24/08/2026
Head Copy: อย่าขัดขวางสมองของเรา
ในโพสต์ก่อนหน้า เราคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของเราเวลารับฟังรหัสมอร์ส ว่ากว่าเราจะเข้าใจข้อความหนึ่งๆ สมองต้องถอดรหัสจากเสียงเป็นตัวอักษร จดจำตัวอักษรเหล่านั้นไว้เพื่อรวบรวมให้ครบเป็นคำ สรุปข้อมูลจากตัวอักษรหลายตัวให้เหลือเป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้เพียงหน่วยเดียว แล้วจึงลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกเพื่อเปิดพื้นที่รับข้อความถัดไป ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ สมองของเราทำสิ่งเหล่านี้ได้เองตามธรรมชาติครับ
แต่ในบางครั้ง เรากลับเป็นคนเข้าไปทำให้กระบวนการเหล่านี้ทำงานได้ยากขึ้นเสียเอง ด้วยเหตุผลหลักก็คือ ความกลัวว่าจะพลาด
ลองนึกถึงการทดสอบความจำที่หมอให้เราจำของ 3 อย่างเอาไว้ เช่น รถยนต์ มะม่วง และแมว แล้วให้เราไปทำแบบทดสอบอย่างอื่นต่อ ก่อนจะกลับมาถามอีกครั้งว่าของ 3 อย่างนั้นคืออะไร
ผมเชื่อว่าหลายๆ คนจะทำสิ่งเดียวกัน คือคอยท่องคำว่า รถยนต์ มะม่วง แมว อยู่ในหัวเป็นระยะๆ เพราะกลัวจะลืม
กลายเป็นว่า ในขณะที่เรากำลังทำแบบทดสอบอื่น สมองของเราก็ต้องใช้ความคิดกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วเรายังต้องแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเอาไว้คอยท่อง “รถยนต์ มะม่วง แมว” อีก สุดท้ายก็ทำให้ประสิทธิภาพในการทำแบบทดสอบลดลง
นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการรับรหัสมอร์สครับ
เมื่อเรารับตัวอักษรมาแล้ว เราอาจเริ่มกังวลว่าจะลืมตัวอักษรที่เพิ่งรับมาแล้วจะพลาดในการรับข้อความทั้งหมด เราจึงพยายามท่องย้ำตัวอักษรที่เพิ่งผ่านมาเอาไว้ในหัวให้ตลอดเวลา ทั้งที่จริงๆ สมองของเรามีศักยภาพที่จะจำได้เองอยู่แล้ว แต่พอเราเพ่งความมุ่งมั่นไปที่การจำตัวอักษรที่รับมาแล้วมากขึ้น ความสามารถในการรับตัวอักษรใหม่ก็จะลดลงไปเสียอย่างนั้น
พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องเข้าใจได้ครับ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเจอกับประสบการณ์นี้กันมาแล้วทั้งนั้น รวมทั้งผมด้วย
แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อลดพฤติกรรมนี้ลง?
วิธีหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจก็คือ จดครับ แต่ไม่ต้องมองมัน
การทำ Hand Copy ไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ ถ้าคุณรับรหัสมอร์สที่ความเร็วประมาณ 15 WPM แล้วสามารถจดได้ทุกตัว ก็ทำต่อไปได้เลย เพราะกระดาษกำลังทำหน้าที่จำข้อมูลแทนสมองของเราอยู่แล้ว หากอยากรับข้อความที่เร็วขึ้น ก็ฝึกเขียนให้เร็วขึ้น เท่านั้นเอง
แต่ถ้าเราอยากก้าวไปสู่ความเร็วที่สูงขึ้น จนถึงจุดที่ข้อความมาเร็วเกินกว่าที่เราจะเขียนตามได้ ในตอนนั้น การเขียนก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียแล้ว สิ่งที่เราต้องการในวินาทีนั้นก็คือการทำให้เรามั่นใจว่า เราไม่จำเป็นต้องจดก็ได้
กระบวนการสร้างความมั่นใจที่ว่า ผมอยากให้ลองรับรหัสมอร์สแบบ Head Copy โดยเขียนสิ่งที่ได้ยินลงบนกระดาษไปด้วยในเวลาเดียวกัน แต่มีเงื่อนไขว่า ห้ามก้มลงไปดูว่าตัวเองเขียนอะไรจนกว่าจะรับข้อความเสร็จ ทั้งนี้ ให้เริ่มจากความเร็วที่เราสามารถรับได้คล่อง และสามารถเขียนได้ทันก่อน
ตัวหนังสือจะโย้บ้าง อ่านยากบ้างก็ช่างมัน เพราะจุดประสงค์ของการจดในตอนนี้ ไม่ใช่เพื่อใช้กระดาษเป็นตัวรับข้อความเป็นหลัก แต่เพื่อบอกสมองของเราว่า ถ้าเราลืม อย่างน้อยมันก็ยังมีข้อมูลสำรองอยู่บนกระดาษ เมื่อรู้ว่ามีข้อมูลสำรองอยู่ ความกังวลก็ลดลง และเราไม่ต้องคอยสั่งให้สมองจำตัวอักษรทุกตัวเอาไว้ในหัวตลอดเวลาอีกต่อไป
เมื่อฝึกไปเรื่อยๆ เราจะพบว่าจากเดิมที่ต้องจดทุกตัว ก็เริ่มจดน้อยลง และในที่สุดก็อาจพบว่า เราไม่ได้จดอะไรเลย เพราะเราสามารถจับข้อความที่ถูกส่งมาได้ โดยไม่ต้องดูสิ่งที่เราจดไว้เลย เมื่อเรามั่นใจว่าเราสามารถรับข้อความต่อไปได้แม้จะลืมหรือพลาดไปบ้าง เราก็ค่อยเพิ่มความเร็วของข้อความต่อไป
อ้าว แล้วถ้าเราพลาดล่ะ เราต้องทำอย่างไร?
คำตอบของผมก็คือ ปล่อยไปครับ
เพราะในการสนทนาจริง เราเองก็ไม่ได้ยินทุกคำของคู่สนทนาได้ชัดเจน 100% ตลอดเวลา แต่เรายังสามารถเข้าใจได้ว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร
หีอในการอ่านหนังสือ ก็มีบ่อยครั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจมองตัวอักษรทุกตัว หรือหยุดเพื่อทำความเข้าใจกับทุกคำ แต่เรายังสามารถเข้าใจเนื้อหาโดยรวมได้
กับรหัสมอร์สก็เช่นกันครับ
เราไม่จำเป็นต้องรับได้ทุกตัวอักษรเพื่อที่จะเข้าใจข้อความ
ถ้าพลาดไปหนึ่งตัว หนึ่งคำ หรือเจอคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ไม่รู้จัก ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดเพื่อย้อนกลับไปจัดการกับมัน ปล่อยให้ข้อความเดินหน้าต่อไป และใช้บริบทที่เรามีช่วยทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังฟังอยู่
เพราะสิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่การรู้ว่าทุกตัวอักษรคืออะไร แต่คือการรู้ว่าคู่สนทนากำลังพูดเรื่องอะไร
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องความเร็วครับ
เรามักคิดว่าถ้ารับไม่ทัน ก็ควรลดความเร็วลง เพื่อให้มีเวลาคิดมากขึ้น
แต่สำหรับ Head Copy ความเร็วที่ช้าเกินไปก็มีข้อเสียเหมือนกัน
ลองนึกถึงคำว่า INTERESTING
คำๆ นี้ ถ้าส่งด้วยความเร็ว 8 WPM จะใช้เวลา 11.25 วินาที
แต่ถ้าเพิ่มความเร็วเป็น 12 WPM จะเหลือ 7.50 วินาที
ที่ 15 WPM เหลือ 6 วินาที
และที่ 18 WPM จะเหลือเพียง 5 วินาที
นั่นแปลว่าที่ 8 WPM กว่าที่เราจะได้รับตัวอักษรตัวสุดท้ายของคำว่า INTERESTING เราต้องเก็บตัวอักษรตัวแรกเอาไว้ในหัวนานเกิน 11 วินาที
แต่ที่ 18 WPM เวลาที่ว่าจะเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่ง
นั่นคือถ้าข้อความเร็วขึ้นในระดับที่เหมาะสม ตัวอักษรทั้งหมดจะเข้ามาใกล้กันมากขึ้น และสมองก็สามารถรวมมันเป็นคำได้เร็วขึ้น
จากตัวอักษรหลายตัว จึงกลายเป็นข้อมูลเพียงหนึ่งหน่วยได้เร็วขึ้น
ดังนั้น การฝึกกับความเร็วที่สูงขึ้นจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้เราถอดรหัสได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดเวลาที่เราต้องเก็บข้อมูลดิบเอาไว้ในหัวก่อนที่สมองจะสรุปมันเป็นคำด้วย
แต่ก็เป็นที่แน่นอนครับ ว่าถ้าข้อความเร็วเกินไป เราก็รับไม่ทัน จึงต้องหาความเร็วที่เหมาะสมกับตัวเราในขณะนี้ก่อน และค่อยๆ ขยับมันขึ้นเมื่อพร้อม
สุดท้ายแล้ว ผมคิดว่า Head Copy ไม่ได้เกิดจากการที่เราพยายามจำตัวอักษรให้ได้มากขึ้น หรือเร็วขึ้นเท่านั้น
แต่เกิดจากการที่เรา มั่นใจว่า ถึงเราจะลืมหรือพลาดไปบ้าง เราก็ยังสามารถรับข้อความต่อไปได้ เมื่อมีความมั่นใจ เราก็ไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าจำสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่ต้องย้อนกลับไปหาสิ่งที่พลาด และไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำทุกตัวอักษร
เราสามารถปล่อยให้สมองทำหน้าที่ของมัน
ถอดรหัส → รวมเป็นคำ → สรุปความ → ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น → รับข้อความต่อไป
เพราะสุดท้ายแล้ว สมองของเรารู้วิธีจัดการข้อมูลของมันเองอยู่แล้วครับ
หน้าที่ของเราคืออย่าไปขัดขวางมันด้วยความกังวลของเราเอง
ยาก แต่ฝึกได้ครับ
ลองฝึกกันดูนะครับ เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์แน่นอนครับ
Bangkok CW Group