NP FC RADIO วิเคราะห์เจาะลึก LIVE

🐔🐔 ปรัชญาชัดเจน จงสร้าง "บันไดเเห่งโอกาส"
04/08/2026

🐔🐔 ปรัชญาชัดเจน จงสร้าง "บันไดเเห่งโอกาส"

ในฤดูกาล 2026/27 จะมีสโมสรในเครือพิชญถึง 5 สโมสร! 🩷

สโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต ก่อกำเนิดขึ้นจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ คุณสุเทพ ภู่มงคลสุริยา ผู้บริหารสถาบันและประธานสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี ที่หมายมั่นจะวางรากฐานอย่างยั่งยืนให้กับทัพ “พญาไก่ชน” ผ่านการผสานสถาบันการศึกษาเข้ากับศาสตร์ลูกหนังอย่างลงตัว โดยจุดเริ่มต้นนั้นเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันกับการเข้ามาบริหารทีมหนองบัว พิชญ เอฟซี

การทำฟุตบอลในมุมมองของผู้บริหารไม่ได้มองเพียงแค่ภาพความสำเร็จชั่วคราวหรือการทุ่มเงินมหาศาล แต่เป็นการมองไปยังการสร้างโอกาสให้ทั้งเยาวชนและบุคลากรในสายงานฟุตบอลได้ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กัน แม้ในขวบปีแรกการก่อร่างสร้างระบบอะคาเดมี่จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทว่าหลังจากนั้นทุกอย่างก็ค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง และมีเยาวชนตบเท้าเข้าสู่ระบบอะคาเดมี่มากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี

ปัจจุบันโครงสร้างการสร้างเยาวชนของทีมมีการแบ่งลำดับขั้นการเติบโตอย่างชัดเจน โดยมีมากกว่า 10 รุ่นอายุ เพื่อให้แข้งเยาวชนได้พัฒนาอย่างเป็นระบบ พร้อมกับการส่งทีมไปลับแข้งในเวทีการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็งอกงามขึ้นอย่างน่าชื่นชม จนปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบอะคาเดมี่จากจังหวัดหนองบัวลำภูแห่งนี้มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับท็อปของประเทศไทย

ว่ากันว่าระบบเยาวชนพิชญมีความเพียบพร้อมอย่างมาก ทั้งสนามซ้อมระดับมาตรฐานกว่า 10 สนาม, สนามฟุตซอล และสนามหญ้าเทียม ฯลฯ โดยมีนักกีฬาเยาวชนในสังกัดกว่า 300 คน มีทั้งที่เป็นทุน 100% และลดหลั่นกันมาตามแต่เกณฑ์ของโครงการ โดยในทุกเทอมจะมีการประเมินคุณภาพเพื่อคัดกรองเด็กๆ ในคาถาให้ได้คุณภาพสูงสุด

นอกจากนี้โครงการยังมีการดูแลเด็กๆ ในทุกด้าน เพื่อให้ทุกคนได้โฟกัสกับการเล่นฟุตบอลอย่างเต็มที่ ความทุ่มเทเหล่านี้นำมาซึ่งความสำเร็จในการคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมากมาย ทั้งแชมป์ 18 ปี ข, 18 ปี ก, ฟุตบอล PEA U23 และได้ผลักดันเด็กๆ หลายคนให้เติบโตขึ้นมาอย่างงดงามประดับวงการฟุตบอลไทย อาทิ จักราวุธ สงมา, จักรกฤษ สงมา, ธวัชชัย โอชารส, ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย, พีรนันท์ บัวไข และอีกหลายๆ คน

หากเปรียบ หนองบัว พิชญ เอฟซี เป็นดั่งต้นไม้ใหญ่ ก็คงเป็นพฤกษาที่แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างงดงามและมั่นคง โดยมีสโมสรในเครือข่ายเป็นดั่งดอกผล ไม่ว่าจะเป็น อุดร ยูไนเต็ด, อุดร บ้านจั่น ไปจนถึงสองทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่าง อีสานไฟเตอร์ และ สโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต

ทุกกิ่งก้านที่ยื่นออกไปไม่ได้เป็นเพียงแค่ทีมฟุตบอล แต่คือ "บันไดแห่งโอกาส" ที่เปิดกว้างให้เด็กๆ ในโครงการได้ลงไปพิสูจน์ฝีเท้า สสัมผัสความกระดูกเคี่ยวในเวทีลีกอาชีพจริง เพื่อให้วันหนึ่งเมื่อพวกเขาเติบโตและแข็งแกร่งเต็มที่ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะหวนกลับมาส่งพลัง เติมเต็มให้ต้นไม้ใหญ่แห่งหนองบัวลำภูต้นนี้ ยืนต้นอย่างตระหง่าน ยั่งยืน และเป็นความภาคภูมิใจของคนอีสานอย่างแท้จริง

ว่ากันว่าการเลื่อนชั้นของ 2 ทีมในเครือข่ายในฤดูกาลนี้ทั้ง อีสานไฟเตอร์ และ สโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต จะทำให้มีข้อเสนอเข้ามาในการซื้อสิทธิ์ไปทำทีมต่อ ทว่า “บิ๊กสุเทพ” เลือกที่จะปฏิเสธและมองว่าผลลัพธ์จากการให้โอกาสและการสร้างคนนั้น มีมูลค่าและคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด

สำหรับ สโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต แห่งนี้ เปรียบเสมือนเบ้าหลอมสำคัญที่คอยเจียระไนแข้ง “พญาไก่ชน” รุ่นแล้วรุ่นเล่า ทีมนี้ส่งแข่งขันในระดับกึ่งอาชีพมาหลายปีตั้งแต่ยังเป็นระบบอเมเจอร์ลีกในปี 2018 โดยใน 2 ปีแรกส่งแข่งขันในโซนเหนือ ก่อนย้ายมาปักหลักในโซนอีสานนับแต่ฤดูกาล 2020 เป็นต้นมา และเมื่อปรับรูปแบบเข้าสู่เซมิโปรลีก ทีมก็ยังส่งแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ร่วมๆ แล้วกว่า 9 ปีด้วยกัน

ปัจจุบันทีมขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังจากชุด U21 เป็นหลัก ภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชอ้น” ศุภนิตย์ ศุภรัตนกูล กุนซือลูกหม้อดีกรีซีไลเซนส์ที่อยู่กับทีมมายาวนาน ทีมทำผลงานจบอันดับที่ 2 ในเซมิโปรลีก โซนอีสาน และประจวบเหมาะพอดีที่ เมืองเลย ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 จึงทำให้พวกเขาคว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 ตามหลัง อีสานไฟเตอร์ ได้สำเร็จ

กับภารกิจในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง “โค้ชอ้น” ย้ำว่าเป้าหมายที่ผู้บริหารฝากฝังไว้คือการพาทีมอยู่รอดในลีกอาชีพให้ได้ ด้วยเงื่อนไขที่ต้องใช้ขุมกำลังซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นแข้งอายุต่ำกว่า 21 ปี กับภารกิจคุมทีมลีกอาชีพหนแรก และระหว่างทางตรงนั้น ขุมกำลังชุดนี้ยังต้องลงแข่งขันในนามวิทยาลัยในรายการอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย

และการที่มีทีมในเครือพิชญถึง 4 สโมสรในศึกไทยลีก 3 โซนอีสาน “โค้ชอ้น” ยืนยันหนักแน่นว่า ทุกทีมมีความเป็นมืออาชีพพอ ที่สำคัญน้องๆ ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ทีมไหน ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการพิสูจน์ตัวตนเพื่อขยับตัวเองไปสู่ทีมใหญ่อย่าง หนองบัว พิชญ เอฟซี กันทั้งนั้น ฉะนั้นคู่แข่งร่วมลีกสบายใจได้ และหากคุณดีพอก็ไม่จำเป็นต้องกลัวพวกเราแต่อย่างใด

สุดท้ายการก้าวขึ้นมาสู่ลีกอาชีพของ สโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต พิสูจน์ว่าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้วัดกันด้วยถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่คือการได้เห็น "เมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส" ที่ถูกหว่านไว้ ได้เติบโตขึ้นมาส่งพลังให้ต้นไม้ใหญ่แห่งหนองบัวลำภู ยืนต้นตระหง่านและมั่นคงบนผืนแผ่นดินฟุตบอลไทยอย่างเต็มภาคภูมิ

ขอบคุณภาพ สโมสรวิทยาลัยพิชญบัณฑิต

ผู้สนับสนุน
M7 Sportwear - Official
MFM - Mseven Football Management

🐔🐔
31/07/2026

🐔🐔

📊 ย้อนเช็คผลงานตลอดฤดูกาลของ สโมสรหนองบัวพิชญ เอฟซี ในศึก BYD SEAL 5 LEAGUE 2 SEASON 2025/26

อาจจะมีช่วงที่ผลงานอาจจะไม่ได้ดั่งใจบ้าง แต่ หนองบัว พิชญ เอฟซี ทำได้ตามมาตรฐานที่วางเอาไว้ด้วยการเก็บคะแนนสำคัญเเละยังเล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่งจนทำให้พวกเขาทะยานเข้าสู่รอบเพลย์ออฟแบบไม่ยากเย็นมากนัก แม้สุดท้ายจะไม่ได้เลื่อนชั้น แต่อย่างน่้อยได้สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมเเละแสดงให้เห็นว่าไม่ควรประมาทบิ๊กทีมทีมนี้ที่พร้อมจะเก็บคะแนนอยู่ตลอด!

📺 ถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY และ Monomax

#สู้สุดใจไปให้ถึงฝัน #บทสรุปครบทุกถ้วย

🐔✈️🇯🇵
26/07/2026

🐔✈️🇯🇵

OFFICIAL : "แบน" เปิดตัวซบ เอสซี ซางามิฮาระ ลุยเจ 3 ด้วยสัญญายืมตัว 🩷🤝💚
หนองบัว พิชญ เอฟซี ประกาศปล่อยตัว ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย แนวรุกดาวรุ่งชาวไทย ย้ายไปร่วมทัพ เอสซี ซางามิฮาระ สโมสรในศึกเจลีก 3 ประเทศญี่ปุ่น ด้วยสัญญายืมตัว โดยการย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพของ "เจ้าแบน" ที่จะได้ออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์บนเวทีฟุตบอลญี่ปุ่น พร้อมพัฒนาฝีเท้ากับหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเกมลีกมีมาตรฐานสูงของเอเชีย
ธนาวุฒิ เป็นนักเตะที่โดดเด่นเรื่องความเร็ว ความคล่องตัว สามารถเล่นได้ทั้งปีกซ้าย ปีกขวา ทำให้ได้รับการจับตามองว่าเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งไทยที่มีศักยภาพในการก้าวขึ้นสู่ฟุตบอลระดับนานาชาติ
สำหรับการย้ายไปเล่นในศึก เจลีก 3 ถือเป็นโอกาสสำคัญของ "แบน" ในการยกระดับฝีเท้า ทั้งด้านแท็กติก ความแข็งแกร่ง ร่วมไปถึงวินัยในการเล่นฟุตบอล ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการพัฒนา และให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งของท่านประธาน สุเทพ ภู่มงคลสุริยา และหากสามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์ฟุตบอลญี่ปุ่นได้ ก็มีโอกาสต่อยอดสู่การค้าแข้งในระดับเจลีก 2 และเจลีก 1 รวมไปถึงการกลับมายกระดับทีมหนองบัว พิชญ เอฟซี ในอนาคต
การไปร่วมทีม เอสซี ซางามิฮาระ ครั้งนี้ "แบน" จะสวมเสื้อหมายเลข 93 ซึ่งเจ้าตัวเผยถึงการเลือกใส่เบอร์นี้ว่า "เป็นตัวเลขประจำสโมสรหนองบัว พิชญ สโมสรที่ให้โอกาสผมได้เริ่มต้นค้าแข้งอาชีพ และให้โอกาสในการใส่เล่นที่นี่"
ด้าน เอสซี ซางามิฮาระ ก่อตั้งในปี 2008 เป็นสโมสรอาชีพจากจังหวัดคานางาวะ ที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนานักเตะดาวรุ่ง และให้โอกาสผู้เล่นอายุน้อยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการที่ "แบน" จะได้โชว์ศักยภายของตัวเองอย่างเต็มที่ มาสคอตประจำทีม "กามิติ" (Gamity) ที่ได้รับการออกแบบให้เป็น นกกระจอกเทศ ที่ดูดุดันและมักจะทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา
แฟนบอลหนองบัว พิชญ เอฟซี ติดตามความเคลื่อนไหว และผลงานของ "แบน" ได้ที่ www.facebook.com/scsagamihara
ขอแสดงความยินดี และขอให้ "แบน" ประสบความสำเร็จกับโอกาสครั้งสำคัญในครั้งนี้
OFFICIAL : “Ban” Joins SC Sagamihara on Loan to Begin J3 Journey 🩷🤝💚

Nongbua Pitchaya FC has confirmed the loan transfer of promising Thai attacker Thanawut Pochai to SC Sagamihara in J3 League.

The move marks a significant milestone in Ban’s career as he embarks on a new chapter in Japanese football where he will have the opportunity to gain invaluable experience and continue his development in one of Asia’s most competitive and respected football environments.

Thanawut is widely recognized for his explosive pace, agility, and versatility across the front line. Comfortable on both the left and right wing, the talented youngster has emerged as one of Thailand’s brightest prospects, earning recognition as a player with the potential to make his mark on the international stage.

For Ban, the move to Japan’s J3 League represents a major opportunity to elevate every aspect of his game from tactical understanding and physical development to the discipline and professionalism that define Japanese football. It also reflects Nongbua Pitchaya FC President Suthep Phumongkolsuriya’s long-term vision of creating pathways for the club’s brightest young talents to challenge themselves abroad. Should Ban adapt successfully to the Japanese style of play the opportunity to progress to J2 and eventually J1 League football could become a realistic next step, before returning to strengthen Nongbua Pitchaya FC in the future.

At SC Sagamihara, Ban will wear the No. 93 shirt. Explaining the choice, he said:

“The number 93 represents Nongbua Pitchaya FC the club that gave me my first opportunity to become a professional footballer and made this journey possible. Wearing this number is my way of carrying the club with me to Japan.”

Founded in 2008, SC Sagamihara is a professional club based in Kanagawa Prefecture, Japan. Renowned for its commitment to youth development, the club has built a reputation for giving young players the platform to showcase their potential and continue their progression. It provides the ideal environment for Ban to take the next step in his career. The club’s mascot, “Gamity” is a fierce looking ostrich that has become a distinctive symbol of SC Sagamihara.

Nongbua Pitchaya FC supporters can follow Ban’s journey and all the latest updates from SC Sagamihara through the club’s official page: www.facebook.com/scsagamihara

Congratulations, Ban. Wishing you every success as you begin this exciting new chapter in Japan.
🇯🇵

.C.Sagamihara


🐓

🐔สู้เขาบ้านเฮามันเเล้ง 🎙เข้าเมืองมาออดิชั่น ผัดว่า 🔥
25/07/2026

🐔สู้เขาบ้านเฮามันเเล้ง
🎙เข้าเมืองมาออดิชั่น ผัดว่า 🔥

22/07/2026

ปีนี้บ่เพลย์ออฟแน่นอนครับ
🐔🐔🐔🔥🔥🔥

22/07/2026

6 ก.ย. 18.30 น.
หนองบัว พิชญ 🆚️ เกษตรศาสตร์
ณ พิชญ สเตเดี้ยม

22/07/2026

🐔🔥
เกมเเรกเจอใครก็ด้าย
พ่อจะซัดให้ยับเลย
🤣🤣🤣🤣

🐔🔥
20/07/2026

🐔🔥

🐔🔥 ทรัพย์มา  กะรวยท่อนตั้ว ลุย
16/07/2026

🐔🔥 ทรัพย์มา กะรวยท่อนตั้ว ลุย

ยินดีต้อนรับ "บอส" ชยพล ทรัพย์มา 🆕📝
Welcome "Chayapol Supma" 🇹🇭

#บอส #ชยพลทรัพย์มา



🐓

ที่อยู่

Nong Bua Lamphu

เบอร์โทรศัพท์

+66803172082

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NP FC RADIOผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง NP FC RADIO:

ทางลัด

แชร์

ประเภท