28/12/2025
สวัสดีครับผมชื่อโก๊ทผมเป็นนักศึกษาใหม่เพิ่งย้ายเข้าหอใน วันนี้เป็นวันจับรูมเมทซึ่งก็เป็นวันที่น่าตื่นเต้นมากๆโดยเฉพาะการที่จับได้รุ่นพี่ในสาขาอย่างพี่ "บ๊ะ คี" พี่ค่อนข้างโด่งดังมีชื่อเสียงในด้านขนาดตัวและการอุทิศตนให้การกิน เอ้ยการเรียน พี่คีค่อนข้างเป็นคนเฟรนด์ลี่หลังจากที่พี่เขาได้รู้ว่าผมได้เป็นรูมเมตคนใหม่เขาก็มาคุยกับผมอย่างรวดเร็วเลย "พี่เขาบอกว่าพอดีเลยคนเก่าเพิ่งย้ายหอออกไปเมื่อเช้าได้น้องโก๊ทมาจะได้คุยกันง่ายเลย" ถึงตอนนี้ผมค่อนข้างแปลกใจมากๆเลยใครที่จะทิ้งหนีพี่คึหลุนไปได้ ผมก็ได้แค่เก็บความสงสัยไว้ว่าทำไมถึงหนีไปได้ระหว่างนี้พี่เขาก็ให้ผมไปเตรียมของเข้าห้องได้เลย ตอนผมเข้าไปในห้องผมก็เก็บของตามปกติแต่ตาก็ไปพบเข้ากับกระดาษเก่าๆเหลืองเขรอะไปด้วยคราบอะไรบางอย่าง ผมได้แต่สงสัยจึงได้เก็บมันมาแต่ยังไม่ได้อ่าน ที่น่าสนใจคือกระดาษมันเขียนไว้ว่า "เปิดอ่านเถอะเมื่อถึงเวลา" ผมกำลังจะเปิดอ่านมัน แต่พี่บ๊ะคีก็โผล่มาจากข้างหลังจนผมต้องพูด "โห พี่หัวใจจะวายตาย" พี่คีขำออกมาแล้วก็บอกว่า "เห้ยน้องเราอยู่ด้วยกันชิลๆ แบบนี้แหละแกล้งกันเป็นปกติ" พี่คีพูดต่อ "ตามธรรมเนียมพี่จะพาเราไปกินหม่าล่าฉลองการเข้าหอใหม่ คนเก่าพี่ไม่ได้พาไปพอดีพี่ไม่ค่อยว่าง น้องโก๊ทถือว่าโชคดีมากๆเลย เดี๋ยวพาไปกิน อร่อยๆ"
ผมได้ยินชื่่อหม่าล่าก็หางกระดิกแล้วเลยรีบถามต่อเลย "เห้ยพี่ เลี้ยงมั้ย"
พี่คีก็ตอบอย่างเป็นมิตรจริงๆว่า "เลี้ยงดิไอ้เวรนี่ ได้อ่านคู่มือเข้ามหาลัยบ้างมั้ยเนี่ย"
ผมได้แต่สงสัย "คู่มือเหี้ยไรวะพี่"
พี่คีตอบ "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาจะเอาไว้ในห้องอะ ว่างๆก็ลองอ่านละกันพี่ไม่เคนอ่านห่าไรหรอก ฟังๆเขามา"
พี่คีเสริมด้วยท่าทางเร่งรีบ "เออวันนี้พี่จะพาไปกินตอนเที่ยงคืนนะ ทีร้านบนชั้นดาดฟ้าหอ ตอนเที่ยงตืนนะน้อง"
ผมได้แต่สงสัยแดกเหี้ยไรตอนเที่ยงคืน แต่ก็ช่างเหอะพี่แกอ้วนตั๊บขนาดนั้นกินข้าวดึกเป็นธรรมดา ผมก็เลยตอบตกลงเรียบร้อยไป
ก่อนทีพี่คีจะไป พี่แกก็แสยะยิ้มแล้วก็หันมายิ้มให้ผมแล้วก็กระซิบว่า "แซ่บแน่วันนี้" แล้วก็ปิดประตูห้องออกไป
ผมหายใจออกมาแล้วก็บอกกับตัวเองว่า "ใจดีจัดได้แดกของฟรี" แล้วก็หันหน้าไปจัดของต่อ พอเสร็จผมเริ่มว่างๆเลยนึกถึงพวกคู่มือต่างๆเลยหยิบมาอ่านซึ่งไม่ได้น่าสนใจเท่าไหร่ จนกระทั่งอ่านไปถึงกระดาษที่ผมหยิบมาจากเตียงมันเขียนไว้น่าสนใจมากๆจนผมต้องเปิดอ่าน
กฎการร่วมโต๊ะหม่าล่ากับพี่คีหลุน (ฉบับเพิ่มเติม)
กูชื่อกีนะมันอาจฟังดูบ้าแต่การกินหมาล่ากับไอ้บ้านี่มันบ้าชัดๆเลย มึงทำตามกฏเถอะทีนี่เปลี่ยนรูมเมตมา 3 คนละแต่ละคนแทบจะเอาตัวไม่รอดนี่คือสิ่งที่นายต้องทำ ถ้าเจออะไรนอกจากนี้แก้ปัญหาเองซะนี่มาจากผู้เหลือรอด
1. สังเกตวัตถุดิบในถุง เมื่อถึงโต๊ะหม่าล่าบนดาดฟ้า ให้เหลือบมองในถุงสีดำ หากในถุงมีแค่เนื้อสัตว์และผักปกติ คุณแค่ต้องระวังคำพูด แต่หากในถุงมี "แท่งไม้ไผ่สีซีด" ที่ดูเหมือนกระดูกมนุษย์มากกว่าพืช จงจำไว้ว่านั่นคือ "หม่าล่าเกรดพรีเมียม" ของเขา อย่าแสดงอาการรังเกียจเด็ดขาด
2. อย่าให้พี่คีหลุนเป็นคนคีบให้ พี่คีหลุนจะพยายามแสวงหาความสนิทสนมโดยการคีบของในหม้อให้คุณ หากเขายื่นไม้ที่เสียบ "ก้อนเนื้อสีดำที่มีขน" มาให้ ให้คุณรีบยกมือไหว้แล้วบอกว่า "ผมแพ้เนื้อสัตว์ตระกูลหมีครับพี่" เขาจะหัวเราะเสียงดังผิดปกติและกินมันเอง แต่ถ้าคุณรับมา... คุณจะเริ่มรู้สึกอยากกินไม้ไผ่เหมือนเขาในไม่ช้า
3. กฎของรสเผ็ด หม่าล่าของที่นี่จะเผ็ดจนลิ้นชา หากคุณรู้สึกเผ็ดจนทนไม่ไหว ห้ามดื่มน้ำเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะ น้ำในขวดนั้นไม่ใช่รินมาจากก๊อก แต่มันคือ "น้ำว่าวพี่คีหลุนหมักไม้ไผ่พันปี" ที่จะทำให้คอของคุณแข็งจนพูดไม่ได้ ให้มองหาเหยือกน้ำสีแดงข้างถังขยะนั่นคือทางรอดเดียว มึ ง แ ด ก น้ำ ใ น ข ว ด สิ เ ย็ น ดี น ะ
4. บุคคลที่สามบนโต๊ะ หากระหว่างกิน มีชายร่างสูงในชุดยามเดินเข้ามาทักว่า "ขอชิมสักไม้สิ" นั่นคือ พี่จวย ให้คุณรีบคีบไม้ที่เผ็ดที่สุดในหม้อส่งให้เขาโดยไม่ต้องมองหน้า หากพี่จวยกินแล้วยิ้ม คุณจะรอดไปจนจบมื้อ แต่ถ้าเขากินแล้วทำหน้าบึ้ง... จงโยนเตาหม่าล่าใส่หน้าเขาแล้ววิ่งลงจากดาดฟ้าทันที
5. บทสนทนาต้องห้าม ห้ามถามพี่คีหลุนเรื่อง "ทำไมพี่เรียนไม่จบสักที" หรือ "พี่ชอบกินไผ่เหรอ" คำถามเหล่านี้จะกระตุ้นให้เขานึกถึงร่างจริง ให้ชวนคุยเรื่อง รหัสผักกะหล่ำ หรือถามเรื่อง ราคาไม้ไผ่ในตลาดโลก เขาจะเพลิดเพลินจนลืมสังเกตว่าคุณไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่คำเดียว
6. เมื่อถึงเวลาเช็คบิล ตอนเที่ยงคืนครึ่ง พี่คีหลุนจะหยุดกินกะทันหันและจ้องไปที่ความมืดหลังดาดฟ้า เขาจะถามคุณว่า "อิ่มหรือยัง?"
* คำตอบที่ถูก: "อิ่มจนจะอ้วกแล้วครับพี่ ขอบคุณสำหรับมื้อนี้ครับ"
คำตอบที่ผิด: "ยังครับ" (ถ้าตอบคำนี้ เขาจะชี้ไปที่ตัวคุณแล้วบอกว่า งั้นเมนูต่อไปคือนักศึกษาใหม่ย่างซอสหม่าล่า)
7. การแยกย้าย เมื่อเขาลุกขึ้นเก็บของ ให้คุณช่วยเขาเก็บเฉพาะ "ไม้เสียบที่ทำจากไม้ไผ่" เท่านั้น ส่วนเศษเนื้อหรืออย่างอื่นห้ามแตะต้อง เดินตามหลังเขาห่างๆ 3 ก้าว หากเขาเริ่มฮัมเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ "การแทะกิ่งไม้" ให้คุณแกล้งทำเป็นผูกเชือกรองเท้าแล้วค่อยๆ ถอยหลังไปที่ทางหนีไฟซะ
บรรยากาศบนดาดฟ้าหอในตอนเที่ยงคืนนั้นเงียบสงัดจนน่าขนลุก ลมหนาวพัดเอาความชื้นแฉะของปูนเก่าๆ มาปะทะหน้า ผมยืนเกร็งอยู่ข้างโต๊ะพับสนิมเขรอะที่มีเตาไฟฟ้าตั้งอยู่ แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ เหมือนจะขาดใจ พี่บ๊ะคีเพื่อนร่วมห้องของผมในชุดช็อปวิศวะที่ดูมอมแมมกว่าตอนกลางวันกำลังนั่งยองๆ จัดเตรียมของกินอย่างอารมณ์ดี
-----------------------------------------------------------------------
ผมอ่านเสร็จแล้วก็ขำกร๊ากออกมากฏบ้าไรวะปัญญาอ่อนชิบหาย ของีบก่อนละกันเย็นพอดี เดี๋ยวจะได้ออกไปกินของฟรี แล้วผมก็งีบหลับไป ตื่นมาอีกที 23:55 ผมแทบเยี่ยวเล็ดกลัวไปไม่ทันของฟรี ผมวิ่งจากห้องขึ้นไปดาดฟ้าหอแล้วก็พบกับพี่บ๊ะคีนั่งพร้อมกับโต๊ะเต๋มไปด้วยวัตถุดิบหม่าล่าพร้อมเตาและหหม้อทุกอย่าง
"นั่งสิไอ้น้อง ไม่ต้องเกร็ง พี่ไม่ได้เลี้ยงรูมเมตบ่อยๆ นะเนี่ย" พี่บ๊ะคีพูดพลางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเขามันฟังดูทุ้มลึกและก้องอ้วนอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก
ผมนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาเหลือบไปเห็นถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ที่เขาวางไว้ข้างตัว มันมีอาการสั่นดุ๊กดิ๊กเหมือนมีอะไรบางอย่างดิ้นอยู่ข้างใน กลิ่นที่ลอยออกมาจากหม้อหม่าล่าที่กำลังเดือดปุดๆ นั้นแปลกประหลาดมาก มันไม่ใช่กลิ่นเครื่องเทศโชยเตะจมูกแบบร้านทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นฉุนเหมือนดินปืนผสมกับกลิ่นสาบของสัตว์ป่า และที่สำคัญคือ... กลิ่นไม้สดที่เพิ่งถูกหักออก
"พี่ครับ... ทำไมกินดึกจังครับ" ผมถามหยั่งเชิง พยายามไม่นึกถึงจดหมายในกระเป๋ากางเกง
พี่บ๊ะคีหยุดมือที่กำลังหยิบอะไรบางอย่างใส่หม้อ เขาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขาในความมืดดูวาวโรจน์สีเหลืองอำพันสะท้อนแสงไฟนีออน "ช่วงเที่ยงคืนน่ะ... รสชาติมันจะ 'ตื่นตัว' ที่สุดน้องชาย อีกอย่าง... เพื่อนพี่เขาก็ชอบแวะมาช่วงนี้ด้วย"
เขาส่งยิ้มที่กว้างจนเห็นฟันขาวซี่คมครบทุกซี่ มือที่เต็มไปด้วยขนดกดำของเขาคีบแท่งวัตถุสีซีดๆ ยาวๆ คล้ายกิ่งไม้สับเป็นท่อนโยนลงไปในน้ำซุปสีแดงฉานเหมือนเลือด ผมเริ่มสังเกตเห็นว่าเล็บของพี่เขาดูยาวและคมผิดปกติ แถมเขายังเริ่มเคี้ยวอะไรบางอย่างในปากเสียงดัง กรวบ... กรวบ... เหมือนคนกำลังเคี้ยวไม้เนื้อแข็งอย่างเอร็ดอร่อย
ผมเริ่มนึกถึงสิ่งที่เขียนในกระดาษหรือว่ามันจะจริงวะ
ขณะที่ความกดดันเริ่มพุ่งสูงจนผมอยากจะวิ่งหนี พี่บ๊ะคีก็เลื่อนถ้วยน้ำจิ้มสีดำสนิทมาตรงหน้าผม พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมเย็นวาบไปถึงสันหลัง
"กินสิ... แดกเยอะๆ จะได้มีเนื้อมีหนัง พี่ชอบคนอ้วนๆ... มันนุ่มลิ้นดี"
ผมรู้ซึ้งทันทีว่านี่ไม่ใช่มื้ออาหารธรรมดา ผมรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า กางเศษกระดาษกฎที่ยับยู่ยี่ออกใต้โต๊ะเพื่อหาทางรอด และนี่คือสิ่งที่ผมต้องทำให้สำเร็จในมื้อนี้...