29/05/2026
เลือกเครื่องวิเคราะห์ผิด… ค่าไม่ได้แค่เพี้ยน แต่ “โรงงานอาจเสียทั้งระบบ”
ในโลกของระบบ CEMS (Continuous Emission Monitoring System)
หลายคนมักถามว่า
“จะเลือก UV-DOAS หรือ NDIR ดี?”
คำตอบจริงๆ คือ
“ขึ้นอยู่กับว่าโรงงานมองว่าอาจจะเจอปัญหาอะไร และต้องวัดอะไร”
เพราะเครื่องทั้ง 2 แบบ
แม้หน้าที่เหมือนกันคือ “วิเคราะห์ก๊าซ”
แต่หลักการทำงาน “ต่างกันคนละโลก”
และความต่างนี้เอง
คือสิ่งที่ทำให้บางโรงงาน
ค่า SO₂ ดริฟท์ทั้งวัน
ค่า NOx แกว่งตอนฝนตก
ค่า O₂ correction เพี้ยน
PM หนักทุกเดือน
หรือบางครั้ง “Analyzer ไม่เสีย แต่ระบบเลือกผิดตั้งแต่ต้น”
บทความนี้จะพาเข้าใจแบบภาษาช่าง
ว่า UV-DOAS กับ NDIR ต่างกันยังไง
และหน้างานแบบไหนควรเลือกอะไร พร้อมแล้วไปดูกันเลย
1. เทคโนโลยี NDIR คืออะไร?
NDIR ย่อมาจาก Non-Dispersive Infrared
เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ “แสงอินฟราเรด (IR)” ยิงผ่านก๊าซ แล้ววัดว่าก๊าซดูดกลืนแสงไปเท่าไร เพราะก๊าซแต่ละชนิด จะดูดกลืนแสง IR ไม่เท่ากัน
เช่น
CO ดูดกลืนช่วงหนึ่ง
CO₂ ดูดอีกช่วง
SO₂ ดูดอีกช่วง
เครื่องจึงใช้หลักนี้คำนวณความเข้มข้นออกมา
จุดแข็งที่สุดของ NDIR
✅ วัด CO / CO₂ ได้ดีมาก
โดยเฉพาะก๊าซตระกูล Carbon
เช่น CO CO₂
NDIR ถือเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานที่ใช้กันมานานมาก และมีความแม่นยำสูง
หลายโรงไฟฟ้าและ Boiler ยังใช้ NDIR เป็นหลักจนถึงปัจจุบัน
ข้อดีอีกอย่างคือ ✅ วัดหลายก๊าซพร้อมกันได้
ในระบบ CEMS เราใช้ เครื่องเดียวสามารถวัด CO CO₂ SO₂ NO พร้อมกันได้ จึงเป็นระบบที่ “คุ้มค่า” ในเชิงต้นทุน
และ ✅ ราคาถูกกว่า
เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานมานาน อะไหล่หาง่าย ช่างคุ้นเคย ระบบไม่ซับซ้อน ทำให้ Capital Cost ต่ำกว่า UV-DOAS ค่อนข้างมาก
แต่ปัญหาใหญ่ของ NDIR คือ “ความชื้น”
นี่คือเรื่องที่คนออกแบบระบบ CEMS เจอบ่อยที่สุด
❌ ไอน้ำรบกวนการวัด (H₂O Interference)
ปัญหาคือ ไอน้ำเอง ก็สามารถดูดกลืนแสง IR ได้เหมือนกัน
โดยเฉพาะในย่านใกล้กับ SO₂ และ NO
ผลคือ ถ้าระบบดักน้ำไม่ดี ค่าที่อ่านได้จะ “เพี้ยนทันที”
ตัวอย่างหน้างานจริง :
หลายโรงงานคิดว่า “Analyzer เสีย” แต่จริงๆ คือ
Gas Cooler คุมไม่อยู่
Dew Point แกว่ง
Condensation หลุดเข้า Analyzer
Moisture Carry-over
สุดท้าย ค่าก๊าซดริฟท์ทั้งวัน ทั้งที่เครื่องไม่ได้เสียเลย ระบบ NDIR จึง “พึ่งพา Sample Conditioning สูงมาก”
ดังนั้น ถ้าจะใช้ NDIR ให้แม่น ระบบ SCS พวกนี้ต้องดีจริง ซึ่งประกอบไปด้วย
Gas Cooler
Peristaltic Pump
Moisture Removal
Drain System
Heated Line
Leak Tightness
เพราะถ้าคุมความชื้นไม่ได้ ค่าที่ได้จะไม่น่าเชื่อถือทันที
อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้
❌ NDIR วัด NO₂ ตรงๆ ไม่เก่ง
NDIR ส่วนใหญ่จะวัด NO ได้ดี แต่ NO₂ วัดตรงๆ ได้ยาก
จึงต้องใช้ NO₂ → NO Converter
เพื่อแปลง NO₂ ให้กลายเป็น NO ก่อน แล้วค่อยคำนวณรวมเป็น NOx
ปัญหาที่ตามมา
Converter กลายเป็นอีกจุดที่ต้อง PM และเป้น consume
เช่น
Converter Efficiency ตก
Catalyst เสื่อม
Temperature ไม่ถึง
Conversion ไม่ครบ
สุดท้าย NOx เพี้ยนทั้งระบบ โดยที่หลายคนไม่รู้ว่า ต้นเหตุอยู่ที่ Converter ไม่ใช่ Analyzer
2. เทคโนโลยี UV-DOAS คืออะไร?
UV-DOAS ย่อมาจาก
Ultraviolet Differential Optical Absorption Spectroscopy
เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ “แสง UV” วิเคราะห์รูปแบบสเปกตรัมของก๊าซ ไม่ใช่แค่วัดการดูดกลืนแบบกว้างๆ แต่ดู “ลายเซ็นเชิงสเปกตรัม” ของโมเลกุลเลย จึงแยกก๊าซได้ละเอียดมาก
จุดแข็งที่สุดของ UV-DOAS
✅ ความชื้นไม่รบกวน
นี่คือจุดเปลี่ยนเกม เพราะ H₂O แทบไม่ดูดกลืนแสงในย่าน UV
หมายความว่า ไอน้ำ ความชื้น Wet gas แทบไม่มีผลกับค่าการวัด
ผลที่เกิดขึ้นในหน้างานจริง
UV-DOAS มักนิ่งกว่าในระบบที่
ความชื้นสูง
Gas Cooler เอาไม่อยู่
Stack มี Condensation
Flue Gas เปียกมาก
โดยเฉพาะงานระบบที่มี
Wet Scrubber
FGD
High Moisture Process
Waste Incinerator
อีกจุดที่ UV-DOAS เหนือกว่า
✅ วัด NO และ NO₂ ได้ตรงๆ ไม่ต้องใช้ Converter
จึงสามารถวัด NO NO₂ แยกparameter และวัดพร้อมกันได้เลย
จึงลดปัญหา
Catalyst เสื่อม
Converter fail
Conversion efficiency drift
ไปได้ทั้งหมด
ดังนั้นแล้ว UV-DOAS เหมาะมากกับการวัด Low Range
โดยเฉพาะ
SO₂ ต่ำๆ
NO₂ ต่ำๆ
NH₃ Slip
เพราะมี Sensitivity สูงมาก
และค่า Drift ต่ำ
Maintenance ต่ำกว่า
UV-DOAS ส่วนใหญ่ ไม่มี Chopper motor ไม่มีล้อกรองแสงหมุน
ไม่มี Moving Part มาก ทำให้ระยะยาว PM ยังน้อยกว่า NDIR อีกด้วย
แต่ UV-DOAS ก็ไม่ได้เหมาะทุกงาน เพราะ
❌ วัด CO / CO₂ ไม่ได้
นี่คือข้อจำกัดใหญ่
เพราะ CO และ CO₂ แทบไม่ดูดกลืน UV ถ้าต้องวัดก๊าซพวกนี้ ก็ต้องเพิ่ม
NDIR module หรือ laser
ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้น
❌ ดังนั้น แล้ว การซื้อ UV-DOAS จึงมีต้นทุนสูงกว่า
ทั้งในแง่
Optical System
Spectrometer
Software Algorithm
❌ เพราะSoftware ซับซ้อนกว่า
ระบบประมวลผลใช้ Algorithm ขั้นสูง
หาก
Optical Window สกปรก
Baseline เพี้ยน
Spectrum Distortion
อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวิเคราะห์ในการแก้ปัญหา
เรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เครื่องไหนดี”
แต่อยู่ที่ “เลือกผิดกับ Process” หรือไม่
เพราะ Analyzer ที่ดีที่สุด ถ้าเอาไปอยู่ผิดหน้างาน สุดท้ายก็พังเหมือนเดิม
ตัวอย่างที่เจอบ่อยมาก
❌ เอา NDIR ไปใช้กับ Wet Process
สุดท้าย
Moisture Carry-over
SO₂ Drift
NOx แกว่ง
PM หนัก
เปลี่ยน Filter ทั้งเดือน
ทั้งที่ต้นเหตุคือ “เทคโนโลยีไม่เหมาะกับสภาพก๊าซ”
บางครั้ง UV-DOAS แพงกว่า… แต่ถูกกว่าในระยะยาว
เพราะลดได้ทั้ง
PM Cost
Converter Cost
Calibration Drift
Downtime
False Alarm
Labor Maintenance
ดังนั้นเวลาคิดเรื่องราคา อย่าดูแค่ “ราคาเครื่อง” แต่ต้องดู Total Cost of Ownership (TCO) สำหรับ ระยะ 5–10 ปีด้วย
บทสรุป
ทั้งสองเทคโนโลยี NDIR และ UVDOS
ต่างมี “สนามที่ตัวเองเก่ง”
สิ่งสำคัญที่สุดคือ
เข้าใจ Process Gas
เข้าใจ Moisture
เข้าใจ Regulation
เข้าใจ Maintenance จริงหน้างาน
เพราะในโลก CEMS จริงๆ
เครื่องที่เหมาะ
ไม่ใช่เครื่องที่ “ดีที่สุด”
แต่คือเครื่องที่
“เหมาะกับสภาพ Process มากที่สุด”
สนใจปรึกษาเรื่อง CEMS หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
📞 โทร: 083 298 9222
🌐 เว็บไซต์: Website : https://www.ase-thai.com/
📧 อีเมล: [email protected]
Line : https://line.me/R/ti/p/
#ลดมลพิษ #โรงงานสีเขียว #เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม #กรมโรงงานอุตสหกรรม
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วย CEMS จาก ASE วันนี้!
ันดับ1ของเมืองไทย
5 , , ValmetGC , ดูน้อยลง