WRB#11Nakhonpanom “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ”

03/11/2025
02/11/2025
11 วันสุดท้าย ผู้ว่าฯ เชิญชวนสมัครร่วม ‘เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต #11 เฉลิมพระเกียรติ’รวมพลังชาวนครพนม ออกกำลังกายพร้...
08/09/2025

11 วันสุดท้าย ผู้ว่าฯ เชิญชวนสมัคร
ร่วม ‘เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต #11 เฉลิมพระเกียรติ’
รวมพลังชาวนครพนม ออกกำลังกายพร้อมกัน 77 จว.ทั่วประเทศ 2 พ.ย.นี้

โค้งสุดท้าย.! หมดเขต 20 กันยายน 2568 นี้ สแกน QR Code สมัครด่วน หรือลงทะเบียนสมัครได้ทางเว็บไซต์ https://wrb11.thai.run/event/NPM สนามจังหวัดนครพนม กำหนดประเภทกิจกรรม 3 รูปแบบ คือ “เดิน 5 กม. วิ่ง 10 กม. และปั่นจักรยาน ระยะทาง 16 กม.” ค่าสมัครร่วมกิจกรรมกลุ่มอายุ 7-18 ปี ราคา 240 บาท และกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป ราคา 360 บาท 30% ของรายได้ส่งมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อสนับสนุนโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ พิเศษ ผู้สมัครทุกคนสามารถนำเงินค่าสมัครไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า และได้รับการประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนด

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน สิ่งสำคัญ คือ การที่เราได้ขยับร่างกาย เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี มีภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนพี่น้องชาวนครพนมทุกลุ่มวัยมารวมพลังร่วมกิจกรรมอันยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ สนามจังหวัดนครพนม ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกาย 2568 นี้

นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ดำเนินการโดยคณะทำงานฯ กลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อน “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ” อย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดนครพนมได้รับเป้าหมายจำนวนผู้สมัครร่วมกิจกรรม 4,300 คน และยอดผู้สมัคร (ณ วันที่ 8 กันยายน 2568) มีจำนวน 4,247 คน แบ่งเป็นกลุ่มเด็ก 247 คน กลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป 4,000 คน ยังคงเหลืออีก 53 คน จะได้ครบตามจำนวนเป้าหมาย 100% ได้รับการจัดลำดับ 23 ของประเทศ และลำดับที่ 3 ของเขตสุขภาพที่ 8 ทั้งนี้ “ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” ได้ประกาศขยายเวลารับสมัครร่วมกิจกรรมถึงวันที่ 20 กันยายน 2568

ผู้สมัครจะได้รับเสื้อที่ระลึกโครงการ จำนวน 1 ตัว พร้อมเหรียญที่ระลึก โดยสามารถรับเสื้อได้ที่กลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 20 – 24 ตุลาคม 2568 เวลา 08.30 – 16.30 น. และวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ถนนสวรรค์ชายโขง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ทั้งนี้ โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ สนามจังหวัดนครพนม กำหนดจัดในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05.30 น. ณ ถนนสวรรค์ชายโขง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ประเภทกิจกรรมการออกกำลังกายประกอบด้วย การเดิน ระยะทาง 5 กิโลเมตร วิ่ง ระยะทาง 10 กิโลเมตร และปั่นจักรยาน ระยะทาง 16 กิโลเมตร ค่าสมัครร่วมกิจกรรม (กลุ่มอายุ 7-18 ปี) ราคา 240 บาท และกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป ราคา 360 บาท

อนึ่ง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดยศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช ร่วมกับศิริราชมูลนิธิ จัดโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติ เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้โรคหลอดเลือดสมอง และในปี 2568 เป็นการจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 โดยใช้ชื่อว่า “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” หัวข้อ ออกกำลังเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE) มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงเป็นดั่งแสงนำใจ และทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทย ในการรักษาสุขภาพและการออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และเพื่อรณรงค์เชิญชวนประชาชนทุกเพศทุกวัย ได้ออกกำลังกายอย่างง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงห่างไกลโรค ต่อยอดสู่การมีสมองที่ดี โดยกำหนดจัดกิจกรรมออกกำลังกาย “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ ฯ” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ

#เฉลิมพระเกียรติฯ
#ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช
#คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
#มหาวิทยาลัยมหิดล
#โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ
#เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาตครั้งที่11
#ออกกำลังเป็นนิสัยห่างไกลสโตรค

#จังหวัดนครพนม
#สาธารณสุขจังหวัดนครพนม
#เว็บไซต์ไทยรัน


‘สสจ.นครพนม’ เชิญชวนทุกกลุ่มวัยสมัครร่วม ‘เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต #11 เฉลิมพระเกียรติ’โค้งสุดท้าย.! เปิดรับถึง 20 ก...
03/09/2025

‘สสจ.นครพนม’ เชิญชวนทุกกลุ่มวัย
สมัครร่วม ‘เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต #11 เฉลิมพระเกียรติ’
โค้งสุดท้าย.! เปิดรับถึง 20 ก.ย.นี้ ย้ำ “โรคหลอดเลือดสมอง’ ป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกาย

ตามที่ “ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” กำหนดจัดกิจกรรมโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนชาวไทยตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งยังเป็นการรณรงค์เชิญชวนประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ได้ออกกำลังกายอย่างง่าย และในปี 2568 นี้ ได้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 โดยใช้ชื่อว่า “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ” หัวข้อ “ออกกำลังเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE)”

นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ดำเนินการโดยคณะทำงานฯ กลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อน “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ” อย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดนครพนมได้รับเป้าหมายจำนวนผู้สมัครร่วมกิจกรรม 4,300 คน และยอดผู้สมัคร (ณ วันที่ 3 กันยายน 2568) มีจำนวน 3,056 คน ยังคงเหลืออีก 365 คน (8.44%) จะได้ครบตามจำนวนเป้าหมาย 100% ได้รับการจัดลำดับที่ 24 ของประเทศ และลำดับ 5 ของเขตสุขภาพที่ 8 ทั้งนี้ “ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” ได้ประกาศขยายเวลารับสมัครร่วมกิจกรรม Walk Run Bike 11 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2568

“ขอเชิญชวนพี่น้องชาวนครพนม (ทุกกลุ่มวัย) ร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ผ่านการออกกำลังกายในกิจกรรม “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ลงทะเบียนสมัครร่วมกิจกรรมได้ทางเว็บไซต์ https://wrb11.thai.run/event/NPM สนามจังหวัดนครพนม กำหนดประเภทกิจกรรม 3 รูปแบบ คือ “เดิน วิ่งและปั่นจักรยาน” ค่าสมัครร่วมกิจกรรมกลุ่มอายุ 7-18 ปี ราคา 240 บาท/ท่าน และกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป ราคา 360 บาท/ท่าน กำหนดจัดกิจกรรม (ช่วงเย็น) ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 จุดสตาร์ท ณ ถนนสวรรค์ชายโขง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม” นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม กล่าว

นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม กล่าวย้ำว่า มีหลักฐานงานวิจัยทางการแพทย์รองรับว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในทุกช่วงวัยทำให้สุขภาพดี ทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ขอย้ำว่า “โรคหลอดเลือดสมอง” สามารถป้องกันได้ถึง 90% ด้วยการออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดหวานมันเค็ม ควบคุมน้ำหนัก ความดันโลหิต น้ำตาล และไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ

อนึ่ง โรคหลอดเลือดสมองยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในประเทศไทย โดยมีผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองจำนวนมากขึ้นทุกปี สถิติในปี 2567 ชี้ให้เห็นว่าประมาณ 7-8% ของการเสียชีวิตในประเทศไทยมาจาก “โรคหลอดเลือดสมอง” โดยส่วนใหญ่จะเป็นในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการพบโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มวัยกลางคน (อายุ 30-50 ปี) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง เช่น การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่

#เฉลิมพระเกียรติฯ
#ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช
#คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
#มหาวิทยาลัยมหิดล
#โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ
#เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาตครั้งที่11
#ออกกำลังเป็นนิสัยห่างไกลสโตรค

#จังหวัดนครพนม
#สาธารณสุขจังหวัดนครพนม
#เว็บไซต์ไทยรัน


02/08/2025

เปิดลงทะเบียนแล้ว.!
“โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” สนามจังหวัดนครพนม
--------------------------------------------

'ผู้ว่าฯ นครพนม-ผู้บริหาร หัวหน้าส่วน
เชิญชวนสมัครร่วมกิจกรรมโครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ
‘เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรือปั่น สิ่งสำคัญ คือ การที่เราได้ขยับร่างกาย เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี มีภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะ “โรคหลอดเลือดสมอง” เชิญชวนพี่น้องชาวนครพนม มารวมพลังร่วมกิจกรรมอันยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และแสดงออกถึงความรักความสามัคคี ใน “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” สนามจังหวัดนครพนม ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นางสงวน มะเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะฝึกให้เราออกกำลังกายเป็นนิสัย คือ “ต้องมีวินัยและความสม่ำเสมอ” เริ่มต้นเล็กๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น การมีเป้าหมายจะช่วยให้เรามีแรงจูงใจ ออกกำลังกายช่วยให้รูปร่างดี กล้ามเนื้อแข็งแรง หัวใจแข็งแรง ลดไขมัน และควบคุมน้ำหนักได้ดี

ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า “โรคหลอดเลือดสมอง” เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพ เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดจากการที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างกะทันหัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ความพิการถาวรหรือแม้กระทั่งเสียชีวิตได้ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า การออกกำลังกายให้เป็นนิสัยนั้นต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน เริ่มต้นวันนี้...เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในวันหน้า ด้านนายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า มีหลักฐานงานวิจัยทางการแพทย์รองรับว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในทุกช่วงวัย ทำให้สุขภาพดี ทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ขอย้ำว่า “โรคหลอดเลือดสมอง” สามารถป้องกันได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และนายแพทย์นฤพนธ์ ยุทธเกษมสันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม กล่าวย้ำว่า การจดจำสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สัญญาณเตือนที่ควรจำ คือ ใบหน้าอ่อนแรง แขนอ่อนแรง พูดลำบาก หากพบสัญญาณใดๆ เหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบโทรแจ้ง 1669 ทันที

มาร่วมกันทำให้การออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ในกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้แล้ววันนี้ ที่ https://wrb11.thai.run/event/NPM ค่าสมัคร 360 บาท สำหรับประชาชนทั่วไป เยาวชน อายุ 7-18 ปี ค่าสมัคร 240 บาท 30 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้จากการจัดกิจกรรม ส่งมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อสนับสนุนโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ พิเศษ ผู้สมัครทุกคนสามารถนำเงินค่าสมัครไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า และได้รับการประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนด

อนึ่ง “โรคหลอดเลือดสมอง” ยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในประเทศไทย โดยมีผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองจำนวนมากขึ้นทุกปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการพบโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มวัยกลางคน (อายุ 30-50 ปี) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง เช่น การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่

“ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” กำหนดจัดกิจกรรมโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนชาวไทยตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งยังเป็นการรณรงค์เชิญชวนประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ได้ออกกำลังกายอย่างง่าย และในปี 2568 นี้ ได้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 โดยใช้ชื่อว่า “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ” หัวข้อ “ออกกำลังเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE)”

#เฉลิมพระเกียรติฯ
#ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช
#คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
#มหาวิทยาลัยมหิดล
#โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ
#เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาตครั้งที่11
#ออกกำลังเป็นนิสัยห่างไกลสโตรค

#จังหวัดนครพนม
#สาธารณสุขจังหวัดนครพนม
#เว็บไซต์ไทยรัน



เปิดใจ 'ปัญญา ธีระกำจาย'เผชิญ 'โมยาโมยาสสโตรก' ติดเตียง 1 เดือนผลจากกายภาพ-ฝึกเดิน ผ่าน 3 เดือน ร่วมมาราธอน ตั้งเป้าวิ่ง...
04/07/2025

เปิดใจ 'ปัญญา ธีระกำจาย'
เผชิญ 'โมยาโมยาสสโตรก' ติดเตียง 1 เดือน
ผลจากกายภาพ-ฝึกเดิน ผ่าน 3 เดือน ร่วมมาราธอน ตั้งเป้าวิ่งทุกวันขั้นต่ำ 10 กม.

เปิดใจ “เภสัชกรปัญญา ธีระกำจาย” อดีตนักกีฬาโรงเรียน ออกกำลังกายเล่นกีฬาเป็นประจำ เชื่อตัวเองสุขภาพแข็งแรง ไม่คิดว่าจะเป็น “สโตรก” หลังเข้าเส้นชัยมาราธอน “วิ่งริมโขง” แก้วน้ำหล่นจากมือ 3 ครั้ง เอ๊ะใจ...เราผิดปกติแล้ว “ร่างกาย แขน-ขา อ่อนแรง ปากเบี้ยว” แพทย์ฉุกเฉินประเมินเป็น “โรคโมยาโมยาสโตรก” เผยช่วงนอนติดเตียง 1 เดือน ทบทวนความคิด หากท้อแท้จะพ่ายแพ้ทุกเรื่อง ครอบครัวให้กำลังใจ ลุกจากเตียงฝึกทำกายภาพและฝึกเดินให้ตรง พยายาม 2 เดือน พอเดินได้ตรงเริ่มฝึกวิ่งเบา ๆ วันละ 1-2 กม. ผ่านเดือนที่ 3 ลงวิ่งรายการมาราธอน ทุกวันนี้ยังวิ่งทุกวัน วันละ 10 กม.เป็นอย่างต่ำ ตั้งเป้าต่อเดือนต้องได้ 200 กิโลเมตร วันนี้สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี เชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมมาร่วมกันทำให้การออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ในกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ ลงทะเบียนสมัครได้ที่ www:wrb11.thai.run/event/NPM ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568

นายปัญญา ธีระกำจาย เภสัชกรชำนาญการพิเศษ อายุ 51 ปี อดีตข้าราชการสังกัดโรงพยาบาลโพนสวรรค์ เปิดเผยว่า โดยพื้นเพผมเป็นคนที่จังหวัดเชียงราย หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มาบรรจุรับราชการในตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการ ที่โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ตั้งแต่ปี 2541 พออายุราชการครบ 25 ปี ได้ขอเกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) เมื่อปี 2565 ในตำแหน่งสุดท้าย “เภสัชกรชำนาญการพิเศษ” ปัจจุบันเปิดร้านขายยา “ปัญญาเภสัช” ที่อำเภอโพนสวรรค์ ในอดีตผมเป็นนักกีฬาของโรงเรียนตั้งแต่อยู่ประถมจนถึงมัธยม ในมหาวิทยาลัยก็เล่นกีฬาอย่างต่อเนื่อง กีฬาที่เล่นเป็นประจําก็คือ เป็นนักฟุตบอลครับ รวมถึงนักตะกร้อ แล้วก็เป็นนักวิ่งระยะสั้น 100 เมตร ทุกวันนี้ก็ยังออกกําลังกายเป็นประจําอยู่ครับ

เมื่อปี 2566 ผมไปวิ่งแข่งรายการมาราธอนที่จังหวัดขอนแก่น ต่อมาอีก 1 สัปดาห์ก็เข้าร่วมวิ่งรายการที่อำเภอบ้านแพง ต่อด้วยรายการที่อำเภอท่าอุเทน ในระยะ 10 กิโลเมตร และรายการที่ผมเริ่มเป็น “สโตรก” ก็คือ ร่วมรายการวิ่งริมโขงที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ซึ่งตอนนั้นไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นสโตรก เพราะที่ผ่านมาร่างกายค่อนข้างจะแข็งแรง ตรวจสุขภาพก็ไม่พบในเรื่องของไขมันและเบาหวาน ในการตรวจสุขภาพประจําปีทุกปีก็พยายามมอนิเตอร์ในเรื่องของควบคุมไขมันแล้วก็น้ำตาลอยู่ตลอดครับ

“หลังจากเข้าเส้นชัยประมาณครึ่งชั่วโมง ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ แก้วน้ำหล่นจากมือ (ซึ่งมันไม่น่าจะหล่น) แต่ก็หล่นถึง 3 ครั้ง ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง มือเริ่มอ่อนแรงก่อน ต่อมาที่ขาอ่อนแรง หลังจากนั้นก็ไปที่ปาก ปากเริ่มเบี้ยวผิดปกติ จึงประสานให้แฟนมารับกลับบ้าน แต่คิดว่าน่าจะไปไม่ถึงอำเภอโพนสวรรค์ จึงกลับเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลนครพนม แพทย์ห้องฉุกเฉินประเมินว่าเป็นอาการสโตรก โดยระบุว่า เป็น “โรคโมยาโมยา” (Moyamoya disease) ซึ่งเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่หายากและมีความรุนแรง โดยมีลักษณะเฉพาะ คือ หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการตีบตันหรืออุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ และปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นสโตรกได้ง่ายก็คือ ผมมีภาวะที่มีความผิดปกติของเส้นเลือดที่มีภาวะเป็นภูมิแพ้”

นายปัญญา ธีระกำจาย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากโรคสโตรก ก็คือ จะมีอาการอัมพาตครึ่งซีก โดยเฉพาะด้านซ้ายมือ ผมนอนติดเตียงอยู่ประมาณ 1 เดือน ซึ่งในช่วงที่นอนหนึ่งเดือนนั้น ผมก็พยายามทบทวนหลายๆ อย่าง เรามีความคิดว่า ถ้าสมมุติเรานอนติดเตียง “กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง” เราจะต้องนอนไปตลอด ซึ่งมันจะทําให้เกิดความท้อใจและพ่ายแพ้ในหลายๆ เรื่อง ผมก็เลยพยายามที่จะลุกขึ้น โดยได้รับกําลังใจจากครอบครัว ให้กําลังใจว่าเราสักวันต้องลุกขึ้นมาเดินได้ ผมพยายามอยู่ 2 เดือน เริ่มจากการฝึกทํากายภาพ ฝึกเดินให้ได้ตรงก่อน หลังจากนั้นพอเดินได้เราก็เลยฝึกวิ่งครับ เริ่มเบา ๆ ก่อน ประมาณวันละ 1-2 กิโลเมตร พอผ่านเดือนที่ 2 ผมก็ลงรายการแข่งวิ่งมาราธอนเลย เริ่มจากรายการเบา ๆ 10 กิโลเมตรก่อน

“ทุกวันนี้ก็ยังวิ่งทุกวันครับ โดยเฉพาะตื่นเช้ามาจะต้องมีเวลาให้กับการออกกําลังกาย ผมจะวิ่งวประมาณวันละ 10 กิโลเมตร เป็นอย่างต่ำ ตั้งเป้าหมายต่อเดือนอย่างน้อยต้องได้ 200 กิโลเมตรครับ เพื่อให้ฟื้นในเรื่องของสมรรถภาพร่างกายของเราให้คงที่มากที่สุดครับ ผมเชื่อว่าการออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิด “โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke” แล้ว หากพลาดว่าเราประสบกับภาวะสโตรค ก็จะทำให้เราฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย อันนี้เป็นข้อดีของการออกำลังกาย ทำให้สุขภาพและอารมย์ของเราเป็นปกติดี มีการใช้ชีวิตที่มีความสุขหลังการออกกำลังกาย” นายปัญญา ธีระกำจาย อดีตข้าราชการสังกัดโรงพยาบาลโพนสวรรค์ กล่าว

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมมาร่วมกันทำให้การออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ในกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ ลงทะเบียนสมัครได้ที่ www:wrb11.thai.run/event/NPM (ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568) ค่าสมัคร 360 บาท สำหรับประชาชนทั่วไป เยาวชน อายุ 7-18 ปี ค่าสมัคร 240 บาท 30 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้จากการจัดกิจกรรม ส่งมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อสนับสนุนโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ พิเศษ ผู้สมัครทุกคนสามารถนำเงินค่าสมัครไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า และได้รับการประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนด

อนึ่ง “ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” กำหนดจัดกิจกรรมโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนชาวไทยตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งยังเป็นการรณรงค์เชิญชวนประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ได้ออกกำลังกายอย่างง่าย และในปี 2568 นี้ ได้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 โดยใช้ชื่อว่า “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ” หัวข้อ “ออกกำลังเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE)”

#เฉลิมพระเกียรติฯ
#ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช
#คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
#มหาวิทยาลัยมหิดล
#โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ
#เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาตครั้งที่11
#ออกกำลังเป็นนิสัยห่างไกลสโตรค

#จังหวัดนครพนม
#สาธารณสุขจังหวัดนครพนม
#เว็บไซต์ไทยรัน


04/07/2025

เปิดใจ 'ปัญญา ธีระกำจาย'
เผชิญ 'โมยาโมยาสสโตรก' ติดเตียง 1 เดือน
ผลจากกายภาพ-ฝึกเดิน ผ่าน 3 เดือน ร่วมมาราธอน ตั้งเป้าวิ่งทุกวันขั้นต่ำ 10 กม.

เปิดใจ “เภสัชกรปัญญา ธีระกำจาย” อดีตนักกีฬาโรงเรียน ออกกำลังกายเล่นกีฬาเป็นประจำ เชื่อตัวเองสุขภาพแข็งแรง ไม่คิดว่าจะเป็น “สโตรก” หลังเข้าเส้นชัยมาราธอน “วิ่งริมโขง” แก้วน้ำหล่นจากมือ 3 ครั้ง เอ๊ะใจ...เราผิดปกติแล้ว “ร่างกาย แขน-ขา อ่อนแรง ปากเบี้ยว” แพทย์ฉุกเฉินประเมินเป็น “โรคโมยาโมยาสโตรก” เผยช่วงนอนติดเตียง 1 เดือน ทบทวนความคิด หากท้อแท้จะพ่ายแพ้ทุกเรื่อง ครอบครัวให้กำลังใจ ลุกจากเตียงฝึกทำกายภาพและฝึกเดินให้ตรง พยายาม 2 เดือน พอเดินได้ตรงเริ่มฝึกวิ่งเบา ๆ วันละ 1-2 กม. ผ่านเดือนที่ 3 ลงวิ่งรายการมาราธอน ทุกวันนี้ยังวิ่งทุกวัน วันละ 10 กม.เป็นอย่างต่ำ ตั้งเป้าต่อเดือนต้องได้ 200 กิโลเมตร วันนี้สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี เชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมมาร่วมกันทำให้การออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ในกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ ลงทะเบียนสมัครได้ที่ www:wrb11.thai.run/event/NPM ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568

นายปัญญา ธีระกำจาย เภสัชกรชำนาญการพิเศษ อายุ 51 ปี อดีตข้าราชการสังกัดโรงพยาบาลโพนสวรรค์ เปิดเผยว่า โดยพื้นเพผมเป็นคนที่จังหวัดเชียงราย หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มาบรรจุรับราชการในตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการ ที่โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ตั้งแต่ปี 2541 พออายุราชการครบ 25 ปี ได้ขอเกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) เมื่อปี 2565 ในตำแหน่งสุดท้าย “เภสัชกรชำนาญการพิเศษ” ปัจจุบันเปิดร้านขายยา “ปัญญาเภสัช” ที่อำเภอโพนสวรรค์ ในอดีตผมเป็นนักกีฬาของโรงเรียนตั้งแต่อยู่ประถมจนถึงมัธยม ในมหาวิทยาลัยก็เล่นกีฬาอย่างต่อเนื่อง กีฬาที่เล่นเป็นประจําก็คือ เป็นนักฟุตบอลครับ รวมถึงนักตะกร้อ แล้วก็เป็นนักวิ่งระยะสั้น 100 เมตร ทุกวันนี้ก็ยังออกกําลังกายเป็นประจําอยู่ครับ

เมื่อปี 2566 ผมไปวิ่งแข่งรายการมาราธอนที่จังหวัดขอนแก่น ต่อมาอีก 1 สัปดาห์ก็เข้าร่วมวิ่งรายการที่อำเภอบ้านแพง ต่อด้วยรายการที่อำเภอท่าอุเทน ในระยะ 10 กิโลเมตร และรายการที่ผมเริ่มเป็น “สโตรก” ก็คือ ร่วมรายการวิ่งริมโขงที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ซึ่งตอนนั้นไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นสโตรก เพราะที่ผ่านมาร่างกายค่อนข้างจะแข็งแรง ตรวจสุขภาพก็ไม่พบในเรื่องของไขมันและเบาหวาน ในการตรวจสุขภาพประจําปีทุกปีก็พยายามมอนิเตอร์ในเรื่องของควบคุมไขมันแล้วก็น้ำตาลอยู่ตลอดครับ

“หลังจากเข้าเส้นชัยประมาณครึ่งชั่วโมง ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ แก้วน้ำหล่นจากมือ (ซึ่งมันไม่น่าจะหล่น) แต่ก็หล่นถึง 3 ครั้ง ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง มือเริ่มอ่อนแรงก่อน ต่อมาที่ขาอ่อนแรง หลังจากนั้นก็ไปที่ปาก ปากเริ่มเบี้ยวผิดปกติ จึงประสานให้แฟนมารับกลับบ้าน แต่คิดว่าน่าจะไปไม่ถึงอำเภอโพนสวรรค์ จึงกลับเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลนครพนม แพทย์ห้องฉุกเฉินประเมินว่าเป็นอาการสโตรก โดยระบุว่า เป็น “โรคโมยาโมยา” (Moyamoya disease) ซึ่งเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่หายากและมีความรุนแรง โดยมีลักษณะเฉพาะ คือ หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการตีบตันหรืออุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ และปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นสโตรกได้ง่ายก็คือ ผมมีภาวะที่มีความผิดปกติของเส้นเลือดที่มีภาวะเป็นภูมิแพ้”

นายปัญญา ธีระกำจาย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากโรคสโตรก ก็คือ จะมีอาการอัมพาตครึ่งซีก โดยเฉพาะด้านซ้ายมือ ผมนอนติดเตียงอยู่ประมาณ 1 เดือน ซึ่งในช่วงที่นอนหนึ่งเดือนนั้น ผมก็พยายามทบทวนหลายๆ อย่าง เรามีความคิดว่า ถ้าสมมุติเรานอนติดเตียง “กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง” เราจะต้องนอนไปตลอด ซึ่งมันจะทําให้เกิดความท้อใจและพ่ายแพ้ในหลายๆ เรื่อง ผมก็เลยพยายามที่จะลุกขึ้น โดยได้รับกําลังใจจากครอบครัว ให้กําลังใจว่าเราสักวันต้องลุกขึ้นมาเดินได้ ผมพยายามอยู่ 2 เดือน เริ่มจากการฝึกทํากายภาพ ฝึกเดินให้ได้ตรงก่อน หลังจากนั้นพอเดินได้เราก็เลยฝึกวิ่งครับ เริ่มเบา ๆ ก่อน ประมาณวันละ 1-2 กิโลเมตร พอผ่านเดือนที่ 2 ผมก็ลงรายการแข่งวิ่งมาราธอนเลย เริ่มจากรายการเบา ๆ 10 กิโลเมตรก่อน

“ทุกวันนี้ก็ยังวิ่งทุกวันครับ โดยเฉพาะตื่นเช้ามาจะต้องมีเวลาให้กับการออกกําลังกาย ผมจะวิ่งวประมาณวันละ 10 กิโลเมตร เป็นอย่างต่ำ ตั้งเป้าหมายต่อเดือนอย่างน้อยต้องได้ 200 กิโลเมตรครับ เพื่อให้ฟื้นในเรื่องของสมรรถภาพร่างกายของเราให้คงที่มากที่สุดครับ ผมเชื่อว่าการออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิด “โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke” แล้ว หากพลาดว่าเราประสบกับภาวะสโตรค ก็จะทำให้เราฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย อันนี้เป็นข้อดีของการออกำลังกาย ทำให้สุขภาพและอารมย์ของเราเป็นปกติดี มีการใช้ชีวิตที่มีความสุขหลังการออกกำลังกาย” นายปัญญา ธีระกำจาย อดีตข้าราชการสังกัดโรงพยาบาลโพนสวรรค์ กล่าว

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมมาร่วมกันทำให้การออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ในกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ ลงทะเบียนสมัครได้ที่ www:wrb11.thai.run/event/NPM (ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568) ค่าสมัคร 360 บาท สำหรับประชาชนทั่วไป เยาวชน อายุ 7-18 ปี ค่าสมัคร 240 บาท 30 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้จากการจัดกิจกรรม ส่งมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อสนับสนุนโครงการรถรักษาอัมพาตเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ พิเศษ ผู้สมัครทุกคนสามารถนำเงินค่าสมัครไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า และได้รับการประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนด

อนึ่ง “ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” กำหนดจัดกิจกรรมโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนชาวไทยตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งยังเป็นการรณรงค์เชิญชวนประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ได้ออกกำลังกายอย่างง่าย และในปี 2568 นี้ ได้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 โดยใช้ชื่อว่า “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติฯ” หัวข้อ “ออกกำลังเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE)”

#เฉลิมพระเกียรติฯ
#ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช
#คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
#มหาวิทยาลัยมหิดล
#โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ
#เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาตครั้งที่11
#ออกกำลังเป็นนิสัยห่างไกลสโตรค

#จังหวัดนครพนม
#สาธารณสุขจังหวัดนครพนม
#เว็บไซต์ไทยรัน



ที่อยู่

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม
Nakhon Phanom
48000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ WRB#11Nakhonpanomผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท