Football Stat- สตอรี่ฟุตบอล

Football Stat- สตอรี่ฟุตบอล คอมมูนิตี้ฟุตบอล รวมเรื่องราว สถิติฟุตบอล

สโมสรพรีเมียร์ลีคที่ตกชั้นโดยที่มีแต้มมากที่สุด : West Ham United ฤดูกาล 2002/2003    | 42 คะแนนพื้นที่ท้ายตารางของพรีเม...
12/06/2024

สโมสรพรีเมียร์ลีคที่ตกชั้นโดยที่มีแต้มมากที่สุด : West Ham United ฤดูกาล 2002/2003 | 42 คะแนน

พื้นที่ท้ายตารางของพรีเมียร์ลีคนั้นเป็นพื้นที่สำหรับการแย่งชิงกันเพื่อที่จะอยู่รอดในลีคสูงสุดอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทีมที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาแล้วยังไม่สามารถปรับตัวกับลีคสูงสุดได้ หรือไม่ก็จะเป็นทีมที่เกือบจะตกชั้นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

โดยแต้มที่ทีมเหล่านี้สามารถทำได้นั้นก็จะไม่สูงมาก ทีมลำดับสุดท้ายอาจจะเก็บไม่ถึง 20 คะแนนด้วยซ้ำไป ส่วนทีมที่สูงขึ้นมา 2 อันดับก็เก็บได้มากขึ้นนิดหน่อยแต่เฉลี่ยแล้วไม่เกิน 30 แต้ม แต่มีอยู่หนึ่งสโมสรที่แม้จะเก็บได้มากถึง 42 คะแนนก็ไม่สามารถอยู่รอดบนลีคสูงสุดได้ ทีมนั้นคือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2002/2003

เป็นที่น่าแปลกใจมากที่ทีมอย่างขุนค้อนแห่งเมืองลอนดอนจะเป็นทีมที่ต้องโบกมือลาจากลีคสูงสุดทั้งๆที่เก็บได้42 คะแนนและในฤดูกาลที่ผ่านมาก็จบสูงถึงที่ 7 ในตารางคะแนน

เวสต์แฮมเริ่มต้นฤดูกาลด้วยผู้จัดการคนเดิมที่พาทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 7 เมื่อปีที่แล้วอย่าง เกล็น โรเดอร์และนำทัพมาด้วยสตาร์และดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง เดวิด เจมส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ไมเคิล คาร์ริค, เจอร์เมน เดโฟน, เปาโล ดิ คานิโอ, เกล็น จอห์นสัน และ โจ โคล โดยที่หวังว่าจะติดพื้นที่ยุโรปได้ในฤดูกาลนี้ แต่ผลงานกลับย่ำแย่สุดขีดและเมื่อเดือนเมษายนของปี 2003 ขุนค้อนก็จำเป็นต้องปลดกุนซือออกไปและแต่งตั้งตำนานสโมสรอย่าง เทรเวอร์ บรูคคิ้ง มาขัดตาทัพแทนแต่เหมือนมันจะสายเกินไป ถึงแม้กุนซือรักษาการจะพยายามยื้อขุนค้อนแค่ไหนก็ไม่สามารถพาทีมขึ้นมาอยู่ในโซนปลอดภัยได้ เมื่อผลสกอร์ในนัดสุดท้ายไม่เป็นใจก็ทำให้กองทัพขุนค้อนต้องโบกมือลาลีคสูงสุดทั้งๆที่สามารถเก็บแต้มได้ถึง 42 แต้มนั่นเอง

ในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล มีเพียงมนุษย์แค่3คนเท่านั้น ที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ทั้งสมัยที่เป็นนักเตะและเป็นผู้จัดการทีมการ...
13/01/2024

ในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล มีเพียงมนุษย์แค่3คนเท่านั้น ที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ทั้งสมัยที่เป็นนักเตะและเป็นผู้จัดการทีม

การคว้าแชมป์โลกถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดและความฝันของนักฟุตบอลหลายๆคน บางคนต้องผิดหวังเพราไม่สามารถพาทีมชาติของเขาคว้าแชมป์นี้ได้แต่ก็มีนักเตะถึง 3 คนที่สามารถทำตามความฝันนี้สำเร็จอีกทั้งยังต่อยอดอีก1แชมป์ให้กับนักเตะในรุ่นหลัง นักเตะ 3 คนนั้นได้แก่

มาริโอ ซากัลโล (บราซิล)
ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ (เยอรมันตะวันตก)
ดิดีเยร์ เดชองส์ (ฝรั่งเศส)

- มาริโอ ซากัลโล (Mário Zagallo)
ซากัลโล เป็นผู้เล่นตำแหน่งปีกของกองทัพแซมบ้าในสมัยที่มีราชาลูกหนังอย่างเปเล่นำทัพ เขาคว้าแชมป์โลกในฐานะผู้เล่นถึง 2 สมัย ได้แก่ปี 1958 และปี 1962 ก่อนจะเลิกเล่นทีมชาติไป ในสมัยที่เขาเป็นผู้จัดการทีมชาติบราซิลเขาก็พาชาติบ้านเกิดของเขาคว้าแชมป์โลกในปี 1970 และยังเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมในการคว้าแชมป์ในปี 1994 รวมแล้ว ซากัลโลมีส่วนช่วยให้บราวิลคว้าแชมป์โลกถึง 4 สมัย

- ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ (Franz Beckenbauer)
นักเตะเจ้าของฉายา “ไกเซอร์ลูกหนัง” ติดทีมชาติเยอรมันตะวันตกด้วยวัยเพียง 20 ปี เขาติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโลก 3 ครั้งได้แก่ ปี 1966, 1970 และ 1974 ในปี 1974 นี้เองที่เขาเป็นกัปตันทีมและพาอินทรีเหล็กคว้าแชมป์โลกในครั้งนั้น ในสมัยที่เขาเป็นผู้จัดการทีมในปี 1986 เขาพาทีมชาติไปถึงรอบชิงก่อนที่จะพ่ายแพ้ต่อ อาร์เจนติน่าไปในที่สุด แต่ในสมัยต่อมาในปี 1990 เขาก็สามารถพาอิมทรีเหล็กล้างแค้นทัพฟ้าขาวและคว้าแชมป์โลกได้ในที่สุด

- ดิดีเยร์ เดชองส์ (Didier Deschamps)
ในฐานะผู้เล่น เดชองส์ ถือเป็นนักเตะที่มีภาวะความเป็นผู้นำสูงและเป็นกองกลางตัวรับระดับโลกคนนึง เขาพาทีทชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกและคว้าแชมป์ยูโรในฐานะกัปตัน ในปี 1998, ปี 2000 ตามลำดับ ในด้านการจัดการทีมเดชองส์เข้ามาคุมทัพตราไก่ตั้งแต่ปี 2012 และสามารถคว้าแชมป์โลกได้ในปี 2018 และเกือบที่จะป้องกันแชมป์โลกได้ในปี 2022 แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับอาเจนติน่าที่นำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่

ในปี2024 นี้ถือเป็นปีแห่งการสูญเสียอย่างแท้จริงถึงแส้จะเริ่มปีได้แค่ 2 สัปดาห์เท่านั้นเพราะ มาริโอ ซากัลโล ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมาด้วยอายุ 92 ปี ส่วน
ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ ก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบในวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมาด้วยอายุ 78 ปี

18 ธันวาคม 2023ครบรอบ 1 ปี นัดชิงฟุตบอลโลก 2022หนึ่งในนัดชิงแชมป์ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์แลกกันหมัดต...
18/12/2023

18 ธันวาคม 2023
ครบรอบ 1 ปี นัดชิงฟุตบอลโลก 2022

หนึ่งในนัดชิงแชมป์ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์

แลกกันหมัดต่อหมัด
เอ็มบับเป้ แฮตทริก
เมสซี่ยิง 2
จุดโทษในเกม 3 ลูก
จิตวิทยาการดวลจุดโทษสุดโหดของ มาร์ติเนซ
และ เมสซี่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก

นักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงได้ในฟุตบอลโลก“เสือเฒ่า” โรเจอร์ มิลล่า (Roger Milla) คือนักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงได้ในฟุตบอลโลกโ...
09/12/2023

นักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงได้ในฟุตบอลโลก

“เสือเฒ่า” โรเจอร์ มิลล่า (Roger Milla) คือนักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงได้ในฟุตบอลโลกโดยในขณะนั้นมีอายุมากถึง 42 ปี 39 วัน

โรเจอร์ มิลล่า ศูนย์หน้าทีมชาติแคมเมอรูนลงเล่นฟุตบอลโลก 3 สมัย ตั้งแต่ปี1982 ,1990 และ 1994 และทำประตูไปทั้งหมด 5 ประตูตลอด3สมัยที่ลงเล่น

โดยสถิติดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ ในเกมที่แคมเมอรูนได้โคจรมาพบกับทีมชาติรัสเซียแต่ในเกมนั้นเป็นทีมชาติรัสเซียที่ถล่มแคมเมอรูนไป 6-1 แต่ 1 ประตูของทีมชาติแคมเมอรูนก็ถือว่าเป็นประตูประวัติศาสตร์ของ โรเจอร์ มิลล่า นั่นเอง

สถิตินักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงได้ในฟุตบอลโลก

1. Roger Milla (1994) 42ปี 39วัน
2. Pepe (2022) 39ปี 283วัน
3. Cristiano Ronaldo (2022) 37ปี 295วัน

8 ธันวาคม 2023สุขสันต์วันเกิด อายุครบ 27 ปีสก็อต แมคโทมิเนย์ (Scott McTominay)แมคโทมิเนย์ถือว่าเป็นลูกหม้อที่ยืนระยะให้ก...
08/12/2023

8 ธันวาคม 2023
สุขสันต์วันเกิด อายุครบ 27 ปี
สก็อต แมคโทมิเนย์ (Scott McTominay)

แมคโทมิเนย์ถือว่าเป็นลูกหม้อที่ยืนระยะให้กับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างยาวนานควบคู่มากับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งแมคโทมิเนย์ได้เข้ามาร่ำเรียนวิชาลูกหนังที่สโมสรปีศาจแดงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ

แรกเริ่มเดิมทีแมคโทมิเนย์ลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าด้วยหน่วยก้านที่สูงใหญ่ แข็งแกร่ง แต่เมื่อวอเรน จอยซ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนเยาวชนในขณะนั้นได้เห็นสไตล์การเล่นและหน่วยก้านของแมคโทมิเนย์ เขาก็ได้จับมาเล่นกองกลางเพราะ แมคโทมิเนย์นั้นแข็งแรงและขยันวิ่งตัดบอลอย่างไม่มีหมด

แมคโทมิเนย์ ได้เซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี2013 ด้วยวัยเพียง 16 ปี แต่กว่าที่เขาจะได้ประเดิมสนามให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดใหญ่ก็ต้องรอจนถึงฤดูกาล 2016- 2017 ขณะที่มีอายุ20ปี เขาได้โอกาสประเดิมสนามกับปีศาจแดงในการไปเยือน อาร์เซนอลที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และได้โอกาสลงอีกหนึ่งครั้งในนัดสุดท้ายของฤดูกาลในการไปเยือนกับ คริสตัล พาเลซ

จนถึงปัจจุบัน แมคโทมิเนย์ผ่านมาแล้วทั้งเป็นตัวหลักของทีมและช่วงที่ฟอร์มไม่ดีจนถูกจับสำรองเป็นกองกลางตัวเลือกที่4ของทีม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นัดไหนที่ฟอร์มของแมคโทมิเนย์เข้าฝักจริงๆ นัดนั้นจะเป็นนัดที่ฝั่งตรงข้ามจับตัวได้ยากจริงๆ ถึงแม้ตำแหน่งหลักของเขาจะเป็นกองกลางแต่จุดเด่นของผู้เล่นคนนี้กลับเป็นการยิงประตูที่คมยิ่งกว่ากองหน้าธรรมชาติของทีมซะอย่างงั้น

* สถิติปัจจุบันของแมคโทมิเนย์กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด - 225 นัด
- 25 ประตู
- 6 แอสซิสต์
- 39 ใบเหลือง
- 0 ใบแดง

โจซิป ซิมูนิช (Josip Šimunić) กลายเป็นนักเตะเพียงคนแรกและคนเดียวที่โดนไล่ออกจากสนามหลังจากถูกใบเหลือง 3 ใบ  ปกติแล้วใบเห...
07/12/2023

โจซิป ซิมูนิช (Josip Šimunić) กลายเป็นนักเตะเพียงคนแรกและคนเดียวที่โดนไล่ออกจากสนามหลังจากถูกใบเหลือง 3 ใบ

ปกติแล้วใบเหลืองจะถูกแจกเพื่อเป็นการเตือนให้นักเตะที่ทำฟาวล์ผิดกฏิกาแต่ไม่รุนแรงมาก เช่น การตัดเกมกลางสนาม, การขัดขวางไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นบอลได้หรือการถ่วงเวลา เล่นอย่างระมัดระวังมากขึ้นแต่เมื่อโดนใบเหลือง 2 ใบนั่นมีค่าเท่ากับ 1 ใบแดงหมายความว่า ผู้เล่นคนนั้นถูกไล่ออกจากสนามแต่มีครั้งหนึ่งที่กว่าผู้เล่นจะถูกไล่ออกจากสนามต้องโดนใบเหลืองถึง 3 ใบ

โดยเหตุการณ์นี้ต้องย้อนกลับไปในฟุตบอลโลกปี 2006 รอบแบ่งกลุ่มที่ โครเอเชีย ต้องโคจรมาพบกับ ออสเตรเลีย ซึ่งบุคคลที่อยู่เบื้องหลังไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันนัดนี้ต้องยกให้กับ แกรมห์ โพลล์ ผู้ตัดสินมือ1 จากเกาะอังกฤษในเวลานั้น และบุคคลที่เป็นพระเอกในเรื่องนี้ก็คือตัวของ โจซิป ซิมูนิช นั่นเอง

- นาทีที่ 61 ซิมูนิชโดนใบเหลืองแรกจากการทำฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษฝั่งตัวเองแตฝั่งของออสเตรเลียก็ทำอะไรไม่ได้จากจังหวะนี้
- นาทีที่ 90 ซิมูนิชโดนใบเหลืองที่สองจากการตัดเกมสวนกลับกลางสนามของฝั่งออสเตรเลีย ผู้ตัดสินได้แจกใบเหลืองให้เขาอีก 1 ใบแต่กลับไม่ยกใบแดงขึ้นมาเพื่อไล่เขาออกจากสนาม ตัวของซิมูนิชก็เล่นต่อไปเพราะกรรมการไม่ได้ไล่เขาออกจากสนาม
- นาทีที่90+3 ซิมูนิชโดนใบเหลืองอีกครั้งจากการที่เขาไปบ่นผู้ตัดสิน แกรมห์ โพลล์ ไม่รอช้าควักใบเหลืองที่สามแจกให้เขาและยกใบแดงเพื่อเป็นการไล่ออกขากสนาม
การแข่งขันนี้จบด้วยสกอร์ 2-2 เป็นออสเตรเลียที่กอดคอ บราซิลแชมป์กลุ่มเข้ารอบ16 ทีม

จากเหตุการณ์นี้ทำให้แกรมห์ โพลล์ โดนลงโทษด้วยการปลดจากการตัดสินฟุตบอลโลก 2006 ทันทีและเป็นที่น่าเสียดายสำหรับกรรมการเมืองผู้ดีคนนี้มากๆ เนื่องจากเขาได้ถูกวางให้เป็นกรรมการในนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลกครั้งนี้แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเสียก่อน

ครั้งหนึ่ง เชลซีเคยใส่เสื้อเยือนของทีมคู่แข่งลงสนามย้อนกลับไปในฤดูกาล1996-1997 สิงโตน้ำเงินครามต้องบุกไปเยือน ไฮฟิลด์ โร...
02/12/2023

ครั้งหนึ่ง เชลซีเคยใส่เสื้อเยือนของทีมคู่แข่งลงสนาม

ย้อนกลับไปในฤดูกาล1996-1997 สิงโตน้ำเงินครามต้องบุกไปเยือน ไฮฟิลด์ โร้ด ของสโมสรโคเวนทรี่ มันก็คงเป็นเหมือนการแข่งขันปกติทั่วไป แต่ทว่าสตาฟของทีมเชลซีนั้นไม่ได้เตรียมชุดเยือนของเชลซีมา เตรียมมาเพียงแค่ชุดเหย้าที่เป็นสีน้ำเงิน ในขณะที่ชุดเหย้าของโคเวนทรี่ก็เป็นสีฟ้าอ่อนซึ่งมีโทนสีที่ใกล้เคียงกัน ถ้าจะให้โคเวนทรี่ใส่ชุดเยือนลงสนามในบ้านของตัวเองก็คงไม่ยอมเป็นแน่เพราะปัญหานั้นมันเกิดขึ้นเพราะเชลซี ทางด้านผู้ตัดสินและผู้จัดการทีมเชลซีในเวลานั้นอย่าง รุด กุลลิท ก็ไม่มีทางเลือกต้องตัดสินใจยืมชุดเยือนของโคเวนทรี่มาใส่ลงสนาม

โดยเชลซีที่ลงสนามด้วยเสื้อลายหมากรุกสีแดง-ดำของโคเวนทรี่และสวมกางเกงสีน้ำเงินของสโมสรตัวเอง ได้พ่ายแพ้ต่อช้างกระทืบโรงด้วยสกอร์ 3-1

รู้หรือไม่ นักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงประตูให้ แอสตัน วิลล่า ได้ คือผู้รักษาประตูอย่าง ปีเตอร์ ชไมเคิล !!หลังจากที่ประสบควา...
01/12/2023

รู้หรือไม่ นักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงประตูให้ แอสตัน วิลล่า ได้ คือผู้รักษาประตูอย่าง ปีเตอร์ ชไมเคิล !!

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในฤดูกาล 1998-1999 ชไมเคิลก็ได้ย้ายออกจากปีศาจแดงหลังจบฤดูกาลนั้นทันทีด้วยเหตุผลที่ว่า การแข่งขันนั้นสูงและจริงจังมากจนเกินไป เขาได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรดังของโปรตุเกสอย่าง สปอร์ตติ้ง ลิสบอน แต่ว่าอยู่ได้ 2ฤดูกาลก็คงทนคิดถึงเมืองผู้ดีไม่ไหว จึงย้ายกลับมาที่แอสตัน วิลล่าในฤดูกาล 2001-2002

โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ชไมเคิลเป็นนักเตะที่แก่ที่สุดที่ยิงให้แอสตันวิลล่าได้นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม 2001 ในเกมที่เขาต้องไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่ Goodison Park

กว่าที่ชไมเคิลจะสร้างสถิติได้ก็ต้องรอถึงช่วงท้ายของเกมในนาทีที่ 90 แอสตันวิลล่าได้ลูกเตะมุม แล้วเป็น จลอยด์ ซามูเอล ที่โหม่งชงมาให้ปีเตอร์ ชไมเคิลซัดเต็มข้อผ่านมือของผู้รักษาประตูของเอฟเวอร์ตันเข้าไป แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน ทีมของเขาได้พ่ายแพ้ต่อท๊อฟฟี่สีน้ำเงินไป 3-2

เหลือจะเชื่อ !!รู้หรือไม่ Christian Benteke กองหน้าชาวเบลเยี่ยมที่เคยโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีคระหว่างฤดูกาล 2012-2013 ถึ...
28/11/2023

เหลือจะเชื่อ !!
รู้หรือไม่ Christian Benteke กองหน้าชาวเบลเยี่ยมที่เคยโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีคระหว่างฤดูกาล 2012-2013 ถึงฤดูกาล 2021-2022 ทำประตูไปทั้งหมด 86ประตู จากการลงเล่น 260 นัด

ซึ่งแบ่งเป็น
แอสตัน วิลล่า 52 ประตู
ลิเวอร์พูล 9 ประตู
คริสตัล พาเลซ 35 ประตู

ซึ่งมากกว่าตำนานหลายๆคนเช่น เฟอร์นันโด ตอเรส, เอเดน ฮาซาร์, เอริค คันโตน่า, หลุย ซัวเรซ, เดวิด เบคแฮม และอีกหลายๆคน

Asmir Begović (อัสเมียร์ เบโกวิช)สถิติทั้งหมดในพรีเมียร์ลีค :ลงสนามให้ 5 สโมสร ได้แก่ Portsmouth, Stoke City, Chelsea, B...
27/11/2023

Asmir Begović (อัสเมียร์ เบโกวิช)
สถิติทั้งหมดในพรีเมียร์ลีค :
ลงสนามให้ 5 สโมสร ได้แก่ Portsmouth, Stoke City, Chelsea, Bournemouth, Everton
ลงสนาม : 256 นัด
คลีนชีต : 63 นัด
เสียประตู : 357 ลูก
และ ทำไป 1 ประตู!!

โดย 1ประตูที่ทำได้เกิดขึ้นในฤดูกาล 2013-2014 ในเกมที่ สโต็คซิตี้เปิดบ้านพบกับ เซาท์แฮมป์ตัน เบโกวิชทำประตูได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 13วินาทีเท่านั้น โดยเป็นการสาดยาวขึ้นหน้าจากลูกที่เพื่อนส่งคืนหลังมาให้ แต่ด้วยแรงลมในขณะนั้นทำให้ลูกบอลลอยพุ่งด้วยความแรงก่อนจะกระดอนพื้น2ครั้งข้ามหัว อาเธอร์ โบรุค ผู้รักษาประตูของฝั่งนักบุญในเวลานั้นไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

ในปัจจุบันนี้ เบโกวิชในวัย 36ปียังโลดแล่นอยู่ในโลกลูกหนังของลีครองเมืองผู้ดีกับทีม Queens Park Rangers

ที่อยู่

535/10
Sakhon Nakhon
47000

เบอร์โทรศัพท์

+66934264460

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Football Stat- สตอรี่ฟุตบอลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Football Stat- สตอรี่ฟุตบอล:

ทางลัด

แชร์