PS Farm ฟาร์ม แห่งใหม่ในอำเภอท่าฉาง

17/05/2026
17/05/2026

หมูถูกมาช่วยกันบริโภคหมูกัน🐷🐷
รวมชิ้นส่วนหมูยอดนิยม แต่ละส่วนเหมาะกับเมนูต่างกัน สายต้ม สายย่าง สายทอด ดูไว้เลือกให้ตรงใจ 🥩🫕🥘🍲🍛

13/05/2026
05/05/2026

🆘 #แม่สุกร "ไม่เป็นสัด" หรือ "เป็นสัดไม่ชัดเจน" ทำอย่างไรดี? สรุป 5 ปัจจัยหลักที่คุณต้องรู้! 🌾☀️🐷
เมื่อระบบสืบพันธุ์หยุดชะงัก ผลผลิตในฟาร์มก็ลดลง! วันนี้เรามาสรุปปัญหาใหญ่ที่ทำให้แม่สุกรไม่แสดงอาการเป็นสัดตามปกติ จากข้อมูลครับ
🌾 1. #ปัจจัยโภชนาการ (Nutrition Factor)
• ❌ ขาดแร่ธาตุและวิตามินสำคัญ (โดยเฉพาะ วิตามินอี และ ซีลีเนียม)
• ส่งผลให้สุกรสาว น้ำหนักน้อย หรืออยู่ในภาวะขาดอาหาร ทำให้แสดงอาการไม่ชัดเจนหรือไม่เป็นสัดเลย
☀️ 2. #ฤดูกาลและอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม (Season and Environment Factor)
• 🥵 อากาศร้อนจัด ในช่วงฤดูร้อนทำให้แม่สุกรไม่แสดงอาการเป็นสัดได้ง่ายขึ้น
• ต่างจากฤดูหนาว ที่ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับปัญหานี้
⚠️ 3. #ฮอร์โมนเพศไม่สมดุล & สารพิษ (Sexual Hormone Imbalance Factor)
• 🍄 ร่างกายได้รับสารพิษจากเชื้อรา เช่น ซีราลีโนน (Zearalenone) ที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน
• ผลลัพธ์ลวง: ทำให้อวัยวะเพศภายนอก บวมแดง เต้านมตึง เหมือนเป็นสัด แต่ความจริง รังไข่ฝ่อ ไข่ไม่พัฒนา ผสมไม่ติด
🤯 4. #ความเครียด (Stress Factor)
• 🏘️ สาเหตุบ่อยครั้งจากการจัดการไม่ถูกต้อง เช่น โรงเรือนร้อน อากาศไม่ถ่ายเท คอกหนาแน่นเกินไป
• ผลลัพธ์: ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดไปกดทับการทำงานของระบบสืบพันธุ์
💔 5. #ประสบการณ์ที่ไม่ดี (Bad Experience Factor)
• 🚫 ไม่เคยได้รับสัมผัสจากพ่อสุกร หรือเคยโดนทำร้ายโดยคนงาน
• ผลที่ตามมา: แม่สุกรเกิดความกลัวและเครียดสะสม ส่งผลต่อการเป็นสัด

#สรุป:
การจัดการปัจจัยทั้ง 5 นี้คือหัวใจสำคัญในการป้องกันปัญหาแม่สุกรไม่เป็นสัด! ✅ หากปัจจัยเหล่านี้ผิดปกติ จะส่งผลให้วงรอบฮอร์โมนสืบพันธุ์หยุดชะงัก (ตั้งแต่ GnRH -> FSH & LH -> Estrogen -> Progesterone) ส่งผลให้ไม่มีการตกไข่จริง

APMFEEDANDSERVICE
(แหล่งอ้างอิงข้อมูล: Saavedra 2003, Dial et al. 1986)
#ปศุสัตว์ #เลี้ยงหมู #แม่หมู #ผสมพันธุ์หมู #ปัญหาการสืบพันธุ์ #เกษตรกร

04/05/2026

#เอาไว้อ่าน
#หน้าที่และการทำงานของฮอร์โมนสุกร 🐷
ภาพแสดงถึงกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายแม่สุกร โดยแบ่งตามแหล่งผลิตและหน้าที่หลัก ดังนี้:
1. #ศูนย์สั่งการ (สมอง) 🧠
สมองส่วนต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ทำหน้าที่สั่งการไปยังอวัยวะสืบพันธุ์
• 👉 ต่อมใต้สมองส่วนหน้า (Anterior Pituitary)
• Luteinizing Hormone (LH): 💥 กระตุ้นให้เกิด การตกไข่ และสร้าง คอร์ปัส ลูเทียม (CL) ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการรักษาระดับฮอร์โมนอุ้มท้อง
• (มีสัญลักษณ์รูปเต้านม และรูปไข่ตกประกอบ)
• 👉 ต่อมใต้สมองส่วนหลัง (Posterior Pituitary)
• Oxytocin: 🍼🤱 ช่วยใน กระบวนการคลอด (กระตุ้นมดลูกให้บีบตัว) และกระตุ้น การหลั่งน้ำนม ให้ลูกหมูได้กิน
• (มีสัญลักษณ์รูปแม่หมูกับลูกหมู และรูปหยดนมประกอบ)

2. #โรงงานสืบพันธุ์ (รังไข่) 💖
รังไข่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิดที่ทำงานร่วมกัน (มีสัญลักษณ์กลุ่ม)
• Estrogens (Estradiol): 💖 ควบคุมพฤติกรรม การเป็นสัด (ยอมรับการผสมพันธุ์) และพัฒนาเต้านมกับระบบสืบพันธุ์ให้พร้อม
• Progesterone (Progestins): 🛡️ รักษาสภาวะตั้งท้อง ไม่ให้หลุด และช่วยพัฒนาเต้านมเพิ่มเติม
• Relaxin: 🚪 ทำหน้าที่ ขยายเชิงกรานและช่องคลอด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดลูก
• Inhibin: 🛑 ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน FSH เพื่อคุมไม่ให้ไข่ตกมากเกินไป

3. #บ้านของลูกหมู (มดลูก) 🔄
• 👉 Prostaglandin F2 alpha (PGF-2α): 🔄 สลาย คอร์ปัส ลูเทียม (CL) (ถ้าไม่ตั้งท้อง) เพื่อให้แม่สุกรเริ่มรอบการเป็นสัดใหม่ และเป็นตัว กระตุ้นการคลอด (ถ้าตั้งท้องครบกำหนด)
4. สายใยสนับสนุน (รก) 👶🏻
รกไม่ได้เป็นเพียงทางผ่านอาหาร แต่ยังเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนที่สำคัญในช่วงอุ้มท้อง โดยทำหน้าที่ "เหมือน/คล้าย" ฮอร์โมนหลัก
• 👉 HCG (Human Chorionic Gonadotropin): หน้าที่ คล้าย LH (ช่วยรักษาการตั้งท้องช่วงแรก)
• 👉 PMSG (Pregnant Mare Serum Gonadotropin): หน้าที่ คล้าย FSH (ช่วยกระตุ้นรังไข่)
• 👉 Placental Hormones (Estrogens, Progestins, Relaxin): รกผลิตฮอร์โมนเหล่านี้เองเพื่อสนับสนุนการตั้งท้อง โดยมี "หน้าที่เหมือนของรังไข่"

📌 #สรุปหลักการทำงานให้จำง่าย:
• 💥 อยากให้ไข่ตก: ต้องมี LH + Estrogens
• 🛡️ อยากให้ตั้งท้องสำเร็จ: ต้องมี Progesterone (+ HCG ช่วงแรก)
• 🍼 อยากให้คลอดและมีน้ำนม: ต้องมี Relaxin + Oxytocin (+ PGF-2α)
• 🔄 อยากเริ่มรอบใหม่ (ถ้าไม่ท้อง): ต้องมี PGF-2α ไปสลาย CL

03/05/2026

🧬 #คัดเลือก "พ่อพันธุ์สุกร" ผิด... คิดจนตัวตาย! รู้ทันพันธุกรรมที่ส่งต่อสู่ลูก

Did you know? 🤔 การเลือกพ่อพันธุ์ไม่ได้ดูแค่คุณภาพน้ำเชื้อ! 💦 แต่พ่อพันธุ์คือตัวกำหนดความสำเร็จและผลกำไรของฟาร์มในระยะยาว เพราะพ่อพันธุ์ทำหน้าที่ "ถ่ายทอดพันธุกรรม" ทั้งที่ดีและไม่ดี ไปสู่ลูกสุกร

💡 #ความสำคัญของพ่อพันธุ์ที่มากกว่าแค่การผสม:
• กำหนดจำนวนลูกหย่านมต่อแม่ต่อปี (Goal สูงสุดของฟาร์ม!)
• หากน้ำเชื้อต่ำ = แม่สุกรกลับสัดสูง, อัตราเข้าคลอดต่ำ, ลูกต่อครอกน้อย ➡️ ฟาร์มขาดทุน!
• เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคได้
แบ่ง "พันธุกรรมดี" ให้ถูกทาง:
• 🥓 #สุกรสายซาก (Colored Boars - ดูร็อค/แฮมเชียร์): ส่งต่ออัตราแลกเนื้อ (FCR) ดี, โตไว (ADG), %เนื้อแดงสูง, ไขมันสันหลังน้อย
• 🤰 #สุกรสายแม่ (White Boars - แลนด์เรซ/ยอร์คเชียร์): ส่งต่อลักษณะลูกดก, อัตรารอดสูง, ให้นมเก่ง, คลอดง่าย

⚠️❌ #ระวัง! พันธุกรรมด้อยที่ "ถ่ายทอดสู่ลูก" ได้:
ก่อนนำเข้าฟาร์ม ต้องตรวจคัดกรองลักษณะผิดปกติเหล่านี้อย่างเข้มงวด:
1.ความผิดปกติทางร่างกาย: ไม่มีรูทวาร, ขาแบะ/ขากาง, ไส้เลื่อน, ทองแดง (อัณฑะไม่ลงถุง)
2.ยีนเครียด (Porcine Stress Syndrome - PSS): ตัวนี้อันตรายมาก! ทำให้หมูหัวใจเต้นเร็วเมื่อเครียด (เช่น ตอนขนส่ง) ตายง่ายก่อนเข้าโรงฆ่า และทำให้ได้เนื้อซีดเหลว น้ำซึม (PSE) ซากพัง!

#สรุป:
💰 เลือกพ่อพันธุ์ที่ดี = การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของฟาร์ม. อย่าปล่อยให้พันธุกรรมที่ไม่ดีมาลดทอนผลผลิตของคุณ แนะนำให้ตรวจยีนเครียดด้วยวิธี PCR ก่อนนำเข้าเสมอ เพื่อความแม่นยำ!

APMFEEDANDSERVICE is

01/05/2026

: กุญแจสำคัญสู่กำไรในการเลี้ยงสุกร

💡 ADG คืออะไร? ทำไมคนเลี้ยงหมูต้องรู้!
ADG (Average Daily Gain) คือ "อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน" มันเป็นตัวเลขที่บอกเราว่า ในหนึ่งวัน สุกรของเรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกี่กรัม (หรือกิโลกรัม)
ยิ่งตัวเลข ADG สูง แปลว่าหมูโตเร็ว จับขายได้ไว ลดต้นทุนค่าอาหารและค่าการจัดการฟาร์ม FCR (อัตราแลกเนื้อ) ก็จะดีตามไปด้วย ถือเป็นดัชนีชี้วัด "กำไร" ที่ชัดเจนที่สุดตัวหนึ่ง

📉 #สูตรคำนวณง่ายๆ (คุณก็ทำได้):

(น้ำหนักสุดท้าย - น้ำหนักเริ่มต้น) / จำนวนวันที่เลี้ยง = ADG (กรัม/วัน)

⏱️ #เจาะลึก ADG แต่ละช่วงอายุ: หมูแต่ละวัย โตไวไม่เท่ากัน
ภาพอินโฟกราฟิกแบ่งการเลี้ยงออกเป็น 4 ระยะหลัก ซึ่งมีเป้าหมายและค่า ADG เฉลี่ยที่แตกต่างกัน ดังนี้:
1. ระยะลูกสุกรดูดนม (0-3 สัปดาห์)
• เป้าหมายหลัก: สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดอัตราการตาย
• น้ำหนัก: เริ่มต้นประมาณ 1.5 กก. -> ส่งต่อที่ 7 กก.
• ADG เฉลี่ย: 200 - 250 กรัม/วัน
• จุดเน้น: เน้นกินน้ำนมแม่ (นมน้ำเหลืองสำคัญมาก) และคุมอุณหภูมิให้อบอุ่น
2. ระยะลูกสุกรอนุบาล (3-10 สัปดาห์)
• เป้าหมายหลัก: ฝึกให้กินอาหารเม็ด ลดความเครียดหลังหย่านม
• น้ำหนัก: เริ่มต้นประมาณ 7 กก. -> ส่งต่อที่ 25 กก.
• ADG เฉลี่ย: 400 - 500 กรัม/วัน
• จุดเน้น: อาหารต้องคุณภาพสูง ย่อยง่าย และจัดการสภาพแวดล้อมไม่ให้ลูกหมูป่วย
3. ระยะสุกรรุ่น (10-16 สัปดาห์)
• เป้าหมายหลัก: สร้างโครงสร้างร่างกายและกล้ามเนื้อ
• น้ำหนัก: เริ่มต้นประมาณ 25 กก. -> ส่งต่อที่ 70 กก.
• ADG เฉลี่ย: 700 - 800 กรัม/วัน
• จุดเน้น: หมูเริ่มกินเก่ง ต้องดูแลเรื่องอาหารและการจัดการโรงเรือนให้เพียงพอ
4. ระยะสุกรขุน (16-24+ สัปดาห์)
• เป้าหมายหลัก: เร่งน้ำหนัก สร้างเนื้อแดง สะสมไขมันก่อนส่งตลาด
• น้ำหนัก: เริ่มต้นประมาณ 70 กก. -> จับขายที่ 110+ กก.
• ADG เฉลี่ย: 800 - 1,000+ กรัม/วัน (ช่วงโตไวที่สุด)
• จุดเน้น: การจัดการอาหารช่วงสุดท้ายเพื่อให้ได้น้ำหนักตรงตามต้องการของตลาด

#สรุป
กราฟภาพรวมตลาด: จากกราฟจะเห็นแนวโน้มชัดเจนว่า ADG จะ "เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ" ตามอายุและน้ำหนักตัวของสุกร หมูจะมาโตไวแบบก้าวกระโดดในช่วงสุกรรุ่นและสุกรขุน
การบริหารฟาร์มที่ประสบความสำเร็จ: การจะทำให้ ADG พุ่งสูงและคงที่จนจับขายได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารอย่างเดียว แต่เกิดจาก 4 ปัจจัยหลัก ที่ต้องทำควบคู่กัน:
1. 🧬 พันธุกรรม: ใช้พ่อ-แม่พันธุ์ชั้นดี โตไว เนื้อแดงเยอะ
2. 🌽 อาหาร & โภชนาการ: อาหารต้องเหมาะกับแต่ละวัย สารอาหารครบ
3. 💉 สุขภาพ & การป้องกันโรค: ทำวัคซีนครบ คุมโรคไม่ให้ระบาด
4. 🏠 การจัดการฟาร์ม & โรงเรือน: สะอาด อากาศถ่ายเท อุณหภูมิพอเหมาะ

APMFEEDANDSERVICE

01/05/2026

🐖 #เจาะลึกค่า FCR เคล็ดลับการเลี้ยงหมูขุนให้ได้กำไร! 📈
การเลี้ยงหมูให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและประหยัดต้นทุน หัวใจสำคัญที่เกษตรกรต้องรู้คือ ค่า FCR (Feed Conversion Ratio) หรืออัตราการแลกเนื้อ ซึ่งในแต่ละช่วงวัยของหมูจะมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ
🧪 ค่า FCR คืออะไร?
FCR คือ อัตราส่วนระหว่าง "ปริมาณอาหารที่กินเข้าไป" ต่อ "น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น"

#สูตรคำนวณ: FCR = กิโลกรัมอาหาร ÷ กิโลกรัมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

📋 #แบ่งตามช่วงอายุและน้ำหนักตัว
1️⃣ ช่วงที่ 1: สุกรอนุบาล / สุกรเล็ก (น้ำหนัก 7 - 30 กก.)
• ค่า FCR เฉลี่ย: 1.4 – 1.9 (ดีเยี่ยม!)
• ลักษณะการเติบโต: ร่างกายเน้นการสร้างกล้ามเนื้อสูงถึง 90% และสะสมไขมันเพียง 10%
• ✨ จุดเด่น: เป็นช่วงที่หมูกินน้อยแต่โตไวที่สุด คุ้มค่าอาหารมากที่สุด
2️⃣ ช่วงที่ 2: สุกรรุ่น (น้ำหนัก 30 - 70 กก.)
• ค่า FCR เฉลี่ย: 2.1 – 2.6
• ลักษณะการเติบโต: การสร้างกล้ามเนื้อและไขมันเริ่มสมดุลกัน (กล้ามเนื้อ 75% : ไขมัน 25%)
• ⚖️ จุดเด่น: ร่างกายเริ่มขยายโครงสร้างอย่างรวดเร็ว
3️⃣ ช่วงที่ 3: สุกรขุนใหญ่ (น้ำหนัก 70 - 110+ กก.)
• ค่า FCR เฉลี่ย: 2.7 – 3.2+
• ลักษณะการเติบโต: อัตราการแลกเนื้อลดลง แต่เริ่มสะสมไขมันมากขึ้น (กล้ามเนื้อ 60% : ไขมัน 40%)
• ⚠️ ข้อควรระวัง: ยิ่งน้ำหนักมาก หมูยิ่งกินเยอะแต่แลกเนื้อได้น้อยลง เพราะเน้นไปสร้างไขมัน

📊 #สรุปภาพรวมตลอดการเลี้ยง (7 - 110 กก.)
• กินอาหารรวม: ประมาณ 250 กก.
• น้ำหนักเพิ่มขึ้นรวม: ประมาณ 100 กก.
• FCR เฉลี่ยตลอดการเลี้ยง: 2.4 – 2.8

💡 #บทสรุปเชิงวิชาการเพื่อการจัดการ
• หมูยิ่งเล็กยิ่งประสิทธิภาพสูง: หมูอายุน้อยมีค่า FCR ต่ำ เปลี่ยนอาหารเป็นกล้ามเนื้อได้ดีมาก
• หมูยิ่งโตยิ่งกินเปลือง: หมูอายุมากจะมีค่า FCR สูง เพราะร่างกายนำอาหารไปสร้างไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อ
• การจัดการที่ดีคือหัวใจ: การควบคุมค่า FCR ให้เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารและเพิ่มกำไรให้แก่ผู้เลี้ยงได้อย่างยั่งยืน! ✅


#การเลี้ยงสุกร ู #เกษตรกร #เทคนิคการเลี้ยงสัตว์ #ลดต้นทุนเพิ่มกำไร #สุกรขุน

ที่อยู่

42 ม. 1ต. ปากฉลุย อ. ท่าฉาง จ. สุราษฎร์ธานี
Tha Chang
84150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PS Farmผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์