02/09/2026
🤔หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานในวงการฟุตบอลวัยเด็กบ้านเรา
โดยเฉพาะในรุ่นอายุต่ำหว่า 12 ปี ถึงเรื่องของรูปแบบการจัด ว่าควรจัดในรูปแบบไหนถึงจะเกิดประโยชน์กับตัวเด็กที่สุด
ด้านฝั่งที่สนับสนุนการจัด 11v11
ให้ความเห็นว่าให้เด็กได้เล่นเกมใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อยไปเลย จะได้คุณเคยกับเกมจริง
แท็คติคจริง ได้ความฟิตเต็มที่
ทางฝั่งที่สนับสนุน แบบ Small Side Game
ก็มีความเห็นว่าเด็กวัยนี้ควรจะเล่นสนามเล็กพอ เพราะได้บอลเยอะกว่า เด็กสนุกกว่า
วันนี้ PlayGista จึงอยากนำงานวิจัยหนึ่งจากประเทศเกาหลีมาให้ทุกท่านได้รับชมกัน งานวิจัยนี้ มีชื่อว่า Comparison of technical and physical
activities between 8 vs. 8 and 11 vs. 11 games in young Korean soccer players
ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Exercise Rehabilitation ปี 2018
โดยคุณ Seong Hwan Oh และ Chang Hwa Joo
เป็นการเก็บข้อมูลจากนักฟุตบอลเยาวชนชายอายุต่ำกว่า
12 ปี จำนวน 79 คน จาก 6 ทีมในสังกัดสมาคมฟุตบอลเกาหลี ให้เล่นทั้งฟอร์แมต 8v8
(สนามเล็ก) และ 11v11 (สนามมาตรฐาน)
โดยควบคุมพื้นที่เล่นต่อคนให้เท่ากันทั้งสองฟอร์แมต เพื่อตัดปัจจัยเรื่อง
"พื้นที่ว่าง" ออกไป เหลือแค่ตัวแปรเดียวคือจำนวนผู้เล่นในสนาม โดยจะติด GPS
ไว้กับเด็กทุกคนในสนาม
📌ผลสรุปออกมาได้ว่า📌
การแข่งขันแบบ Small Side Game มีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งจำนวนการสัมผัสบอล ในสนามเล็กเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่
27.2 เทียบกับสนามใหญ่ 20.1 มากกว่ากันราว 35%
การส่งบอลสำเร็จ สูงกว่าเกือบเท่าตัว (9.9
เทียบกับ 5.9 ครั้ง)
การยิงประตูทั้งหมด มากกว่า 2 เท่า (1.2
เทียบกับ 0.5 ครั้ง)
และ การยิงเข้ากรอบ มากกว่าถึง 4 เท่า (0.8
เทียบกับ 0.2 ครั้ง)
รวมทั้งหมดมี 17
ตัวแปรทางเทคนิคที่สนามเล็กเหนือกว่าสนามใหญ่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
และแม้ข้อโต้แย้งที่ฝั่งสนับสนุนฟุตบอล 11v11 มักจะออกมาค้านว่าในเรื่องความฟิต
สนามใหญ่เด็กย่อมได้แรงมากกว่า
แต่ผลจริงคืออัตราการเต้นของหัวใจแทบไม่ต่างกัน
อยู่ที่ 168 เทียบกับ 163 ครั้ง/นาที ซึ่งสนามเล็กเป็นฝ่ายมากกว่าด้วยซ้ำ
และในส่วนที่สำคัญกว่านั้นคือ ยังพบว่าสนามเล็กมีระยะวิ่งความเร็วสูงหรือการก้าวยาว
และการสปริ้นต์ มากกว่าสนามใหญ่ด้วยซ้ำ
นั่นแปลว่าเด็กได้ทั้งปริมาณทักษะและความฟิตไปพร้อมกัน
ไม่ได้แลกอย่างใดอย่างหนึ่งไป
จุดเดียวที่สนามใหญ่ชนะคือการปะทะลูกโหม่งกลางอากาศ
(0.6 เทียบกับ 0.3 ครั้ง) เพราะสนามกว้างทำให้บอลลอยบ่อยกว่า
ซึ่งถ้ามองในมุมความปลอดภัยของเด็กเล็ก
จุดนี้กลับยิ่งเป็นข้อดีของสนามเล็กมากกว่าจะเป็นข้อเสีย
สิ่งที่ทำให้งานวิจัยนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษคือบริบทตอนตีพิมพ์
ณ ปี 2018 เกาหลีใต้ยังใช้ 11v11 เป็นฟอร์แมตทางการเดียวสำหรับเยาวชน
และสมาคมฟุตบอลเกาหลีกำลังพิจารณาเปลี่ยนนโยบายจากผลของงานวิจัยชิ้นนี้โดยตรง
พูดง่ายๆ คือนี่ไม่ใช่งานวิจัยเชิงทฤษฎีที่ทำแล้ววางไว้บนหิ้ง
แต่เป็นหลักฐานที่ถูกใช้จริงเพื่อผลักดันการเปลี่ยนนโยบายระดับชาติ
ปัจจุบันค่านิยมและความรู้ในการจัดฟุตบอล SSG ในประเทศไทยถือว่าแพร่กระจายเป็นที่กว้างขวางแล้ว
ถึงแม้จะมีการจัดฟุตบอลในรูปแบบที่หลากหลายมากในบ้านเราก็ตาม
แต่ส่วนที่สำคัญคือสมาคมควรส่งเสริมให้มีลีกทางการที่สนับสนุนฟอร์แมตนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
เพื่อส่งเสริมหลักการการจัดการแข่งขันฟุตบอลในวัย Grassroots ที่เหมาะสมและเด็กๆได้ประโยชน์จริงๆ
**อ้างอิง**
Oh, S. H., & Joo, C. H. (2018). Comparison of technical
and physical activities between 8 vs. 8 and 11 vs. 11 games in young Korean
soccer players. *Journal of Exercise Rehabilitation*, 14(2), 253–258. [https://doi.org/10.12965/jer.1836034.017](https://doi.org/10.12965/jer.1836034.017)
เผยแพร่แบบ Open Access ภายใต้ Creative Commons Attribution Non-Commercial License (CC BY-NC)