ATP Performance Strength and Conditioning / Sports performance / Career update

สวัสดีครับ🙏 ช่วงนี้เห็นประเด็นเรื่อง Weightlifting เเล้วผมเลยเสนอมุมมองของผมให้ทุกคนอ่านกัน ✨      ส่วนตัวผมนำ Weightlif...
09/05/2026

สวัสดีครับ🙏 ช่วงนี้เห็นประเด็นเรื่อง Weightlifting เเล้วผมเลยเสนอมุมมองของผมให้ทุกคนอ่านกัน ✨

ส่วนตัวผมนำ Weightlifing มาเทรนให้กับนักกีฬาเกือบทุกคนเลย (ตั้งเเต่ระดับมัธยมถึงระดับสโมสรอาชีพ) โดยหลักๆจะมี 1.Power clean 2.Hang clean 3.Single arm dumbbell sn**ch

โดยผมจะเล่าหัวข้อปูไปตามลำดับเพื่อให้ทุกคนเกิดความเข้าใจนะครับ
_____________________________

📌หลักการ Maximal Intent ‘’ฟังดูง่าย เเต่ทำจริงยาก’’

- หัวข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมเองก็ไม่เเน่ใจว่าโค้ชหลายคนเข้าใจไหม เนื่องจากปัจจุบันมีคอนเท้นเรื่องฝึก Power, Explosive, ฝึกเเรงระเบิดออกมาเยอะเเยะ จนคำเหล่านี้กลายเป็น Buzzword ดังนั้นจะขออธิบายตรงนี้ก่อน

- นักกีฬา 2 คน เเข็งเเรงเท่ากันทุกอย่าง ฝึกท่า Loaded Jump 30% คนเเรกตั้งใจโดดสุดได้ 30cm คนที่สองโดดพอประมาณ ได้เเค่ 20cm นักกีฬาคนที่สองจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการฝึก�

- กล่าวคือ ท่าฝึกท่าเดียวกัน จะมีประโยชน์ในด้าน Power หรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ฝึกล้วนๆ เพราะว่าหลักการฝึก Power สำหรับนักกีฬาคือ Power = Load x Velocity ต่อให้น้ำหนักเท่ากัน เเต่ขยับบาร์ช้าเร็วต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกัน�

- ดังนั้นคำว่า Maximal Intent ภาษาบ้านๆก็คืออัดให้สุดชีวิตเลย ไม่ว่าจะเล่นน้ำหนักกีกิโลก็ตาม หรือกล่องหรือรั้วจะสูงหรือไม่ก็ตาม เพราะว่าพอเราพยายามเคลื่อนบาร์หรือเคลื่อนที่ให้เร็วสุดจริงๆ ระบบประสาทจะไปกระตุ้นพวก High-threshold Motor Units (Type IIx/Fast-twitch) ซึ่งเป็นเส้นใยกล้ามเนื้อที่ทรงพลังและรวดเร็วที่สุด แม้ในขณะที่ยกน้ำหนักเบาก็ตาม ซึ่งตรงส่วนนี้หากทำอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถพัฒนา Rate of Force Development ได้

_____________________________

📌ทำไม Maximal Intent ถึงปฏิบัติจริงยาก?

- 1.หากโค้ชไม่เคยฝึกจนชำนาญหรือเข้าใจสิ่งนี้จริงๆ การถ่ายทอดสู่นักกีฬา ทั้งการอธิบาย เเละการสาธิต ยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่

- 2.ขาดตัว Feedback เพราะเราเเทบไม่มีทางรู้เลยว่า Rep นั้นๆเราสุดยัง หากใช้ตัว Feedback เช่น VBT ที่ช่วยเเสดงผลความเร็วออกมาเเบบ Real time (เเต่ต้องเลือก metric ดีๆนะ เราควรดูค่า Peak Velocity และ TPV มากกว่า Mean Velocity เพราะ Mean จะถูกบิดเบือนจากจังหวะรับบาร์ ที่ช้าลงหากนักกีฬามีอาการบาดเจ็บหรือเทคนิคไม่ดี) ซึึ่ง VBT จะช่วย Drive Intent ได้ดีกว่าเเน่นอน ซึ่งไม่ใช้ทุกคนหรือทีมจะมีอุปกรณ์นี้ โดยจะต่อไปยังข้อที่ 3

- 3.Exercise Selection , Condition , Cueing ก็สำคัญเช่นกัน การเลือกท่า เงื่อนไขการทำ การใช้คำสื่อสารกับนักกีฬา สิ่งเหล่านี้ล้วน Lead ไปสู่การทำ Maximal intent ทั้งนั้น เช่น 1.สร้างเงื่อนไขการฝึก Broad Jump โดยให้วางกรวยห่างในระยะที่ไกลกว่าหรือพอๆกับความสามารถของนักกีฬา 2.Cue ปั่นๆ ว่าถ้าทำ Power clean ไม่ติดโค้ชจะต้องถูกทำโทษ เนื่องจากสอนไม่ดี555 (อันนี้ work)

_____________________________

📌เเล้วทำไม Weightlifting จึงเข้ามาเเก้ไขเรื่อง Maximal Intent

- Weightlifting มีหลาย Variation ทั้ง เเต่ในกลุ่มที่มีการ Catch หรือรับบาร์เข้ามา สำหรับผมเเล้วเป็น Condition ที่ดีมากในการ Drive Intent นักกีฬา

- “Maximal Intent by Nature” ในกลุ่มท่าที่มีการ Catch นั้น หากนักกีฬาได้เล่น Load ที่มีความหนักจริง หากนักกีฬาไม่อัดเเรงสุดจริงๆ ย่อมไม่สามารถรับบาร์ในตำเเหน่งสูงได้เเน่นอน คนที่ฝึกคงจะเห็นภาพชัดเจน ดังนั้นต่อให้ไม่มี VBT ก็ยังโอเคเพราะท่ามีเงื่อนไขให้ทำเเรงเเเล้ว

- ซึ่งด้วยธรรมชาติของท่าเหล่านี้ นำไปสู่การตั้งเงื่อนไขในการฝึกได้ เช่น 1.รับบาร์สูงกว่า Half Squat เท่านั้นในท่าตระกูล Clean 2.หากคลีนไม่สำเร็จ จะไม่นับ Reps ให้ เป็นการบังคับให้นักกีฬาพยายาม (เเต่ถ้าเป็นน้ำหนักที่ไม่เคยทำ ผมจะบอกว่า เเค่ยกบาร์มาได้สูง ผมก็โอเคเเล้ว)

- ความท้าทายของท่า นักกีฬานั้นมีความ Competitive อยู่เเล้ว ยิ่งท่ามีความท้าทายเเละทำสำเร็จยากประมาณหนึ่ง ยิ่งดีเลย จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เทรนมา เมื่อใดที่นักกีฬาคลีนน้ำหนักใหม่ติดนั้น เราจะเห็นถึงความดีใจจากการเอาชนะตัวเอง (เเละเพื่อนรอบข้าง555)

- Stability สูง Power output ก็สูงตาม เนื่องด้วยท่า Clean เป็นท่า Bilateral exercise จึงให้ความมั่นคงในการทำสูงมาก โอกาศที่สูญเสีย Power จากความ Instability น้อย ใส่น้ำหนักได้เยอะ(Load) เล่นได้เร็ว(Velocity) Power ouput ก็เยอะตาม

_____________________________

📌Weightlifting จะไม่มีประโยชน์เลยก็ต่อเมื่อ

- Underload than Overload หรือเล่นเบากว่าความเป็นจริง เช่น Squat ได้เป็นร้อยโล เเต่ฝึกท่า Power clean เเค่ 40kg เเล้วบอกว่ากำลังเล่น Power อยู่ อันนี้อาจจะยังนะ ซึ่งกรณีนี้พบได้บ่อยในกลุ่มโค้ชที่ไม่เข้าใจหลักการจริงๆเเล้วนำไปสอนนักกีฬา โดย Rule of Thumb ของผมเลยก็คือ Clean (เเบบ Maximal Intent) ให้รับได้ประมาณเเถวๆ Half Squat ถึง Quarter squat นั่นเเหละคือจุดที่ได้ Power output สูง (จุดที่เกิด Peak Power ของท่า Clean อยู่ที่ประมาณ 70-80% ของ 1RM) (Heavy enough to feel the “FORCE”)

- นักกีฬาขาดฐาน Maximal Strength ที่เหมาะสม เช่น หากนักกีฬาไม่สามารถ Squat ได้ 1.5xBW หรือ Deadlift 2xBW ก็เอาเวลาไปพัฒนาตรงส่วนนีให้ดีก่อน เเล้วค่อยย้ายมาฝึก Power ในอนาคตก็ได้ เพราะ Strength คือฐานสำคัญ ซึ่งในระหว่างนี้อาจฝึกทักษะรอไปก่อน

_____________________________

📌Learning Curve and ‘’Short-term Program vs Long-term Result’

- การฝึก Weightlifting นั้นมีการใช้ทักษะที่มากกว่า Traditional strength exercises เเน่นอน เเต่สำหรับผม หากเทียบกับทักษะกีฬา เช่น การเลี้ยงบาส การทำประตูในฟุตบอล การฝึก Weightlifting นั้นง่ายกว่ามาก

- โดยรูปเเบบที่ผมนำมาใช้จริงคือ ในเกือบๆ 1 ปี เเรกที่ผมเทรนนักกีฬา ผมให้ฝึกเเค่ท่า Traditional ทั้วไปเลย เช่น Front Squat, Back Squat, Deadlift เเล้วหลังจากนั้นค่อยปูเทคนิคในรูปเเบบ Drill เข้าไปเรื่อยๆ พร้อมกับอธิบายถึงความสำคัฐ โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที จากนั้นค่อยเข้าสู่โปรเเกรมหลัก

- ช่วงเเรกที่นักกีฬาฝึก ต้องเข้าใจว่า เราจะยังไม่ได้ประโยชน์อะไรจากท่านี้เท่าไหร่ เนื่องจาก Coordination ยังไม่เข้าที่ ดังนั้นอาจต้องเตรียมท่าสำหรับเผื่อไว้ในหัวข้อ Power หรือ Strength ที่เรามั่นใจว่ามาชดเชยตรงส่วนนี้ได้ เช่น การฝึก Plyometrics กับ Maximal Strength Training

- หากโค้ชได้รับโปรเจคระยะสั้น เช่น มีเวลา 6-8 สัปดาห์เพื่อเตรียมร่างกายเเข่ง เเล้วนักกีฬาขาดทักษะในการฝึก Strength Training รวมถึงเราประเมินจากหลายๆปัจจัยเเล้ว ผมเองก็ไม่เเนะนำให้ฝึก Weightlifting เนื่องจากกว่าท่านี้จะเข้าที่เข้าทาง อาจจะกินระยะเวลาเกือบเดือน สู้เอาเวลาไป เล่นเวทหนักๆ กระโดดไกลๆสูงๆ จะดีกว่า

- เเต่หากโค้ชได้รับโปรเจคในระยะยาว อย่างเช่นผมที่ต้องฝึกนักกีฬา หลัก 6 เดือน หรือบางกลุ่มที่เป็น หลัก 1-3 ปีเลยก็มี (กลุ่มเด็กมัธยมที่เราต้องดูเเลจนกว่าจะเรียนจบ) เเละนักกีฬามีการซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ผมอยากให้มองเรื่อง Long term outcome มากกว่า นักกีฬาได้ท่าฝึกที่มีความท้าทายเเละได้เข้าใจ Intent จริงๆ ลองคิดภาพ หากเราให้เด็ก ม.3 ฝึกคลีนไปเลยได้ 40kg จากนั้นอีก 3 ปีที่ฝึกควบคู่กับ Plyometric เเละ Strength training ทื่วางเเผนมาเเล้ว คิดว่า ม.6 เด็กจะคลีนได้เท่าไหร่?

- ท่า Loaded Jump ในระยะสั้นอาจจะเหมาะสมกับการกระโดดมากกว่า เนื่องด้วยท่ามันเหมือนกับการกระโดดเป๊ะ เเต่หากคุณเทรน Maximal Strength (ผม Deep Squat ได้ 1.9xBW) ถึงจุดหนึ่ง คุณจะรู้เลยว่าการทำ Loaded Jump เเค่ 20-40% ตามคำเเนะนำเเม่งโคตรยาก ตั้งเเต่จังหวะ Eccentric ที่พอเราย่อลงเร็วๆนี่มันเเรงจนหนืดมาก ทำให้สวนออกมาเป็นจังหวะ Concentric ลำบาก ไหนจะเรื่องจังหวะ Landing ถามว่าท่ามันดีมั้ย ดีเลยเพียงเเต่ว่าจุด Peak Power ของท่านี้จะอยู่เเถวๆ 0-30% ของ 1RM หรือ BW เพราะถ้ามากกว่านี้จะติดเเรงเฉื่อย (Inertia) จนช้าเเละจะเสียคุณสมบัติด้านความเร็วที่เราอยากได้ไป จากประสบการณ์ส่วนตัวท่านี้พอทำไปหนักๆ ร่างกายจะเริ่มปรับป็น ‘Hip dominant jump มากกว่า Knee Dominant Jump” อัตโนมัติเอง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ จนมันเริ่มจะคล้ายๆท่าคลีนละ555

- กลับกัน Power Clean ด้วยเหตุผลจุด Peak Power อยู่ที่ 70-80% ของท่า Front Squat เเละค่า TPV (Time to peak velocity) ซึ่งเกิดในจังหวะ Second Pull (จังหวะบาร์พ้นเข่า) ยังเร็วใกล้เคียงกันเเม้เราจะเพิ่มน้ำหนักก็ตาม จึงทำให้เราสามารถไต่ขึ้นไปได้เรื่อยๆตามน้ำหนัก Max ของท่า Front Squat กับ Deadlift ได้เลย ส่งผลดีในระยะยาวกว่า เพราะ Progress load เเละ Velocity ได้ง่ายกว่า

Key Takeaway - ถ้ามองจากกราฟ Force - Velocity Curve ผมมองว่า Loaded Jump เอียงไปทาง Velocity เเละ Olympic weightlifting เอียงไปฝั่ง Force จบเเค่นั้น อยู่ที่ Periodization เเละการเลือกท่าฝึกให้เหมาะสมเเล้ว

_____________________________

📌Specificity เเละทฤษฎี Dynamic Correspondence

- Dynamic Correspondence เป็นกรอบเเนวคิดที่คอยบอกว่า ท่าออกกำลังกายนั้นๆ จะ Transfer ไปสู่การเล่นกีฬาจริงได้มากน้อยเพียงใด ประกอบไปด้วย Checklist 5 ข้อ
1.Amplitude/Direction of Movement ก็เป็นเรื่องทิศทางของการเคลื่อนไหว
2.Accentuated Region of Force Production จุดหรือบริเวณที่สร้างเเรง
3.Dynamics of Effort หมายถึงความพยายามในการทำ เช่นในด้านเเรงเเละความเร็วมีความคล้ายกับกีฬามากไหม เเบบถ้ากีฬาเคลื่อนที่เร็ว ท่าฝึกก็ต้องเร็ว
4.Rate and Time of Force Production อันนี้ก็ตรงๆ คือเรื่อง RFD น่ะเเหละ ว่าท่านี้สร้างเเรงออกมาได้เร็วเเค่ไหน
5.Regime of Muscular Work อันนี้ดูเรื่อง Muscle contraction ว่าท่านี้มีการเคลื่อนไหวเเบบ Eccentric, Concentric, Isometric เเล้วสัมพันธ์กับกีฬามาไหม

- ซึ่งถ้าดูเเล้วพวก Weightlifting หรือ Loaded Jump มันก็ Fit in ในข้อพวกนี้เเหละ

- เอาจริงผมก็นำทฤษฎีนำมาคิดบ้าง เเต่อีกนัยหนึงก็คิดว่ามัน “Over-specialization” มากไปไหม ถ้าจะหาท่าที่เหมือนกีฬามากเกินไป สุดท้ายอาจจบด้วยโศกนาฏกรรม เช่น เอายางรัดเอวเเล้วเลี้ยงบาส เเปรบอล (ซึ่งถ้าใช้เป็น Conditioning หรือเกมส์ ไม่ผิด เเต่ถ้าเอามาอ้างว่าฝึก Specific Power ไรงี้ ผมเถียงขาดใจ) หรือกระโดดเหยียบ Bosu ball เพื่อป้องกันข้อเท้าพลิก หรืออื่นๆที่ท่านเห็นตาม Social media

- Specificity สำหรับผมในยิมคือ ทำ General Quality พวก Max Strength , Power , Speed ให้ดีเลย ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของการซ้อมทักษะกีฬานั้นๆ นั่นเเหละคือความ Specific จริงๆ

- อย่าพยายามเลียนเเบบหรือทำให้เหมือนเกิน จนลืมว่า Stimulus ในการ Adaptation มาจากอะไร เช่น Strength มาจาก Load , Power มาจาก Load เเละ Velocity , ส่วน Speed มาจากความเร็วตอนทำ ถ้าพยายามหาท่าที่เว่อร์เกินจนมันลดทอน Stimulus เหล่านี้ คุณอาจต้องพิจารณาในการเลือกท่าฝึกใหม่

_____________________________

🤓 สรุป ผมฝึก Weightlifting ให้เเก่นักกีฬาเมื่อมีความเหมาะสมตามเงื่อนไขที่วางไว้ เเละมองเรื่องผลลัพธ์ในระยะยาว ส่วนในเรื่องความ Specificity นั้นสำคัญสุดที่การฝึกทักษะกีฬานั้นๆ

ใครอ่านถึงตรงนี้ผมขอขอบคุณมากครับ ในความพยายามอ่านบทความที่ผมตั้งใจเขียนออกไป เเละหวังว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปจะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ

Ponrawee Termkla
Strength and Conditioning Coach : XPS , PES

27/06/2025

เจาะโครงสร้างการฝึก Strength and Conditoning เพราะการเวทอย่างเดียวมันไม่พอ
🏀 ตัวอย่าง Session การฝึก S&C Basketball โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม

🧱 Pillar Prep (ไม่ได้ถ่าย)

- ทำ Mobility กับฝึก Core muscle อันนี้จะมี Flow ให้เด็กทำเหมือนเดิมอยู่เเล้วเลยลองให้เด็กนำกันเองดูว่าจำได้มั้ย
📹 https://youtu.be/RfVkgInenKI?si=a0fQDPISiFx0ziFe
_________________________________________________

🔥 Movement Prep (ไม่ได้ถ่าย)

- ทำ General warm-ups พวกจ็อกกิ้ง, สไลด์, Carioka, Extensive Plyometrics เช่น A Skip, Lateral Bound

- ฝึก Extensive Plyometrics ต่อ โดยให้ทำ POGO (กระโดดเด้งข้อเท้า) + Deep tier squat, Split Squat เเบบ Oscillatory
👉 เป็นการเด้งขึ้นลงในมุมที่ต่ำ เพื่อเป็นการฝึกออกเเรงจากมุมลึกๆ เเละเป็นการกระตุ้น Elastic component
(ส่วนตัวชอบทำคอมโบนี้ รู้สึกตัวร้อนดี เข่าลื่นขึ้น)
_________________________________________________

🦘 Plyometrics

- 2 Foot Takeoff with 1 Foot land 1x5each เป็นการ warm ups จังหวะ Eccentric โดยไต่ความเเรงไปเรื่อยๆ

- Easy hop 1 x Half court โดดขาเดียวเบาๆ

- Linear alternating bound 2 x Full court ส่วนตัวชอบท่านี้ สอน Mechanic การกดเท้าในจังหวะ Acceleration ได้ด้วย

- Medium hop 1 x Half court โดดขาเดียว ยกเข่าสูงขึ้นเพิ่มเเรงกระเเทก

📌 จะเห็นว่า Plyometrics ผมจะทำเป็นพวก Fast SSC (Short GCT) กับ Continuous หมดเลย เพราะใน Mesocycle ก่อนหน้านี้ผมทำ Slow SSC กับทำทีละครั้งสองครั้งเยอะเเล้ว
เเต่ Mesocycle นี้คือเพื่อเตรียมเเข่ง ผมเลยปรับให้ Specific กับการใช้งานจริงมากขึ้น
_________________________________________________

🚦 Movement Skill

- Contact Prep ฝึกชนกัน อันนี้ผมชอบมาก เหมือนเป็นการฝึก Strength เเบบใช้งานจริง บางที่จะเรียกว่า Sumo Strength ก็คือเป็นการนำความเเข็งเเรงมาใช้งานจริงนั่นเเหละ บวกกับลงดีเทลการปะทะให้นิดหน่อย

- Partner Marching เป็นการทำ Mechanic การฝึก Acceleration ในเรื่องของ Posture เเละ Leg action

- ฝึก Negative step/ False step ในท่า Shuffle เเละ Crossover
📌 คำว่า Negative step/ False step คือการ Reposition การวางเท้า เพื่อสร้างเเรงกระเเทกเล็กๆก่อนทำการเคลื่อนไหว เเละเป็นการจัดท่าให้เหมาะกับทิศทางที่จะไป
🧠 ตรงส่วนนี้จะทำให้เราออกตัวได้เร็วขึ้น คิดภาพง่ายๆว่าเรากระโดด Double contact jump สูงกว่า Standing jump ธรรมดา อันนี้ก็หลักการเดียวกัน

⏱️ Timed Sprint วิ่งเเข่งกันพร้อมจับเวลา

6set x 10m
- 2 Set เเรกจะเป็น V cut เเบบยืน 2 Points Start

- 2 Set ต่อมาจะเป็น V cut เเบบยืน Base position อันนี้ไว้ฝึก False step

- 2 Set สุดท้าย ให้เด็กเลือกเองว่าออกตัวเเบบไหนเร็วสุด เเล้วผมค่อยเสริมให้ว่าท่านี้ต้องทำไงให้ไปเร็วสุด
_________________________________________________

💪 Strength Training

🔰 กลุ่มเด็กเก่า (Training age เกิน 1 ปี) — ฝึกเอา Performance

Block A
- Hang power clean 4x3,2,2,2 น้ำหนักผมให้เด็กไต่เอาตามเซ็ท บางคน 30>35>40 บางคน 40>45>50 เเล้วเเต่ความสามารถเเละเทคนิค

- Plyo Push-ups 4x5 วันนี้ลองให้ทำดูวันเเรก หลังจากวิดพื้นปกติมานาน ส่วนมากจะทำเเบบเอาเข่าติดพื้นกัน กระตุกกระตักนิดหน่อย555

Block B
- Kick Stand RDL 2x8each ที่ให้ทำเพราะ Mesocycle นี้ผมตัด RDL ทิ้งไปเลย เพราะว่าทำติดกันมานานเเล้ว บวกกับโปรเเกรม Day2 ผมให้ทำ Heavy Squat เเบบเล่นเอา Max STR เลย ดังนั้นเลยอยากลด Load ที่กระดูกสันหลังหน่อย บวกกับท่านี้ได้ฝึก Hip hinge เเบบ Semi-Unilateral ด้วย ชอบๆ555

- Isometric Split squat 2x30second each อันนี้ช่วยเรื่อง Tendon health กับเพิ่ม capacity ในตำเเหน่งย่อเยอะๆเเบบนี้ด้วย อันนี้เด็ก Progress มาถึง 20kg ละ ตอนเเรกตัวเปล่าก็ร้องเเล้ว55

-----------------------------------------

🆕 กลุ่มเด็กใหม่ (Training age ประมาณ 3 เดือน) — ฝึก GPP
(General Physical Prepareness) เพิ่ม Work capacity เเละสมรรถภาพทางกายทั่วไป

Block A
- Medicine ball Vertical Toss 4x6 โยนบอล 3kg เเบบ Countermovement ให้สูงที่สุดในชีวิต55 ผมจะเน้นย้ำเสมอว่าให้โยนสูงสุด การฝึก Medicine ball ถือว่าเป็นการฝึก Power อย่างง่าย เหมาะสำหรับเด็กเเละผู้เริ่มต้น

- Push Ups 3x10-15 วิดพื้นปกติน่ะเเหละ ใครยกเข่าลอยได้เอาเลย

Block B
- Goblet Squat 3x10-15 17.5-20kg เน้นทำ Full ROM ถ้าผ่านน้ำหนักนี้ไปได้ ค่อยให้เเบกบาร์

- Dumbbell Rows 3x15 7.5-10kg อันนี้รู้สึกว่าเด็กทำง่ายเเล้ว เดี๋ยวต้องหาชาเล้นให้ทำเพิ่มละ
________________________________________________

👤 Ponrawee
Strength&Conditioning Coach — NASM-PES / EXOS-XPS
📍 รับเทรนนักกีฬา Online & On-Site

#️⃣ #บาสเกตบอล

15/06/2025

ตัวอย่างโปรเเกรมฝึก
Strength & Power Session for Basketball

CNS Prep Block
- Dumbbell Hang power sn**ch 2x3each
- MedBall Rotational throw 2x6each
- Plyometrics Push ups 2x6-8

Power Block
- Hang power clean (Build ups) 3x3-4

Strength Block A
- Barbell Back squat (Build ups) 3x10,8,6
- Barbell Shoulder Press 3x10-15

Strength Block B
- Landmine Single-leg RDL 2x8each
- Pull ups 3x AMRAP

Accessories Block
- Cable Lateral raise 2x15+drop set
- Dumbbell Hammer curls 2x15+drop set
- Cable Triceps push down 2x15+drop set
________________________________

Ponrawee: Strength&Conditioning Coach NASM-PES / EXOS-XPS
รับเทรนนักกีฬา Online & On-Site ________________________________

#บาสเกตบอล

11/06/2025

ตัวอย่างโปรเเกรม Session นี้ (จริงๆตัดออกบางท่า เพราะวันนี้เวลาค่อนข้างจำกัด)

Pillar Prep
- ให้น้องนิสิตที่มาลองงานนำให้ เป็นการฝึกพูดใน Part ที่ยังไม่กดดัน
- ทำ Mobility & Stability ไป

Movement Prep
- General warm up วิ่งๆ สไลด์
- Single leg RDL w/ heel float กระตุ้น
- Dynamics warm ups
- Contact prep > ชนๆ ดันๆ สนุกๆ
- POGO & Deep Tier oscillatory > กระตุ้น Elastic components กับ ฝึกออกเเรงจากมุมลึกๆ
- Unilateral landing > โดด 2 ขา ลง 1 ขา (ไม่ได้ถ่ายไว้) ฝึก ECC RFD กับวอร์มก่อนทำ Plyo
———-

Plyometrics
- Single leg Hop 2x easy/medium half court each leg
- Linear alt Bound 2 x full court
————

Timed Sprint
- 6x20m 2-Points start, Push up start, crossover cut start
———————

Strength
warm up บาร์เปล่า
- Front squat x5
- Tall clean x5
- Hang power clean x10

Workout
- Hang power clean 3x3-5 (ให้ทำ 3 เเต่เด็กบางคนพอคลีนไม่ขึ้น ขอทำเพิ่ม555)

Strong VS Weak เวอร์ชั่นเเบบรูปครับ เผื่อใครอยากอ่านเเบบย่อยง่าย 😁
29/05/2025

Strong VS Weak เวอร์ชั่นเเบบรูปครับ เผื่อใครอยากอ่านเเบบย่อยง่าย 😁

ที่อยู่

Kacha Private Studio
Surin
32000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ATP Performanceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ATP Performance:

ทางลัด

แชร์

ประเภท