15/10/2019
เพจบอล แต่เขียนดีๆ อ่านแล้วเออใช่!!
นักวิ่งที่จะประสบความเสร็จได้ ต้องเก่ง
แต่จะเก่งได้ ก็ต้องขยัน และสภาพจิตใจดี มุ่งมั่น มั่นคง และ เพื่อนรวมทีม สภาพแวดล้อมก็สำคัญที่สุดเช่นกัน
การวิ่งมาราธอน คือหนึ่งในกีฬาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในโลก
มาราธอน มีจัดแข่งตั้งแต่โอลิมปิกครั้งแรกปี 1896 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และมีแข่งมายาวนานตลอดจนถึงปัจจุบัน
ความเรียบง่ายของการแข่งมาราธอน คือเป็นการแข่งวิ่งระยะ 42.195 กิโลเมตร คนที่วิ่งถึงเส้นชัยได้คนแรก ก็เป็นฝ่ายชนะ ไม่มีอะไรซับซ้อน
แชมป์มาราธอนในโอลิมปิกคนแรก เป็นชาวกรีซ ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 58 นาที 50 วินาที (2:58:50)
จากนั้นในเวลาต่อมา ด้วยสมรรถภาพของมนุษย์ที่มีความแข็งแรงขึ้น บวกกับวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงอุปกรณ์กีฬาชั้นดี ก็ช่วยให้ การทำเวลาของนักแข่งขันมาราธอน ลดลงจากเดิมเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ในโลกของมาราธอน จะมีกำแพงอยู่หนึ่งอย่าง ที่ไม่เคยมีใครผ่านมันไปได้เสียที
มันคือกำแพง "2 ชั่วโมง" คือต่อให้คุณเป็นนักวิ่งที่เก่งอัจฉริยะแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำเวลาได้ต่ำกว่านี้
ผ่านมาปีแล้วปีเล่า กำแพง 2 ชั่วโมงก็ไม่เคยถูกทำลายได้ ไม่ว่าจะพยายามกันด้วยวิธีไหนก็ตาม ว่ากันว่านี่คงเป็นขีดจำกัดของมนุษย์
อย่างไรก็ตามหลังจากวิทยาศาสตร์การกีฬาในโลกนี้พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จึงเริ่มมีการวิจัยว่า จริงๆแล้วมนุษย์ อาจจะสามารถวิ่งระยะ 42.195 กิโลเมตร ได้สำเร็จจริงๆในเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
เพียงแต่ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อ จึงจะช่วยผลักดันให้การทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงเกิดขึ้น
เงื่อนไขข้อ 1 คือ นักวิ่งต้องเก่ง
เงื่อนไขข้อ 2 คือ นักวิ่งที่เก่งคนนั้นต้องมีตัวช่วยครบ
------------------------------------------
แน่นอน ถ้าไม่มีเงื่อนไขข้อ 1 ก็จะไม่มีข้อ 2
ในระหว่างที่โลกกำลังรอคอยนักวิ่งอัจฉริยะสักคนที่จะทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงนี้ลงได้ ในที่สุด ฟ้าก็ประทานชายที่ชื่อ เอลีอูด คิปโชเก้ มาให้
Eliud (อ่านว่า เอลีอูด เจ้าตัวบอกเองนะ bit.ly/2MhrCjF) เขาคือนักวิ่งชาวเคนย่า ที่เริ่มต้นจากวิ่งระยะกลาง ก่อนผันตัวมาวิ่งมาราธอนในช่วงอายุ 30 ปี ซึ่งผลงานของเขาคือคว้าแชมป์รายการมาราธอนต่างๆทั่วโลกเป็นว่าเล่น รวมไปถึงเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ริโอ เด จาเนโรด้วย
สถิติดีที่สุดของคิปโชเก้ในเดือนเมษายน 2017 คือ 2:03:05 ชั่วโมง ก็ถือว่าเร็วมาก แต่ว่ายังห่างไกลกับตัวเลข 2 ชั่วโมงอยู่เยอะพอสมควร คือตั้ง 3 นาทีกับอีก 5 วินาทีแน่ะ
เขาจะไปวิ่งเร็วขึ้นอีก 3:05 นาทีได้ยังไง เมื่อขีดจำกัดของเขา ณ เวลานั้นคือ 2:03:05
ซึ่งโจทย์ที่จะลดช่องว่าง 3:05 นาทีนั้นลง คือเงื่อนไขที่ 2 ของเรานั่นเอง คือ "นักวิ่งที่เก่งคนนั้นต้องมีตัวช่วยครบ"
ไนกี้ ประกาศจัดอีเวนต์ชื่อ Breaking2 (ทะลวงไปถึง 2 ชั่วโมงให้ได้) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2017 โดยระบุว่า จะให้คิปโชเก้ วิ่งทะลวงตัวเลข 2 ชั่วโมงให้ได้ เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์โลก
โดยโปรแกรมนั้น จะวิ่งมาราธอนกันที่สนามแข่งรถในเมืองมอนซ่า ในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นการวิ่งแบบปิด ไม่มีใครเข้าชม มีแต่คิปโชเก้ ต่อสู้อยู่กับตัวเอง
ทางไนกี้ จัดตัวช่วยเอาไว้หลายอย่าง ทั้ง Pacemakers หรือคนวิ่งที่ช่วย "บังลม" ตามหลักแอโร่ไดนามิกส์ คอยอยู่ด้านหน้าคิปโชเก้ เพื่อลดแรงเสียดทาน
ให้นึกถึงการปั่นจักรยาน ที่มือหนึ่งจะอยู่หลังสุดคอยเก็บพลังเอาไว้ โดยเพื่อนร่วมทีม จะยอมปั่นลุยลมไปให้
นอกจากนั้นยังผลิตรองเท้ารุ่น V***r Fly Elite สำหรับคิปโชเก้ให้ลุยภารกิจนี้โดยเฉพาะ
ไนกี้มองว่า การมีตัวช่วยประมาณนี้ก็น่าจะเพียงพอให้คิปโชเก้ Break 2 ชั่วโมงได้สำเร็จ
วันที่ 6 พฤษภาคมมาถึง คิปโชเก้ อยู่ในสภาพที่พร้อมมาก อย่างไรก็ตาม ในวันนั้นโชคร้ายที่สภาพอากาศไม่เป็นใจเลย อุณหภูมิลดต่ำลงกว่าปกติ แถมยังมีฝนตกปรอยๆลงมาเรื่อยๆ
น้ำฝนที่ตกลงมา ไปรวมกับเสื้อผ้าของคิปโชเก้ จนทำให้เสื้อผ้ามีความหนักขึ้น ส่งผลเล็กน้อยให้เขาวิ่งได้ยากขึ้น ไม่สบายตัวอย่างที่ควรจะเป็น
ขณะที่กลุ่ม Pacemakers จะใช้การรีไซเคิล กล่าวคือ 6 คนแรก วิ่งบังลมให้คิปโชเก้ไป 5 กิโลเมตร พอครบ 5 โลก็ไปพักก่อน แล้วให้อีกทีมไปวิ่งบังลมต่อ แล้วพอถึงจุดนึง ทีมแรกสุดก็กลับมาวิ่งบังลมต่ออีก
ซึ่งการรีไซเคิลแบบนี้ ทำให้นักวิ่งบางคนมีการเสียจังหวะให้เห็น คือเดี๋ยววิ่งเดี๋ยวหยุด จังหวะมันไม่ได้
เมื่อนักวิ่ง Pacemakers ไม่สามารถรักษาความเร็วได้สม่ำเสมอ ส่งผลให้ตัวคิปโชเก้เองก็วิ่งได้ยากขึ้นเช่นกัน
ในที่สุดคิปโชเก้ ก็มาถึงเส้นชัยจนได้ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 0 นาที 25 วินาที (2:00:25)
กำแพง 2 ชั่วโมง ยังไม่สามารถทำลายลงได้
เขาวิ่งช้าเกินไปถึง 25 วินาที
ขนาดใช้นักวิ่งที่เก่งที่สุดในโลก บวกกับตัวช่วยทุกอย่างครบหมดแล้ว แต่ยังทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงลงไม่ได้ หรือว่า ขีดจำกัดของมนุษย์จะอยู่แค่ตรงนี้จริงๆ
------------------------------------------
คิปโชเก้เองก็เจ็บใจ เพราะเขาเกือบจะทำได้ อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ยอมแพ้ ในระหว่างนี้เขาจะไปศึกษาข้อผิดพลาดมา แล้วจะลองอีกสักครั้ง เพื่อทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงให้ได้
คิปโชเก้ก็หันไปฝึกหนักต่อไป และเมื่อลงแข่งมาราธอน ก็ทำเวลาได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด รายการเบอร์ลิน มาราธอนปี 2018 คิปโชเก้ ก็สร้างสถิติโลกได้สำเร็จด้วยเวลา 2:01:39 ชั่วโมง ในวัย 33 ปี
สำหรับคิปโชเก้ เขารู้ว่าตัวเองอยู่ในจุดพีกของการวิ่งแล้ว แต่เขาเองก็รู้เช่นกันว่ามีงานวิจัยที่ระบุว่า จุดสูงสุดของนักวิ่งระยะไกลจะอยู่ที่ 35 ปี จากนั้นเวลาก็จะค่อยๆร่วงลงเรื่อยๆ
ดังนั้นด้วยวัย 33 ปีตรงนี้ เขาต้องรีบวางแผน ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงให้ได้ ก่อนที่อายุของเขาจะเลยเส้นตาย 35 ปี เพราะถ้าเลยอายุ 35 ปีเมื่อไหร่ ต่อให้มีตัวช่วยทุกอย่างครบ เขาก็อาจมีพละกำลังไม่พอ ที่จะทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงก็เป็นได้
คิปโชเก้ จึงร่วมกับ อิเนออส (INEOS) บริษัทผลิตแก๊ส และผลิตภัณฑ์สารเคมี ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เดินหน้าทำโปรเจ็กต์ชื่อ INEOS' 1:59 Challenge ขึ้นมา
ซึ่งก็คล้ายๆกับ Breaking2 ของไนกี้ในปี 2017 ทาง INEOS ก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยผลักดันคิปโชเก้ ให้ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงให้ได้เป็นคนแรกของโลก
โดยการวิ่งจะมีขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม 2019 ซึ่งในวันแข่ง คิปโชเก้ จะมีอายุ 34 ปี กับอีก 11 เดือน คือเป็นเดดไลน์ของร่างกายเขาแล้ว ถ้าหากครั้งนี้เขายังพลาดทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงอีก ก็เชื่อว่า คงเป็นไปได้ยากแล้วที่จะทำอีก
และสำหรับพวกเรามนุษย์โลก ก็ไม่รู้ว่าอีกกี่ปี จะมีนักวิ่งที่เก่งอย่างคิปโชเก้ขึ้นมาอีก ที่พร้อมจะท้าทายกับกำแพง 2 ชั่วโมงนี้ได้
ดังนั้น ศึก INEOS' 1:59 จึงเป็นการท้าทายของมนุษย์ทั้งโลก กับขีดจำกัดของธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่การสู้ของคิปโชเก้ แต่เป็นการสู้ของมนุษย์ทุกคน ว่าจะทำลายกำแพงที่ไม่เคยมีใครข้ามได้จริงๆหรือไม่
แน่นอน อย่างที่เราบอกกันตอนแรกว่าวิธีทำลายกำแพง 2 ชั่วโมง ต้องมี 2 เงื่อนไขประกอบกัน คือ 1-นักวิ่งต้องเก่ง และ 2-ต้องมีตัวช่วยครบ
ข้อ 1 ไม่มีปัญหาคิปโชเก้เก่งขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว เขาอยู่ในช่วงที่สภาพร่างกายพร้อมที่สุด
ส่วนข้อ 2 ทาง INEOS เห็นข้อผิดพลาดของไนกี้ เมื่อสองปีก่อนแล้ว และพวกเขาจะไม่พลาดเหมือนเดิมอีก
INEOS แก้ไขเพิ่มเติมอะไรบ้าง?
1-กลุ่ม Pacemakers ถือเป็นคีย์สำคัญในการช่วยเหลือคิปโชเก้ให้ทำเวลาได้ลดลง คราวนี้ INEOS ได้เชิญนักวิ่งระดับโลก 41 คน (ตัวจริง 35 สำรอง 6) มาช่วยทำภารกิจนี้
INEOS เพิ่มจำนวนนักวิ่งมากขึ้นกว่าสองปีก่อนที่มอนซ่านับสิบคน รวมทั้งคัดกรองแต่ละคนอย่างดี เพราะหน้าที่นี้สำคัญมาก มันไม่ใช่แค่บังลมให้คิปโชเก้เท่านั้น แต่จะช่วย Setter คือกำหนดจังหวะเวลาให้คิปโชเก้ไปด้วยเลย
ในการวิ่ง จะมี Pacemakers 5 คนวิ่งเป็นรูปลูกศร อยู่ด้านหน้าคิปโชเก้ คอยบังแรงลมด้านหน้า และมีอีก 2 คนยืนซ้ายขวา เพื่อบังแรงลมด้านข้าง
เมื่อนี่เป็นภารกิจของมวลมนุษยชาติ ทำให้นักวิ่งระดับโลกต้องมาช่วยเหลือกัน หลายๆคนเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของคิปโชเก้ด้วยซ้ำ แต่ก็มาร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อส่งคิปโชเก้ไปให้ถึงปลายทางให้ได้
Pacemakers ทั้ง 41 คน ประกอบไปด้วยคนจากทุกทวีป เบอร์นาร์ต ลากัต เจ้าของเหรียญโอลิมปิกจากสหรัฐฯ , สามพี่น้องตระกูลอินเกบริกเซ่น จากนอร์เวย์ ฟิลิป,ยาค็อบ และ เฮนริก
โคตะ มูรายามะ จากญี่ปุ่น, จูเลียน วอนเดอร์ จากสวิตเซอร์แลนด์, อับดัลลาห์ มันเด้ จากอูกันด้า ฯลฯ
นี่คือทีมออลสตาร์ของนักวิ่งโลกอย่างแท้จริง ทุกคนมาด้วยใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้
2- รถนำทางยิงเลเซอร์
ในการวิ่งจะมีรถนำทางยิงแสงเลเซอร์สีเขียวลงพื้น เพื่อเป็นการคอนโทรลให้กลุ่ม Pacemakers ได้รับรู้ว่า ความเร็วที่ควรต้องวิ่ง ณ เวลานี้ คือเร็วแค่ไหน การวิ่งด้วยความเร็วที่ถูกต้อง จะทำให้คิปโชเก้ ที่ยืนอยู่ด้านใน จะเก็บแรงเอาไว้ได้มากที่สุด
3- รองเท้าไนกี้ Prototype Future of Next%
เป็นรองเท้าที่ยังไม่ผลิตวางขาย แต่ไนกี้ ส่งมาให้คิปโชเก้ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เป็นรองเท้าที่มีโฟม ZoomX ที่หนาปึ้กจริงๆ ว่ากันว่าช่วยประหยัดพลังงานที่ข้อเท้ามากกว่า 4% อีกด้วย
4- มีการเลือกเมืองแข่งขันอย่างพิถีพิถัน
INEOS เลือกเมืองเวียนนาในออสเตรีย เนื่องจากมี Time Zone ต่างจากเคนย่า บ้านเกิดของของคิปโชเก้ แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น นั่นทำให้คิปโชเก้ มาแข่งได้เลย โดยไม่เสียพลังงานไปกับการเจ๊ทแล็ก นอกจากนั้นยังเช็กพยากรณ์อากาศให้แน่ใจว่า จะไม่มีฝนตกมาอีกเหมือนอย่างมอนซ่าเมื่อ 2 ปีก่อน
5- สังเวียนเปิด
จากที่มอนซ่าเมื่อ 2 ปีก่อน เป็นการวิ่งในแทรกฟอร์มูล่าวัน คือไม่มีกองเชียร์เข้ามาเชียร์ได้ แต่คราวนี้ INEOS ตัดสินใจเลือกแข่งกลางสวนสาธารณะ เพรเตอร์ พาร์ก ใจกลางกรุงเวียนนา และเชื้อเชิญแฟนๆกีฬา ให้มาเชียร์คิปโชเก้สองข้างยาวจนถึงเส้นชัย
รอดเกอร์ แครม ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา ระบุว่า "การเชียร์มันจะสร้างความแตกต่างได้แน่นอน การวิ่งในแทร็กรถแข่งที่ไม่มีคน มันเทียบไม่ได้กับการวิ่งที่มีกองเชียร์สองข้างทาง มันจะกระตุ้นคุณได้ แม้ในยามที่ท้อแท้ที่สุด"
ทุกอย่างตอนนี้พร้อม
คิปโชเก้พร้อม Pacemakers พร้อม สังเวียนความยาว 42.195 กิโลเมตรพร้อม
12 ตุลาคม 2019 เวลา 8.15 น. ที่เวียนนา สภาพอากาศ 10 องศาเซลเซียส
คิปโชเก้ตื่นตั้งแต่ 4.50 น. เขามีสมาธิถึงขีดสุด
ความพยายามครั้งที่ 2 ของคิปโชเก้ ที่จะทำลายกำแพงที่ไม่เคยมีใครข้ามได้ เริ่มต้นขึ้นแล้ว
------------------------------------------
คนดูที่สวนสาธารณะเพรเตอร์ พาร์ก รวมแล้วกว่า 2 หมื่นชีวิต ทุกคนอยากเห็นปรากฏการณ์นี้ด้วยตาตัวเอง
สภาพบรรยากาศดีทีเดียว ไม่มีแดด ไม่มีฝน เป็นวันที่เหมาะมากๆ ในการสร้างสถิติ
คิปโชเก้ ใส่เสื้อสีขาว กางเกงดำ ยืนเด่นอยู่กลางลู่วิ่ง ส่วนทีม Pacemakers ใส่เสื้อสีดำยืนรอบเหมือนเป็นองครักษ์
จุดเริ่มต้นของการวิ่งอยู่ที่สะพานไรช์บรูคเก้ เหนือแม่น้ำดานู้บ ซึ่งเป็นทางลาดลงเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มนักวิ่ง เพิ่มสปีดของตัวเองมาอยู่ที่ Pace 2.50 ได้อย่างรวดเร็ว
คิปโชเก้ รักษามาตรฐานความเร็วได้อย่างแม่นยำมากๆ 5 กิโลเมตรแรก เขาใช้เวลา 14.10 นาที
จากนั้น 10 กิโลเมตรแรก ใช้เวลา 28.20 นาที Pace 2.50 เป๊ะ ไม่ขาดไม่เกิน
ความกดดันเพิ่มขึ้นในช่วงกิโลเมตรที่ 10-20 ในตอนนี้ สามพี่น้องตระกูลอินเกบริกเซ่น เข้ามาเปลี่ยนตัว Pacemakers สปีดของคิปโชเก้ ดูจะดร็อปไปเล็กน้อย
15 กิโล - 42:34 นาที
20 กิโล - 56:47 นาที
Pace จาก 2.50 ลดเหลือ 2.507 เป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะเพิ่งผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งทางแท้ๆ
เข้าสู่กิโลที่ 20 สภาพร่างกายของคิปโชเก้ เริ่มดูมีความอ่อนล้าเล็กน้อย แต่เขายังคงรักษา Pace ได้เป็นอย่างดี ดร็อปลงบ้างจากช่วงแรก แต่ก็เป็นปกติของการวิ่งมาราธอน
25 กิโล - 1:10:59
30 กิโล - 1:25:11
ระยะ 20-30 กิโลเมตร เขาวิ่งด้วย Pace 2.563
มาถึง ระยะชี้เป็นชี้ตาย 30-40 กิโลเมตร ย้อนกลับไป 2 ปีก่อนที่มอนซ่า ในอิตาลี คิปโชเก้ไปเสียสมาธิ คือพลาดวิ่งผิดตำแหน่งไปตีวงโค้งมากเกิน จนเสียเวลาไปหลายวินาที มาคราวนี้เขารักษาสมาธิให้นิ่งที่สุด
คิปโชเก้ วิ่งได้อย่างละเอียด ขณะที่เหล่าโล่มนุษย์ กลุ่ม Pacemakers ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ทุกคนรู้ว่าถ้าตัวเองพลาด คิปโชเก้ จะเสียจังหวะแน่ๆ พวกเขาต้องโฟกัสกับหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่
35 กิโล - 1:39:23
40 กิโล - 1:53:36
Pace กลับไปอยู่ที่ 2.505 อีกครั้ง เขาเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก
และมาถึงช่วงสุดท้าย 40 - 42.195 กิโลเมตร
คิปโชเก้ มีรอยยิ้มให้เห็นเป็นครั้งแรก ตลอด 40 กิโลเมตรที่ผ่านมา คิปโชเก้ อยู่ในวงล้อมของ Pacemakers มาตลอด แต่ในช่วง 500 เมตรสุดท้าย Pacemakers ทั้ง 7 คนแหวกตัวออกด้านซ้าย และขวา ให้คิปโชเก้ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง พุ่งทะยานมาอยู่แถวหน้าสุดเป็นครั้งแรกในการวิ่งมาราธอนครั้งนี้
คิปโชเก้ วิ่งทะยานไปคนเดียวใน 500 เมตรที่เหลือ เพื่อนร่วมทีม ส่งเขามาได้สุดทางแล้ว จากนี้ไปเหลือแค่เขาไปถึงจุดหมายให้ได้ ในเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
กองเชียร์ปลุกเร้าอย่างบ้าคลั่ง คิปโชเก้ สปรินท์ตัวอย่างมั่นใจ กางแขนสองข้าง ตบที่หน้าอกของตัวเอง และทะยานถึงเส้นชัยได้สำเร็จด้วยเวลา 1:59:40
เขาเป็นนักวิ่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของโลกนี้ ที่ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมง ของมาราธอนได้สำเร็จ
การวางแผนที่ดี การเตรียมร่างกายให้พร้อม และทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งจากตัวช่วยนักวิ่งทั่วโลกที่ฝึกอย่างหนักมาตลอด
ส่งผลให้เป้าหมายที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ สามารถทำได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตามการวิ่งครั้งนี้ จะไม่ถูกนับเป็นสถิติโลก นั่นเพราะมีตัวช่วยเยอะมาก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คิปโชเก้ และทุกคนสนใจ เพราะเราแค่อยากเห็นมนุษย์สักคนที่ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงให้ได้เท่านั้น มันสำคัญยิ่งกว่าเรื่องสถิติโลกเสียอีก
"นี่คือวินาทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม" คิปโชเก้กล่าว
"ผมหวังว่านี่จะเป็นการส่งข้อความให้กับคนทั้งโลกได้เห็น ว่ามนุษย์เราไม่เคยมีขีดจำกัดอะไรมาขวางกั้นไว้ทั้งนั้น"
วินาทีที่คิปโชเก้เข้าเส้นชัย เปรียบเทียบได้กับ การเหยียบดวงจันทร์ของนีล อาร์มสตรอง ที่ต่างประเทศใช้คำว่า Moon-Landing Moment
นั่นคือในอดีต ถ้าบอกว่ามนุษย์จะไปเหยียบดวงจันทร์ คงมีแต่คนว่าบ้า แต่สุดท้ายเราก็ทำได้
เช่นกัน ในอดีตถ้ามีคนบอกว่า มนุษย์จะวิ่งมาราธอนได้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง คงมีแต่คนว่าเพ้อเจ้อ แต่สุดท้าย ก็มีคนทำได้จริงๆ
สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะศักยภาพของมนุษย์ช่างยากแท้หยั่งถึงเหลือเกิน
บทสรุปของการต่อสู้กันระหว่างมนุษย์ กับ กำแพงที่ไม่เคยมีใครข้ามได้
ผลลัพธ์ : มนุษย์ชนะ
------------------------------------------
ใครเป็นคนรักการอ่าน อย่าลืมนะครับโหลด Blockdit ได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ iOS และ Android ลงใน Device ของคุณได้เลยนะครับ
ในแอพ มีแต่งานเขียนดีๆ จากคนเก่งๆทั่วแดนไทย มีงานเขียนหลากหลายวงการให้อ่านอย่างสนุกสนาน รับรองว่าเข้าแอพทีนึงจะเหมือนหลุดไปอีกโลก
อ่านเพลิน อ่านสนุก มีภาพประกอบด้วย วันนี้เปิดให้โหลดได้ฟรีเลยครับผม
Blockdit.com/download