โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Chequered Flag ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Chequered Flag, กีฬา, Hua Samrong, Plaeng Yao

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นต์ และผู้สนับสนุน จ้างงาน เพจเล็ก ๆ ของเรานี้ด้วยนะครับ เราจะปรับปรุงและพัฒนา รับฟังความความคิดเห็นที่ดี สุภาพ เพื่อผู้ติดตามทุกท่านครับ

ติดต่องาน: Inbox หรือ [email protected]

[F1] พรีวิว SINGAPORE AIRLINES SINGAPORE GRAND PRIX 2026Marina Bay Street Circuit ประเทศสิงคโปร์ แทร็กสตรีทเซอร์กิตที่มี...
09/10/2026

[F1] พรีวิว SINGAPORE AIRLINES SINGAPORE GRAND PRIX 2026

Marina Bay Street Circuit ประเทศสิงคโปร์ แทร็กสตรีทเซอร์กิตที่มีชื่อเสียงในเรื่องความแคบ โค้งหักศอกจำนวนมาก และกำแพงที่อยู่ประชิดขอบแทร็ก ซึ่งต้องการ Downforce ในระดับสูงสุด ควบคู่ไปกับความท้าทายจากสภาพอากาศร้อนชื้นที่ทำให้การแข่งขันรายการนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบททดสอบทางร่างกายที่โหดร้ายที่สุดสำหรับนักขับบนปฏิทินการแข่งขัน

ไฮไลต์สำคัญประจำสุดสัปดาห์นี้อยู่ที่ความได้เปรียบของรถแข่งที่มีประสิทธิภาพในการสร้างแรงกดและเสถียรภาพในการเข้าโค้งความเร็วต่ำ ซึ่งทำให้ McLaren ภายใต้การนำของ Lando Norris และ Oscar Piastri รวมถึง Ferrari ของ Lewis Hamilton และ Charles Leclerc ถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาแย่งชิงตำแหน่งโพลและชัยชนะในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทั้งสองทีมเคยแสดงศักยภาพบนสตรีทเซอร์กิตมาแล้วอย่างยอดเยี่ยมในปีนี้

ในขณะเดียวกัน ผู้นำแชมเปียนชิพอย่าง Kimi Antonelli และ George Russell จากทีม Mercedes ก็จะต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญในการรีดเค้นประสิทธิภาพจากรถแข่ง W17 เพื่อรักษาช่องว่างคะแนนสะสม ท่ามกลางความกดดันจากการไล่ล่าของคู่แข่ง ทางด้าน Red Bull Racing เองก็พร้อมที่จะใช้ประสบการณ์และไหวพริบด้านกลยุทธ์เพื่อหาช่องทางสอดแทรกขึ้นสู่โพเดียมในเรซที่เต็มไปด้วยความคาดเดาไม่ได้นี้

ร่วมติดตามความระทึกขวัญของการแข่งขันภายใต้แสงไฟสปอตไลต์นับพันดวงและบททดสอบขีดจำกัดของนักขับตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ได้ตามตารางเวลาการแข่งขันด้านล่าง

[MOTOGP] พรีวิว PERTAMINA GRAND PRIX OF INDONESIA 2026ศึก MotoGP เดินทางมาถึงสนาม Pertamina Mandalika International Circ...
09/10/2026

[MOTOGP] พรีวิว PERTAMINA GRAND PRIX OF INDONESIA 2026

ศึก MotoGP เดินทางมาถึงสนาม Pertamina Mandalika International Circuit ประเทศอินโดนีเซีย แทร็กที่มีเอกลักษณ์ด้วยโค้งความเร็วสูงที่ไหลลื่นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับช่วงล่างและการยึดเกาะของยาง รวมถึงต้องรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนชื้นและฝนที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งจะเป็นความท้าทายอย่างมหาศาลต่อความแข็งแกร่งทางร่างกายของนักบิดทุกคน

ไฮไลต์สำคัญประจำสุดสัปดาห์นี้อยู่ที่การขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดของบรรดาตัวเต็งแชมเปียนชิพ ทัพ Aprilia ที่นำโดย Jorge Martin และ Marco Bezzecchi ในขณะที่ขุมกำลัง Ducati อย่าง Marc Marquez และ Francesco Bagnaia ก็พร้อมที่จะต่อสู้แย่ง Podium ทางด้าน KTM นำโดย Pedro Acosta และ Enea Bastianini ก็มุ่งมั่นที่จะเค้นศักยภาพสูงสุดออกมาเพื่อสอดแทรกขึ้นสู่พื้นที่โพเดียม

ร่วมติดตามการประลองความเร็วท่ามกลางบรรยากาศสุดตื่นเต้นและเสียงเชียร์ที่กึกก้องจากแฟนความเร็วท้องถิ่นตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ได้ตามตารางเวลาการแข่งขันด้านล่าง

[F1] พรีวิว GULF AIR BAHRAIN GRAND PRIX IN MALAYSIA 2026ศึก Formula 1 เริ่มต้นการเดินทางสู่ทัวร์นอกทวีปยุโรปอีกครั้งในรา...
01/10/2026

[F1] พรีวิว GULF AIR BAHRAIN GRAND PRIX IN MALAYSIA 2026

ศึก Formula 1 เริ่มต้นการเดินทางสู่ทัวร์นอกทวีปยุโรปอีกครั้งในรายการ Gulf Air Bahrain Grand Prix in Malaysia 2026 ประเทศมาเลเซีย

ไฮไลต์สำคัญประจำสุดสัปดาห์นี้อยู่ที่ทีม Mercedes กับผู้นำแชมเปียนชิพอย่าง Kimi Antonelli และ George Russell ซึ่งได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังมีกำหนดการนำแพ็กเกจการอัปเกรดสำคัญมาติดตั้งลงบนรถแข่ง W17 เพื่อหวังยกระดับความเร็วและหยุดยั้งการไล่บี้คะแนนสะสมจากบรรดาคู่แข่งที่พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด

ในขณะเดียวกัน McLaren ที่นำทัพโดย Lando Norris และ Oscar Piastri ที่เจอฝันร้ายจาก Baku จะสามารถกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้งได้หรือไม่ เช่นเดียวกับ Ferrari ภายใต้การขับขี่ของ Lewis Hamilton และ Charles Leclerc ที่กลยุทธของงยังเป็นคำถามถึงชัยชนะ ขณะที่ Red Bull พร้อมที่จะลงมาเปิดศึกแย่งชิงพื้นที่หัวแถวอย่างดุเดือด

ร่วมติดตามการแข่งขันสุดเข้มข้นและเกมชิงไหวชิงพริบท่ามกลางความท้าทายของสังเวียนแห่งนี้ได้ตามตารางเวลาการแข่งขันด้านล่าง
ในนี้

[MOTOGP] พรีวิว MOTUL GRAND PRIX OF JAPAN 2026ศึก MotoGP เดินทางเข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันโซนเอเชียอย่างเต็มตัวในรายการ Mo...
01/10/2026

[MOTOGP] พรีวิว MOTUL GRAND PRIX OF JAPAN 2026

ศึก MotoGP เดินทางเข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันโซนเอเชียอย่างเต็มตัวในรายการ Motul Grand Prix of Japan 2026 ณ สนาม Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น สังเวียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยรูปแบบแทร็กสไตล์ Stop-and-go ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำหรับขีดจำกัดของการเบรกอย่างหนักหน่วง การทำงานของช่วงล่างในการรองรับแรงกดมหาศาล รวมถึงพละกำลังของเครื่องยนต์และการยึดเกาะในการทำอัตราเร่งออกจากโค้งความเร็วต่ำ

ไฮไลต์สำคัญประจำสุดสัปดาห์นี้พุ่งเป้าไปที่การลงเล่นในโฮมเรซของสองค่ายผู้ผลิตเจ้าถิ่นอย่าง Honda และ Yamaha ที่ต่างมุ่งมั่นจะใช้ความได้เปรียบในบ้านเกิดเพื่อเค้นศักยภาพของตัวรถออกมาต่อกรกับคู่แข่งแถวหน้า เช่นเดียวกับนักบิดขวัญใจเจ้าถิ่นอย่าง Ai Ogura จากทีม Trackhouse ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่แข็งแกร่งและพร้อมลงบิดล่าผลงานระดับท็อปต่อหน้าแฟนความเร็วชาวญี่ปุ่น

ในขณะเดียวกัน การขับเคี่ยวแย่งชิงชัยชนะของบรรดาค่ายรถจากยุโรปยังคงความดุเดือด โดยสองนักบิดตัวเต็งจาก Aprilia อย่าง Jorge Martin และ Marco Bezzecchi พร้อมเดินหน้าเปิดเกมรุกเพื่อรักษาความได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ ทางด้านทัพ Ducati ที่นำโดย Marc Marquez และ Francesco Bagnaia ซึ่งมีสถิติที่ยอดเยี่ยมในสนามแห่งนี้ รวมถึง Pedro Acosta จากค่าย KTM ต่างก็พร้อมที่จะลงมาบดขยี้เพื่อช่วงชิงพื้นที่บนโพเดียมอย่างไม่มีใครยอมใคร

ร่วมติดตามการประลองความเร็วและเกมชิงไหวชิงพริบสุดเข้มข้นตลอดทั้งสุดสัปดาห์นี้ได้ตามตารางเวลาการแข่งขันด้านล่าง

[MOTOGP] พรีวิว MOTORRAD GRAND PRIX VON ÖSTERREICH 2026MotoGP เดินทางมาถึงสังเวียนความเร็วระดับแนวหน้าในรายการ Motorrad ...
18/09/2026

[MOTOGP] พรีวิว MOTORRAD GRAND PRIX VON ÖSTERREICH 2026

MotoGP เดินทางมาถึงสังเวียนความเร็วระดับแนวหน้าในรายการ Motorrad Grand Prix von Österreich 2026 ณ สนาม Red Bull Ring ประเทศออสเตรีย แทร็กที่โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์แบบ Stop-and-go ซึ่งท้าทายทั้งสมรรถนะของพละกำลังเครื่องยนต์ในการทำอัตราเร่งทางตรงยาว และทดสอบขีดจำกัดของการเบรกอย่างหนักหน่วงในหลายโค้ง

ไฮไลต์สำคัญประจำสุดสัปดาห์นี้หนีไม่พ้นการเป็นโฮมเรซของค่ายสีส้มอย่าง KTM ที่ตั้งเป้าจะสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซต่อหน้าแฟนๆ ในบ้านเกิด หลังจากที่ต้องต่อสู้และจัดการกับปัญหาความทนทานของเครื่องยนต์ในช่วงที่ผ่านมา นักบิดตัวความหวังอย่าง Pedro Acosta และ Brad Binder รวมถึง Enea Bastianini จากทีม Tech3 ต่างมุ่งมั่นที่จะรีดเร้นศักยภาพสูงสุดของแพ็กเกจตัวรถ เพื่อคว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุดและประกาศศักดาในรังของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน กองทัพ Ducati ซึ่งมีสถิติที่ยอดเยี่ยมและเข้าทางกับรูปแบบของสังเวียนแห่งนี้ ก็เตรียมพร้อมที่จะเปิดเกมรุกอย่างเต็มกำลัง แชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง Marc Marquez พร้อมด้วยตัวเต็งอย่าง Jorge Martin และ Marco Bezzecchi คู่แข่งจาก Aprilia ต่างพร้อมที่จะใช้ความได้เปรียบด้านพละกำลังของตัวรถเข้าต่อกร ในทางกลับกัน Francesco Bagnaia ที่ยังคงดิ้นรนกับการเซ็ตอัปช่วงล่างและการหาความรู้สึกที่ใช่จากตัวรถ GP26 ก็กำลังมองหาจุดเปลี่ยนสำคัญเพื่อพลิกสถานการณ์และกลับมาสู่ฟอร์มเก่งของเขาอีกครั้ง
ร่วมติดตามความมันส์และการต่อสู้สุดเดือดแห่งวงการมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกประจำสุดสัปดาห์นี้ได้ตามตารางเวลาการแข่งขันด้านล่าง

[F1] พรีวิว PIRELLI GRAN PREMIO D’ITALIA 2026ศึก Formula 1 เดินทางเข้าสู่สนามประลองความเร็วระดับตำนานใน Autodromo Nazion...
03/09/2026

[F1] พรีวิว PIRELLI GRAN PREMIO D’ITALIA 2026

ศึก Formula 1 เดินทางเข้าสู่สนามประลองความเร็วระดับตำนานใน Autodromo Nazionale Monza ประเทศอิตาลี หรือที่รู้จักกันในนาม "The Temple of Speed" สนามความเร็วสูงที่เน้นการใช้แรงกดต่ำและการทำความเร็วสูงสุดบนทางตรงยาว ควบคู่ไปกับจุดเบรกหนักในช่วง Chicanes

ไฮไลต์สำคัญประจำสุดสัปดาห์นี้อยู่ที่เจ้าถิ่นอย่าง Kimi Antonelli ผู้นำแชมเปียนชิพจาก Mercedes ที่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในโฮมเรซของตัวเอง หลังได้รับการยืนยันว่าจะต้องออกสตาร์ทจากท้ายกริดเนื่องจากการเปลี่ยน Power Unit เกินโควตา ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง George Russell พร้อมล่าโพเดียมอย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาคะแนนสะสมให้กับทีม

ทางด้าน McLaren กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงสุด ๆ หลัง Lando Norris คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกันและต้องการสานต่อโมเมนตัมบนแทร็กที่ต้องพึ่งพาประสิทธิภาพของแพ็กเกจตัวรถขณะที่ Ferrari ภายใต้การขับของ Lewis Hamilton และ Charles Leclerc มุ่งมั่นที่จะแก้ตัวและมอบผลงานระดับท็อปต่อหน้าแฟนคลับ Tifosi หลังเจอกับความผิดพลาดด้านกลยุทธ์ในการแข่งขันที่ Zandvoort

ร่วมติดตามการประลองความเร็วและการต่อสู้สุดเข้มข้นตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ตามตารางเวลาการแข่งขันด้านล่างครับ

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: MERCEDES-AMG PETRONAS F1 TEAMหลังจาก 4 ปีที่ตกต่ำกับรถแข่งยุค Ground-Effect จักรวรรดิ Merc...
03/09/2026

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: MERCEDES-AMG PETRONAS F1 TEAM

หลังจาก 4 ปีที่ตกต่ำกับรถแข่งยุค Ground-Effect จักรวรรดิ Mercedes ของ Toto Wolff ก็เอาคืนแบบทบต้นทบดอก ความพยายามร่วมกันของทีมพัฒนาโครงสร้างตัวถังใน Brackley และแผนก Power Unit ใน Brixworth ได้สร้างจรวดทางเรียบขึ้นมา แต่ปัญหาด้านความทนทานได้ฉุดเกรดของพวกเขาลงมาอยู่ที่ "A-" ตามความคิดเห็นของ Filip Cleeren

💪ข้อดี:
Mercedes ผ่านการทดสอบ Pre-Season ในฐานะตัวเต็งสำหรับกฎข้อบังคับยุคใหม่ ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และการจ่ายพลังงานที่สุดยอด ทำให้หลายคนย้อนนึกถึงถึงความยิ่งใหญ่ของพวกเขาในปี 2014 รอบ Qualifying ที่ Australia ดูเหมือนจะยืนยันสิ่งนั้นได้เป็นอย่างดี เมื่อ George Russell และ Kimi Antonelli ทำเวลาทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น และทีมก็เดินหน้ากวาดโพลได้ทั้ง 10 สนามแรก และคว้าชัยชนะ 6 สนามแรกติดต่อกัน จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำบนตารางคะแนนสะสมในทุกประเภท

สถิติการคว้าชัยชนะ 5 สนามติดต่อกันของ Antonelli นั้นน่าประทับใจ โดยหนุ่มน้อยชาวอิตาเลียนรายนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและแน่วแน่มากขึ้น ในขณะที่เขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์

เขาดูเหมือนจะเป็นคนที่ใคร ๆ ก็อยากเอาชนะ โดยมีคะแนนนำหน้า Lewis Hamilton อยู่ 50 แต้มเมื่อเข้าสู่ Summer Break ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง Russell ตามหลังอยู่ 9 แต้มในตารางคะแนนสะสมประเภททีมผู้สร้างโดย Mercedes กุมความได้เปรียบนำหน้า Ferrari อยู่ถึง 72 แต้ม

📉ข้อเสีย:
แต่ทีมจาก Brackley ควรจะทำได้ดีกว่านี้ หากไม่เจอกับปัญหาด้านความทนทานโดยเฉพาะในฝั่งของ Power Unit ซึ่งคอยตามหลอกหลอนทั้งทีมโรงงานและทีมลูกค้า Russell ต้องออกจากการแข่งขันขณะเป็นผู้นำที่ Canada ในขณะที่ Antonelli ก็ต้องเผชิญกับความโชคร้ายจากปัญหาระบบไฟฟ้าที่ทำให้รถพังจนไปต่อไม่ได้ใน Barcelona

Mercedes นำการปรับปรุงด้านความทนทานมาสู่ชุดแบตเตอรี่ของพวกเขา แต่นั่นจะแลกมาด้วยการโดนบทลงโทษที่ใช้ส่วนประกอบของเครื่องยนต์เกินโควต้าในช่วงหลังจากนี้ ในขณะเดียวกัน Ferrari และ McLaren ก็ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในฝั่งของโครงสร้างตัวถังเพื่อลดช่องว่างด้านการพัฒนา ซึ่งเปิดทางให้ทั้งสองทีมสามารถคว้าชัยชนะได้ก่อน Summer Break อย่างไรก็ตาม Mercedes ยังคงวางแผนที่จะนำชุดอัปเกรดของตัวเองออกมา ซึ่งน่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งหัวแถวของพวกเขาได้

อีกหนึ่งความท้าทายสำหรับ Mercedes คือ Russell ควรทำได้ดีกว่านี้หากยังคิดว่าตัวเองเหมาะจะเป็นนักขับมือ 1 ของทีมหลังจากที่เขาโดน Kimi ที่พึ่งขึ้นมาขับ F1 เป็นปีที่ 2 ทำผลงานได้เกินความคาดหมาย

🗣สิ่งที่พวกเขาพูด:
Toto Wolff: "เราไม่ได้นำชุดอัปเกรดเข้ามาสักระยะหนึ่งแล้ว และคุณก็เห็นได้ว่านี่จะเป็นการต่อสู้ฟาดฟันด้านการพัฒนาในการก้าวไปข้างหน้า เราจำเป็นต้องมีกลยุทธ์เกี่ยวกับจังหวะเวลาที่จะนำชุดอัปเกรดเข้ามา เมื่อไหร่ที่เราคิดว่ามันจะส่งผลกระทบต่อสมรรถนะได้มากที่สุด แทนที่จะแค่ยัดมันลงไปในทุกการแข่งขันเหมือนในอดีต เราพยายามที่จะเก็บมันไว้ให้มากขึ้นอีกสักหน่อยสำหรับช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล

"แม้ว่าช่องว่างจะอยู่ที่ 50 แต้ม แต่มันก็ยังเหลือการแข่งขันอีกหลายสนาม การมี DNF สักครั้งหรือ 2 ครั้งสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างมหาศาล และเราก็ไม่ได้ทำผลงานด้านความทนทานได้ดีเยี่ยมสักเท่าไหร่ ดังนั้น เราก็แค่ต้องเดินหน้าเพื่อรีดศักยภาพสูงสุดออกมาให้ได้ในทุก ๆ วันตั้งแต่วันศุกร์ไปจนถึงวันอาทิตย์ และจากนั้นก็หวังว่าในท้ายที่สุดแล้วมันจะเพียงพอ"

Source: Filip Cleeren from motorsport.com
Photo: Motorsport.com

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: SCUDERIA FERRARI HPFred Vasseur ตัดสินใจให้ Ferrari เบนเข็มไปโฟกัสกับปี 2026 ตั้งแต่ช่วงเด...
02/09/2026

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: SCUDERIA FERRARI HP

Fred Vasseur ตัดสินใจให้ Ferrari เบนเข็มไปโฟกัสกับปี 2026 ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว ด้วยการที่ทีม Scuderia ไม่สามารถไล่กวด McLaren ได้ทัน แม้ว่าในตอนนั้นอาจจะไม่ค่อยถูกใจเหล่าแฟนเดนตายชาวอิตาเลียนที่ตั้งความหวังไว้สูงก็ตาม

พวกเขามีกระสุนเพียงนัดเดียวที่จะยิงให้เข้าเป้ากับกฎข้อบังคับปี 2026 และเมื่อวัดจากผลงานในช่วงครึ่งแรกของปีพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ โดยรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนประเภททีม ส่งผลให้ Ferrari คว้าเกรด "B+" จาก Filip Cleeren ไปครอง

💪ข้อดี:
Ferrari สร้างความประทับใจด้วยแนวทางที่กล้าหาญและเต็มไปด้วยนวัตกรรมสำหรับชุดกฎข้อบังคับปี 2026 เริ่มตั้งแต่ Maracena wing แบบกลับหัวไปจนถึง Exhaust Winglets ซึ่งทั้งสองชิ้นส่วนนี้ทำเอาหลายคนใน Paddock ถึงกับงง และในไม่ช้าก็เกิดการลอกเลียนแบบจากบรรดาทีมคู่แข่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในวงการนี้

โดยภาพรวมแล้ว ทัพม้าลำพองออกจากจุดสตาร์ทด้วยความกระฉับกระเฉง และทีมก็ได้สร้างหนึ่งในโครงสร้างตัวถังที่ดีที่สุดหรืออาจจะดีที่สุด เพื่อเปิดฉากฤดูกาลโดยสานต่อการออกสตาร์ทอันแข็งแกร่งนั้นด้วยการกระหน่ำอัปเดตด้านอากาศพลศาสตร์อย่างต่อเนื่อง

สิ่งนี้เปิดทางให้ Ferrari กลายเป็นคู่แข่งที่ตามจี้ Mercedes มากที่สุดแม้ว่าจะมีขุมพลังที่เป็นรองก็ตาม ประกอบกับผลงานของ Lewis Hamilton ก็หมายความว่าตอนนี้ทีมจาก Maranello มีกระสุนสองนัดพร้อมรบในแทบจะทุกสนาม โดยทั้งแชมป์โลก 7 สมัยและเพื่อนร่วมทีมอย่าง Charles Leclerc ต่างก็ปลดล็อกคว้าชัยชนะกันไปคนละครั้ง และตอนนี้ Hamilton ก็กลายเป็นผู้ท้าชิง Kimi Antonelli อย่างเต็มตัว

ระหว่างรถแข่งที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและการระดมชุดอัปเกรดที่มีประสิทธิภาพ Ferrari ได้สร้างมาตรฐานหลาย ๆ ด้านในปีนี้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมที่เหลือใน Paddock

📉ข้อเสีย:
Ferrari ก็ยังเป็น Ferrari อยู่วันยังค่ำ การจัดการในสุดสัปดาห์การแข่งขันยังเป็นปัญหาสำหรับทีมงานข้างสนามไม่ว่าจะเป็นแผนการทำ Pit Stop หรือการเลือก set-up ตัวรถ จากที่เห็นในหลาย ๆ ครั้งที่พวกเขาเลือกทิศทางการ set-up ผิดพลาด เช่นในศึก Austrian GP ที่ทีมคาดการสภาพอาการผิดพลาด พวกเขายังควรจะทำได้ดีกว่านี้มากที่ Hungary แต่กลับปล่อยให้รถแข่งทั้ง 2 คันพลาดโพเดียมไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของ Ferrari ก็คือ Power Unit โดยพวกเขาต้องสูญเสียเวลาต่อรอบไปหลายมิลลิวินาทีบนทางตรงให้กับ Mercedes

อีกหนึ่งข้อกังวลก็คือ Ferrari ได้ระดมชุดอัปเกรดออกมามากมายจนระดับการพัฒนาของพวกเขาจะกลายเป็นเรื่องยากที่จะรักษาเอาไว้ได้หลัง Summer Break จากข้อจำกัดของกฎ Budget Cap ซึ่งเป็นการเปิดประตูให้ Mercedes ที่มีแผนการอัปเกรดอีกแบบสามารถทวงตำแหน่งผู้นำกลับคืนไปได้ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความกังวลนั้นมีเหตุผลหรือไม่ (CF: ระยะทางพิสูจน์ม้า แต่กาลเวลาไม่เคยพิสูจน์ Ferrari ได้เลย ผมท้อครับ)

🗣สิ่งที่พวกเขาพูด:
Fred Vasseur: "ช่วงแรกของฤดูกาลถูกแบ่งออกเป็นสองระยะ ระยะแรกคือจนถึงที่ Spain ตอนที่ Mercedes กำลังติดปีกบิน พวกเขาทำคะแนนได้มากกว่าเราประมาณ 100 แต้มในการแข่งขัน 4 หรือ 5 สนาม และหลังจากที่ Spain เราทำคะแนนได้มากกว่า Mercedes ใน 4 หรือ 5 สนามเหล่านี้"

"จุดที่เราต้องปรับปรุง ผมคงต้องบอกว่าคือการลงมือปฏิบัติ เรารู้ว่าเราต้องปรับปรุงในฝั่งของเครื่องยนต์ และเราจะทำมันให้ได้ แม้ว่าความเร็วในการปรับปรุงเครื่องยนต์จะสูงกว่าในฝั่งของโครงสร้างตัวถังมากก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสามารถในการรักษาระดับการพัฒนาเอาไว้ให้ได้ McLaren ได้ก้าวกระโดดไปข้างหน้าครั้งใหญ่ แต่พวกเขาไม่ได้มีปรัชญาที่เหมือนกับเราเสียทีเดียว เพราะพวกเขากำลังนำแพ็กเกจชุดใหญ่เข้ามา เรามีแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยพยายามนำชิ้นส่วนใหม่ ๆ เข้ามาในทุก ๆ การแข่งขัน และเราต้องรักษาโมเมนตัมนี้เอาไว้ให้ได้ เพราะยังเหลือการแข่งขันอีก 12 สนาม เรามีพื้นที่สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังในทุก ๆ จุด และเราต้องรักษาระดับนี้เอาไว้ให้ได้"

Source: Filip Cleeren from motorsport.com
Photo: Motorsport.com

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: MCLAREN MASTERCARD F1 TEAMMcLaren ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสานต่อความสำเร็จจากการคว้าแชม...
01/09/2026

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: MCLAREN MASTERCARD F1 TEAM

McLaren ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสานต่อความสำเร็จจากการคว้าแชมป์โลกประเภททีมสองสมัยซ้อน ด้วยกฎข้อบังคับใหม่ในปีนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าทีมจาก Woking จะเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งนี้มาเป็นอย่างดี แต่ทีมคงเมาค้างจากการลุ้นแชมป์ในปี 2025 และปัญหาในการรีดสมรรถนะจากขุมพลังของ Mercedes ทำให้พวกเขาต้องตกเป็นรองในปีนี้ แต่การเร่งเครื่องขึ้นมาในช่วงกลางฤดูกาลตามสไตล์ของ McLaren ก็ช่วยให้ Filip Cleeren มอบเกรด "B-" ให้พวกเขา

📉ข้อเสีย:
กฎใหม่ ผู้นำหน้าใหม่ ด้วยการเริ่มต้นของยุคปี 2026 ที่ Power Unit เป็นตัวแปรสำคัญ มันจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ทีมโรงงานอย่าง Mercedes จะชิงความได้เปรียบจากทีมอื่น ๆ ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงทีมลูกค้าของพวกเขาเองด้วย จากการรีดเร้นสมรรถนะของระบบไฮบริดใหม่ที่แสนจะซับซ้อน

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ McLaren ยังต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามตั้งแต่วันแรกในฝั่งของโครงสร้างตัวถังและอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าทีมจะเตรียมใจรับมือไว้อยู่แล้ว รวมถึงการลุ้นแชมป์โลกของนักขับทั้ง 2 ของทีมกับ Max Verstappen บีบให้ McLaren ต้องทุ่มเททรัพยากรไปกับปี 2025 มากกว่าที่คาดไว้ ทำให้ลดทอนประสิทธิภาพของรถปี 2026 ลงไป

เมื่อบวกกับการเปลี่ยนรูปแบบด้านอากาศพลศาสตร์ในช่วงกลางคัน McLaren จึงปรากฏตัวพร้อมกับรถแข่งปี 2026 ที่ตามการประเมินของพวกเขาแล้วนั้น ตามหลังคู่แข่งโดยตรงอยู่ 2 ถึง 3 เดือนในแง่ของการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์

สิ่งนั้นเห็นได้ชัดตั้งแต่วันแรก เมื่อ Mercedes โชว์รถแข่งที่เหนือกว่ามากออกมา ในขณะที่ Ferrari ถึงแม้จะมีจุดอ่อนเรื่องเครื่องยนต์ แต่ก็ดูเหมือนจะรั้งอันดับ 2 ของทีมที่ดีที่สุดด้วยรถแข่ง SF-26

จากปัญหาต่าง ๆ ของตัวรถ MCL40 ทำให้ทีมตกเป็นรองอย่างหนักเข้าไปอีกจากการที่ต้องถอนตัวถึง 3 จาก 4 สนามแรก ผลก็คือ McLaren พบว่าตัวเองรั้งอันดับ 3 เมื่อมาถึงช่วงกลางฤดูกาล โดยผลงาน 220 แต้มของพวกเขาตามหลังผู้นำอย่าง Mercedes ด้วยช่องว่างที่ห่างกันถึง 159 แต้ม ซึ่งดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไล่ตามทัน

💪ข้อดี:
การออกสตาร์ทด้วยการตกเป็นรองหมายความว่า McLaren ต้องกลับไปพึ่งพาสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีที่สุด นั่นคือการอัปเกรดรถระหว่างฤฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2024 เมื่อการอัปเกรดที่ Miami เปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นทีมที่ใครก็ต้องเอาชนะใน F1

ต่อเนื่องมาถึงสุดสัปดาห์ที่ Japan ซึ่ง Piastri คว้าอันดับ 2 มาได้ แพ็กเกจ 2 แบบระหว่าง Miami กับ Montreal ทำให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าปีกหน้าแบบใหม่จะยังต้องการเวลาในการทดสอบอีกสักหน่อยเพื่อที่จะถูกรีดสมรรถนะออกมาได้อย่างเต็มที่

Norris คว้าชัยชนะในรอบ Sprint ที่ Miami ก่อนที่ทีมจะผงาดกวาดโพเดียมคู่ใน Main Race แม้ว่าการแข่งขันในสนามต่อ ๆ มาจะยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าทีมยังต้องการการอัปเกรดอีกสัก 2-3 รอบเพื่อต่อกรกับ Mercedes นำมาซึ่งการอัปเกรดพื้นรถที่ถูกออกแบบใหม่สำหรับ Hungary ควบคู่ไปกับปีกหน้าเวอร์ชันล่าสุดของพวกเขา และมันได้เปิดทางให้ Norris และ Piastri สามารถโชว์ประสิทธิภาพของรถออกมาได้อยากสุดฝีมือ

ไม่ว่าทีมจะสามารถยืนหยัดก้าวไปข้างหน้าได้หรือไม่ เรายังคงต้องรอคำตอบกันต่อไป แต่มันก็มุ่งหน้าเข้าสู่ Summer Break ด้วยมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นสำหรับช่วงที่เหลือของปีอย่างแน่นอน

🗣สิ่งที่พวกเขาพูด:
Andrea Stella: "การพัฒนาให้ดีขึ้นนี้สามารถยกเครดิตทั้งหมดให้กับชุดอัปเกรดที่เรานำไป ด้วยความสัตย์จริง ผมยังคงเชื่อว่าถ้าเราอยากจะอยู่ในจุดที่สามารถต่อสู้เพื่อแย่งชิงชัยชนะได้อย่างสม่ำเสมอในอนาคต เราจำเป็นต้องจดจ่ออยู่กับการส่งมอบการอัปเกรดให้มากขึ้น นั่นคือแผนการ แต่เราไม่ได้ไร้เดียงสาหรอกนะ เรารู้ดีว่านี่จะเป็นแผนของทุก ๆ ทีมเช่นกัน มันเป็นเรื่องของการแข่งขันด้านการอัปเกรด"

"ข่าวดีก็คือตอนนี้ McLaren กลับเข้าสู่การแข่งขันด้านการอัปเกรดนี้แล้วในขณะที่กำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูง แต่ผมคาดว่ารถแข่งที่จะเป็นรถแข่งที่ดีที่สุดในช่วงปลายฤดูกาล จะยังคงเพิ่มความเร็วได้อีกหลายมิลลิวินาทีในการแข่งขัน 11 สนามข้างหน้า ซึ่งอาจจะมากถึงครึ่งวินาทีด้วยซ้ำ ดังนั้น มีงานหนักรออยู่ข้างหน้าสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่กับ McLaren เท่านั้น"

Source: Filip Cleeren from motorsport.com
Photo: Motorsport.com

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: ORACLE RED BULL RACINGRed Bull เริ่มต้นเส้นทางในฐานะผู้ผลิต Power Unit เต็มตัวได้อย่างน่าท...
31/08/2026

[F1] ตัดเกรดครึ่งฤดูกาล 2026: ORACLE RED BULL RACING

Red Bull เริ่มต้นเส้นทางในฐานะผู้ผลิต Power Unit เต็มตัวได้อย่างน่าทึ่ง แต่ในฝั่งของโครงสร้างตัวถัง ทีมกลับตกเป็นรองคู่แข่งระดับท็อปมาตั้งแต่วันแรกทั้ง ๆ ที่นี่คือจุกเด่นของทีมจาก Milton Keynes มาโดยตลอด การเร่งเครื่องในช่วงท้ายก่อนเข้าสู่ Summer Break ช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ Filip Cleeren มอบเกรด "C-" ให้กับพวกเขา

📉ข้อเสีย:
Red Bull เริ่มต้นปี 2026 ในฐานะทีมที่เร็วที่สุดเป็นอันดับ 4 ที่ Melbourne ในช่วงแรกความเสียเปรียบส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นผลมาจากการจ่ายพลังงานและการขาดความสามารถในการควบคุม Power Unit ที่แข็งแกร่งของพวกเขา รวมถึงจังหวะออกสตาร์ทที่ย่ำแย่เอามาก ๆ

ยังไม่พอ Red Bull ยังมีรถแข่งที่ปรับแต่งยากและยากที่จะหาจุดลงตัวแล้วรักษามันเอาไว้ โดยทั้ง Max Verstappen และเพื่อนร่วมทีมอย่าง Isack Hadjar ต้องทนกับอาการของรถที่คาดเดาไม่ได้ในแทบจะทุกสุดสัปดาห์

ปัญหาเหล่านั้นได้จุดชนวนข่าวลือเดิม ๆ เกี่ยวกับอนาคตของ Max ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งแทบจะกลายเป็นธรรมเนียมช่วง Summer สำหรับ F1 ไปแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการสยบข่าวลือเหล่านั้นก็แค่สร้างรถแข่งที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันขึ้นมา แต่ในตารางคะแนนความเสียหายมันได้เกิดขึ้นไปแล้ว โดยตอนนี้ Red Bull รั้งอันดับ 4 ในขณะที่ Verstappen ครองอันดับ 6 ก่อนเข้าสู่ Summer Break

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของ Red Bull เลยก็คือเครื่องยนต์ RBF-DM01 ของพวกเขาถูกกำหนดให้เป็นบรรทัดฐานของกริดจากผลทดสอบ ADUO ซึ่งนั่นเป็นการปิดประตูไม่ให้ Red Bull-Ford Powertrains สามารถเพิ่มการอัปเกรดให้กับมันได้อีก

💪ข้อดี:
ข่าวดีก็คือ Red Bull กำลังก้าวกระโดดครั้งใหญ่ แม้ว่าอาการของรถแข่งจะไม่ได้ดั่งใจเสมอไปก็ตาม จากการตามหลังมากกว่า 1 วินาทีที่ Australia ทีมจาก Milton Keynes ได้นำชุดอัปเกรด Aerodynamic จำนวนมากมาติดตั้งลงบน RB22 ซึ่งทำให้ Max สามารถกวาดไปได้ถึง 4 โพเดียม รวมถึง 3 จาก 4 สนามล่าสุด ส่วนเรื่องที่ว่า Red Bull จะสามารถรักษาระดับการพัฒนาแบบนั้นเอาไว้ได้หรือไม่ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

อีกหนึ่งแง่บวกคือผลงานของนักขับมือ 2 อย่าง Isack Hadjar ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกของเขากับทีมใหญ่ โดยสามารถทำเวลาเกาะติด Max ได้อย่างสูสีในรอบ Qualifying ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นนักขับที่สามารถจบใน 6 อันดับแรกได้อย่างสม่ำเสมอ

🗣สิ่งที่พวกเขาพูด:
Laurent Mekies: "อย่ามาหวังให้ผมพูดเลยว่าเราพึงพอใจ เพราะเราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราจะไม่พอใจจนกว่าเราจะกลับไปมีรถแข่งที่มีความเร็วมากพอที่จะคว้าชัยชนะได้ด้วยฝีมือจริง ๆ"

"เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกระหว่างความสมดุลของปีนี้และปีหน้า และผมคาดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วกว่าสิ่งที่เราทำเมื่อปีที่แล้ว เราได้นำการพัฒนาจำนวนมากมาใส่ในรถแข่งเพื่อพยายามแก้ไขจุดอ่อนขนาดใหญ่ที่เรามีในตอนแรกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และมันอาจจะยากที่จะจินตนาการว่าเราจะยังคงเดินหน้าต่อไปในจังหวะนั้น แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องมาดูกันว่าวิธีไหนคือวิธีที่ดีที่สุดในการพยายามหั่นเวลา 0.3 วินาทีสุดท้ายเหล่านี้ให้ได้"

Source: Filip Cleeren from motorsport.com
Photo: Motorsport.com

ที่อยู่

Hua Samrong
Plaeng Yao
24190

เบอร์โทรศัพท์

+66886490134

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Chequered Flag โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Chequered Flag:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่