Chronicles of RED บันทึกปิศาจแดง

Chronicles of RED บันทึกปิศาจแดง YOUTH, COURAGE, GREATNESS

แมนยู เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่ สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดย ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ทำผลงานได้โดดเด่นจนค...
02/08/2026

แมนยู เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่ สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดย ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ทำผลงานได้โดดเด่นจนคว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ไปครอง

ไฮไลท์สำคัญของเกมนี้อยู่ที่ เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งวัย 15 ปีที่ได้รับโอกาสลงสนามด้วย ถือว่าเป็นการเปิดตัวในระดับซีเนียร์ทีมอย่างเป็นทางการของเจ้าหนูคนนี้ หลังจากที่เขาถูกยกย่องว่าเป็น wonderkid ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของอะคาเดมี่ แฟนบอลหลายคนที่ได้ดูเกมนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเด็กคนนี้เล่นได้ไม่เหมือนกับอายุ 15 ปีเลย มีความมั่นใจ กล้าเล่น และไม่กลัวบรรยากาศระดับท็อป

ไมเคิล คาร์ริค ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่าเกมนี้มีประโยชน์มากสำหรับการเตรียมทีมก่อนเปิดฤดูกาล แม้ว่าจะยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ แต่เขาก็พอใจกับสปิริตของทีมและวิธีการเล่นโดยรวม ซึ่งก็ตรงกับที่แฟนบอลเห็นว่าทีมเล่นได้ดีขึ้นกว่าเกมก่อนๆ ในพรีซีซั่นนี้ แต่ก็ยังต้องรอดูว่าพอเจอของจริงในพรีเมียร์ลีกแล้วจะเป็นยังไง (ที่มา manutd.com)

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า แมนยู กำลังพิจารณาคว้าตัว มายล์ส ลูอิส-สเกลลี่ แบ็กซ้ายดาวรุ่งของ อาร์เซนอล มาร่วมทีม หลังจากที่ดีล ลูอิส ฮอลล์ กับ นิวคาสเซิล ดูเหมือนจะพังไปแล้ว ลูอิส-สเกลลี่ วัย 18 ปี ถือว่าเป็นอนาคตของตำแหน่งแบ็กซ้ายในอังกฤษ แต่ปัญหาคือ อาร์เซนอล คงไม่ยอมขายให้คู่แข่งในพรีเมียร์ลีกง่ายๆ แน่นอน ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง ผมว่ามันจะเป็นการซื้อขายที่เดือดพอสมควร เพราะทั้งสองทีมไม่ค่อยถูกกันอยู่แล้ว (ที่มา Sky Sports)

สรุปว่าวันนี้แฟนบอลแมนยูมีเหตุผลให้ยิ้มได้บ้างแล้ว หลังจากที่พรีซีซั่นที่ผ่านมาผลงานดูไม่ค่อยดีนัก การชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 พร้อมกับการได้เห็น เอ็มเบอโม่ โชว์ฟอร์มและ เจเจ กาเบรียล ลงสนาม ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีก่อนเปิดฤดูกาลจริง แต่ก็อย่าเพิ่งไปไกล เพราะนี่แค่เกมอุ่นเครื่องเท่านั้น ของจริงมันอยู่ที่พรีเมียร์ลีกเดือนหน้านี่แหละ (ที่มา manutd.com)

ไทเลอร์ เฟรดริคสัน ย้ายออกจาก แมนยู อย่างเป็นทางการแล้ว โดยย้ายไปอยู่กับ โลซานน์-สปอร์ต ในสวิตเซอร์แลนด์แบบถาวร เจ้าตัวอ...
01/08/2026

ไทเลอร์ เฟรดริคสัน ย้ายออกจาก แมนยู อย่างเป็นทางการแล้ว โดยย้ายไปอยู่กับ โลซานน์-สปอร์ต ในสวิตเซอร์แลนด์แบบถาวร เจ้าตัวอายุ 21 ปี เคยขึ้นชุดใหญ่ให้ทีมไป 4 นัด ก่อนจะโพสต์อำลาว่า once a red always a red ส่วนทางสโมสรก็ออกแถลงการณ์อวยพรให้โชคดีกับการเริ่มต้นบทใหม่ (ที่มา Manchester Evening News)

มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมารายงานตัวที่ คาร์ริงตัน แล้ว หลังจากที่ บาร์เซโลน่า ไม่ใช้อ็อปชั่นซื้อขาด 26 ล้านปอนด์ ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเตรียมซ้อมพรีซีซั่นกับทีม แต่อนาคตยังไม่ชัดเจน เพราะล่าสุด สเปอร์ส กลายเป็นทีมเต็งที่เจ้ามือเปิดราคาให้คว้าตัวเขาไปร่วมทีม ขณะที่อดีตโค้ชอย่าง เรเน่ เมอลสเตน ออกมาเตือนว่าอย่าขายให้ทีมคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกเด็ดขาด ถ้าจะขายให้ขายไปต่างประเทศหรือซาอุดิอาระเบียดีกว่า (ที่มา Manchester Evening News)

บรูโน่ เฟอร์นันเดส กำลังตกเป็นข่าวหนักว่าอาจย้ายออกจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด ช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อมีรายงานว่า กาลาตาซาราย ยืนยันว่าพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยตามที่กัปตันทีมชาติโปรตุเกสต้องการ โดยดีลนี้มีมูลค่าราว 56 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าฉีกสัญญาสำหรับสโมสรนอกอังกฤษ แต่ทาง แมนยู ก็มีอ็อปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปีเช่นกัน ดังนั้นยังไม่รู้ว่าจะปล่อยหรือไม่ (ที่มา Manchester Evening News ผ่าน HT Spor)

โจชัว ซิร์คเซ่ ยังมีโอกาสย้ายไป ยูเวนตุส อยู่ เพราะล่าสุด ยูเว่ ยังคงเจรจากับ แมนยู ต่อเนื่อง แต่ติดปัญหาตรงที่ ยูเวนตุส อยากได้แบบยืมตัวกับอ็อปชั่นซื้อขาด แล้วแบ่งจ่ายเงินเป็นวงเงินยาวๆ ขณะที่ แมนยู ยังไม่เปิดรับฟอร์มูล่านี้ ต้องรอดูว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะยอมใครก่อน (ที่มา Manchester Evening News ผ่าน TuttoJuve)

แมนยู ยังไม่ได้ตัว ลูอิส ฮอลล์ จาก นิวคาสเซิล แน่นอนแล้ว เพราะสาลิกาดงยืนยันว่าจะไม่ขายเด็ดขาด หลังจากเสีย แอนโธนี่ กอร์ดอน กับ ซานโดร โตนาลี่ ไปแล้ว ทำให้ แมนยู ต้องหันไปมองตัวเลือกอื่นแทน โดยเฉพาะ ฆอร์เฆ ซาลินาส แบ็กซ้ายวัย 19 ปีจาก ราซิ่ง ซานตันเดร์ ที่มีค่าตัวราว 16 ล้านยูโร รวมถึง อเลฮานโดร บัลเด้ จาก บาร์เซโลน่า อีกราย (ที่มา Manchester Evening News)

แมนยู กำลังพิจารณาใช้ แรชฟอร์ด เป็นตัวแลกในการคว้า มานู โกเน่ กองกลางของ โรม่า ที่ติดค่าตัว 51 ล้านปอนด์ โดยหวังว่าการส่ง แรชฟอร์ด ไปให้ โรม่า แบบยืมหรือขาด จะช่วยลดค่าตัวลงได้ แต่ปัญหาคือค่าเหนื่อย 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ของ แรชฟอร์ด อาจทำให้ โรม่า ปฏิเสธได้ (ที่มา Manchester Evening News)

ไมเคิล คาร์ริค ประกาศรายชื่อ 23 นักเตะที่จะเดินทางไปอุ่นเครื่องกับ แอตเลติโก มาดริด ที่สต็อกโฮล์ม โดยมี เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งวัย 15 ปีติดโผด้วย นอกจากนี้ อัลไต บายินดิร์ กับ อามาด ดิอัลโล่ ที่เพิ่งกลับจากฟุตบอลโลกก็กลับมาซ้อมแล้ว แต่ ยูรี ตีเลอม็องส์ กับ เซนเน่ ลัมเมนส์ ยังไม่พร้อมเล่นในนัดนี้ (ที่มา Manchester Evening News)

ดักลาส หลุยส์ กองกลางของ ยูเวนตุส ออกมาประกาศชัดแล้วว่าอยากอยู่กับทีมต่อไป แม้จะมีข่าวลือว่า แมนยู สนใจดึงตัวไปร่วมทีม เจ้าตัวบอกว่าได้รับโอกาสอีกครั้งจากสโมสรและนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ทำให้ดีลนี้ดูเหมือนจะพังไปแล้ว (ที่มา Manchester Evening News ผ่าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่)

กาเซมิโร่ ออกมาอธิบายเหตุผลที่ย้ายไปเล่นให้ อินเตอร์ ไมอามี่ ใน เอ็มแอลเอส ว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เลือกทีมด้วยตัวเอง ไม่ใช่โดนสโมสรขายไป เขาบอกว่าชอบเมืองนี้มาก และมีความสุขที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการอำลาที่ดีสำหรับแชมป์ยุโรป 5 สมัยรายนี้ (ที่มา Manchester Evening News)

31/07/2026
ข่าวแมนยูวันนี้มีหลายเรื่องน่าติดตามเลย เริ่มจากเรื่องที่แฟนบอลรอคอยกันมานาน เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาอยู่กับทีมอย่า...
31/07/2026

ข่าวแมนยูวันนี้มีหลายเรื่องน่าติดตามเลย เริ่มจากเรื่องที่แฟนบอลรอคอยกันมานาน เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาอยู่กับทีมอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ บาร์เซโลน่า ไม่ใช้อ็อปชั่นซื้อขาดที่ 26 ล้านปอนด์ ทำให้เขาต้องกลับมารายงานตัวที่ คาร์ริงตัน เพื่อเตรียมพรีซีซั่นกับทีมต้นสังกัดเดิม ไม่รู้ว่า ไมเคิล คาร์ริค จะใช้งานเขาจริงๆ หรือว่าจะหาทางขายอีกรอบ แต่ตอนนี้อย่างน้อยเขาก็กลับมาแล้ว และดูเหมือนตัวเขาเองก็ส่งสัญญาณบวกที่จะอยู่ช่วยทีมต่อ (ที่มา Manchester Evening News)

อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจคือมีเอเยนต์ออกมายืนยันว่า แมนยู กำลังเจรจากับนักเตะดาวดังจากศึกฟุตบอลโลก 2026 รายหนึ่งอย่างจริงจัง และดีลนี้ใกล้จะปิดแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อว่าเป็นใครกันแน่ ซึ่งก็ทำให้แฟนบอลเริ่มทายกันใหญ่ว่าจะเป็นใคร
(ที่มา Manchester Evening News ผ่าน Newsnow)

นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า แมนยู กำลังพิจารณาคว้าตัวแข้งระดับพรีเมียร์ลีกรายหนึ่งเข้ามาแทนที่ตำแหน่งที่เสียไป โดยเฉพาะหลังจากที่พวกเขาปล่อยผู้เล่นไปหลายรายในซัมเมอร์นี้ ทั้ง กาเซมิโร่ ที่ย้ายไป อินเตอร์ ไมอามี่ แบบฟรี แจดอน ซานโช่ ที่โดนปล่อยตัว ไทเรลล์ มาลาเซีย ที่หมดสัญญา และ เฮอย์ลุนด์ ที่ย้ายไป นาโปลี 43 ล้านปอนด์ (ที่มา Manchester Evening News)

ส่วน โจชัว ซิร์คเซ่ ก็มีแววจะได้ย้ายออกจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้ว เมื่อมีรายงานว่า แมนยู เปิดเจรจากับ ยูเวนตุส เรื่องย้ายกองหน้าชาวดัตช์รายนี้ไปเล่นในกัลโช่ เซเรีย อา ซิร์คเซ่ เองก็ดูเหมือนจะอยากย้ายกลับไปอิตาลีอยู่แล้ว ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง แมนยู ก็จะเหลือกองหน้าในทีมน้อยลงไปอีก แล้วคงต้องรีบหาตัวใหม่เข้ามาแทนอย่างเร่งด่วน (ที่มา Manchester Evening News)

สรุปว่าวันนี้ข่าวแมนยูเน้นไปที่การเสริมทัพและการปรับเปลี่ยนขุมกำลัง โดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้าและกลางสนามที่ยังไม่ลงตัว แรชฟอร์ด กลับมาแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่หรือย้าย เซิร์คเซ่ กำลังจะไป ยูเวนตุส และยังมีดีลลับสำหรับแข้งฟุตบอลโลกที่กำลังจะปิดอีกคน ตลาดซื้อขายยังเหลืออีกเดือนกว่า แมนยู คงยังมีข่าวอีกเยอะแน่นอน

ตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้มันร้อนระอุจริงๆ นะ ทีมในพรีเมียร์ลีกใช้เงินกันอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับว่าเงินจะหมดอายุพรุ่งนี้ เชลซ...
29/07/2026

ตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้มันร้อนระอุจริงๆ นะ ทีมในพรีเมียร์ลีกใช้เงินกันอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับว่าเงินจะหมดอายุพรุ่งนี้ เชลซี ทุ่ม 117 ล้านปอนด์คว้า มอร์แกน โรเจอร์ส จาก แอสตัน วิลล่า ซึ่งผมก็ยังคงสงสัยอยู่ดีว่าเด็กวัย 22 ปีคนนี้เขาคุ้มค่าตัวขนาดนั้นจริงหรือเปล่า แต่เอาเถอะ เชลซี เขามีเงินและเขาก็ชอบใช้เงินแบบไม่คิด เราคงชินแล้ว

สเปอร์ส ก็ไม่น้อยหน้า คว้า ซานโดร โตนาลี่ จาก นิวคาสเซิล มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ แล้วยังซื้อ มาเตอุส เฟอร์นานเดส จาก เวสต์แฮม อีก 85 ล้านปอนด์ รวมแล้วเกือบ 200 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์เดียว ดูเหมือน สเปอร์ส จะจริงจังกับการลงตลาดมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เหตุเพราะการเป็นทีมหนีตกชั้นใน 2 ฤดูกาลหลัง และเมื่อมองย้อนประวัติศาสตร์ก็บอกว่าพวกเขาชอบใช้เงินแล้วพังเอาตอนช่วงท้ายฤดูกาลอยู่ดี

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ซื้อ เอลเลียต อันเดอร์สัน จาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 116 ล้านปอนด์ ซึ่งก็แพงไม่แพ้กัน แต่อย่างน้อย เรือใบก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร ส่วน ลิเวอร์พูล ดูเหมือนจะเป็นทีมที่ใจเย็นที่สุดในบรรดาทีมใหญ่ เมื่อพวกเขาปล่อย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ออกจากทีมแบบฟรีๆ โดยที่ยังไม่มีดีลใหญ่เข้ามาทดแทนเลย ซึ่งก็ทำให้แฟนบอลหงส์แดงเริ่มกังวลว่าฤดูกาลหน้าพวกเขาจะต้องพึ่งพาใครกันในเกมรุก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อคว้า ยูรี ตีเลอม็องส์ จาก แอสตัน วิลล่า 35 ล้านปอนด์ และ อันเดรย์ ซานโตส จาก เชลซี 48 ล้านปอนด์ รวมถึงปล่อย ราสมุส ฮอย์ลุนด์ ไป นาโปลี 43 ล้านปอนด์ กับ กาเซมิโร่ ที่ย้ายไป อินเตอร์ ไมอามี่ แบบฟรี แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือการล่ามิดฟิลด์อีกคนเพื่อเติมสควอดให้ใหญ่ขึ้น ไหนจะปัญหาอาการบาดเจ็บ และเรื่องย้ายออกยากของผู้เล่นบางคน

นิวคาสเซิล ก็น่าสนใจตรงที่ปล่อย แอนโธนี่ กอร์ดอน ไป บาร์เซโลน่า 69 ล้านปอนด์ แล้วเอาเงินนั้นมาซื้อ บาซูมานา ตูเร่ จาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ 42 ล้านปอนด์ กับ ชอน สเตอร์ จาก อาแจ็กซ์ 23 ล้านปอนด์ ซึ่งถ้ามองแล้วพวกเขาขายแพงแล้วซื้อถูกกว่า ถือว่าฉลาดในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องดูว่าเด็กใหม่จะเทียบ กอร์ดอน ได้หรือเปล่า

ส่วน อาร์เซนอล ก็ดูจะเงียบๆ แต่มีประสิทธิภาพ เมื่อซื้อ ปิเอโร่ ฮินคาปี้ จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น กับ คริสตอส ซอลิส จาก คลับ บรูซ 34 ล้านปอนด์ รวมถึงได้ อิลล็อง เมสลิเย่ จาก ลีดส์ แบบฟรี ซึ่งผมว่า มิเกล อาร์เตต้า รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เขาไม่ซื้อเพราะอยากซื้อ แต่ซื้อเพราะต้องการเติมเต็มจุดอ่อนจริงๆ

ถ้าให้ผมเลือกว่าทีมไหนชนะตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ ผมว่า สเปอร์ส ดูมีแผนการชัดเจนที่สุด เพราะพวกเขาได้ทั้ง โตนาลี่ ที่เป็นมิดฟิลด์ระดับโลก และ เฟอร์นานเดส ที่เป็นอนาคต แถมยังได้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จาก ลิเวอร์พูล แบบฟรีอีก แต่ถ้าพูดถึงทีมที่น่าเป็นห่วงที่สุด ผมว่าเป็น ลิเวอร์พูล เพราะการปล่อย ซาลาห์ กับ โรเบิร์ตสัน ออกไปโดยไม่มีตัวแทนที่ชัดเจน มันเหมือนกับการเล่นพนันที่เสี่ยงเกินไปสำหรับทีมที่เคยเป็นแชมป์ยุโรปมาก่อน

ตลาดซื้อขายยังไม่ปิดจนถึงเดือนกันยายน ดังนั้นทุกอย่างอาจเปลี่ยนได้อีก แต่ถ้าดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ซัมเมอร์นี้ทีมในพรีเมียร์ลีกใช้เงินกันไปแล้วเกือบ 1,000 ล้านปอนด์ และยังมีอีกหลายดีลที่รอคอนเฟิร์มอยู่ ผมว่าฤดูกาลหน้าพรีเมียร์ลีกจะสนุกมาก เพราะทีมท็อป 6 ต่างก็เสริมทัพกันมาอย่างหนักหน่วง ใครจะเป็นแชมป์คงต้องดูกันยาวๆ แต่ที่แน่ๆ คือกระเป๋าสตางค์ของเจ้าของสโมสรคงเบาลงไปเยอะพอสมควร

ตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ เชลซี ทำอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาไปซะทุกอย่าง ล่าสุดพวกเขาทุ่มเงิน 117 ล้านปอนด์คว้าตัว มอร์แกน โ...
28/07/2026

ตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ เชลซี ทำอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาไปซะทุกอย่าง ล่าสุดพวกเขาทุ่มเงิน 117 ล้านปอนด์คว้าตัว มอร์แกน โรเจอร์ส จาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีม ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้หลายคนถึงกับต้องหยุดอ่านข่าวแล้วถามตัวเองว่า เฮ้ย จริงดิ 117 ล้านปอนด์สำหรับเด็กวัย 22 ปีที่ยังไม่เคยพิสูจน์ตัวเองในระดับท็อปอย่างสม่ำเสมอ มันคุ้มหรือเปล่าวะ

โรเจอร์ส เองก็ไม่ใช่นักเตะที่ไม่มีฝีมือนะ เขาโชว์ฟอร์มได้ดีตอนอยู่ วิลล่า ฤดูกาลที่แล้ว เล่นได้หลายตำแหน่ง มีความเร็ว มีทักษะ dribbling ที่น่ากลัว แต่ปัญหาคือ 117 ล้านปอนด์มันคือตัวเลขที่สูงมาก โดยเฉพาะกับนักเตะที่ยังไม่ได้อยู่ในระดับซูเปอร์สตาร์ ถ้ามองดีลอื่นในตลาดซัมเมอร์นี้ แมนฯ ซิตี้ จ่าย 120 ล้านปอนด์ให้ อันเดอร์สัน ซึ่งเป็นกองหลังอายุน้อย ส่วน สเปอร์ส ทุ่ม 100 ล้านปอนด์ให้ ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิลด์ตัวรับระดับท็อปของโลก ดังนั้น โรเจอร์ส ที่ 117 ล้านปอนด์ มันก็ไม่ได้แพงเกินไปถ้าเทียบกับตลาดปัจจุบัน แต่คำถามคือ โรเจอร์ส จะคุ้มค่าตัวนี้จริงๆ หรือเปล่า

เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อาลอนโซ่ ดูเหมือนจะต้องการตัวรุกที่ยืดหยุ่นได้ เพราะในพรีซีซั่นพวกเขาเพิ่งเสีย มาร์ก คูคูเรย่า ไป เรอัล มาดริด และ ไทริก จอร์จ ไป เอฟเวอร์ตัน ดังนั้น โรเจอร์ส อาจจะไม่ใช่ตัวแทนโดยตรง แต่เขาเพิ่มมิติใหม่ให้แนวรุกที่มี เอ็มมานูเอล เอเมกา ที่ย้ายมาจาก สตราส์บูร์ก และ จีโอวานี เควนดา ที่ซื้อมาจาก สปอร์ติ้ง 40 ล้านปอนด์ อยู่แล้ว
ปัญหาของ เชลซี คือ พวกเขาซื้อนักเตะอนาคตไกลมาเยอะเกินไป แล้วบีบให้ต้องประสบความสำเร็จทันทีในฤดูกาลหน้า ถ้า โรเจอร์ส ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบของ อาลอนโซ่ ได้ ดีล 117 ล้านปอนด์นี้อาจกลายเป็นภาระทางการเงินอีกดีล ต่อจากที่ เชลซี มีประวัติซื้อนักเตะแพงแล้วใช้งานไม่คุ้มมาแล้วหลายคน

สรุปว่า เชลซี กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับ โรเจอร์ส แต่ในตลาดที่ทุกทีมใช้เงินกันอย่างบ้าคลั่ง คำถามจริงๆ คือไม่ใช่ โรเจอร์ส คุ้ม 117 ล้านปอนด์ไหม แต่เป็น เชลซี จะใช้ โรเจอร์ส ให้คุ้ม 117 ล้านปอนด์ได้หรือไม่

วิเคราะห์เบื้องลึก (และตื้นเขิน) แบบไม่เกรงใจแฟนผี: เมื่อ "พายุอโมริม" สงบ จบที่ "เฟลตเชอร์" (อีกแล้วเหรอ?)หลังจากที่ รู...
06/01/2026

วิเคราะห์เบื้องลึก (และตื้นเขิน) แบบไม่เกรงใจแฟนผี: เมื่อ "พายุอโมริม" สงบ จบที่ "เฟลตเชอร์" (อีกแล้วเหรอ?)

หลังจากที่ รูเบน อโมริม โดนดีดออกจากเก้าอี้กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปสดๆ ร้อนๆ นี่คือบทวิเคราะห์สถานการณ์แบบ "ถึงพริกถึงขิง" สำหรับแฟนผีที่อาจกำลังหัวเราะทั้งน้ำตาครับ

1. จาก "The Next Big Thing" สู่ "The Next Big Payout"
รูเบน อโมริม เข้ามาด้วยความหวังดุจดั่งพระเจ้าองค์ใหม่แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด สื่ออวยยับว่าเป็น "นิว มูรินโญ่" บ้างล่ะ "อัจฉริยะแท็คติก" บ้างล่ะ แต่สุดท้ายผ่านไป 14 เดือน สิ่งที่แฟนผีได้เห็นคือ "ละครหลังข่าว"
* ปากพาจน: ประโยคเด็ดก่อนโดนเด้งที่ว่า "ผมมาเป็นผู้จัดการทีม ไม่ใช่แค่โค้ช" คือการตบหน้าบอร์ดบริหาร (นำโดย เจสัน วิลค็อกซ์) แบบฉาดใหญ่กลางสี่แยกไฟแดง เหมือนพนักงานตะโกนด่า CEO ว่า "รู้ดีนักก็มาทำเองสิโว้ย" ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น... ไปเก็บของซะ
* หัวเราะทีหลังดังกว่า: มีรายงานว่าตอนเดินออกจากสนามซ้อมหลังโดนปลด อโมริมเดินหัวเราะร่าออกมากับทีมงาน... แหงล่ะครับ โดนไล่ออกพร้อมค่าชดเชยหลักพันล้านบาท (คาดว่า 10-27 ล้านปอนด์) เป็นใครก็ขำ ใครจะเครียดเรื่องตกงานในเมื่อบัญชีธนาคารมันยิ้มแฉ่งขนาดนั้น หนีจากเรือรั่วพร้อมชูชีพทองคำ ชัดๆ

2. ฟางเส้นสุดท้ายที่ "เอลแลนด์ โร้ด"
การเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 อาจดูเหมือนแค่ผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังธรรมดา แต่มันคือ "หายนะทางความรู้สึก"
* ลีดส์คือคู่ปรับตลอดกาล การบุกไปทำได้แค่เสมอในรูปเกมที่ (แฟนๆ คงรู้ดีว่า) ชวนง่วง คือบาปมหันต์
* อันดับ 6 ในตารางอาจดูไม่แย่ถ้าคุณเชียร์ทีมกลางตาราง แต่สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทุ่มเงินไปมหาศาล (250 ล้านปอนด์ยุคอโมริม) การวนเวียนอยู่แถวพื้นที่ยูโรป้า ลีก คือความล้มเหลวที่ให้อภัยไม่ได้

3. ดาร์เรน เฟลตเชอร์: ยาสามัญประจำบ้าน (ที่รักษาไม่เคยหายขาด)
การตั้ง ดาร์เรน เฟลตเชอร์ มาขัดตาทัพ คือมุกเดิมๆ ที่แมนยูฯ เล่นซ้ำจนแผ่นสะดุด
* DNA ผีแดง (อีกแล้ว): ทุกครั้งที่ทีมเป๋ บอร์ดจะมองหา "คนรู้ใจ" "ลูกหม้อ" "DNA สโมสร" มารับเผือกร้อน เหมือนคนป่วยหนักแต่ไม่ยอมไปหาหมอเฉพาะทาง เอายาพาราฯ มากินประทังไปก่อน
* ภารกิจกู้ซาก: เฟลตเชอร์ต้องพาทีมไปเยือนเบิร์นลีย์ ถามจริง? สภาพจิตใจนักเตะตอนนี้ใครคุมก็เหนื่อย ต่อให้ขุด เซอร์ อเล็กซ์ กลับมานั่งข้างสนามก็อาจจะต้องกุมขมับ

4. บทสรุป: วงจรอุบาทว์ที่คุ้นเคย
แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเล่นวนลูปนรกเดิมๆ:
* ตั้งกุนซือใหม่ที่มีโปรไฟล์หรู
* อวยยับในช่วงฮันนีมูน
* นักเตะเริ่มเล่นไม่ออก / เจ็บ / งอแง
* โค้ชทะเลาะกับบอร์ดเรื่องซื้อตัว
* ผลงานดิ่งลงเหว
* ปลดโค้ช -> จ่ายค่าชดเชย -> ตั้งเด็กเก่าขัดตาทัพ -> (กลับไปข้อ 1)

คำเตือน: ระหว่างนี้แฟนผีเตรียมตัวรับข่าวลือ "ทูเคิ่ล", "ซีดาน" หรือ "เซาธ์เกต" (รายหลังนี่เสียวสันหลังวาบ) ให้หนาหูได้เลยครับ เพราะละครโรงนี้เพิ่งเปลี่ยนพระเอกใหม่ แต่บทบาทและจุดจบ... อาจจะเหมือนเดิมเป๊ะ! 🎭

🧠 วิเคราะห์แท็กติก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล 🔥 สถานการณ์ล่าสุด • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ฟอร์มยังไม่สม่ำเสมอภายใ...
12/10/2025

🧠 วิเคราะห์แท็กติก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

🔥 สถานการณ์ล่าสุด
• แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: ฟอร์มยังไม่สม่ำเสมอภายใต้การคุมทีมของ Ruben Amorim โดยใช้ระบบ 3-4-2-1 ซึ่งยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอลได้ 
• ลิเวอร์พูล: หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้ดี แต่เพิ่งแพ้สองนัดติดต่อกัน ทำให้ทีมต้องปรับแท็กติกเพื่อกลับสู่เส้นทางที่ดีอีกครั้ง 

⚠️ การบาดเจ็บและการขาดหาย
• แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: Ayden Heaven, Lisandro Martinez, Nousir Masraoui ยังคงบาดเจ็บ ทำให้ทีมขาดความแข็งแกร่งในเกมรับ
• ลิเวอร์พูล: Ibrahima Konaté ได้รับบาดเจ็บระหว่างรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส ทำให้ทีมขาดความแข็งแกร่งในเกมรับ 

📊 แนวทางแท็กติกที่คาดหวัง
• แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: คาดว่าจะใช้ระบบ 3-4-2-1 โดยให้ Bruno Fernandes และ Manuel Ugarte คุมจังหวะเกมในแดนกลาง ส่วนกองหน้าอาจต้องพึ่งพา Mbeumo และ Seskoในการสร้างสรรค์โอกาสทำประตู
• ลิเวอร์พูล: คาดว่าจะใช้ระบบ 4-3-3 โดยเน้นการกดดันสูงและการโจมตีทางริมเส้น โดยมี Mohamed Salah และ Alexander Isak เป็นตัวอันตรายในเกมรุก

🔄 การปรับแท็กติกของโค้ช
• Ruben Amorim: ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบในการเลือกผู้เล่นที่จะลงสนาม และปรับแท็กติกให้เหมาะสมกับสถานการณ์และคู่ต่อสู้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าชัยชนะ
• Arne Slot: ต้องปรับแท็กติกและการจัดตัวผู้เล่นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันของทีม เพื่อกลับสู่เส้นทางที่ดีอีกครั้ง

จากอนาคตทีม สู่ ส่วนเกิน🤨
26/08/2025

จากอนาคตทีม สู่ ส่วนเกิน🤨

ที่อยู่

Ubon Ratchathani

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Chronicles of RED บันทึกปิศาจแดงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Chronicles of RED บันทึกปิศาจแดง:

ทางลัด

แชร์