21/06/2026
กลอนบทที่ 3 ในคัมภีร์ 36 บทของ ปา-กว้า-จ่าง มีชื่อว่า "การเดินวงกลม" (Circle-walking) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกฝนวิชา
1. ท่าร่างและการวางเท้า
"ท่าร่างต้องย่อลงและเท้าแต่ละข้างเหยียดตรงเมื่อก้าวไปข้างหน้า" การเดินวงกลมต้องทำในลักษณะที่ร่างกายส่วนล่างย่อต่ำลง โดยเท้าต้องวางให้ตรงแนวกับขาและส้นเท้าต้องสัมผัสพื้นเสมอ เพื่อสร้างและเสริมความแข็งแรง
ให้กับการเชื่อมต่อของเส้นเอ็นจากส้นเท้าไปสู่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
การเหยียดเท้าออกไปจนสุดจะช่วยส่งพลังและลมปราณ ไปยังปลายขา หากข้อเท้าเกร็งหรือกระดกขึ้น พลังจะกระจายหายไปและทำให้การยึดเกาะพื้นทำได้ช้า
2. การผลักโม่หิน
"เดินให้เหมือนกับว่าคุณกำลังผลักโม่หิน" การเดินในวงกลมที่เป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องคิดฟุ้งซ่าน, ต้องใช้แรงส่งจากศูนย์กลางของร่างกายและการหยั่งรากที่เท้าเช่นเดียวกับการเข็นโม่หินหนักๆ, เน้นการเดินที่มั่นคงและหนักแน่นมากกว่าการเน้นความเร็ว
3. การทำงานประสานกันของส่วนล่างและเอว
"เข่างอ สะโพกคล้อยตาม และเอวบิดอย่างเต็มที่" เมื่อเดินวงกลม การบิดเอวอย่างเต็มที่จะช่วยพัฒนาพลังพิเศษของปาว่าจางซึ่งมาจากจุดตันเถียนที่ทรงพลัง
สะโพกจะเคลื่อนที่ตามการก้าวเดินไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยพลังไม่ได้มาจากการขยับเชิงกรานเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการประสานงานของทั้งระบบ
4. การใช้สายตาและความสงบนิ่งของร่างกาย
"สายตามองเห็นสามทิศทางโดยที่ร่างกายไม่วอกแวก" หมายถึงสายตาต้องสามารถมองเห็นทั้งด้านหน้าและด้านข้างทั้งสอง (รวม 3 ทิศทาง) ได้โดยไม่ต้องหันศีรษะไปมา ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการเวียนหัวเมื่อต้องเดินวงกลมด้วยความเร็ว
“ความเป็นเอกภาพ” สิ่งนี้ย้ำเตือนถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของร่างกายและจิตวิญญาณ ร่างกายเคลื่อนไหวแต่ดวงตายังคงตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงรอบตัวเสมอ
กลอนบทที่ 3 นี้เน้นย้ำว่าการเดินวงกลมไม่ใช่เพียงแค่การก้าวเดินพอให้เคลื่อนที่ไปเร็วๆ หากแต่เป็นการฝึกที่ต้องอาศัยการย่อตัว การบิดเอวเพื่อสร้างพลังจากภายใน และการใช้สายตาที่ครอบคลุมเพื่อรักษาความสมดุลและความตื่นตัว
:)