประทับใจมาก ที่ประทับใจไม่ใช่ว่า - - แนวทางในการพัฒนาเยาวชนของเขา เป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ อะไรหรอกนะครับ - - คือ แนวทางของเขาก็เป็นแนวทางที่พอเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง ก็จะเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทราบมาบ้างแล้วทั้งนั้นครับ แต่สิ่งที่ผมประทับใจก็คือ - - การใจแข็งลงมือทำกันแบบจริงจัง ไม่ฉาบฉวยครับ - - ซึ่งผมจะเชื่อมโยง และสรุปเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นภาพใหญ่ และมองเห็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับลูกๆ ที่บ้านได้ครับ

ในระดับอนุบาล:
ตอน คุณครูฮาร์ดคอร์: https://youtu.be/O7lrKJ_xysU
ตอน อนุบาลอัจฉริยะ: https://youtu.be/sIhE4zNqx0c

ผมว่าสิ่งที่ได้แน่ๆ กับ 2 ตอนนี้ คือ
1) การฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย โดยเริ่มจากการทักทายผู้ใหญ่ และคนอื่นๆ การเก็บเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวให้เป็นระเบียบ ผมคิดว่าในประเด็นนี้คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ก็ทราบดีอยู่แล้วครับ แต่พอลูกไม่ยอมทำ ก็ทำให้ทุกที ยิ่งถ้าที่บ้านมีคนรับใช้ มีพี่เลี้ยง ลูกนี่ยิ่งไม่ต้องทำอะไรเองเลยครับ ผมว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งครับ ถ้าไม่ทำก็ต้องตามลูกมาให้ทำ ลูกจะร้องไห้ ก็ไม่ต้องดุหรอกครับ แต่ต้องชี้แจงเหตุผลให้เขาทราบ และยืนยันให้เขาทำเอง คือเราต้องใจแข็ง แต่ไม่ใจร้ายครับ (ลองดูวีดีโอคลิปชุดนี้ครับ https://youtu.be/CszdSPsV5h0 คือเราสามารถใจแข็ง และชี้แจงเหตุผลกับลูก ยืนกรานในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมได้ครับ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้การขู่ครับ เพียงแต่เราต้องใช้เวลาเท่านั้นเองครับ)
2) การทำอะไรหนักแน่นเสียงดังฟังชัด ไม่เหยาะแหยะ ผมชอบกิจกรรมที่ให้เด็กอ่านออกเสียงมากๆ ครับ และชอบมากๆ ที่ในรายการบอกว่า "เด็กๆ อยากอ่านให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง" ซึ่งมันสะท้อนว่าครอบครัวของชาวญี่ปุ่นสนับสนุนการอ่านเป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนด้วยการฟังสิ่งที่ลูกอ่านด้วยความเต็มใจ และสม่ำเสมอ
3) การสอนให้เด็กรู้จักเผชิญกับปัญหา และความล้มเหลวจากประสบการณ์จริงของเขานี่ล่ะครับ กล้าที่จะยอมรับกับความล้มเหลว กล้าที่จะพยายามใหม่ กล้าที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอง คือ อย่างในรายการถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกต ก็จะพบว่า
- ต่อให้เด็กร้องไห้อย่างไร เขาก็ต้องพยายามวิ่งให้ครบรอบ ต่อให้เขาล้มเขาก็ต้องลุกขึ้นมาเอง แล้ววิ่งต่อไป ใช่ครับ เขาร้องไห้ เพื่อเรียกร้องให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยเขาครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง เพื่อให้เขาคิดให้ออกว่า "คนที่จะช่วยตัวเขาได้ดีที่สุด ก็คือตัวเขาเอง ดูรอบๆ ข้างเขาสิ เพื่อนๆ ยังวิ่งเองได้ ลุกเองได้เลย"
- เวลาเขาทำอะไรไม่ได้ หรือผิดพลาด เด็กอาจจะร้องไห้ครับ แต่บางทีมันเป็นแค่การร้องไห้เพราะผิดหวังเท่านั้นครับ เขาอาจจะไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วยก็ได้ การร้องไห้เพราะผิดหวังนั้นไม่ผิดหรอกนะครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องปล่อยให้เขาผิดหวัง อย่าไปปลอบไปโอ๋ครับ ให้เขาผิดหวัง ให้เขาอยู่กับตัวเอง ให้เขาค่อยๆ คิดได้เองว่า "สิ่งที่จะแก้ไขความผิดหวังได้ดีที่สุด นั่นก็คือการพยายามใหม่ของตัวเขาเอง ไม่ใช่การช่วยเหลือจากคนอื่น" ครับ ถ้าเขาร้องไห้ปุ๊บ เราต้องเข้าไปช่วยปุ๊บ อีกหน่อยน้ำตาที่เกิดขึ้นมันจะไม่ใช่น้ำตาจากความผิดหวังครับ แต่จะเป็นน้ำตาของการไม่ยอมพยายาม อันนี้ล่ะแย่เลยครับ
- การสนุกที่จะแข่งขันกับคนอื่น และแข่งขันกับตัวเอง ผมว่านี่คือสิ่งที่สำคัญมากครับ คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะสอนลูกว่า "เราไม่ต้องแข่งกับใคร" ซึ่งผมมักจะเห็นต่างอยู่นิดๆ ครับว่า เราจะไม่แข่งกับใครได้อย่างไร เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเป็นโลกแห่งการแข่งขัน ผมกลับคิดว่าการสอนให้ลูกรู้สึกสนุกกับการแข่งขันกับตัวเอง และแข่งขันกับคนอื่นมีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ น่าจะเป็นประโยชน์กว่าครับ เวลาแพ้ก็ต้องยอมรับกติกาครับ อย่างตอนที่เรียนว่ายน้ำ เด็กคนไหนที่หยิบเหรียญที่ก้นสระไม่ได้ ครูใหญ่เขาจะโยนไปทันทีเลยครับ ซึ่งเด็กก็ต้องพร้อมยอมรับ กลับไปทบทวน กลับไปแก้ไข แล้วพยายามใหม่ พอเพื่อนคนไหนทำได้ ก็ปรบมือยอมรับในฝีมือเพื่อน เวลาที่ลูกเราแพ้ ลูกเราอาจจะเสียใจ ร้องไห้ ก็ปล่อยให้เขาเสียใจไปครับ และพยายามสอนให้เขาเข้าใจว่า
1) เราพยายามใหม่ได้ เพื่อนเขาชนะเราจริง เราก็ต้องยอมรับ
2) คนเราไม่จำเป็นต้องชนะคนอื่นในทุกๆ เรื่องก็ได้นี่ เราถึงต้องทำงานเป็นทีมเพื่อใช้จุดแข็งของแต่ละคนให้เกิดประโยชน์ไง

- - ผมเชื่อนะครับ กับประโยคที่ว่า "ถ้าเรารักลูก เราต้องให้เขาเดินทาง" ซึ่งเราต้องใจแข็ง แต่ไม่ใจร้ายแบบชาวญี่ปุ่นครับ - -

ในระดับโรงเรียน และมหาวิทยาลัย:
ตอน โรงเรียนสร้างเด็กสุดยอดผู้นำ https://youtu.be/cgwhAu1EAMY
ตอน โรงเรียนฝึกคนหัวใจเพชร ตอนที่ 1 https://youtu.be/cgwhAu1EAMY
ตอน โรงเรียนฝึกคนหัวใจเพชร ตอนที่ 2 https://youtu.be/Clf7_0qesc4
ตอน มหาวิทยาลัยวิจัยไม่ง้อเงิน ตอนที่ 1 https://youtu.be/cAUHngt0ewQ
ตอน มหาวิทยาลัยวิจัยไม่ง้อเงิน ตอนที่ 2 https://youtu.be/8Th-l66lamc

ประเด็นที่จับได้ชัดๆ ก็คือ
1) การมองโจทย์ เอา "ความต้องการของลูกค้า" และ "ปัญหาที่อยู่รอบตัว" มาเป็นโจทย์ในการคิดครับ ไม่ยอมให้ตัวเองยอมจมปลักอยู่กับปัญหา จนสุดท้ายจะยอมรับปัญหาเป็นเรื่องปกติในที่สุด
2) การกรอบในการคิดมันคือการมองที่ลูกค้า มองที่ปัญหารอบตัว ซึ่งเป็นกรอบที่ดีมากๆ ครับ (การคิดในกรอบไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีนะครับ ถ้ากรอบมันดี การคิดในกรอบมันจะเป็นประโยชน์มากๆ โดยกรอบของคนญี่ปุ่นนั้นกว้างมากครับ นั่นก็คือ เอาความต้องการของลูกค้า หรือปัญหารอบตัวที่เราประสบอยู่เป็นโจทย์ ซึางเป็นกรอบที่กว้าง และดีมากๆ ครับ) พอได้กรอบคิดที่ดีแล้ว จากนั้นเราก็ต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ได้แสดงความคิดเห็น ได้สอนคนอื่นที่รู้น้อยกว่าตน ได้รับฟัง หรือถูกสอนจากคนอื่นที่รู้ดีกว่าตน และสุดท้ายต้องจบที่ "การลงมือทำ" ครับ
3) คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความคิด และการฝึกฝนมากๆ ครับ คือ ไม่ใช่แค่คิดออก เข้าใจแล้วก็จบ คนญี่ปุ่นเขาจะพยายามที่จะให้เด็กฝึกฝนครับ พยายามแข่งกับเวลา ทำให้ดี ทำให้เร็ว คนที่เคยทำงานกับคนญี่ปุ่นที่เก่งๆ จะรู้จักคำว่า Quick Action เป็นอย่างดีครับ ดังนั้นกลับมาที่การเรียนของลูก เด็กบางคนเรียนเข้าใจ แต่ไม่ฝึกฝน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ครับ เข้าใจแล้วต้องฝึกฝน ไม่ต้องฝึกหนักแบบตู้มเดียวแบบเตรียมตัวเฉพาะก่อนสอบหรอกนะครับ แต่เน้นฝึกฝนสม่ำเสมอ เป็นประจำ เป็นกิจวัตร ก็จะเก่งเองครับ

หลายๆ ท่านอาจจะเห็นข้อไม่ดีของการฝึกฝนเด็กแบบชาวญี่ปุ่นในบางประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาครับ มีดี ก็ต้องมีไม่ดี แต่ผมคิดว่าส่วนดีนั้นมีอยู่มากครับ ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ ที่สำคัญ คือ - - ต้องทำจริง ไม่ฉาบฉวย ใจแข็ง แต่ไม่ใจร้าย ยืดเยื้อ สม่ำเสมอ - - ผมว่าเด็กจะเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง และเป็นที่พึ่งของทั้งตนเอง และผู้อื่นได้อย่างแน่นอนครับ

#การเลี้ยงลูก #สอนลูก
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สนใจให้บุตรหลานสมัครเรียนคณิตศาสตร์สิงคโปร์ และฝึกทักษะภาษาอังกฤษแบบ CLT ในมาตรฐาน CEFR กับซีเอ็ด ติดต่อได้ที่ Tel. 08-1832-2299, 0-2739-8888 www.se-edlearning.com/branches

Credit ภาพ: http://esl.culips.com/2012/12/learn-english-idioms-and-slang-adulthood-someday-we-all-have-to-grow-up

28/09/2021

กำลังใจสำคัญ 🤟🏼

~ขอขอบคุณสำหรับคลิปน่ารักๆ
จากคุณแม่น้องติลแตมนะคะ 🙏🏻

🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾 🎯❤️

🔺 “เรียนรู้” ผ่านการเล่นเทนนิส
และรู้สึก “สนุก”ได้ตลอดทั้งวัน
กับสนามเทนนิสในร่มรูปแบบใหม่
" AIM INDOOR TENNIS "

🔺 เรียนเทนนิสด้วยพื้นฐานแห่งความรัก
ความสุข และความสนุก กับ
" AIM TENNIS ACADEMY "
ณ สนามกีฬาเวสสุวัณ จ.อุดรธานี

📞 Call : 087-222-3417
🆔 Line : 0872223417
✳️ Line@ :
🚩 IG : AimTennisAcademy
page :
❤️ AIM Tennis Academy
🧡 Aim Indoor Tennis

การคูลดาวน์มีความสำคัญอย่างไร ?!! 🤔วันนี้แอดมิน..ขอมีสาระนำข้อมูลมาแชร์ให้เด็กๆกัน✳️ การคูลดาวน์มีประโยชน์..จนคาดไม่ถึงเ...
24/09/2021

การคูลดาวน์มีความสำคัญอย่างไร ?!! 🤔
วันนี้แอดมิน..ขอมีสาระนำข้อมูลมาแชร์ให้เด็กๆกัน

✳️ การคูลดาวน์มีประโยชน์..จนคาดไม่ถึงเลยนะ
การทำให้ร่างกายค่อยๆเย็นลงด้วยกิจกรรมการเคลื่อนไหวเบาๆ หลังการออกกำลังกาย เช่น การเดิน 🏃🏻‍♂️🏃🏻‍♀️🚶🏻🚶🏻‍♀️จะช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ เลือดไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เต็มที่มากขึ้น

🎾 ซึ่งในขณะที่เราออกกำลังกายอย่างหนักนั้น กล้ามเนื้อจะมีการดึงเอาออกซิเจนมาใช้เป็นพลังงานในการเคลื่อนไหว และก่อให้เกิดกรดแลคติก (Lactic Acid) ที่เป็นของเสียจากกระบวนการดึงเอาพลังงานมาใช้ ซึ่งกรดดังกล่าวเมื่อมีมากในกล้ามเนื้อจะส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้า และถ้ามีมากจนร่างกายรับไม่ไหวก็อาจทำให้เกิดตะคริวได้ แต่กรดแลคติกจะสามารถสลายตัวได้เมื่อกล้ามเนื้อมีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ

🔶 ดังนั้นการคูลดาวน์นอกจากจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีแล้ว ยังทำให้กรดแลคติกในกล้ามเนื้อ ตัวการที่ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อค่อยๆ สลายไป เนื่องจากออกซิเจนในเลือดสามารถไหลมาหล่อเลี้ยงได้เต็มที่ และลดโอกาสที่จะปวดกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายได้ด้วย

22/09/2021

Some complain while others find solutions.

Be smart, be creative, be passionate about the game.

Like those kids, find a way to make it happen.

The only limits are the ones you conceive.

20/09/2021

ไม่สำคัญว่าวันนี้..ต้องดีกว่าใคร !!
สำคัญที่ตัวเรา..ต้องดีกว่าเมื่อวาน 🎉

🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾 🎯❤️

🔺 “เรียนรู้” ผ่านการเล่นเทนนิส
และรู้สึก “สนุก”ได้ตลอดทั้งวัน
กับสนามเทนนิสในร่มรูปแบบใหม่
" AIM INDOOR TENNIS "

🔺 เรียนเทนนิสด้วยพื้นฐานแห่งความรัก
ความสุข และความสนุก กับ
" AIM TENNIS ACADEMY "
ณ สนามกีฬาเวสสุวัณ จ.อุดรธานี

📞 Call : 087-222-3417
🆔 Line : 0872223417
✳️ Line@ :
🚩 IG : AimTennisAcademy
page :
❤️ AIM Tennis Academy
🧡 Aim Indoor Tennis

วันศุกร์หรรษา..ไม่มีฝน 🪅🎈ความสนุกจึงเกิดขึ้นที่สนาม Aim TennisAcademy ~ ภาพที่ชอบที่สุด…อาจไม่ใช่ภาพที่สวยที่สุด แต่คือภ...
10/09/2021

วันศุกร์หรรษา..ไม่มีฝน 🪅🎈
ความสนุกจึงเกิดขึ้นที่สนาม Aim TennisAcademy
~ ภาพที่ชอบที่สุด…อาจไม่ใช่ภาพที่สวยที่สุด แต่คือภาพที่ดูแล้วมีความสุขที่สุดต่างหาก ❤️

⭐️ วันนี้เด็กๆให้ความร่วมมือดีมากๆ พัฒนาการการตีเทนนิสแต่ละคนดีมากๆ คุณครูเห็นแล้วปลื้มใจ มีความพยายามกันมากขึ้น ไม่ย่อท้อ ไม่ได้..ก็เริ่มใหม่จนสำเร็จตามเป้าหมายที่คุณครูวางไว้ และที่สำคัญที่สุด คือ การเห็นเด็กๆ “มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” 🎉🎉🎉

ไม่รู้ว่า..สนุกหรือไม่สนุก แต่ 6โมงเลิกเรียนแล้วไม่ยอมกลับบ้านกันเลยคับ 🤣😍🎾💕~ภาพบรรยากาศเดิมๆกลับมาเต็มรูปแบบแล้วค่ะ 🎯❤️...
03/09/2021

ไม่รู้ว่า..สนุกหรือไม่สนุก แต่ 6โมงเลิกเรียนแล้วไม่ยอมกลับบ้านกันเลยคับ 🤣😍🎾💕

~ภาพบรรยากาศเดิมๆกลับมาเต็มรูปแบบแล้วค่ะ

🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾🎯❤️🎾 🎯❤️

🔺 เรียนเทนนิสด้วยพื้นฐานแห่งความรัก
ความสุข และความสนุก กับ
" AIM TENNIS ACADEMY "
ณ สนามกีฬาเวสสุวัณ จ.อุดรธานี

📞 Call : 087-222-3417
🆔 Line : 0872223417
✳️ Line@ :
🚩 IG : AimTennisAcademy
page :
❤️ AIM Tennis Academy



#ก้าวไปด้วยกัน ก้าวไปได้ไกล






#เด็ก

#มีความสุข

#สนุก

#อุดรธานี

#กีฬา
#สนามเทนนิสเทศบาลนครอุดรธานี
#สนามกีฬาเวสสุวัณ
#เทศบาลนครอุดรธานี

โค้ชได้ฝึกฝนนักกีฬาที่เก่งก็เป็นเรื่องที่โชคดี 😊🏆 ส่วนนักกีฬาที่ได้โค้ชดี❤️ ก็ยิ่งมีโอกาสไปได้ไกล เพราะฉะนั้น 2 สิ่งนี้จ...
26/08/2021

โค้ชได้ฝึกฝนนักกีฬาที่เก่งก็เป็นเรื่องที่โชคดี 😊
🏆 ส่วนนักกีฬาที่ได้โค้ชดี❤️ ก็ยิ่งมีโอกาสไปได้ไกล เพราะฉะนั้น 2 สิ่งนี้จึงควรเป็นของที่คู่กัน

สิ่งที่ทำให้นักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองโอลิมปิคครั้งนี้ได้ คือ การที่โค้ชมองนักกีฬา คือ คนในครอบครัว รักเหมือนลูก จึงทุ่มเท ฟูมฟัก ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อส่ง(ลูก)ศิษย์ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้

**นิยามของคำว่าลูกศิษย์ของโค้ชชเวนั้นเท่ากับคำว่าครอบครัว**

ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ โค้ชยังอยู่เคียงข้างลูกศิษย์เสมอ ❤️

“ถ้าถามว่าทำไมผมถึงอยู่ไทยได้เกือบ 20 ปี คำตอบคือเพราะลูกศิษย์
ผมอยู่กับนักกีฬาเสมอ ทั้งในช่วงเวลาที่เขาชนะ หรือ แพ้”

เมื่อวานนี้เพิ่งได้มีเรื่องที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยทั้งประเทศ ถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านมาแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังเลิกยิ้มไม่ได้ อดที่จะดีใจและภูมิใจไปกับ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” ที่เพิ่งคว้าเหรียญทองเทควันโดในการแข่งขันโอลิมปิกเกม 2020 ไปได้สำเร็จ

เหรียญทองเหรียญนี้นอกจากจะสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยทั้งประเทศแล้ว ยังเป็นเหรียญทองประวัติศาสตร์ของสมาคมเทควันโดตั้งแต่ที่ก่อตั้งขึ้นมา เป็นเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของนักกีฬาเทควันโดไทย เหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของ “พาณิภัค” และที่สำคัญเป็นเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของ “โค้ชชเว ยองซอก” หลังจากที่รอคอยเหรียญนี้มา 19 ปีเต็ม

ผู้ฝึกสอนเทควันโดจากประเทศเกาหลีใต้ เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในยุคที่คนแทบจะยังไม่รู้จักกับเทควันโด ชนิดที่ยังคิดว่ามวยกับเทควันโดยังไม่ค่อยแตกต่าง ตอนนั้นโค้ชยังคงคิดแต่เพียงว่าจะช่วยสอนเด็กๆให้เล่นเทควันโดเป็น จนวันหนึ่งที่นักกีฬาเดินมาบอกว่าโค้ชสอนพวกเราได้ไหม พวกเราอยากไปโอลิมปิก ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ 19 ปีที่รอคอยมันได้สิ้นสุดลงแล้ว

ทุกการเดินทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนั่นคือเรื่องจริง เพราะกว่าโค้ชชเว และทีมเทควันโดไทยจะมาถึงจุดนี้ก็ล้มลุกคลุกคลาน เสียเหงื่อ เสียน้ำตากันไปเท่าไหร่ หนักหนาสาหัสถึงขั้นที่ว่า “โค้ชชเว บอกว่าจะไม่กลับมาประเทศไทย” ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

จากการที่โค้ชทำโทษนักกีฬาทีมชาติคนหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่าขาดความพร้อมในการลงสนามแข่งขัน ทั้งแต่งตัวใส่อุปกรณ์ไม่เรียบร้อยและลืมไอดีการ์ด จึงมีการตีเพื่อทำโทษ ซึ่งในมุมของโค้ชเชการลงโทษลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติของคนเกาหลี แต่สังคมไทยชอบการประนีประนอม ทำให้การลงโทษในครั้งนั้นเกิดเป็นดราม่าใหญ่โตใส่โค้ชเชและถูกตั้งคำถามว่าบทลงโทษนั้นเป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ หลังเกิดดราม่าโค้ชเชก็รู้สึกผิดแต่ก็มีความน้อยใจและมีความคิดที่จะไม่กลับมายังประเทศไทยอีกแล้ว

แต่ด้วยทางสมาคมกีฬาเทควันโดออกมาเคลียร์ปัญหานี้และเรียกร้องร้องให้โค้ชกลับมา เหนือสิ่งอื่นใด คาดเดาจากใจเองว่า ที่โค้ชตัดสินใจกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งก็เพราะตอนนั้น บรรดาลูกศิษย์ได้ออกมาปกป้องและให้กำลังใจโค้ชกันเต็มไปหมด ซึ่งนิยามของคำว่าลูกศิษย์ของโค้ชชเวนั้นเท่ากับคำว่าครอบครัว ในเมื่อครอบครัวต้องการให้กลับมา เราจึงได้เห็นภาพประวัติศาสตร์สนามบินสุวรรณภูมิแตก

ภาพบรรยากาศในวันที่โค้ชชเวเดินทางกลับถึงไทย ภาพจำยังคงชัดเจน สนามบินสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยสื่อทุกสำนักทุกสายข่าวมารวมกันอยู่ที่นั่นแทบทั้งหมด พร้อมทั้งนักกีฬาและแฟนกีฬา เต็มล้นทะลักอาคารผู้โดยสารขาเข้า และแม้ว่าการกลับมาในครั้งนี้จะได้รับแรงซัพพอร์ตจากทุกด้าน แต่โค้ชก็ไม่ได้นิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โค้ชบอกว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นี้ ยอมรับในสิ่งที่ทำลงไปจริงๆแต่ก็ปฏิเสธในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำด้วย สุดท้ายแล้วก็จบลงตรงที่มีการเคลียร์ใจกันทั้ง 2 ฝ่าย

เป็นวันที่ดีจนไม่อยากเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาสักเท่าไหร่ แต่อยากจะเอ่ยถึงเพื่อให้ได้นึกถึงว่า หากวันนั้นโค้ชตัดสินใจไม่กลับไทย เหรียญทองโอลิมปิกที่อยู่บนคอเหรียญนี้จะยังเป็นของ พาณิภัค อยู่หรือไม่ โค้ชได้ฝึกฝนนักกีฬาที่เก่งก็เป็นเรื่องที่โชคดี ส่วนนักกีฬาที่ได้โค้ชดีก็ยิ่งมีโอกาสไปได้ไกล เพราะฉะนั้น 2 สิ่งนี้จึงควรเป็นของที่คู่กัน

เมื่อความสำเร็จในวันนี้มาถึง โค้ชชเว ยองซอก ชาวเกาหลีใต้ ไม่มีแม้แต่คุณพ่อ คุณแม่ ที่จะโทรไปหาเพื่อบอกเรื่องราวที่น่ายินดีนี้ แต่เมื่อโค้ชหันกลับมาก็จะเจอทั้งทีมสต๊าฟโค้ชและลูกศิษย์ ซึ่งโค้ชเรียกพวกเขาเหล่านี้ว่าครอบครัว คอยรับฟังและรอแสดงความยินดีอยู่ตรงนี้

“ขอบคุณอ้อมกอดของโค้ช ที่ลูกศิษย์พร้อมวิ่งเข้าหา ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แพ้หรือชนะ อ้อมกอดนี้ก็พร้อมซัพพอร์ตลูกศิษย์ทุกคนเสมอ”

ติดตามการถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้ทุกวันทาง T-Sports ร่วมด้วย Thai PBS, NBT, PPTV, JKN 18, ทรูโฟร์ยู 24, GMMTV 25 และ AIS PLAY ระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม 2564
ดูตารางถ่ายทอดสดฟรีทีวี คลิก https://stadiumth.com/olympic
ดูตารางถ่ายทอดสด AIS PLAY คลิก https://m.ais.co.th/fbapOlympic
#เทควันโดโอลิมปิก #โอลิมปิก #นักกีฬาไทยโอลิมปิก #ดูโอลิมปิกที่AISPLAY

นักกีฬาดาวรุ่งของไทย “น้องแพทตี้” เป็นนักกีฬาเทนนิสหญิงที่น่าติดตามผลงานมากๆค่ะ 🎾🎉แอดมินขอร่วมส่งกำลังใจและเชียร์ให้น้อง...
24/08/2021

นักกีฬาดาวรุ่งของไทย “น้องแพทตี้” เป็นนักกีฬาเทนนิสหญิงที่น่าติดตามผลงานมากๆค่ะ 🎾🎉

แอดมินขอร่วมส่งกำลังใจและเชียร์ให้น้องแพทตี้ทำผลงานได้
ตามเป้าหมายที่ไว้วางนะคะ 🥳

✳️✳️ ความสำเร็จที่แท้จริงคือการมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมาย
“เป้าหมายไม่ได้มีไว้เพื่อพุ่งชนเสมอไป เพราะบ่อยครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้รับรู้ว่าเราควรจะมุ่งหน้าไปทางไหน” –(Bruce Lee)

"แพตตี้" ปราบเจ้าถิ่น ประเดิมชัยเกรด 1 ที่อเมริกา

"แพตตี้" พิมพ์รดา จัตวาพรวนิช นักหวดดาวรุ่งไทย วัย 17 ปี ยังคงเดินหน้าสร้างผลงานต่อเนื่อง ล่าสุดในการแข่งขันเทนนิสเยาวชน ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ จูเนียร์ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการ "เจ วัน คอลเลจ ปาร์ค ปริ๊น จอร์จ คันทรี อินเตอร์เนชั่นแนล ฮาร์ดคอร์ต ไอทีเอฟ" เกรด 1 ที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2564

ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก (64 คน) พิมพ์รดา มืออันดับ 85 เยาวชนโลก ดีกรีทีมชาติไทยชุดใหญ่ เอาชนะ เมียร์ ซาเวชิค นักเทนนิสเจ้าถิ่น มืออันดับ 458 เยาวชนโลก ไปได้ 2-0 เซต 6-4, 6-1 พิมพ์รดา ผ่านเข้ารอบสองต่อไป

ที่อยู่

โครงการเพิงพันล้าน 557/5 ถนนพรหมประกาย
Udon Thani
41000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 22:00
อังคาร 08:00 - 22:00
พุธ 08:00 - 22:00
พฤหัสบดี 08:00 - 22:00
ศุกร์ 08:00 - 22:00
เสาร์ 08:00 - 22:00
อาทิตย์ 08:00 - 22:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Aim Indoor Tennisผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Aim Indoor Tennis:

ทางลัด

แชร์