PlayGista Sport Management

PlayGista Sport Management PlayGista เชื่อว่าการพัฒนาวงการกีฬา
ต้องเติบโตไปพร้อมกันทั้งนักกีฬา โค้ช และระบบโดยรวม

30/07/2026

การออกบอลจากเท้าท่าที่ 3 Drop Kick จะมีขั้นตอนหรือแนวคิดยังไง ไปรับชมกัน
👉 เพื่อน ๆ ในทีมชอบให้โกลเปิดบอลแบบไหนกันบ้าง? ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!
#ผู้รักษาประตู #ฝึกฟุตบอล

29/07/2026

อยากเล่นให้ดีในเกมจริง?

เริ่มจากการซ้อมให้เหมือนเกมจริง

⚽ ยืนปลายเท้า พร้อมเคลื่อนที่ตลอดเวลา
👀 Check Out → Check In ก่อนรับบอล
🧠 Scan หาพื้นที่และคิดล่วงหน้าก่อนบอลมาถึง

เกมจริงไม่ให้เวลาคิด เพราะคุณควรคิดมาตั้งแต่ตอนซ้อมแล้ว

ลองเอา 3 ข้อนี้ไปใช้ในการซ้อมครั้งหน้า แล้วคุณจะรู้สึกถึงความแตกต่าง

28/07/2026

หลายคนจองที่นั่งเข้ามาแล้ว 🙏

ตอนนี้เหลือที่ว่างอีกเพียง ไม่กี่ที่

หากคุณตั้งใจจะมา อย่าปล่อยให้คำว่า "เดี๋ยวก่อน" ทำให้พลาดโอกาสครั้งนี้

ขอบคุณเสื้อกีฬาคุณภาพดีจาก AI SPORT MAIN
สมัครก่อนเต็ม แล้วเจอกันที่เชียงใหม่! 🧤
#ผู้รักษาประตู #โค้ชฟุตบอล #ฟุตบอลเยาวชน #อบรมโค้ช #ผู้รักษาประตูไทย #เชียงใหม่

28/07/2026

มาดูกันต่อกับท่าที่ 2 จาก 3 วิธีออกบอลด้วยเท้าสไตล์มืออาชีพ ท่านี้คือ Volley ที่ทรงพลังและแม่นยำ
👉 เพื่อน ๆ ในทีมชอบให้โกลเปิดบอลแบบไหนกันบ้าง? ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!
#ผู้รักษาประตู #ฝึกฟุตบอล

27/07/2026

มาดูกันชัด ๆ กับ 3 วิธีออกบอลด้วยเท้าสไตล์มืออาชีพ เริ่มจากท่า Side Volley ที่ทรงพลังและแม่นยำ

👉 เพื่อน ๆ ในทีมชอบให้โกลเปิดบอลแบบไหนกันบ้าง? ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!

#ผู้รักษาประตู #ฝึกฟุตบอล

📸 PlayGista Goalkeeper Development ครั้งที่ 3 ⚽🧤อีกหนึ่งวันที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการพัฒนาผ...
27/07/2026

📸 PlayGista Goalkeeper Development ครั้งที่ 3 ⚽🧤

อีกหนึ่งวันที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการพัฒนาผู้รักษาประตูร่วมกัน

ขอขอบคุณ อาจารย์ชัยยง ขำเปี่ยม ที่ถ่ายทอดทั้งองค์ความรู้ เทคนิค และรายละเอียดการฝึกซ้อมที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ทั้งสำหรับโค้ชและผู้รักษาประตูทุกคน

ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่มุ่งมั่นตั้งใจเรียนรู้ และร่วมสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังตลอดทั้งวัน 🙏

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนของเรา
🤝 Aimphan Sport สำหรับการสนับสนุนสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยม
👕 AI Sport สำหรับการสนับสนุนเสื้ออบรมคุณภาพให้กับผู้เข้าร่วมทุกคน

แล้วพบกันใน PlayGista Goalkeeper Development ON TOUR เชียงใหม่
📅 9 สิงหาคม 2569
📍 จังหวัดเชียงใหม่

ตอนนี้ยังเปิดรับสมัครและยังมีที่นั่งว่าง! หากคุณเป็นโค้ชหรือผู้รักษาประตูที่อยากพัฒนาตัวเอง อย่าพลาดโอกาสนี้ แล้วมาเรียนรู้ไปด้วยกัน 💙⚽

#เชียงใหม่

🙏🏽💙🧡Finish! PlayGista Goalkeeper Development Coaching Course ครั้งที่ 3 ณ เอมพันธ์ สปอร์ตNext Station 🏁 เจอกันที่เชียงให...
26/07/2026

🙏🏽💙🧡Finish! PlayGista Goalkeeper Development Coaching Course ครั้งที่ 3 ณ เอมพันธ์ สปอร์ต

Next Station 🏁 เจอกันที่เชียงใหม่ วันที่ 9 สิงหาคม 2569

ขอบคุณผู้อบรมทุกท่านที่ให้ความสนใจในกิจกรรมของเราครับ

ขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี
Aimphan SpAimphan Sportมและสิ่งอำนวยความสะดวกดีๆแบบนี้
AI SPORT MAI SPORT เสื้อกีฬาสวยๆ ใส่สบาย ดีไซน์เท่ ในการอบรมครั้งนี้ครับ
#ชัยยงขำเปี่ยม #บอลไทย

หลายคนที่ทำฟุตบอลหญิงน่าจะเคยเจอปัญหาคล้ายกัน...* รายการแข่งมีไม่บ่อย* บางอคาเดมี่มีนักฟุตบอลหญิงไม่ครบทีม* เด็กซ้อมทุกส...
23/07/2026

หลายคนที่ทำฟุตบอลหญิงน่าจะเคยเจอปัญหาคล้ายกัน...

* รายการแข่งมีไม่บ่อย
* บางอคาเดมี่มีนักฟุตบอลหญิงไม่ครบทีม
* เด็กซ้อมทุกสัปดาห์ แต่แทบหาเกมให้ลงเล่นไม่ได้เลย
* อยากส่งแข่ง แต่มีแต่รายการเด็กผู้ชาย

เลยมีไอเดียหนึ่งที่ PlayGista กำลังคิดอยู่

ถ้ามี "พื้นที่แข่งขันและเล่นฟุตบอลสำหรับผู้หญิง" ที่ไม่ได้เน้นการเป็นแชมป์เป็นหลัก แต่เน้นให้ทุกคนได้ลงเล่น ได้พัฒนา และได้สร้างคอมมูนิตี้ จะเป็นอย่างไร?

เช่น
⚽ สมัครมาได้ทั้งทีม หรือมาคนเดียว สองคน สามคน ก็ได้
⚽ จัดทีมให้เล่นแบบสมดุล
⚽ จัดอย่างต่อเนื่อง
⚽ ทุกคนได้เวลาเล่นอย่างทั่วถึง
⚽ บรรยากาศเป็นมิตร เรียนรู้ และสนุกไปด้วยกัน
⚽️เชิญอดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติหรือผู้เชียวชาญในวงการฟุตบอลหญิงมาร่วมบ้างในบางครั้ง

แน่นอนว่าถ้ายังมีการจัดอันดับหรือทีมชนะ ก็เป็นเพียงสีสันของกิจกรรม ไม่ใช่เป้าหมายหลัก

ตอนนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดที่กำลังพัฒนา อยากฟังความคิดเห็นจากทุกคนจริง ๆ

**ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้ คุณอยากให้มีอะไรเพิ่มอีก?**

ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่น ผู้ปกครอง โค้ช หรือผู้จัดทีม ลองคอมเมนต์มาได้เลย เพราะเราอยากออกแบบพื้นที่นี้จากเสียงของคนที่อยู่ในวงการจริง ๆ 💙

#ฟุตบอลหญิง
#พื้นที่ของนักฟุตบอลหญิง

#บอลเด็ก

📌 อย่ามองข้าม "การรีบาวด์"หลายคนมองว่าประตูจากลูกรีบาวด์เป็นเรื่องของโชคแต่ในฟุตบอลระดับสูง มีคำพูดหนึ่งที่น่าสนใจว่า"โช...
21/07/2026

📌 อย่ามองข้าม "การรีบาวด์"

หลายคนมองว่าประตูจากลูกรีบาวด์เป็นเรื่องของโชค

แต่ในฟุตบอลระดับสูง มีคำพูดหนึ่งที่น่าสนใจว่า

"โชคดีแค่ไหนก็ไม่มีผลถ้าเราไม่พร้อมจะฉวยมัน"

การเข้าถึงบอลในจังหวะที่สอง (Second Ball) หรือการวิ่งเข้าซ้ำลูกรีบาวด์ ไม่ได้เกิดจากการยืนรอหน้าประตู แต่มาจาก Awareness หรือความสามารถในการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว

ผู้เล่นที่มี Awareness จะไม่จ้องอยู่แค่ลูกบอล แต่คอยสังเกตทั้งตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีม คู่แข่ง ผู้รักษาประตู และพื้นที่ว่าง พร้อมคาดการณ์ว่าหากลูกยิงถูกเซฟ บอลจะเด้งไปตรงไหน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเขาจะเริ่มเคลื่อนที่ก่อนที่บอลจะหลุดจากมือผู้รักษาประตู หรือก่อนที่ลูกบอลจะกระดอนเสียอีก

ความได้เปรียบในฟุตบอลหลายครั้ง ไม่ได้มาจากการวิ่งเร็วกว่า แต่เกิดจาก "การออกตัวก่อนเพียงเสี้ยววินาที"

นั่นคือเหตุผลที่เรามักเห็นผู้เล่นบางคนเก็บบอลจังหวะสองได้บ่อย หรืออยู่ถูกที่ถูกเวลาจนเหมือนโชคดีอยู่เสมอ

แท้จริงแล้ว นั่นคือผลลัพธ์ของการอ่านเกม การคาดการณ์ และการเล่นอย่างต่อเนื่อง

แล้วเราจะฝึกเรื่องนี้อย่างไร?

หลายทีมใช้การฝึกที่ "ห้ามหยุดจนกว่าบอลจะตาย" เช่น หากเป็นการซ้อมยิงประตูธรรมดา หลายๆทีมเมื่อผู้เล่นยิงเสร็จแล้วถือว่าจบรอบการฝึก แต่จะดีกว่าไหมถ้าฝึกให้ผู้เล่นตามเข้าไปซ้ำเมื่อผู้รักษาประตูเซฟ บอลชนเสา บอลแฉลบกองหลัง หรือบอลถูกบล็อก ผู้เล่นทุกคนต้องรีบตอบสนองเพื่อแย่งบอลจังหวะที่สองทันที

โค้ชอาจกำหนดกติกาเพิ่มเติม เช่น

* ทุกครั้งที่มีการยิง เกมจะยังไม่หยุดจนกว่าบอลจะออกนอกสนามหรือผู้รักษาประตูครองบอลได้อย่างชัดเจน
* ประตูที่เกิดจากลูกรีบาวด์หรือบอลจังหวะที่สอง ได้คะแนนพิเศษ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เล่นวิ่งตามทุกจังหวะ
* สร้างสถานการณ์ที่บอลกระดอนหรือเปลี่ยนทิศทางบ่อย ๆ เพื่อบังคับให้ผู้เล่นสแกนรอบตัวและตัดสินใจใหม่อยู่เสมอ

หัวใจสำคัญคือ "อย่าฝึกให้ผู้เล่นคิดว่าการยิงคือจุดสิ้นสุดของสถานการณ์" แต่ฝึกให้มองว่าการยิงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ใหม่ที่ต้องพร้อมตอบสนองทันที

เพราะฟุตบอลไม่ได้จบลงเมื่อมีการยิงหนึ่งครั้ง

หลายครั้ง... เกมถูกตัดสินจากคนที่พร้อมที่สุดสำหรับ "จังหวะต่อไป"

และไม่ว่าจะเป็นลูกยิงไกล 30 หลา หรือการวิ่งเข้าซ้ำลูกรีบาวด์หน้าปากประตู

**สุดท้ายแล้ว ทั้งหมดก็มีค่าเท่ากัน คือ 1 ประตู**
#โค้ชฟุตบอล #บอลเด็ก #นักฟุตบอล

⚽🇪🇸 สิ่งที่ หลุยส์ เด ลา ฟอนเต้ และระบบฟุตบอลสเปน สอนเราเมื่อคืน หลุยส์ เด ลา ฟอนเต้ พาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 202...
20/07/2026

⚽🇪🇸 สิ่งที่ หลุยส์ เด ลา ฟอนเต้ และระบบฟุตบอลสเปน สอนเรา

เมื่อคืน หลุยส์ เด ลา ฟอนเต้ พาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จหลังเอาชนะแชมป์เก่า อาร์เจนตินา 1-0

หลายเพจวิเคราะห์แท็กติก พูดถึงรูปแบบการเล่น หรือความสามารถของนักเตะกันไปมากแล้ว

PlayGista เลยอยากชวนมองอีกหนึ่งมุม 🤔

มุมที่น่าชื่นชมไม่แพ้ผลงานในสนาม คือการตัดสินใจของ **RFEF (สหพันธ์ฟุตบอลสเปน)** ที่กล้าให้โอกาสโค้ชจากระบบเยาวชน และสร้างทั้งนักเตะกับบุคลากรให้เติบโตตามปรัชญาเดียวกันอย่างต่อเนื่อง

⏰ จุดเริ่มต้นของ เด ลา ฟอนเต้

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน

เด ลา ฟอนเต้ ไม่ใช่โค้ชชื่อดัง

ก่อนขึ้นคุมทีมชาติชุดใหญ่ เขาไม่เคยคุมสโมสรยักษ์ใหญ่

และไม่ได้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกุนซือระดับท็อปของยุโรป

ถ้าเป็นหลายประเทศ โดยเฉพาะชาติที่เคยเป็นแชมป์โลกมาก่อน จะกล้าให้โค้ชแบบนี้ขึ้นมาคุมทีมชาติชุดใหญ่หรือไม่?

ยิ่งถ้าเป็นบางประเทศในอาเซียน คำตอบก็คงแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะมักถูกมองว่า "ประสบการณ์ยังไม่พอ"

แต่ในสายตาของคนสเปน เขาไม่ใช่โค้ชโนเนม

แต่เขาคือคนที่อยู่ในระบบของ RFEF มานานนับสิบปีแล้ว

☝️โอกาสแรก...ที่เริ่มจากสัญญาเพียง 3 เดือน

หลังทำงานกับทีมระดับล่างของสเปนมาหลายปี

เดือนพฤษภาคม ปี 2013 เด ลา ฟอนเต้ ได้เข้าสู่ RFEF ในฐานะโค้ชทีมเยาวชน

โอกาสครั้งนี้เกิดจากการผลักดันของ "อิญากิ ซาเอซ" อดีตกุนซือทีมชาติสเปน และเป็นคนสำคัญกับระบบของ RFEF มาอย่างยาวนาน

ซาเอซคือโค้ชที่เคยปั้นเด ลา ฟอนเต้สมัยเป็นผู้เล่นอยู่ที่ Bilbao Athletic และยังเป็นคนคุมเกมอาชีพนัดแรกของเขาเมื่อปี 1978 ซึ่งเด ลา ฟอนเต้ยิงประตูได้ตั้งแต่นัดเปิดตัว

ต่อมา ซาเอซแนะนำเขาให้กับ "กีเนส เมเลนเดซ" ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอลเยาวชนของ RFEF

เมเลนเดซไม่ได้มอบตำแหน่งระยะยาวทันที

เขาให้สัญญาเพียง 3 เดือน เพื่อทดสอบผลงานในศึกยูโร U19

ซึ่งในปีแรก เด ลา ฟอนเต้พาทีมตกรอบโดยแพ้ให้กับเยอรมนี

แต่เมเลนเดซไม่ปลดเขา ( บางประเทศถ้าตกรอบแม้แค่ทัวร์นาเมนต์เดียวก็ตกงานได้แล้ว )

กลับให้โอกาสทำงานต่อ

และอีกไม่นาน เด ลา ฟอนเต้ก็ตอบแทนโอกาสนี้ในการพาทีมคว้าแชมป์ยุโรป U19 พร้อมนักเตะอย่าง

* มาร์โก อาเซนซิโอ
* เฆซุส บาเยโฆ
* การ์เลส เมเร่
* อัลฟองโซ เปดราซา

⚙️ ระบบที่สร้าง "คนรับช่วงต่อ"

หลังจากอยู่กับ U-19 มา 5 ปี ในปี 2018 อัลเบิร์ต เซลาเดส ลาออกจากตำแหน่งโค้ช U21 เพื่อไปเป็นผู้ช่วยของฆูเลน โลเปเตกีที่เรอัล มาดริด

RFEF ไม่ต้องออกไปหาโค้ชใหม่จากภายนอก

พวกเขาเพียงเลื่อน เด ลา ฟอนเต้ จาก U19 ขึ้นมาคุม U21

และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ

คนที่ขึ้นมาแทนตำแหน่ง U19 แทน เด ลา ฟอนเต้ ก็เป็นคนในระบบเช่นกัน

* เด ลา ฟอนเต้ (U19) → เลื่อนขึ้น U21
* ซานติ เดเนีย (U17) → เลื่อนขึ้น U19
* เดวิด กอร์โด (U16) → เลื่อนขึ้น U17
* ฆูเลน เกร์เรโร → เข้ามาคุม U16

นี่คือสิ่งที่น่าสนใจมาก

ระบบไม่ได้สร้างแค่นักเตะ

แต่สร้าง "โค้ช" ให้พร้อมรับช่วงต่ออยู่ตลอดเวลา

เมื่อคนหนึ่งขยับขึ้น อีกคนก็พร้อมก้าวขึ้นมาแทน

ปรัชญาของทีมจึงเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด

🦾 เติบโตทีละขั้น ไม่ใช่ข้ามขั้น

30 มิถุนายน 2019

เด ลา ฟอนเต้ พาทีม U21 คว้าแชมป์ยุโรป ด้วยการชนะเยอรมนี 2-1

นักเตะชุดนั้นประกอบด้วย

* มิเกล เมริโน
* มิเกล โอยาร์ซาบัล
* ดานี เซบายอส
* ดานี โอลโม
* บอร์ฆา มายอรัล

ปี 2021

คุมทีมชุดโอลิมปิก และพาสเปนคว้าเหรียญเงินที่โตเกียว

📍จนกระทั่งวันที่ 8 ธันวาคม 2022

หลังสเปนตกรอบฟุตบอลโลกด้วยการแพ้จุดโทษโมร็อกโก

RFEF ประกาศแยกทางกับหลุยส์ เอนริเก้

และในวันเดียวกัน

เด ลา ฟอนเต้ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือทีมชาติชุดใหญ่ทันที

สิ่งที่น่าสนใจคือ

RFEF ไม่ได้ประกาศว่าจะ "เริ่มต้นใหม่"

แต่ใช้คำว่า

"สานต่อโครงการที่กำลังเติบโตของทีมชาติสเปน"

นั่นหมายความว่า

การเปลี่ยนโค้ช ไม่ใช่การล้างไพ่ใหม่

แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนคนมาขับเคลื่อนแผนการต่อ

เหตุผลสำคัญที่ RFEF เลือกเด ลา ฟอนเต้ คือ

นักเตะแกนหลักหลายคนในทีมชาติชุดใหญ่ เคยผ่านการทำงานกับเขามาแล้วตั้งแต่ U21

โค้ชไม่ต้องเริ่มเรียนรู้นักเตะใหม่

นักเตะก็ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวกับแนวคิดใหม่

นี่คือข้อได้เปรียบของระบบที่ทำงานต่อเนื่อง

และแน่นอนว่า หากคุณมีระบบที่ดี โครงสร้างที่ดี นักเตะที่เล่นด้วยกันมาอย่างต่อเนื่องภายใต้โค้ชที่เข้าใจพวกเขา

ทำให้ผลลัพธ์หลังรับตำแหน่ง

เด ลา ฟอนเต้ พาสเปนคว้า

* UEFA Nations League 2023
* UEFA Euro 2024
* FIFA World Cup 2026

จากโค้ชที่คนทั้งโลกแทบไม่รู้จัก

วันนี้เขากลายเป็นโค้ชที่พาสเปนคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2

🤔 แล้วเราจะเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้?

✅ 1. เลือกจากความเข้าใจระบบ มากกว่าประวัติที่หวือหวา

ตอน RFEF ดึงเด ลา ฟอนเต้เข้ามาในปี 2013 เขาแทบไม่มีชื่อเสียง

กีเนส เมเลนเดซยังพูดตรง ๆ ว่า

"ผมพาเขาเข้ามาตอนที่ไม่มีใครรู้จัก"

RFEF เชื่อคำแนะนำของคนในระบบที่เห็นการทำงานจริง มากกว่าชื่อเสียงหรือโปรไฟล์

แนวคิดเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2022

แทนที่จะออกไปหาโค้ชดังจากภายนอก

พวกเขาเลือกคนที่รู้จักนักเตะและเข้าใจระบบดีที่สุด

✅2. ให้เวลาพิสูจน์ตัวเอง

สัญญาแรกของเด ลา ฟอนเต้ มีแค่ 3 เดือน

ปีแรกตกรอบ

แต่ไม่ได้ถูกปลด

เขาอยู่กับ U19 ถึง 5 ปีเต็ม ก่อนเลื่อนขึ้น U21

RFEF เข้าใจว่า

การสร้างนักเตะใช้เวลา

การสร้างโค้ชก็ใช้เวลาเช่นกัน

✅3. บทบาทชัดเจน แต่เชื่อมโยงกัน

แต่ละรุ่นอายุมีโค้ชของตัวเอง

แต่ทุกคนเชื่อมโยงกันผ่านโครงสร้างกลาง

ไม่มีการสั่งงานข้ามสาย

ไม่มีการแทรกแซงการทำงาน

แต่มีการสื่อสารกันตลอดเวลา

ทำให้ทุกระดับเดินไปในทิศทางเดียวกัน

✅4. คุณค่าของคน สำคัญไม่แพ้ฝีมือ

เด ลา ฟอนเต้เคยบอกว่า

นักเตะที่จะติดทีมชาติ ต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง

สิ่งเดียวกันนี้สะท้อนกลับมาที่ตัวเขา

เมเลนเดซอธิบายเขาว่า

"ไม่ใช่คนเผด็จการ ขยัน และพูดตรงเมื่อจำเป็น"

RFEF ไม่ได้เลือกแค่คนเก่ง

แต่เลือกคนที่เหมาะกับวัฒนธรรมขององค์กร

❓แล้วบางประเทศแถบอาเซียนล่ะ? 🇨🇷

หากเทียบกับสเปน

สิ่งที่แตกต่างที่สุด ไม่ใช่เงิน

ไม่ใช่พรสวรรค์ของนักเตะ

แต่คือ "ความต่อเนื่อง"

❗️1. ดึงชื่อเสียง มากกว่าสร้างคนในระบบ

สเปนเลือกเด ลา ฟอนเต้ เพราะเข้าใจระบบ

อีกที่มักเลือกคนที่มีชื่อเสียง

ข้อเสียคือ ทุกครั้งที่เปลี่ยนโค้ช ทุกอย่างก็ต้องเริ่มใหม่

❗️2. ทีมแต่ละชุดไม่เชื่อมกัน

สเปนมีการเลื่อนขั้นของทั้งนักเตะและโค้ช

แนวคิดการเล่นจึงไหลต่อเนื่อง

แต่ถ้าแต่ละรุ่นอายุใช้คนละแนวคิด คนละปรัชญา

นักเตะก็ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทุกครั้งที่ขยับรุ่น

❗️3. ยกให้เอกชนทำ แต่ไม่มีปรัชญากลาง

การให้สโมสรดูแลทีมเยาวชนมีข้อดีเรื่องทรัพยากร

แต่ถ้าไม่มีกรอบกลางของสมาคม

แต่ละแห่งก็จะสอนคนละแบบ

สุดท้ายเมื่อนักเตะมารวมกันในทีมชาติ

ก็ไม่มี "ปรัชญา" ร่วมกัน

❗️4. ไม่ให้เวลา

เด ลา ฟอนเต้ใช้เวลา 5 ปีเต็มกับ U19

ถ้าเขาถูกปลดหลังตกรอบปีแรก

วันนี้ก็คงไม่มีเรื่องราวนี้

ระบบจะพิสูจน์ตัวเองไม่ได้เลย

ถ้าไม่มีใครยอมให้เวลา

❗️5. ไม่มีคนดูแลระยะยาว

RFEF มีบุคลากรที่อยู่กับระบบฟุตบอลเยาวชนยาวนานหลายสิบปี

คนเหล่านี้คือผู้รักษาวิสัยทัศน์

ไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่เปลี่ยนไปตามวาระ

# บทสรุป

สิ่งที่สเปนมี และไทยยังขาด

ไม่ใช่แค่เงิน

ไม่ใช่แค่โค้ชชื่อดัง

ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ของนักเตะ

แต่คือ **โครงสร้างที่ทำให้ปรัชญาเดินทางต่อได้**

เดินทางข้ามรุ่น

ข้ามโค้ช

ข้ามยุคผู้บริหาร

เพราะท้ายที่สุดแล้ว...

แชมป์โลกไม่ได้เกิดจากการเลือก "คนที่ดังที่สุด"

แต่เกิดจากการสร้างระบบที่ทำให้ "คนที่เหมาะสมที่สุด" ได้เติบโตขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม

และนั่นอาจเป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุดจากความสำเร็จของ หลุยส์ เด ลา ฟอนเต้ และฟุตบอลสเปนในวันนี้

#โค้ชฟุตบอล

ที่อยู่

นครอินทร์
Nonthaburi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PlayGista Sport Managementผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท