The Kop Zone ข่าว ความรู้ ความเคลื่อนไหว อื่นๆ เกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล และทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟุตบอล

➡️ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมคริสตัล พาเลซ กล่าวก่อนเกมคาราบาว คัพ ที่จะบุกเยือนแอนฟิลด์ พบลิเวอร์พูลในคืนวันพุธนี...
29/10/2025

➡️ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมคริสตัล พาเลซ กล่าวก่อนเกมคาราบาว คัพ ที่จะบุกเยือนแอนฟิลด์ พบลิเวอร์พูลในคืนวันพุธนี้ โดยยอมรับว่าทีมคู่แข่งมีความไม่แน่นอนอยู่บ้างในเรื่องการจัดตัวผู้เล่น แต่ยืนยันว่า “แนวทางการเล่นของลิเวอร์พูลจะไม่เปลี่ยนไป”

🗣️ “ตอนนี้พวกเขามีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง เราไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเขาจะส่งใครลงสนาม เพราะปกติในศึกคาราบาว คัพ ลิเวอร์พูลมักจะหมุนเวียนผู้เล่นหลายตำแหน่ง”

“พวกเขามีบางคนที่ยังมีอาการบาดเจ็บ แต่รูปแบบการเล่นของพวกเขาจะไม่เปลี่ยนไปมากนัก”

#ลิเวอร์พูล #คาราบาวคัพ

➡️ จังหวะโต้กลับ…ที่กำลังจางหายไปจากลิเวอร์พูลมีช่วงเวลาหนึ่งที่ “ลิเวอร์พูล” คือทีมที่ไม่มีใครอยากเปิดหน้าแลก เพราะเพีย...
29/10/2025

➡️ จังหวะโต้กลับ…ที่กำลังจางหายไปจากลิเวอร์พูล

มีช่วงเวลาหนึ่งที่ “ลิเวอร์พูล” คือทีมที่ไม่มีใครอยากเปิดหน้าแลก เพราะเพียงแค่จังหวะผิดพลาดหนึ่งครั้ง พวกเขาสามารถเปลี่ยนเกมรับให้กลายเป็นประตูในเวลาไม่กี่วินาที

จังหวะโต้กลับของลิเวอร์พูลในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ คืออาวุธที่โลกฟุตบอลต้องยอมรับ ทั้งจากพลังการเพรสซิ่งที่บีบจนคู่แข่งเสียการควบคุมบอล การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในจังหวะเดียว และการพุ่งทะยานของ ซาลาห์ – มาเน่ – ฟีร์มีโน่ ที่ประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
นั่นคือ “อัตลักษณ์” ของทีม การเล่นที่ไม่ต้องครองบอลมาก แต่ครองทุกจังหวะสำคัญของเกม

แต่ในวันนี้…มันไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป

หากย้อนดูเกมของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ จะเห็นได้ชัดว่า “ความเร็วในการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก” ลดลงไปมาก

ผู้เล่นในแนวรุกมักต้องหันกลับมามองหาเพื่อน หยุดจังหวะเพื่อรอการเติม หรือจ่ายบอลย้อนหลังเพื่อตั้งเกมใหม่ ซึ่งในอดีตแทบไม่เกิดขึ้นในทีมที่เคยเปรี้ยงปร้างที่สุดในยุโรป

ซาลาห์ที่เคยพุ่งไปข้างหน้าด้วยสัญชาตญาณ ต้องหันกลับมาเล่นบอลสั้นในแนวกว้าง
กักโป ถูกบังคับให้เล่นในพื้นที่แคบมากขึ้น
ส่วน เอกิติเก้ แม้มีความเร็ว แต่กลับไม่มีระบบรองรับให้การวิ่งของเขาเกิดผล

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความ “ไม่พร้อม” ในการรับจังหวะที่ควรจะเป็นจุดแข็งที่สุดของทีม

หนึ่งในเหตุผลหลักคือ “ระบบของอาร์เน่ ชล็อต” ที่เน้นการครองบอลและการสร้างเกมจากแนวลึก
แนวคิดนี้ต่างจากยุคคล็อปป์โดยสิ้นเชิง เพราะไม่ใช่การรอจังหวะตัดบอลและพุ่งใส่คู่แข่ง แต่เป็นการบุกแบบต่อเนื่องผ่านการควบคุมพื้นที่และการเคลื่อนที่ของบอล
ปัญหาคือ ลิเวอร์พูลในตอนนี้ “ยังไม่พร้อมจะเป็นทีมครองบอลเต็มตัว” และก็ “ไม่สามารถกลับไปเป็นทีมโต้กลับแบบเดิมได้อีก”

ผลลัพธ์คือ การอยู่ตรงกลางระหว่างสองระบบ
พวกเขาครองบอลได้มากขึ้น แต่ไร้ประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้าย
และเมื่อเสียบอล ก็ไม่เร็วพอที่จะเปลี่ยนกลับมาโต้ทันที

อีกสิ่งที่น่าสังเกตคือ “การจ่ายบอลแรกหลังแย่งบอลได้” ที่ในอดีตเป็นหัวใจของการโต้กลับของลิเวอร์พูล
ฟีร์มีโน่ คือคนที่เคยทำตรงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาคือสะพานเชื่อมระหว่างแนวลึกกับแนวรุกข้างหน้า ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครแทนได้

แมค อัลลิสเตอร์ หรือ โซบอสไล แม้มีเทคนิคดี แต่ไม่ได้มีสัญชาตญาณแบบนั้น
การจ่ายบอลแรกจึงมักช้า ครึ่งวินาทีที่หายไปนั้น กลายเป็นช่องทางให้คู่แข่งตั้งโซนรับได้ก่อนทุกครั้ง

ในอดีต ทีมที่เจอลิเวอร์พูลต้องระวังทุกครั้งที่ครองบอล เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงการโดนลงโทษ

แต่ตอนนี้…หลายทีม “กล้าเสี่ยง” มากขึ้น
พวกเขากล้าดันไลน์ขึ้นสูง กล้าครองบอลในแดนกลาง และกล้าเปิดเกมใส่ เพราะรู้ว่าลิเวอร์พูลไม่สามารถลงโทษได้ทันเหมือนก่อน

เมื่อข่มคู่แข่งไม่ได้ด้วยการโต้กลับ ลิเวอร์พูลก็สูญเสีย “แรงคุกคาม” ที่เคยสร้างความกลัวในใจคู่แข่ง

จังหวะโต้กลับของลิเวอร์พูลในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ช้าลง แต่มัน “ลังเล”

นักเตะดูเหมือนกำลังคิดมากกว่าจะทำตามสัญชาตญาณ
ทีมที่เคยขยับพร้อมกัน กลายเป็นทีมที่รอให้คนอื่นเริ่มก่อน

และนั่นอาจเป็นสัญญาณอันตรายที่สุดของทีมที่เคยมีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดในโลกฟุตบอล

เพราะเมื่อ “ความเร็ว” และ “สัญชาตญาณ” จางหายไป ลิเวอร์พูลก็เหลือเพียงชื่อของทีมที่เคยทำได้

#ลิเวอร์พูล

• ชนะลิเวอร์พูลในศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์• ขัดขวางการย้ายทีมของ มาร์ค เกฮี มาร่วมทีมลิเวอร์พูล• เป็นทีมแรกที่มอบความพ่ายแพ้ให...
29/10/2025

• ชนะลิเวอร์พูลในศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์
• ขัดขวางการย้ายทีมของ มาร์ค เกฮี มาร่วมทีมลิเวอร์พูล
• เป็นทีมแรกที่มอบความพ่ายแพ้ให้ลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้
• โทรไปบอกกุนซือ แฟรงค์เฟิร์ต ว่าต้องเล่นยังไงถึงจะชนะลิเวอร์พูลได้

และถ้า ลิเวอร์พูล ดันแพ้ คริสตัล พาเลซ ในแอนฟิลด์คืนนี้แถมตกรอบคาราบาวคัพอีกด้วยล่ะก็

เขาคงกลายเป็น “โจ๊กเกอร์” ตัวจริงของลิเวอร์พูล ที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งหมดนี้.

#ลิเวอร์พูล

4 นัดถัดไป เอาตรงๆจะชนะกี่นัด?
29/10/2025

4 นัดถัดไป เอาตรงๆจะชนะกี่นัด?

เจมี่ คาร์ราเกอร์ แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ของลิเวอร์พูล ที่แพ้ติดต่อกัน 4 นัด ทั้งที่ลงทุนเสริมทัพไปมากในช่วงซัมเมอร์...
29/10/2025

เจมี่ คาร์ราเกอร์ แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ของลิเวอร์พูล ที่แพ้ติดต่อกัน 4 นัด ทั้งที่ลงทุนเสริมทัพไปมากในช่วงซัมเมอร์ โดยเขากล่าวว่า

“ถ้าเป็นทีมอย่างเบรนท์ฟอร์ด แพ้ติดต่อกัน 4 เกมก็คงถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับลิเวอร์พูล ทีมระดับแชมป์ การแพ้ 4 นัดติด ทั้งที่ใช้เงินจำนวนมากในช่วงซัมเมอร์ มันสะท้อนชัดว่าเรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตของสโมสรแล้ว”

คาร์ราเกอร์บอกว่า ตอนนี้ในห้องแต่งตัวจะต้องมีคำถามร้ายแรงเกิดขึ้นมากมาย ทั้งระหว่างนักเตะกับทีมงานโค้ช รวมถึงกับผู้บริหารระดับสูงที่อยู่เหนือผู้จัดการทีม

“เมื่อพวกเขามองดูเงินที่ใช้ไปในตลาดซื้อขาย พวกเขาย่อมคาดหวังจะได้อะไรที่มากกว่านี้มาก”

พร้อมทิ้งท้ายว่า “ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องทบทวนเรื่องความแข็งแกร่งทางร่างกายและส่วนสูงของผู้เล่นในทีม เพราะในตอนนี้ ผมไม่คิดว่าพวกเขามีมากพอที่จะต่อสู้ได้อย่างที่ควรจะเป็น”

#ลิเวอร์พูล

28/10/2025

ไม่เคยมีมาก่อน! 'เจมส์ มิลเนอร์' ทำแอสซิสต์ให้นักเตะที่ยังไม่ลืมตาดูโลก ในวันที่เขาลงเดบิวต์ในพรีเมียร์ลีก

'เจมส์ มิลเนอร์' เดบิวต์ปี 2002 ลงเล่นไปแล้วถึง 138 นัด ก่อนที่ 'คาราลัมปอส คอสตูลาส' จะถือกำเนิดในปี 2007 😳

เวย์น รูนี่ย์ ออกมาให้ความเห็นถึงสถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ที่กำลังตกอยู่ในช่วงฟอร์มย่ำแย่ โดยระบุว่าทีมกำลัง “ดิ้นรนหาทาง...
28/10/2025

เวย์น รูนี่ย์ ออกมาให้ความเห็นถึงสถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ที่กำลังตกอยู่ในช่วงฟอร์มย่ำแย่ โดยระบุว่าทีมกำลัง “ดิ้นรนหาทางออกไม่เจอ” และต้องการผู้นำในสนามที่แท้จริงเพื่อพาทีมกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง

รูนี่ย์กล่าวผ่าน BBC Sounds ว่า

“ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนี้ มันมาเร็วและแรงมาก จนพวกเขากำลังดิ้นรนหาทางออกจากสถานการณ์นี้ไม่เจอ”

“นี่คือช่วงเวลาที่ผู้จัดการทีมและผู้นำในทีมต้องรีบหาทางแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด”

“ฟาน ไดค์ กับ ซาลาห์ เซ็นสัญญาใหม่กันแล้วก็จริง แต่ผมไม่คิดว่าทั้งคู่จะเป็นผู้นำทีมได้จริงในฤดูกาลนี้”

เขาทิ้งท้ายด้วยการพูดถึง “ภาษากาย” ที่สะท้อนปัญหาความมั่นใจในทีมตอนนี้

“ภาษากายมันบอกอะไรได้หลายอย่าง และตอนนี้เรากำลังเห็นภาษากายของทั้งสองคนที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาคือสองนักเตะที่ดีที่สุดในทีม และถ้าภาษากายของพวกเขาไม่ถูกต้อง มันก็จะส่งผลกระทบต่อคนอื่นในทีมด้วย”

#ลิเวอร์พูล

🔴 สิ่งที่กำลังทำลายลิเวอร์พูล ไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือ “ความลังเล” ของพวกเขาเองการแพ้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในฟุตบอล แต่สิ่งที่น...
28/10/2025

🔴 สิ่งที่กำลังทำลายลิเวอร์พูล ไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือ “ความลังเล” ของพวกเขาเอง

การแพ้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในฟุตบอล แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ “การไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพยายามจะเป็นทีมแบบไหน” ในตอนที่แพ้ต่างหาก

ลิเวอร์พูลในตอนนี้ ดูเหมือนทีมที่ติดอยู่ระหว่าง “สามแนวทางที่ต่างกัน” ของตัวเอง
โดยไม่มีแนวทางใดชัดเจนหรือหยั่งรากลงจริงจังเลย
รูปแบบการเล่นเปลี่ยนทุกสัปดาห์
บางครั้งเปลี่ยนกลางเกมด้วยซ้ำ
ผู้เล่นถูกสับเปลี่ยนตลอด
หลักการที่ควรเป็นรากฐานของทีมกลับหายไป
และเมื่อคุณต้อง “เริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง”
มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างจังหวะหรือโมเมนตัมให้ทีม

อาร์เน่ ชล็อต ดูเหมือนจะเริ่มหวั่นไหว ไม่แน่ใจว่าจะเชื่อในแผนของตัวเอง หรือปรับมันตามแต่ละปัญหาที่เข้ามา และความลังเลนั้นกำลังแพร่ไปถึงนักเตะ
พวกเขาดูสับสน นาทีหนึ่งพยายามเพรสซิ่งสูง
อีกนาทียืนรอถอยต่ำ
ฟูลแบ็กที่เคยขึ้นชื่อจากการเติมเกมอย่างดุดัน
ตอนนี้กลับชะงักอยู่กึ่งกลางไม่รู้จะรุกหรือรับ
กองกลางไม่รู้จังหวะว่าจะ “อยู่” หรือ “เติม” ตอนไหน
ส่วนแนวรุกก็เริ่มเบลอระหว่าง “สิ่งที่ถูกสั่ง” กับ “สิ่งที่ต้องด้นสด”

ทีมนี้ไม่ใช่ทีมที่ขี้เกียจ แต่คือทีมที่ “ไร้โครงสร้าง”
พวกเขาไม่ได้ขาดพรสวรรค์ แต่ขาด “ความมั่นใจในแนวทาง”

แน่นอนว่ามีปัจจัยจากเรื่องเศร้าและความปั่นป่วนทั้งในและนอกสนาม แต่นั่นไม่ได้ลบความจริงว่า
“ความเด็ดขาด” คือสิ่งจำเป็นที่สุดตอนนี้
คุณไม่อาจขอให้นักเตะเชื่อในสิ่งใดได้
ถ้าคุณเองยังไม่แน่ใจว่ากำลังจะพาพวกเขาไปทางไหน

อาร์เน่ ชล็อต ไม่จำเป็นต้องถูกในทุกเรื่อง
แต่เขาต้อง “เลือกทาง” แล้วเดินไปกับมัน
ยึดมั่นในระบบที่เลือกไว้
กล้าตัดสินใจในเรื่องยากๆ
แม้ต้องดร็อปนักเตะดัง
และปล่อยให้ทีมได้ “ตั้งหลัก” อยู่ในแผนที่ชัดเจน

ทุกทีมต้องเจอกับช่วงตกต่ำ
สิ่งสำคัญคือ “คุณยังถือคันบังคับอยู่ไหม”
หรือ “ปล่อยให้ลมพายุพัดไปเอง”
ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ดูเหมือนทีมที่ปล่อยให้กระแสพาไป
หวังว่าซักวันทุกอย่างจะลงล็อกเอง

แต่ทางออกมันง่ายกว่านั้นมาก แค่ “หยุดปรับไปเรื่อย”
เลือกระบบที่ปกป้องเกมรับ ให้พื้นที่กับตัวสร้างสรรค์เกม และบังคับให้ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับ
แล้ว “ยึดมั่น” กับมัน

ไม่ใช่เพราะระบบนั้นสมบูรณ์แบบ
แต่เพราะตอนนี้ “สิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการมากที่สุด”
คือ ความชัดเจน

เพราะในเกมระดับสูง
ความไม่เด็ดขาด คือศัตรูที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคู่แข่งใดๆ
บนสนาม.

🖊️ ghopcroft

#ลิเวอร์พูล

➡️ อาร์เน่ ชล็อต เฮดโค้ชลิเวอร์พูล ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ทีมของเขายัง “หาทางแก้” รูปแบบการเล่นของคู่แข่งไม่ได้ หล...
28/10/2025

➡️ อาร์เน่ ชล็อต เฮดโค้ชลิเวอร์พูล ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ทีมของเขายัง “หาทางแก้” รูปแบบการเล่นของคู่แข่งไม่ได้ หลังจากพ่ายแพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 ในลีก และเสียประตูตั้งแต่ต้นเกมอย่างต่อเนื่อง

“ผมพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้วว่า ทีมคู่แข่งมักจะมีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจนเมื่อเจอกับเรา ซึ่งต้องบอกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีมากในการรับมือเรา และตอนนี้ เรายังหาวิธีแก้ตรงนั้นไม่เจอเลย การที่ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง 1-0 ตั้งแต่แค่ห้านาทีแรกของเกมก็ไม่ช่วยอะไรเลย มันเหมือนทุกทีมรู้แล้วว่าควรใช้วิธีไหนในการเล่นกับเรา”

“แม้ในวันที่เราเล่นไม่ดี เรายังสามารถยิงได้สองประตู และสร้างโอกาสได้มากกว่านั้นจากการเล่นโอเพ่นเพลย์ แต่ในตอนนี้ เรายังไม่สามารถ ‘แข่งขัน’ กับทีมระดับบนได้เลย เพราะเราเสียประตูมากเกินไป และผมไม่ได้มองว่านั่นเป็นปัญหาเฉพาะแนวรับ เพราะการป้องกันมันเป็นหน้าที่ของผู้เล่นทั้ง 11 คนในสนาม”

“แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมันมาจากการที่เรามีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนักที่ทีมจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากแบบนี้ แต่ที่ผมไม่คาดคิดคือเราจะแพ้ติดต่อกันถึง 4 นัด ขอให้ชัดเจนตรงนี้เลย มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ทีมจะสะดุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่การแพ้ 4 นัดติดนี่สิ มันเกินกว่าที่คาดไว้ และผมไม่รู้ว่าคนจะมองว่านี่คือข้ออ้างหรือเปล่า แต่จาก 6 เกมหลังสุด เราเล่นเกมเยือนถึง 5 นัด ซึ่งแน่นอนว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ช่วยให้สถานการณ์ของเราดีขึ้นเลยในช่วงฟอร์มตกแบบนี้”

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้แรงกดดันต่ออาร์เน่ ชล็อต และทีมลิเวอร์พูลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลงานยังไม่สามารถกลับสู่มาตรฐานเดิมได้

#ลิเวอร์พูล

เส้นทางของ บอร์นมัธ นับว่าสุดยอดจริงๆ ขายนักเตะตัวหลักออกหลายคน แต่ฟอร์มกลับคงที่และดีกว่าเดิมตอนนี้พวกเขาอยู่อันดับ 2 ข...
27/10/2025

เส้นทางของ บอร์นมัธ นับว่าสุดยอดจริงๆ ขายนักเตะตัวหลักออกหลายคน แต่ฟอร์มกลับคงที่และดีกว่าเดิม

ตอนนี้พวกเขาอยู่อันดับ 2 ของตาราง 9 นัด ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 1 และทีมที่แพ้ให้ก็คือ ลิเวอร์พูล

คำถามคือ ลิเวอร์พูล ของพวกเรา ชนะได้ยังไงกันครับเนี่ย…😁

#ลิเวอร์พูล #พรีเมียร์ลีก

ตารางคะแนนหลังจบสัปดาห์ที่ 9 อาร์เซนอล ติดลมบน รั้งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น เก็บเพิ่มเป็น 22 คะแนน ห่างอันดับ 2 อย่าง บอร์น...
27/10/2025

ตารางคะแนนหลังจบสัปดาห์ที่ 9 อาร์เซนอล ติดลมบน รั้งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น เก็บเพิ่มเป็น 22 คะแนน ห่างอันดับ 2 อย่าง บอร์นมัธ 4 แต้ม และห่าง ลิเวอร์พูล 7 แต้ม

ทุกอย่างเป็นใจให้ อาร์เซนอล เพราะเมื่อคืน แมนฯ ซิตี้ ดันพลาดท่าแพ้ให้กับ แอสตัน วิลล่า ทำให้เหล่าแฟนๆกันเนอร์พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “หวานเจี๊ยบ!”

แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือ บอร์นมัธ และ ซันเดอร์แลนด์ ที่ทะยานขึ้นมาอยู่หัวตาราง จนเกิดคำถามว่า “มึงใครเนี่ย?”

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้สองทีมคู่อริตลอดกาลอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล อยู่อันดับน่ารัก ๆ ใกล้ ๆ กัน คืออันดับ 6 และ 7 ซึ่งทำให้เหล่าแฟนๆผีแดงสะใจ และพูดได้เต็มปากแล้วว่า “ใต-ตีน!”

ยอมรับตามตรงและตามความเป็นจริงเลยว่า ถ้าอาร์เซนอล ยังรักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้ โอกาสลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูล “จบแล้ว”

ด้วยฟอร์มที่แพ้ยาก แถมเสียประตูน้อย 9 นัดเสียไปแค่ 3 ประตู ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า “เกมรุกจะทำให้คุณชนะ เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์”

แน่นอนว่า ตอนนี้ผมยกให้ อาร์เซนอล เป็นเต็งหนึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

ส่วนหน้าที่ของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้คือ “ทำยังไงก็ได้ให้กลับมาชนะสักที” กูไหว้ล่ะ เพราะนัดต่อไปต้องเจอกับ แอสตัน วิลล่า ที่เพิ่งซ่าตบ แมนฯ ซิตี้ มาหมาด ๆ ซึ่งกำลังใจมาเต็ม พร้อมจะเป็นทีมที่ยัดเยียดความปราชัยนัดที่ 5 ติดต่อกันให้กับ ลิเวอร์พูล

#ลิเวอร์พูล

🎙️อาร์เน่ ชล็อต กล่าวไว้ว่า“ถ้าคุณมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในช่วงซัมเมอร์ มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ทุกอย่างจะเป็นไปแบบ...
26/10/2025

🎙️อาร์เน่ ชล็อต กล่าวไว้ว่า

“ถ้าคุณมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในช่วงซัมเมอร์ มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ทุกอย่างจะเป็นไปแบบนี้ แต่ผมเองก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นแพ้ 4 นัดติดต่อกัน มันอาจเป็นเส้นทางที่ขรุขระบ้าง ซึ่งไม่แปลกอะไร แต่การแพ้ 4 นัดรวดแบบนี้…มันเกินกว่าที่คาดไว้”

“นี่ไม่ใช่ข้ออ้างนะ แต่เราต้องเล่นเกมเยือนถึง 5 นัดจาก 6 เกมหลังสุด”

(ที่มา: LewisSteele)

ที่อยู่

นครพนม
Nakhon Phanom
48150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Kop Zoneผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท