PlayGista Sport Management

PlayGista Sport Management PlayGista เชื่อว่าการพัฒนาวงการกีฬา
ต้องเติบโตไปพร้อมกันทั้งนักกีฬา โค้ช และระบบโดยรวม

03/09/2026

🖐️คอร์สอบรม PlayGista X AI Sport Goalkeeper Development Cousre กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ❗

เปิดรับสมัครทั้งโค้ชและผู้เล่นเยาวชน รุ่นอายุ 12-16 ปี
ฝึกสอนโดย
อ.ชัยยง ขำเปี่ยม
อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย และวิทยากรเฉพาะทางด้านผู้รักษาประตู
📍 พบกัน 3 จังหวัด
🔵 ขอนแก่น — 26 กันยายน 2569
🔵 นครสวรรค์ — 7 พฤศจิกายน 2569
🔵 จันทบุรี — 21 พฤศจิกายน 2569

สนใจลงสมัครทางแชทได้เลย

#ชัยยงขำเปี่ยม

🤔หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานในวงการฟุตบอลวัยเด็กบ้านเราโดยเฉพาะในรุ่นอายุต่ำหว่า 12 ปี ถึงเรื่องของรูปแบบกา...
02/09/2026

🤔หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานในวงการฟุตบอลวัยเด็กบ้านเรา
โดยเฉพาะในรุ่นอายุต่ำหว่า 12 ปี ถึงเรื่องของรูปแบบการจัด ว่าควรจัดในรูปแบบไหนถึงจะเกิดประโยชน์กับตัวเด็กที่สุด

ด้านฝั่งที่สนับสนุนการจัด 11v11
ให้ความเห็นว่าให้เด็กได้เล่นเกมใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อยไปเลย จะได้คุณเคยกับเกมจริง
แท็คติคจริง ได้ความฟิตเต็มที่

ทางฝั่งที่สนับสนุน แบบ Small Side Game

ก็มีความเห็นว่าเด็กวัยนี้ควรจะเล่นสนามเล็กพอ เพราะได้บอลเยอะกว่า เด็กสนุกกว่า

วันนี้ PlayGista จึงอยากนำงานวิจัยหนึ่งจากประเทศเกาหลีมาให้ทุกท่านได้รับชมกัน งานวิจัยนี้ มีชื่อว่า Comparison of technical and physical
activities between 8 vs. 8 and 11 vs. 11 games in young Korean soccer players

ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Exercise Rehabilitation ปี 2018

โดยคุณ Seong Hwan Oh และ Chang Hwa Joo
เป็นการเก็บข้อมูลจากนักฟุตบอลเยาวชนชายอายุต่ำกว่า
12 ปี จำนวน 79 คน จาก 6 ทีมในสังกัดสมาคมฟุตบอลเกาหลี ให้เล่นทั้งฟอร์แมต 8v8
(สนามเล็ก) และ 11v11 (สนามมาตรฐาน)
โดยควบคุมพื้นที่เล่นต่อคนให้เท่ากันทั้งสองฟอร์แมต เพื่อตัดปัจจัยเรื่อง
"พื้นที่ว่าง" ออกไป เหลือแค่ตัวแปรเดียวคือจำนวนผู้เล่นในสนาม โดยจะติด GPS
ไว้กับเด็กทุกคนในสนาม

📌ผลสรุปออกมาได้ว่า📌
การแข่งขันแบบ Small Side Game มีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งจำนวนการสัมผัสบอล ในสนามเล็กเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่
27.2 เทียบกับสนามใหญ่ 20.1 มากกว่ากันราว 35%

การส่งบอลสำเร็จ สูงกว่าเกือบเท่าตัว (9.9
เทียบกับ 5.9 ครั้ง)

การยิงประตูทั้งหมด มากกว่า 2 เท่า (1.2
เทียบกับ 0.5 ครั้ง)

และ การยิงเข้ากรอบ มากกว่าถึง 4 เท่า (0.8
เทียบกับ 0.2 ครั้ง)

รวมทั้งหมดมี 17
ตัวแปรทางเทคนิคที่สนามเล็กเหนือกว่าสนามใหญ่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

และแม้ข้อโต้แย้งที่ฝั่งสนับสนุนฟุตบอล 11v11 มักจะออกมาค้านว่าในเรื่องความฟิต
สนามใหญ่เด็กย่อมได้แรงมากกว่า

แต่ผลจริงคืออัตราการเต้นของหัวใจแทบไม่ต่างกัน
อยู่ที่ 168 เทียบกับ 163 ครั้ง/นาที ซึ่งสนามเล็กเป็นฝ่ายมากกว่าด้วยซ้ำ

และในส่วนที่สำคัญกว่านั้นคือ ยังพบว่าสนามเล็กมีระยะวิ่งความเร็วสูงหรือการก้าวยาว
และการสปริ้นต์ มากกว่าสนามใหญ่ด้วยซ้ำ
นั่นแปลว่าเด็กได้ทั้งปริมาณทักษะและความฟิตไปพร้อมกัน
ไม่ได้แลกอย่างใดอย่างหนึ่งไป

จุดเดียวที่สนามใหญ่ชนะคือการปะทะลูกโหม่งกลางอากาศ
(0.6 เทียบกับ 0.3 ครั้ง) เพราะสนามกว้างทำให้บอลลอยบ่อยกว่า
ซึ่งถ้ามองในมุมความปลอดภัยของเด็กเล็ก
จุดนี้กลับยิ่งเป็นข้อดีของสนามเล็กมากกว่าจะเป็นข้อเสีย

สิ่งที่ทำให้งานวิจัยนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษคือบริบทตอนตีพิมพ์
ณ ปี 2018 เกาหลีใต้ยังใช้ 11v11 เป็นฟอร์แมตทางการเดียวสำหรับเยาวชน
และสมาคมฟุตบอลเกาหลีกำลังพิจารณาเปลี่ยนนโยบายจากผลของงานวิจัยชิ้นนี้โดยตรง
พูดง่ายๆ คือนี่ไม่ใช่งานวิจัยเชิงทฤษฎีที่ทำแล้ววางไว้บนหิ้ง
แต่เป็นหลักฐานที่ถูกใช้จริงเพื่อผลักดันการเปลี่ยนนโยบายระดับชาติ

ปัจจุบันค่านิยมและความรู้ในการจัดฟุตบอล SSG ในประเทศไทยถือว่าแพร่กระจายเป็นที่กว้างขวางแล้ว
ถึงแม้จะมีการจัดฟุตบอลในรูปแบบที่หลากหลายมากในบ้านเราก็ตาม
แต่ส่วนที่สำคัญคือสมาคมควรส่งเสริมให้มีลีกทางการที่สนับสนุนฟอร์แมตนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
เพื่อส่งเสริมหลักการการจัดการแข่งขันฟุตบอลในวัย Grassroots ที่เหมาะสมและเด็กๆได้ประโยชน์จริงๆ

**อ้างอิง**

Oh, S. H., & Joo, C. H. (2018). Comparison of technical
and physical activities between 8 vs. 8 and 11 vs. 11 games in young Korean
soccer players. *Journal of Exercise Rehabilitation*, 14(2), 253–258. [https://doi.org/10.12965/jer.1836034.017](https://doi.org/10.12965/jer.1836034.017)

เผยแพร่แบบ Open Access ภายใต้ Creative Commons Attribution Non-Commercial License (CC BY-NC)

01/09/2026

⚽⁉วันนี้แอดมินได้แบบฝึกเดาะบอล มา 3 แบบเลยจะมาลองฝึกดู จะรอดหรือร่วงมาดูกันครับ

การเดาะบอลเก่ง ไม่ได้แปลว่าจะเล่นฟุตบอลเก่ง

แต่การเดาะบอลก็เป็น 1 ใน Exercise ที่ดีที่เราจะได้ทำความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล

ยิ่งถ้าเราสามารถปรับการฝึกเดาะบอลให้ชาลเลนจ์ขึ้น ก็อาจพัฒนาส่วนอื่นได้ไม่มากก็น้อยครับ

#บอลเด็ก #เดาะบอล #บอลไทย

🥅 กลับมาอีกครั้ง…ตามคำเรียกร้อง!หลังจากได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมที่ผ่านมาครั้งนี้ PlayGista x AI Sport Goalkeeper ...
31/08/2026

🥅 กลับมาอีกครั้ง…ตามคำเรียกร้อง!

หลังจากได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมที่ผ่านมา
ครั้งนี้ PlayGista x AI Sport Goalkeeper Development Course กลับมาอีกครั้ง พร้อมเปิดอบรม 3 จังหวัด เพื่อกระจายความรู้และแนวทางการพัฒนาผู้รักษาประตูให้เข้าถึงโค้ชและผู้เล่นได้มากขึ้น

เพราะเราเชื่อว่า การพัฒนาผู้รักษาประตู ไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในสนามใดสนามหนึ่ง

คอร์สนี้เหมาะกับใคร?

👨‍🏫 โค้ชฟุตบอล
สำหรับโค้ชที่อยากเข้าใจ ทักษะพื้นฐานของผู้รักษาประตู
เรียนรู้ว่า ควรสอนอะไร → สอนอย่างไร → และเรียงลำดับการสอนอย่างไร
เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดกับผู้เล่นของตัวเองได้อย่างถูกต้อง

🧤 ผู้รักษาประตูเยาวชน อายุ 12–16 ปี
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการ กลับมาปรับพื้นฐานให้แน่นขึ้น
เข้าใจการเคลื่อนที่และทักษะสำคัญของผู้รักษาประตู เพื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริง

สิ่งที่จะได้เรียนรู้

✅ การยืนตำแหน่ง (Set Position)
✅ Recovery Movement
✅ Basic Handling
✅ หลักการเคลื่อนที่ของผู้รักษาประตู

ถ่ายทอดจากประสบการณ์ของ
อ.ชัยยง ขำเปี่ยม
อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย และวิทยากรเฉพาะทางด้านผู้รักษาประตู

📍 พบกัน 3 จังหวัด

🔵 ขอนแก่น — 26 กันยายน 2569
🔵 นครสวรรค์ — 7 พฤศจิกายน 2569
🔵 จันทบุรี — 21 พฤศจิกายน 2569

*สถานที่จะยืนยันอีกครั้ง

⏰ 08:00–18:00 น.

สิ่งที่ได้รับภายในคอร์ส

✔️ เสื้ออบรม PlayGista
✔️ ประกาศนียบัตรรับรองการอบรม
✔️ เอกสารประกอบการอบรม (PDF)
✔️ อาหารกลางวันและอาหารว่าง

💰 ค่าสมัคร

โค้ช — 2,500 บาท / ท่าน
ผู้รักษาประตูเยาวชน อายุ 12–16 ปี — 1,500 บาท / ท่าน

ไม่ว่าคุณจะเป็น โค้ชที่อยากเข้าใจวิธีการสอนผู้รักษาประตู
หรือเป็น ผู้รักษาประตูเยาวชนที่อยากกลับมาสร้างพื้นฐานให้แน่น

เราอยากให้คอร์สนี้เป็นพื้นที่ที่คุณได้ เรียนรู้ เข้าใจ และนำกลับไปพัฒนาตัวเองต่อได้จริง

📩 สนใจเข้าร่วม ทักแชทเพื่อสมัครได้เลย

ขอบคุณผู้สนับหลักโครงการ AI SPORT MAIN

#ชัยยงขำเปี่ยม #อบรมโค้ช #โค้ชฟุตบอล #ฟุตบอลเด็ก

เมื่อ"ผลสอบ" ไม่ใช่คำตอบเดียว: ทำไมพลศึกษา ดนตรี และศิลปะถึงวัดผลด้วยข้อสอบไม่ได้ทุกคนที่อ่านบทความนี้มีภาพจำสมัยเรียนกั...
29/08/2026

เมื่อ"ผลสอบ" ไม่ใช่คำตอบเดียว: ทำไมพลศึกษา ดนตรี และศิลปะ
ถึงวัดผลด้วยข้อสอบไม่ได้

ทุกคนที่อ่านบทความนี้มีภาพจำสมัยเรียนกับวิชา
พลศึกษา ดนตรี และศิลปะ กันยังไงบ้างครับ

เชื่อเลยว่าถ้าคุณไม่ได้เป็นนักกีฬา
หรือตัวแทนโรงเรียนในด้านศิลป์ ก็คงจะมีภาพจำกับวิชาเหล่านี้ที่ไม่ต่างกันมาก

หลายๆคนเกลียดวิชาพละ
อีกหลายคนใช้คาบดนตรีและศิลปะเป็นคาบโดดเรียน
บางที่เหมือนเป็นคาบฟรีอีกคาบเลย

พอท้ายเทอมมาก็สอบปฏิบัติพอเป็นพิธี
สอบข้อเขียนก็เป็นคำถามทั่วไป

แต่ที่น่าสนใจคือเราแทบเล่นกีฬาไม่เป็น
เล่นดนตรีไม่เป็น ความรู้ในศิลปะก็ไม่มีอีก

ทั้งที่วิชาเหล่านี้กลับเป็นที่ยอมรับในสากลแล้วว่าช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ
ทั้งร่างกายและสมองมาก

คำถามคือ ปัญหามันอยู่ตรงไหน ?

🧠

สิ่งที่น่าสนใจคือ
หากเรากลับไปกางหลักสูตรแกนกลางของไทย

จะพบว่าเป้าหมายของสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการสอบวัดความจำ

แต่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการให้ผู้เรียน "ใช้ทักษะชีวิต
สร้างสัมพันธภาพที่ดี อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เห็นคุณค่าแห่งตน
จัดการและควบคุมอารมณ์ และการแสดงออกของตนเองให้เหมาะสม"

ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้คือสิ่งที่กระดาษคำตอบข้อ ก ข ค ง ไม่มีทางจับมาตรวัดได้เลย

ทว่าในความเป็นจริง
ปลายทางของการเรียนวิชาเหล่านี้กลับยังคงจบลงที่การทำข้อสอบเพื่อแปลงเป็นตัวเลขบนใบเกรด

📚

สอบวัดอะไร
และไม่วัดอะไร

ข้อสอบนั้นทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยมในสิ่งที่มันถูกสร้างขึ้นมา

นั่นคือการวัดความจำ การคำนวณ และการวิเคราะห์ภายใต้เวลาที่จำกัด
ซึ่งตอบโจทย์วิชาอย่างคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์

แต่งานวิจัยด้านการประเมินผลชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกมานานกว่าสองทศวรรษ

เมื่อนำ "การประเมินแบบวัดผลสอบ" มาใช้ในห้องเรียนพลศึกษา

ปัญหาที่ตามมาคือการใช้เกณฑ์ตัดสินที่ครูตีความเอง แนวนโยบายที่ไม่ชัดเจน
และที่สำคัญที่สุดคือ ประสบการณ์เชิงลบของนักเรียน

การทดลองในชั้นเรียนจริงยังพบด้วยว่า
นักเรียนที่อยู่ภายใต้ระบบการประเมินแบบนี้
จะมีแนวโน้มเฉื่อยชาและสนใจกิจกรรมน้อยลง

เพราะเมื่อเด็กเปลี่ยนเป้าหมายจากการเรียนเพื่อ "เข้าใจ"
ไปเป็นการเรียนเพื่อ "เอาเกรด" กลยุทธ์การเรียนรู้ของพวกเขาก็จะด้อยประสิทธิภาพลงตามไปด้วย

ทักษะอย่างการมองเห็นสถานการณ์ การตัดสินใจ และการลงมือทำในสนามจริง
ไม่สามารถเบ่งบานได้ภายใต้ความกดดันเรื่องคะแนน

แต่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยที่อนุญาตให้ลองผิดลองถูกได้

🎨🎵

ในขณะเดียวกัน
ฝั่งวิชาศิลปะและดนตรีก็เผชิญปัญหาในมิติที่คล้ายคลึงกัน

ธรรมชาติของงานสร้างสรรค์ไม่มีคำตอบเดียวที่ "ถูกต้อง"

การบังคับประเมินด้วยข้อสอบหรือเกณฑ์ตายตัว
จึงเป็นการบีบให้ครูต้องลดทอนจินตนาการและการแสดงออกอันเป็นแก่นแท้ของวิชา
ให้กลายเป็นเพียงเกณฑ์ที่สามารถตรวจนับและให้คะแนนได้ง่าย

📊

ทางเลือกที่โลกใช้แทนข้อสอบ

หากไม่ใช้ข้อสอบ
แล้วเราจะวัดผลอย่างไร?

คำตอบไม่ใช่การ
"ไม่วัดผลเลย"

แต่คือการเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือที่สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชา

พอร์ตโฟลิโอ
(Portfolio-based
assessment):

เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวิชาศิลปะ
เพราะช่วยลดความเครียดจากการสอบแบบดั้งเดิมที่ตัดสินทุกอย่างในครั้งเดียว

พอร์ตโฟลิโอจะเก็บร่องรอยพัฒนาการตลอดเส้นทาง
ทำให้ครูเห็นว่าเด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมากแค่ไหน
ไม่ใช่แค่วัดว่าเขายืนอยู่จุดไหนในวันสอบ

และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ให้คุณค่ากับความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง

รูบริก
(Rubric):

สำหรับความกังวลเรื่องความยุติธรรม
รูบริกคือคำตอบที่เข้ามาอุดรอยรั่วนี้

รูบริกไม่ได้ทำให้การประเมินศิลปะมีสัดส่วนของอัตนัย (ความคิดเห็นส่วนตัว) น้อยลง
แต่ช่วยตีกรอบอัตนัยนั้นให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม

โดยกำหนดเกณฑ์ล่วงหน้าให้ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่ความคิดสร้างสรรค์ เทคนิค
ความพยายาม ไปจนถึงการมีส่วนร่วม

การประเมินแบบเน้นพัฒนาการ
(กรณีศึกษาจากฟินแลนด์):

ประเทศฟินแลนด์แทบไม่มีการสอบมาตรฐานตลอดช่วงการศึกษาภาคบังคับ

ครูมีอิสระเต็มที่ในการออกแบบการวัดผล
โดยเน้นที่การประเมินระหว่างทาง (Formative Assessment)
และการให้ฟีดแบ็กเพื่อสนับสนุนการเติบโตมากกว่าการจัดอันดับ

ฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับทักษะทางสังคม ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา
ควบคู่ไปกับวิชาการ

เพื่อสร้างเด็กที่พร้อมสำหรับ "ชีวิตจริง"
มากกว่าพร้อมสำหรับ "ห้องสอบ"

🔍

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่
"การวัดผล" แต่อยู่ที่ "เครื่องมือที่เลือกใช้ผิด"

การประเมินผลยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ผู้เรียนได้รับฟีดแบ็กที่มีความหมาย

แต่ช่องว่างที่แท้จริงในระบบการศึกษาไทยไม่ได้อยู่ที่ตัวหลักสูตร
เพราะหลักสูตรระบุชัดเจนว่าต้องการให้ผู้เรียนเน้นการปฏิบัติและการตัดสินใจ
ซึ่งต้องอาศัยการประเมินระหว่างทาง

ปัญหาไปกระจุกตัวอยู่ที่ การนำไปปฏิบัติจริง

ด้วยข้อจำกัดของระบบโรงเรียน
ทั้งเรื่องของเวลา จำนวนนักเรียนที่มากเกินไปต่อครูหนึ่งคน
และวัฒนธรรมที่ผูกคุณค่าของการศึกษาไว้กับ "ตัวเลขบนใบเกรด"

ทำให้ครูส่วนใหญ่จำยอมต้องเลือกใช้เครื่องมือที่ตรวจง่าย ประหยัดเวลา
และปกป้องตัวเองจากการถูกตั้งคำถามได้ดีที่สุด

ซึ่งก็คือ
"ข้อสอบปลายภาค"

ดังนั้น
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วนอาจไม่ใช่แค่วิธีการให้คะแนน

แต่เป็นการเปลี่ยน "มุมมอง" ที่มีต่อวิชาเหล่านี้ทั้งระบบ

หากเรายังมองว่าพลศึกษา ดนตรี และศิลปะ เป็นเพียง "วิชารอง"
ที่มีไว้ประดับตารางเรียนให้ครบ

การวัดผลก็จะถูกลดทอนให้มักง่ายที่สุดต่อไป

แต่หากสังคมเริ่มตระหนักว่า
วิชาเหล่านี้คือพื้นที่จำลองที่สำคัญที่สุดในการสร้างความคิดริเริ่ม
ความกล้าเผชิญความล้มเหลว และความเห็นอกเห็นใจ

ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่เด็กจะต้องใช้ติดตัวไปตลอดชีวิต



เมื่อนั้น
คำถามที่เราควรถามระบบการศึกษาอาจไม่ใช่

"จะออกข้อสอบอย่างไรให้ยุติธรรม"

แต่คือ

"ทำไมเราถึงยังต้องสอบวิชาเหล่านี้อยู่อีก?"


#การศึกษา
#พลศึกษา
#การเรียนรู้
#พัฒนาเด็ก

28/08/2026
🎉 **ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจากกิจกรรม PlayGista!**ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทั้ง **9 ท่าน** 🎊ที่ได้รับหนังสือ **PLAYGISTA ...
27/08/2026

🎉 **ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจากกิจกรรม PlayGista!**

ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทั้ง **9 ท่าน** 🎊
ที่ได้รับหนังสือ **PLAYGISTA 26 AWARENESS DRILLS**
หนังสือที่จะช่วยให้โค้ชออกแบบการฝึกที่พัฒนาเรื่อง **การรับรู้ การตัดสินใจ และการเล่นให้เชื่อมโยงกับเกมจริง** ⚽🧠

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมกิจกรรม แชร์ประสบการณ์ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ไปกับ PlayGista ❤️

📩 ผู้โชคดีสามารถแจ้ง **ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์** ผ่านทางกล่องข้อความของเพจ เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการรับรางวัล

⏰ กรุณายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ **31 สิงหาคม 2569**

และสำหรับใครที่พลาดกิจกรรมนี้…ไม่ต้องเสียใจครับ 😉
ติดตาม PlayGista ไว้ให้ดี เพราะเรายังมีกิจกรรมและคอนเทนต์ดี ๆ สำหรับคนฟุตบอลมาให้ร่วมสนุกกันอีกแน่นอน!

**Play. Learn. Lead. Together.** ⚽

#โค้ชฟุตบอล #ฟุตบอลเยาวชน

ฟุตบอลหญิง ไม่ควรมีพื้นที่แค่สำหรับ “คนที่มีทีม” ⚽️💙เราอยากสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเล่นฟุตบอลได้ไม่ว่าจะเป็นเด็ก...
27/08/2026

ฟุตบอลหญิง ไม่ควรมีพื้นที่แค่สำหรับ “คนที่มีทีม” ⚽️💙

เราอยากสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเล่นฟุตบอลได้
ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่กำลังเริ่มต้น นักกีฬาที่อยากพัฒนา คนที่มีทีมอยู่แล้ว หรือคนที่อยากลงเล่นแต่ยังไม่มีทีม

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มจัดการแข่งขัน
เราอยากรู้ว่า **“พื้นที่ฟุตบอลหญิงที่คุณอยากเห็น” เป็นแบบไหน?**

อยากให้เราเริ่มจากรุ่นอายุไหน?
อยากสมัครแบบไหน?
อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่าการแข่งขัน?

เพราะเราไม่ได้อยากจัดแข่งแล้วจบ
แต่อยากค่อย ๆ สร้างพื้นที่ให้ฟุตบอลหญิงเติบโตไปด้วยกัน 🌱⚽️

📋 **ร่วมตอบแบบสอบถามกับเรา**
ทุกความคิดเห็นจะเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบการแข่งขันและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไป

👉 ลิงก์แบบสอบถาม https://docs.google.com/forms/d/1FUT_1K1oF5oa2BIOom9mj8F1qdXRWTw5PfuhcTbM5w0/edit
หรือสแกน QR Code จากภาพสุดท้ายได้เลย

**PlayGista — Create space. Build up your dream.**

#ฟุตบอลหญิง #บอลหญิง #พัฒนาฟุตบอลไทย

26/08/2026

มาฟังบทสัมภาษณ์ของ จ.ส.ต.ตามพันธ์ พจมานศิริกุล อดีตผู้รักษาประตูอาชีพที่ผ่านการเล่นมาแล้วหลายสโมสร 🧤⚽️

แม้มีประสบการณ์ในระดับอาชีพ
แต่เมื่อก้าวสู่เส้นทางโค้ช **“พื้นฐานและหลักการที่ถูกต้อง” ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องกลับมาเรียนรู้**

เพราะประสบการณ์ทำให้เราเก่งขึ้น
แต่การเรียนรู้ที่ถูกต้อง ทำให้เราพัฒนาต่อไปได้

#ชัยยงขำเปี่ยม

25/08/2026

**โอกาสสุดท้าย! ⚽🧠**

ใครที่สนใจเรื่อง **การพัฒนากระบวนการคิดและการตัดสินใจของเด็กผ่านฟุตบอล** ไม่อยากให้พลาด Workshop ครั้งนี้

ชวนทุกท่านมาร่วมเรียนรู้ทั้งหลักคิด กระบวนการออกแบบแบบฝึก และเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้กับผู้เล่นในแต่ละช่วงวัยได้จริง

📌 **PlayGista Workshop: ออกแบบฝึกยังไง ให้พัฒนาการตัดสินใจเด็ก**
👨‍🏫 วิทยากร: อ.ปิยพันธ์ ชะบา
📅 เสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
⏰ 09:00–18:00 น.
📍 สนามสิริทีม ปากเกร็ด
💰 **ค่าลงทะเบียนเพียง 2,000 บาท**

**เปิดรับทุกท่านที่สนใจ** ไม่ว่าจะเป็นโค้ช ผู้ฝึกสอน ครู ผู้ปกครอง หรือคนที่อยากเข้าใจการพัฒนาเด็กผ่านฟุตบอลให้มากขึ้น

⏳ **โอกาสสุดท้ายแล้ว! รับจำนวนจำกัด**
ทักแชทเพื่อสอบถามรายละเอียดและลงทะเบียนได้เลยครับ

#พัฒนาการตัดสินใจ

ที่อยู่

นครอินทร์
Nonthaburi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PlayGista Sport Managementผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท