19/07/2022
เงินตรารายได้ที่หมุนเวียนอยู่ในวงการชนวัว
บารมีต้องถึง แต่เงินก็ต้องถึงเช่นกัน ดังที่บุญส่งกล่าวว่า ต้องลงทุนในตอนแรกถึง 3.7 ล้านบาท ทั้งค่าใบอนุญาต ค่าสถานที่ แต่เมื่อถึงการจัดแข่งขันจริงในแต่ละครั้ง ยังมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อีกไม่น้อย เช่น ค่าน้ำมันสำหรับบรรทุกวัวมายังสนามแข่ง ค่าตัวของวัวแต่ละตัว ยิ่งวัวมีชื่อเสียงค่าตัวก็ยิ่งสูงตามอัตราต่อรอง ค่าจ้างคนดูแลวัว และอื่น ๆ อีกจิปาถะ ตกครั้งละประมาณ 2 แสนบาท
งานวิจัยของ ดร.รงค์อธิบายว่า โดยทั่วไปจะอนุญาตให้สนามชนวัวแต่ละแห่งชนวัวได้เพียงเดือนละ 1 วัน แต่ในความเป็นจริงจะมีการขออนุญาตมากกว่า 1 วัน โดยอ้างวัตถุประสงค์ด้านการกุศล เช่น หาเงินให้แก่โรงเรียนในท้องถิ่น เป็นต้น ซึ่งการขอชนวัวนัดพิเศษเช่นนี้ จะต้องเสียเงินค่าขออนุญาตพิเศษวันละ 25,000-30,000 บาท ส่วนกรณีบ่อนซ้อมหรือบ่อนผิดกฎหมาย การชนวัวแต่ละครั้งต้องขออนุญาตจากนายอำเภอและผู้บังคับการตำรวจภูธรในพื้นที่ และมีการจ่ายเงินนอกระบบให้กับบางหน่วยงานครั้งละประมาณ 80,000-90,000 บาทแม้ว่าค่าใช้จ่ายการจัดชนวัวแต่ละครั้งจะค่อนข้างสูง แต่รายได้ที่กลับเข้ามาก็ถือว่าคุ้มค่า เฉพาะค่าประตูเพียงอย่างเดียวก็คุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด โดยทั่วไปสนามกีฬาชนวัวจะมีประตู 2 ชั้น ผู้เข้าชมต้องเสียค่าประตูชั้นแรก 200 บาท และต้องเสียค่าประตูเพื่อเข้าไปยังตัวลานชนวัวอีก 200 บาท ในกรณีสนามชนโคบ้านทุ่งโพธิ์ บุญส่งกล่าวว่า บางครั้งค่าประตูชั้นในก็ไม่เก็บ โดยดูจากการเป็นคนรู้จักบ้างหรือไม่ก็ดูจากสถานะของผู้ชมบ้าง เช่น ถ้าขี่รถเครื่อง (รถจักรยานยนต์) มาก็ไม่เก็บค่าประตูชั้นใน แต่ถ้าขับรถยนต์ก็ต้องจ่าย หรือถ้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว ไม่ได้มาเพื่อเดิมพันก็ไม่ต้องเสียค่าประตูเลย เป็นต้น ส่วนกรณีสนามชนโคบ้านท่ามิหรำจะเก็บค่าประตูนอก 200 บาท และค่าประตูใน 100 บาท
จากงานวิจัยของ ดร.รงค์ประเมินรายได้ของบ่อนวัวชนภาคใต้เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 500,000 บาท เป็นค่าผ่านประตูประมาณ 420,000 บาท และยังมีรายได้เสริมจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับบ่อนอีกประมาณ 80,000 บาทต่อวัน ได้แก่ การขายสินค้าผูกขาด เช่น ข้าวแกง เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ผ้าเย็น อุปกรณ์แต่งวัวและของฝาก เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้ของเครือญาติของเจ้าของบ่อน
นอกจากนี้ งานวิจัยยังกล่าวถึงความคิดเห็นของนายสนามด้วยว่า กำไรกว่า 2 แสนบาทต่อครั้งก็ยังเทียบไม่ได้กับผลตอบแทนทางสังคม เพราะบ่อนวัวชนไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่คือสิ่งแสดงเกียรติภูมิและอำนาจทางสังคม ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล หนวยงาน สถาบันทางราชการ และการเมือง ประมาณการผู้เล่นการพนันวัวชนใน 7 จังหวัดภาคใต้ พบว่า มีทั้งสิ้น 226,000 คน เป็นนักพนันมืออาชีพ 21,000 คน นอกนั้นเป็นประชาชนทั่วไปที่จะเล่นพนัน เมื่อมีการแข่งขันระหว่างวัวที่มีชื่อเสียง โดยนักพนันมืออาชีพส่วนใหญ่ขนเงินมาเล่น แต่ละครั้งระดับเฉียดล้านหรือมากกว่า เจริญบอกว่า ถ้าเป็นวัวคู่ดังก็ชนกันเงินพนันหนักที่สุดเป็น 10 ล้านบาท นักพนันอาชีพกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ขณะที่ประชาชนทั่วไปจะเดิมพันประมาณ 5 พันถึงหลักหมื่นต่อวันเท่านั้น
พูดในมิติทางเศรษฐกิจ วัวชนเป็นแหล่งเศรษฐกิจ เช่น เพาะพันธุ์วัว ที่สำคัญคือการเดิมพันและยังสร้างกระบวนการทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง เช่น เวลาชนกันครั้งหนึ่ง จะกินข้าวที่ไหน ก็ต้องมีร้านขายข้าว ขายน้ำ ที่จอดรถ อุปกรณ์เลี้ยงวัว ซีดีวัวชน มีถ่ายทอดสด วัวก่อนที่จะชนต้องไปอยู่ที่สนามไม่ต่ำกว่า 20 วัน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ก็ต้องมีที่หลับที่นอน ดังนั้น มันจึงเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากวัวชนจำนวนมาก” ดร.รงค์กล่าว ประมาณการว่า วงเงินพนันวัวชนภาคใต้ตกปีละประมาณ 73,113 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินหมุนเวียนการพนันแบบต่อรองประมาณ 71,769 ล้านบาท และเงินเดิมพันรวมของทุกสนามอีก 1,344 ล้านบาท ดร.รงค์ เสริมว่า “แต่เงินอีกตัวที่ยังไม่ได้นำมาคำนวณคือ เงินจากธุรกิจต่อเนื่อง ตรงนี้อาจจะเป็นหมื่นล้านเหมือนกัน วัวชนจึงก่อให้เกิดความต่อเนื่องของห่วงโซ่ความสัมพันธ์ของกิจกรรมชุมชนตามมา แปรเป็นเงินได้เป็นหมื่นล้านบาท”
#วัวชน #วัวชนสด #วัวชนแดนใต้ #วัวชนภาคใต้ #วัวชนมันๆ #วัวชนพันล้าน #วัวชน #สนามทะเลหลวงสุโขทัย #วัวชนสงขลา #เดิมพันวัวชนออนไลน์ #วัวชน #วัว #วัวชนวันนี้ #วัวชนโหด #วัวชนเมืองไทย #วัวชนสงขลา #วัวชนคนสู้ #วัวชนภาคใต้ #ทีเด็ดวัวชน #วัวชนยุค90 #ราคาวัวชน #ราคาต่อรองวัวชน #เดิมพันวัวชน #เดิมพันวัวชนออนไลน์ #พนันวัวชน #พนันวัวชนออนไลน์ #วัวชน #วัวชนออนไลน์ #แทงวัวชน #แทงวัวชนออนไลน์ #วัวชนสด #วัวชนเเดนใต้ #วัวชนพัทลุง #วัวชนเงินล้าน