Happy Outdoor อุปกรณ์แคมป์ปิ้งและกิจกรรมกลางแจ้ง

เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพ แค่ 1–2 ชั่วโมงก็ได้ฟีลพักผ่อนแล้ว 🌊รวมมาให้แล้ว หาดสวย น้ำใส บรรยากาศดี ไปเช้าเย็นกลับยังไหว!รวม ...
28/04/2026

เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพ แค่ 1–2 ชั่วโมงก็ได้ฟีลพักผ่อนแล้ว 🌊
รวมมาให้แล้ว หาดสวย น้ำใส บรรยากาศดี ไปเช้าเย็นกลับยังไหว!

รวม 5 หาดใกล้กรุงเทพ (ไม่เกิน 2 ชม.)

หาดบางแสน
หาดยอดนิยม ใกล้กรุงเทพ บรรยากาศคึกคัก
🚗 ประมาณ 1 ชม.

หาดพัทยา
ทะเลสวย มีกิจกรรมทางน้ำ ร้านอาหารเพียบ
🚗 ประมาณ 1.5 ชม.

หาดบ้านอำเภอ
เงียบ สงบ เหมาะพักผ่อนจริงๆ
🚗 ประมาณ 1.5 ชม.

หาดเจ้าสำราญ
หาดกว้าง เล่นน้ำได้ ของกินอร่อย
🚗 ประมาณ 1.5 ชม.

หาดชะอำ
ทะเลสวย น้ำใส บรรยากาศดี เหมาะพักผ่อน
🚗 ประมาณ 2 ชม.

ไปทะเลให้สนุกขึ้น อย่าลืมมี “ผ้าคลุม Poncho” ตัวช่วย 👌
✔ ใส่สบาย แห้งไว
✔ เปลี่ยนชุดง่าย ไม่โป๊
✔ กันลม กันแดด ครบจบตัวเดียว
📍 ดูหาดสวยๆ ในภาพแล้ว เลือกทริปได้เลย
🛒 สั่งซื้อผ้าคลุม Poncho ได้ที่
Shopee https://s.shopee.co.th/20rs4bj7Zu
Lazada https://s.lazada.co.th/s.ZgEJxg
พร้อมแล้วก็ออกไปชิลริมทะเลกัน 🌴💙

🌊 Happy outdoor พาไปส่องจุดดำน้ำ “ชุมพร”ลุ้นเจอฉลามวาฬตัวเป็น ๆ 🐋ทะเลโคตรสวย น้ำใส ดำน้ำเพลินแบบลืมขึ้นฝั่งใครสายลุย สาย...
27/04/2026

🌊 Happy outdoor พาไปส่องจุดดำน้ำ “ชุมพร”
ลุ้นเจอฉลามวาฬตัวเป็น ๆ 🐋
ทะเลโคตรสวย น้ำใส ดำน้ำเพลินแบบลืมขึ้นฝั่ง
ใครสายลุย สายธรรมชาติ ต้องไปสักครั้ง!

📍 จุดฮิตที่เจอบ่อย
-เกาะเต่า
-เกาะง่ามใหญ่ / ง่ามน้อย
-เกาะหลักแรด
-กองหินร้านเป็ด 🐥
-กองหินร้านไก่ 🐔

ช่วงพีค: มี.ค. – มิ.ย.
ไปถูกช่วง = มีลุ้นเจอฉลามวาฬแบบใกล้ ๆ 👀

🔥 จะลงน้ำทั้งที อุปกรณ์ต้องพร้อม
หน้ากากดำน้ำฟรีไดร์ฟ มองชัด ใส่สบาย ไม่รั่ว
✔ ซีลแน่น ไม่กดหน้า
✔ มุมมองกว้าง ใต้น้ำชัด
✔ มือใหม่ใช้ได้ สายจริงจังยิ่งชอบ

🛒 สั่งซื้อได้ที่นี่
👉 Shopee: https://s.shopee.co.th/1qYQEqr2F3
👉 Lazada: https://s.lazada.co.th/s.ZgGEYC

28/01/2025

นอนป่ายังไงไม่ให้หนาววว...😁

19/01/2025

บรรยากาศบ้านร่องกล้ายามเช้า ณ ช่วงเวลาที่ดอกพญาเสือโคร่งบ่นสะพรั่ง ถ่ายเมื่อ 19/01/2025
#พญาเสือโคร่ง #ซากุระเมืองไทย #บ้านร่องกล้า #จุดกางเต็นท์

26/11/2024
ผูกเปลนอนริมลำธาร ฟังเสียงธรรมชาติ เป็นยังไงไปดูกันนขอบคุณช่อง Jungle Creative สำหรับรีวิวใช้งานจริง🙏🙏
30/10/2024

ผูกเปลนอนริมลำธาร ฟังเสียงธรรมชาติ เป็นยังไงไปดูกันน
ขอบคุณช่อง Jungle Creative สำหรับรีวิวใช้งานจริง🙏🙏

สวัสดีครับผม จากที่Fcหลายท่ามคอมเม้นถามว่า ผมซื้อเปลฟลายชีตที่ไหน ตอนนี้สามารถสั่งซ์้อได่แล้วตามลิงค์ใน....

🗻𝓢𝒾𝑔𝓊𝓃𝒾𝒶𝓃𝑔𝓈𝒽𝒶𝓃 - 四姑娘山 | September - กันยายน🌲เป้าหมายสุดท้ายของเราในทริปนี้ สวยที่สุด❗️ ประทับใจที่สุด❗️ เดินง่ายที่สุด❗️...
15/10/2024

🗻𝓢𝒾𝑔𝓊𝓃𝒾𝒶𝓃𝑔𝓈𝒽𝒶𝓃 - 四姑娘山 | September - กันยายน🌲
เป้าหมายสุดท้ายของเราในทริปนี้ สวยที่สุด❗️ ประทับใจที่สุด❗️ เดินง่ายที่สุด❗️3 ที่สุดเป็นยังไง ไปดูกัน

Siguniangshan หรือที่คนไทยเรียกกันว่า เขา 4 ดรุณี เป็นอุทยานที่มีเส้นทางให้เลือกเดินทั้งหมด 3 เส้นทาง 3 เส้นทางที่ว่านี้หมายถึงทั้ง 3 เส้นทาง มีทางเข้าอยู่คนละจุดกัน และซื้อตั๋วเข้าแยกกัน ทั้ง 3 เส้นทางไม่สามารถเดินทะลุไปหากันได้ ทุกเส้นทางมีความสวยงามที่แตกต่างกัน ลักษณะการเดินเที่ยวก็แตกต่างเช่นกัน

1.Shuangqiaogou 双桥沟 ซวงเฉียวโกว - เส้นทางสุดยอดนิยมที่มีรถบัสนำเที่ยวไปส่งจนถึงด้านในสุด ประมาณ 45 นาที! ความยาวประมาณ 40 km เรียกว่าลงจากรถก็ได้เห็นวิวสุดอลังการทันที ด้านในสุดมีห้องน้ำ ร้านขายอาหารเยอะมาก แนะนำว่าซื้อของกินร้านไหนให้นั่งตรงนั้น เพราะแอดนั่งผิดที่โดนไล่มาแล้ว 555 จากจุดในสุดนี้ก็จะค่อยๆเที่ยวออกไปด้านนอก โดยเราสามารถเลือกเดินหรือนั่งรถก็ได้ เส้นทางหลังจากนี้ก็จะเป็นการเดินลงแทบทั้งหมด ทางเดินทั้งหมดจะเป็นทางเดินไม้เหมือนกันอุทยานอื่นๆก่อนหน้านี้ ถ้าเดินจนเหนื่อยแล้วก็นั่งรถต่อได้จะมีจุดให้ขึ้นลงเป็นระยะๆ วิวที่นี่สวยมากจริงๆ ทั้งภูเขา ต้นไม้ ลำธาร ทุกอย่างลงตัวไปหมด แอดใช้เวลาส่วนใหญ่ที่จุดลานกว้างและมีเจดีสีขาวตั้งอยู่ จุดนี้เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็ว่าได้ วิวสวยแบบ 360 องศา ตรงจุดนี้แอดเดินย้อนกลับไปเล็กน้อยเพื่อหาจุดถ่ายรูปสวยๆ บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการเดินมากๆ 1 วันกันที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน
2.Changpinggou 长坪沟 ฉางผิ่งโกว - เป็นเส้นทางเดินความยากระดับปานกลาง ความยาวประมาณ 29 km แอดเองก็ได้ไปเดินเส้นนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ก็แอบเสียดายที่เดินได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น เพราะเส้นทางนี้มีรถบัสมาส่งแค่เพียงปากทางเข้าเท้านั้น ส่วนที่เหลือต้องเดินเองทั้งหมด ถึงแม้เส้นทางนี้จะเป็นทางเดินไม้ทั้งหมด แต่โดยปกติแล้วถ้าใครจะเดินพิชิตเส้นทางนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน เพราะฉนั้นที่นี่สามารถไปกางเต็นท์ได้ ตลอดเส้นทางเราจะเห็นนักท่องเที่ยวแบกเป้เข้าไปกางเต็นท์เยอะพอสมควร แต่ที่บอกว่าเส้นนี้เป็นความยากระดับกลางก็เพราะ ที่นี่ยังมีสูตรโกงสำหรับคนที่อยากพิชิตที่นี่ภายใน 1 วัน นั่นก็คือการ ขี่ม้า นั่นเอง แต่บอกเลยว่าค่าสูตรโกงนี้ไม่เบาแน่นอน ประมาณ 3-4 พันบาท ราคาขึ้นอยู่กับระยะทางที่เราเลือก ถ้าเราเลือกไปจุดที่ใกล้ราคาก็จะถูกลงมา แต่พนักงานที่โรงแรมแนะนำว่า บางคนที่ไม่ถนัดขี่ม้า การขี่ม้าเป็นเวลานานๆก็อาจจะไม่ได้สบายอย่างที่คิดนะ อ่อและหลังจากพกมาหลายเขาในที่สุดแอดก็ได้ใช้ถังออกซิเจนแล้วจ้าาา สูดฟืดๆๆ แต่บอกตามตรงว่า ไม่ได้รู้สึกแตกต่างกันเท่าไหร่ เอาจริงๆรู้สึกว่าหงษ์ไทยเริดกว่าเยอะ 555 ส่วนเรื่องความสวยก็ต้องบอกว่าสวยมากเช่นกัน แต่จะบอกว่าสวยกว่าเส้นอื่นไหมก็คงบอกไม่ได้ เพราะแอดเองก็เดินไปแค่จุดที่ 1-2 เอง คิดไว้ว่าถ้ามีโอกาศก็อยากกลับมาเดินให้ครบเหมือนกันนะ
3.Haizigou 海子沟 ไห่จื้อโกว - เส้นทางที่สั้นที่สุดจากทั้งหมด 3 ทาง แต่เป็นทางที่ยากที่สุดเช่นกัน เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินแบบธรรมชาติจริงๆ ไม่ได้มีทางเดินไม้แบบเส้นทางอื่น และถึงแม้จะสั้นที่สุดแต่ก็มีความยาวถึง 19.2 km เพราะฉนั้นที่นี่เองก็ต้องใช้เวลาพิชิตหลายวันเช่นกัน แอดเองไม่ได้ไปเดินเส้นทางนี้เพราะเวลากับชุดที่เตรียมมาไม่พร้อมกับการเดินป่า และสภาพร่างกายเราก็ไม่ได้เตรียมพร้อมมาเช่นกัน สำหรับใครที่เป็นสาย Adventure แอดว่าที่นี่ก็น่าลองเหมือนกันนะ

#ความประทับใจและการเดินทาง
📍成都 Chengdu ไป 四姑娘山 Siguniangshan
เราเดินทางจาก Chengdu โดยการจองรถบัสที่สถานี 茶店子车站 Chadianzichezhan ฉาเตี้ยนจื้อเชอจ่าน (车站 = สถานีรถ) โดยปกติแล้วรถบัสจะไม่สามารถจองผ่าน Trip.com ถ้าใครที่เดินทางเองแนะนำให้ไปซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนวันเดินทางจะดีที่สุด เพราะว่ารถอาจจะเต็มได้ แต่ของแอดดีหน่อยที่มีแอดเวอร์ชั่นจีนเลยสามารถจองผ่านมือถือได้ รถที่แอดจองไปจะเป็นแบบรถตู้ 8 ที่นั่ง 💵ราคา 120-130¥ แล้วแต่รอบแล้วแต่สถานที่ลง ตรงนี้เลือกลงให้ถูกที่ขึ้นอยู่กับที่พักของเรา หรือถ้าไม่แน่ใจจริงๆถามคนขับได้เพราะคนขับจะไปส่งเราถึงหน้าโรงแรมเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. รถบัสที่นี่จะต้องมีการแวะพักทุกๆ 2 ชม. เมื่อถึงจุดแวะพักความประทับใจแรก็มาถึง ห้องน้ำจุดพัก...ในที่สุดเราก็เจอ ไม่มีประตู ผนังแค่ครึ่งตัว 5555 สำหรับผู้ชายอย่างเราๆแค่แวะชิ้งฉ่องก็ยังพอไหว แต่สำหรับคุณผู้หญิงอาจจะต้องรอไปจนถึงที่พักเลยทีเดียว เพราะฉนั้นทำธุระให้เรียบร้อยก่อนขึ้นรถ แต่ต้องบอกก่อนว่าคนขับเค้าบริการดีมากนะ แค่จุดพักมันแย่เฉยๆ พอใกล้ถึงคนขับก็จะถามที่อยู่โรงแรมกับเราอีกที แต่ถ้าไม่แน่ใจก็โทรศัพท์ให้พนักงานโรงแรมคุบกับคนขับรถได้เลย เค้าก็จะไปส่งเราที่หน้าโรงแรม

สำหรับโรงแรมที่นี่เราเลือกโรงแรมที่ห้องใหญ่ขึ้นมาหน่อย เพราะกะว่าอยู่ 2 คืนแล้วก็อาจจะต้องเดินหน่อยเลยขอนอนสบายๆหน่อย ห้องพักก็ค่อนข้างดีแต่อาจจะเก่าไปนิด แต่วิวดีมาก ขอเสียคือมันอยู่ชั้น 5! และไม่มีลิฟต์!! จากจะสบายก็กลายเป็นลำบากไปในทันที 555 เพราะว่าที่นี่เป็นเมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะเดินขึ้น 5 ชั้นก็หอบเอาเรื่องอยู่ และยิ่งถ้าเมาด้วยนะ 555

ที่พักที่นี่เค้าจะมีบริการไปรับ-ส่งทางเข้าอุทยานเส้นฉางผิ่งโกวฟรี เพราะเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่พัก แต่ถ้าเป็น ฉางผิ่งโกว เค้าจะเรียกรถมารับเราให้แต่มีค่าใช้จ่าย

วันแรกเราเลือกไปเดินเส้น Changpinggou ที่เป็นเส้นทางความยากระดับปานกลาง ค่าเข้าคนละ 💵90¥ เราไปซื้อตั๋วที่หน้างานเลยไม่ได้จองไปล่วงหน้า หลังจากซื้อตั๋วก็จะต้องนั่งรถบัสอุทยานไปประมาณ 10 นาทีไปที่หน้าทางเข้า จากนี้ไปก็ต้องเดินเท้าเองทั้งหมด จากที่บอกไปด้านบนว่าความยาวประมาณ 29 km เราเดินไม่หมดแน่นอน ก็เลยคิดว่าเดินได้แค่ไหนก็แค่นั้น ช่วงเช้าอากาศหนาวประมาณ 10 กว่าองศา แต่พอหลังจากเดินไปสักพักก็ต้องเริ่มถอดเสื้อคลุมออก เพราะอากาศเริ่มอุ่นบวกกับการเดินจนเหนื่อย ตลอดทางก็จะมีคนคอยถามเราว่าขี่ม้าไหม แต่ราคาม้าก็แรงซะเหลือเกิน หลังจากดูเงินในกระเป๋า อ่อ เดินก็ได้ 555 ตลอดเส้นทางเป็นทางเดินไม้ วิวภูเขาสลับกับลำธารสวยงาม มีห้องน้ำ จุดพักตลอดทาง เดินไปเดินมาสุดท้ายเราก็ได้ใช้ถังออกซิเจน เพราะที่นี่เหนื่อยกว่า 2 เขาที่ไปมามาก บวกกับระดับความสูงของภูเขาทำให้เหนื่อยง่ายเข้าไปอีก สุดท้ายเราใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 5 ชม. คิดไว้ว่าถ้ามีโอกาศมาอีกจะลองมาแบกเป้ไปตั้งแคมป์แบบคนอื่นดูบ้าง

วันที่ 2 เราไปต่อกันที่เส้นทางสุดยอดฮิตอย่าง Shuangqiaogou เป็นเส้นทางที่เดินง่ายที่สุด สบายที่สุดและแอดชอบที่สุด ตั๋วค่าเข้า+รถนำเที่ยว 💵150¥ แอดไปถึงประมาณ 8 โมงเช้าไปซื้อตั๋วที่หน้างานเลยไม่ได้จองไปก่อน แต่ถ้าใครที่จองไปก่อนแล้วก็ยังต้องไปออกตั๋วจริงอีกรอบเช่นกัน ที่ตึกขายตั๋วมีจุดรับฝากกระเป๋า แนะนำไปเช้าๆหน่อย จะได้มีเวลาเดินเยอะๆ เส้นทางนี้ก็อย่างที่บอกไปสบายมากๆนั่งรถไปจนถึงไหนสุดเลย ระว่างทางเราก็เห็นจุดแวะเที่ยวต่างๆ ก็ลองเล็งๆไว้ว่าอยากจะลงจุดไหน ขากลับออกมาจะได้เลือกลงถูก ของแอดเองเลือกลงแค่ 3-4 จุดที่เป็นจุดหลักๆเท่านั้น เพราะมีเวลาจำกัน แอดจองรอบรถกลับ Chengdu ไว้ที่ 3 โมงเย็น แต่ก็คือว่าเดินจนเต็มอิ่มอยู่นะ ได้รูปสวยๆจากที่นี่เยอะมาก เดินง่าย ถ่ายง่าย รูปสวย

ส่วนรถตู้ขากลับแอดได้ขอเบอร์พี่คนขับขามาไหว เค้าบอกว่าจะกลับวันไหนให้โทรบอกแล้วเค้าจะบุ้คที่ไว้ให้ ก่อนวันกลับแอดก็โทรไปจองไว้เรียบร้อยแล้ว เค้าก็จะถามว่าให้ไปรับที่ไหนกี่โมง ก็แค่ไปรอที่นั่นตามเวลา ขามาว่าห้องน้ำพีคแล้ว ขากลับพีคกว่า 555

เริ่มจากมีคนมาขึ้นรถสายทำให้เราออกช้าไปนิดหน่อย หลังจากนั้นขับไปได้สักพักคนขับก็ขอแวะช่วยซ่อมรถให้รถตู้คนอื่นเป็นชั่วโมง แถมยังมาเจอรถติดอีก ทำเอาเกือบตกเครื่อง ระหว่างทางก็ไปแวะเข้าห้องน้ำกลางหุบเขา เรียกว่าพีคกว่าขามา ห้องน้ำขุดเป็นร่องยาวถึงกันหมด ประตูไม่ต้องถาม ไม่มีอยู่แล้ว 555 สุดท้ายก็กลับมาถึงตัวเมือง Chengdu แต่เนื่องจากเวลาค่อนข้างใกล้แล้วเราเลยเลือกนั่งแท๊กซี่ไปสนามบิน โดนไปอีกเกือบๆ 200¥ รวมค่าทางด่วนแล้ว ทำให้เรามาถึงค่อนข้างเร็ว แต่พอมาถึงเครื่องบินดันดีเลย์ 1 ชม. เอาตังค่าแท็กซี่ตูคืนมาาาาาา

สำหรับทริปนี้ของแอดก็คงจบที่ตรงนี้ แต่ถ้ามีใครสนใจอยากรู้เรื่องการเตรียมตัว และการเดินทางในจีนแบบละเอียด ก็เม้นบอกกันหน่อย แล้วแอดจะมาทำแบบละเอียดให้อีกทีนะ

และถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ต้องขอบคุณสำหรับการติดตามด้วยนะครับ ถ้าชอบอะไรแบบนี้ก็ฝากกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วย หรือจะช่วยอุดหนุนร้าน Happy outdoor ก็ได้เช่นกันน้า

📸Sony A7M4 Samyang 35-150mm f2-2.8,Sigma 16-28 f2.8
สุดท้ายนี้แอด
ขอฝากร้านอุปกรณ์แคมป์ปิ้งเดินป่า Happy Outdoor ไว้ด้วยนะครับ
SHOPEE : https://shope.ee/10XtPyCfK7
LAZADA : https://s.lazada.co.th/s.jpzS7
#เที่ยวจีน

🏞️𝕁𝕚𝕦𝕫𝕙𝕒𝕚𝕘𝕠𝕦 - 九寨沟 | September - กันยายน🌲จุดมุ่งหมายของใครหลายๆคนในการมาเที่ยวจีน อุทยานแห่งชาติระดับ 5A ที่ใครๆก็บอกว่า...
08/10/2024

🏞️𝕁𝕚𝕦𝕫𝕙𝕒𝕚𝕘𝕠𝕦 - 九寨沟 | September - กันยายน🌲
จุดมุ่งหมายของใครหลายๆคนในการมาเที่ยวจีน อุทยานแห่งชาติระดับ 5A ที่ใครๆก็บอกว่ามาเที่ยวฤดูไหน ก็จะได้ความสวยที่แตกต่างกันไปตลอดทั้งปี เรามาดูกันว่าในเดือน กันยายน จะเป็นแบบไหน
จากโพสที่แล้วเรานั่งรถรอบสุดท้าย 5 โมง จาก Huanglong ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.ถึงที่พักแถวๆ Jiuzhaigou เราพักที่ Jiuzhaigou ทั้งหมด 2 คืน เช้าวันแรกเรายังไม่ได้แพลนไปเที่ยวที่ไหน เพราะวันนี้เราแพลนไว้เป็นวันทำงานของเรา แต่โชคดีที่งานเสร็จเร็ว ช่วงบ่ายเราเลยออกไปเดินเล่นหาของกิน เดินถามชาวบ้านแถวนั้นว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวนอกจาก Jiuzhaigou ไหม หลายๆคนแนะนำไปที่เดียวกันคือ Zhongchagou
"中查沟 - Zhongchagou - จงฉาโกว"
หมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่กลางหุบเขา สามารถเดินเล่น ขี่ม้า ชมวิว ใช้เวลาแบบสโลว์ไลฟ์ได้เลย การเดินทางมาที่นี่ต้องเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือไม่ก็นั่งแท๊กซี่เข้ามาเท่านั้น ที่นี่ไม่มีรถประจำทาง นั่งรถเข้ามาประมาณ 30 นาที จากทางเข้าอุทยาน

ที่นี่มีบริการขี่ม้าเที่ยวชมวิวบนภูเขา ราคา 100¥-300¥ ต่อคน แล้วแต่ระยะเวลา ส่วนใครที่ไม่ถนัดขี่ม้าก็สามารถซื้อเป็นตั๋วเดินคนละ 10¥ ได้เช่นกัน ถ้าไม่ซื้อตั๋วเดินจะไม่สามารถเดินขึ้นไปบนเขาที่เป็นจุดชมวิวได้ แต่ยังสามารถเดินเล่นในหมู่บ้านได้ ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่มีภูเขาล้อมรอบ ภูเขาที่เป็นจุดชมวิวมีความสูงไม่มาก บนเขาจะมีต้นหญ้า ดอกไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเต็มไปหมดเหมาะกับการเดินชิวเป็นอย่างมาก พวกเราไปถึงประมาณบ่าย 3 คนน้อยมาก แต่คนที่นี่บอกว่าถ้ามาช่วงเช้าคนจะเยอะ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่จนถึง 6 โมง เรียกว่ากลับเป็นกลุ่มสุดท้ายเลย 555 และเกือบจะไม่มีรถกลับด้วย เพราะที่นี่นักท่องเที่ยวมาไม่เยอะ คนส่วนใหญ่ที่มาก็มันจะมาโดยรถส่วนตัว ทำให้ไม่มีแท๊กซี่ตรงจุดนี้เลย(พี่แท๊กซี่ขามาเค้าก็บอกอยู่) แอดใช้แอพ Wechat เรียก Didi อยู่หลายรอบกว่าจะมีคนรับ พอคนขับมาถึงก็บอกว่าเห็นกดเรียกรถอยู่หลายรอบ คิดว่าเราคงไม่มีรถกลับแน่ๆเลยกดรับให้ กราบน้ำใจคุณพี่มากๆ เลยมอบหงษ์ไทยให้คุณพี่ไปหนึ่งอัน เกือบได้นอนในหมู่บ้านแล้ว 555
เช้าวันที่ 2 วันจริงสำหรับเป้าหมายหลักของเรา
"九寨沟 - Jiuzhaigou - จิ่วไจ้โกว"
ดินแดงแห่งทะเลสาบสีฟ้า สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ต้องห้ามพลาด
เรามาถึงหน้าทางเข้าประมาณ 8 โมงเช้า คนค่อนข้างเยอะมากแล้ว
ใครที่ซื้อตั๋วมาแล้วสามารถใช้ Passport สแกนเข้าได้เลย เส้นทางเที่ยวในนี้จะมีลักษณะคล้ายตัว "Y" คือเข้าไปจนถึงครึ่งทางแล้วจะมีทางแยกซ้ายขวา
การเที่ยวในนี้จะเป็นการนั่งรถบัสสลับกับการเดิน โดยรถบัสจะส่งเราเข้าไปจนถึงจุดด้านในสุดเส้นทางขวาก่อน นั่งรถประมาณ 40 นาที จากนั้นค่อยเที่ยวลงมาตามเส้นทาง ใครอยากเที่ยวจุดไหนก็ลง จุดไหนไม่อยากลงก็สามารถนั่งรถบัสต่อไปได้เลย หลังจากเที่ยวเส้นทางขวาครบแล้ว รถก็จะมาส่งเราที่จุดเปลี่ยนรถไปยังเส้นทางซ้าย รถจะไปส่งยังจุดในสุดเช่นเคย และค่อยๆเที่ยวออกมา ตลอดเส้นทางมีจุดขึ้นลงรถ มีห้องน้ำ จุดบริการขายของตลอด

ในอุทยาน Jiuzhaigou นี้มีทะเลสาบมากมาย และแทบทุกที่จะมีน้ำเป็นสีฟ้าเขียวอำพัน สวยจนเหมือนภาพวาด และยังมีน้ำตกอีกหลายที่ ให้ความสวยงามที่แปลกตาสุดๆ ในช่วงเดือนกันยายนนี้ต้นสนทั้งหมดยังเป็นสีชอุ่ม ก็ให้ความสดชื่นในอีกแบบนึง น้ำที่นี่ก็ใสมากๆ มองเห็นทุกอย่างที่อยู่ใต้น้ำได้เลย และจุดที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ "Five color pond" บ่อน้ำ 5 สี เป็นบ่อน้ำที่มีสีสวยสดโดดเด่นที่สุด สีสดมากจนแวบแรกที่แอดเห็นยังคิดว่ามันคือฉากสีฟ้าด้วยซ้ำ จุดนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด

และถึงแม้ว่าจะเป็นการเที่ยวแบบเดินสลับนั่งรถ ใช้เวลาจนหมดทั้งวันก็ยังเดินไม่ครบทุกจุด แนะนำให้ทุกคนเตรียมร่างการสำหรับการเดินให้พร้อม และส่วนใครที่อยากจะดินให้ครบทุกจุดแอดแนะนำว่าคงต้องมา 2 วันเลย
เพราะเส้นทางในอุทยานยาวถึง 45km ไปกลับก็เกือบ 100km เข้าไปแล้ว พวกเราเองก็ยังพลาดไปอีกหลายจุด ถึงมันจะสวยมากแค่ไหนแต่ขาแอดมันบอกว่า พอแค่นี้เถอะ 555
หลังจาก Jiuzhaigou เราก็ได้เดินทางกลับ Chengdu เพื่อเดินทางต่อไปยัง Siguniengshan ยังไงก็ฝากทุกคนติดตามด้วยนะครับ

#การเดินทาง🚌
📍黄龙 Huanglong ไป 九寨沟 Jiuzhaigou
จองตั๋วรถบัสที่ลานจอดรถหมายเลข 3❗️
⏰รอบสุดท้าย 5 โมงเย็น เดินทางประมาณ 2 ชม.
💵ราคา :50¥ ต่อคน
ปล1. แนะนำให้จองก่อนเข้าอุทยาน เพราะขาออกมาคนจะมาแย่งกันจองอาจจะเต็มได้
ปล2. จะลงตรงไหนให้บอกคนขับก่อนเพราะที่ Jiuzhaigou มีที่พักหลายโซนมาก ถ้าไม่รู้อาจจะขับเลยได้

📍九寨沟 Jiuzhaigou ไป 中查沟 Zhongchagou
นั่งแท๊กซี่จากหน้าอุทยานไป
💵ราคา :30¥ ราคาขึ้นอยู่กับต่อรอง แต่ไม่ต่างจากนี้เยอะ
ปล1.ขากลับอาจจะเรียกแท๊กซี่ยากหน่อย ถ้าไม่ชัวให้นัดกับคนขับขามาก็ได้แต่อาจจะต้องจ่ายแพงขึ้นเพราะเค้าต้องตีรถเปล่ามา
ปล2. ถ้าขากลับจะเรียก Didi ก็ได้ลองดูหลายๆรอบ แต่ถ้าไม่มีคนรับให้เพิ่มเป็นเรทพิเศษ จ่ายแพงขึ้นหน่อยจะได้มีคนมารับ

📍九寨沟 Jiuzhaigou ไป 成都 Chengdu
นั่งรถบัสจากทสถานีรถใกล้ทางเข้าอุทยาน > สถานีรถไฟความเร็วสูง Huanglongjiuzhaizhan
*สถานีรถบัสอยู่เลยทางเข้าอุทยานไปประมาณ 1 km*
💵ราคา :48¥ ต่อคน
⏰เวลาเดินทาง : 2 ชม.

นั่งรถไฟความเร็วสูง Huanglongjiuzhai > Chengdudong
💵ราคา แล้วแต่รอบรถ
ชั้น1 : 161-225¥ นั่งข้างละ 2 คน
ชั้น2 : 100-141¥ นั่งข้างละ 3 คน
ตั๋วยืน : 100-141¥ ราคาเท่ากับชั้น 2 สำหรับคนที่ซื้อตั๋วนั่งไม่ทัน
⏰เวลาเดินทาง : 2 ชม.
ปล.ตั๋วยืนจะยืนได้เฉพาะหัวหรือท้ายขบวน ไม่แน่ใจว่าสามารถยืนในโบกี้ชั้น 2 ได้ไหม แต่โบกี้ชั้น 1 ห้ามตั๋วยืน ปกติจะมีพนังงานมาไล่ แต่ถ้ายังมีคนมายืนสามารถแจ้งพนักงานได้

📸Sony A7M4 Samyang 35-150mm f2-2.8,Sigma 16-28 f2.8
สุดท้ายนี้แอด
ขอฝากร้านอุปกรณ์แคมป์ปิ้งเดินป่า Happy Outdoor ไว้ด้วยนะครับ
SHOPEE : https://shope.ee/10XtPyCfK7
LAZADA : https://s.lazada.co.th/s.jpzS7
#เที่ยวจีน

🐉黄龙 - หวงหลง | September - กันยายน🌲เมื่อต้นเดือนกันยายนแอดมินต้องไปทำธุระที่จีนเลยถือโอกาศหนีไปเที่ยวที่ 成都 - เฉิงตู ต่อ...
30/09/2024

🐉黄龙 - หวงหลง | September - กันยายน🌲
เมื่อต้นเดือนกันยายนแอดมินต้องไปทำธุระที่จีนเลยถือโอกาศหนีไปเที่ยวที่ 成都 - เฉิงตู ต่อ ถึงแม้ว่าในเดือนกันยายนจะถือเป็นหน้า Low season ของการท่องเที่ยว แต่เค้าว่ากันว่า เฉิงตูเป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปี มาเที่ยวในฤดูไหนก็จะได้ความสวยที่แตกต่างกันไป ไปดูกันว่าจะเป็นอย่างที่เค้าว่ากันไหม
📅การเที่ยวของเราครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน 6 คืน อาจจะดูใช้เวลาเยอะไปสักหน่อยกับสถานที่ที่เราไป เพราะบางวันแอดมินต้องทำงานด้วยเลยอาจจะเที่ยวไม่ได้เต็มที่ แต่รับรองว่าแต่ละที่ที่เราไปไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
ทริปนี้วางแผนเที่ยวเอง 100% เราไปเที่ยวกันแค่ 2 คน ทำให้การเหมารถเป็นอะไรที่แพงเกินไปสำหรับเรา ดังนั้นการเดินทางหลักๆก็จะเป็น รถบัส รถไฟความเร็วสูง รถไฟใต้ดิน(ในเมือง) รถแท๊กซี่บางครั้ง สำหรับที่ที่ไม่มีรถประจำทางจริงๆ และต้องบอกก่อนว่าทริปนี้เราเน้นเที่ยวแบบธรรมชาติเป็นหลัก ดังนั้นเราแทบจะไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเฉิงตูเลย เรียกว่าเป็นเหมือนจุดพักเพื่อไปเที่ยวที่ต่อไปมากกว่า...ในรายละเอียดการเดินทางจะขอใส่ไว้ท้ายสุดนะครับ สำหรับใครที่สนใจเดินทางเอง แอดจะพยายามใส่รายละเอียดการเดินทางทั้งหมดลงไปให้
เริ่มจาก "黄龙 - Huanglong - หวงหลง" หรือที่แปลเป็นไทยว่า "มังกรเหลือง" และเมืองทางผ่านที่เป็นมากว่าแค่เมืองทางผ่านอย่าง "松潘 - Songpan - ซงพาน"

ก่อนที่เราจะไปเราไม่ได้หวังอะไรกับเมือง Songpan เท่าไหร่นัก คิดว่าเป็นพักสำหรับการเดินทางไปเที่ยว Huanglong ต่อเท่านั้นเอง แต่หลังจากที่ไปถึงเราพบว่า ที่นี่เป็นเมืองที่เหมาะแก่การพักตากอากาศมากๆ อากาศเย็นสบาย กลางวันประมาณ 25 องศา ทั้งที่ในเมืองเฉิงตูร้อนถึง 35 องศา เรียกว่ร้อนกว่าที่ไทยในเวลานั้นไปอีก กลางเมืองมีแม่น้ำใสๆไหลผ่าน ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา บ้านเมืองมีความเป็นชนบท อีกทั้ง บ้านเรือน ที่พัก แทบทุกหลังจะมีการปลูกดอกไม้สีสันสวยงามเต็มไปหมด ให้ความรู้สึกถึงกว่ามาพักผ่อนมากๆ ตกเย็นก็จะมีถนนคนเดินที่ประดับโคมไฟมากมาย ของกินของฝากเยอะไปหมด บอกเลยว่าถ้าใครที่เดินทางมาถนนเส้นนี้แล้ว ห้ามพลาดเมืองนี้เด็ดขาด
วันถัดมาเราก็เดินทางไปเที่ยวต่อกันที่ Huanglong นั่งรถบัสจากเมือง Songpan ประมาณ 1.30 ชม

Huanglong เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน เป็นระดับสูงที่สุด มีลักษณะเป็นหุบเขาลึกที่มีธารน้ำไหลลงมาจนเกิดเป็นบ่อน้ำหินปูนเป็นชั้นๆเรียงต่อกัน ในบ่อน้ำจะมีแร่ธาตุมากมายทำให้น้ำในบ่อมีสีเขียว สีฟ้าสลับกันไป

ที่หน้าทางเข้า Tourist center จะมีจุดให้ฝากกระเป๋าฟรี และสำหรับใครที่จองตั๋วผ่าน Trip มาแล้วอย่าลืมมาออกตั๋วกระดาษก่อนเข้าด้วย

ตั๋วเข้าของที่นี่มีทั้งแบบตั๋วเดิน และตั๋วกระเช้า ตั๋วแบบกระเช้าจะต้องนั่งรถบัสฟรีของอุทยานต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีไปยังจุดนั่งกระเช้า แอดมินแนะนำว่าให้ซื้อเป็นตั๋วแบบกระเช้าจะดีที่สุด เพราะจะเป็นการนั่งกระเช้าขึ้นไปถึงยอดเขาลูกนึง หลังจากนั้นก็จะเป็นการเดินแนวราบและลงเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าใครที่ซื้อตั๋วเดินก็สู้ๆนะครับ เพราะขนาดแอดนั่งกระเช้าแล้วยังใช้เวลาเดินเกือบ 5 ชม. แถมช่วงท้ายๆยังต้องรีบเดินให้ทันกับเวลาด้วย และสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือคุณจะพลาดจุดชมวิวที่สวยที่สุดของ Huanglong เลย เป็นวิวเขาแบบ Panorama ไกลไปจนสุดสายตาเลย ส่วนตัวแอดคิดว่าสวยกว่าบ่อน้ำหินปูนที่เป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ด้วยซ้ำ สำหรับใครที่ชอบถ่ายรูปมากๆหรืออยากเดินชิวๆแบบไม่เร่งรีบก็แนะนำให้มาแต่เช้าเลยจะดีที่สุด ทางเดินดีมากๆ เดินบนทางไม้ตลอด มีที่พักตลอดทาง ของกินก็จะมีขายในจุดแวะพักใหญ่ๆ คนสูงอายุมาได้ ส่วนตัดคิดว่ายังไม่ต้องใช้ออกซิเจน เพราะการนั่งกระเช้าขึ้นมาช่วยได้มาก

เล่ามาถึงตรงนี้หลายๆคนอาจจะยังเป็นกังวลในเรื่องเท่าเล่าขานกันมานั่นก็คือ "ห้องน้ำ" สำหรับที่นี่มีห้องน้ำเยอะมาก แทบจะมีทุกจุดพักเลย แต่สิ่งที่ห้องน้ำที่นี่ไม่มีแน่ๆนั่นก็คือ "สายฉีดชำระ" แนะนำให้พก ทิชชู่เปียกมาด้วย และส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั่งยองๆ มีแบบนั่งก็มีแต่น้อยหน่อย
เราเริ่มเดินประมาณเที่ยงตรง กลับออกมา 4 โมงครึ่ง ก็ต้องรีบไปขึ้นรถบัสรอบ 5 โมงรอบสุดท้ายต่อทันทีเพื่อเดินทางไป จิ่วไจ้โกว
#การเดินทาง🚌
📍เริ่มต้นจากเมือง 成都 Chengdu ไป 松潘 Songpan

นั่งรถไฟความเร็วสูง Chengdudong > Huanglongjiuzhai
💵ราคา แล้วแต่รอบรถ
ชั้น1 : 161-225¥ นั่งข้างละ 2 คน
ชั้น2 : 100-141¥ นั่งข้างละ 3 คน
ตั๋วยืน : 100-141¥ ราคาเท่ากับชั้น 2 สำหรับคนที่ซื้อตั๋วนั่งไม่ทัน
⏰เวลาเดินทาง : 2 ชม.

- สถานีต้นทาง 成都东 Chengdudong เฉิงตูตง สามารถไปได้โดยรถไฟใต้ดินสายสีส้ม เบอร์2

- สถานีปลายทาง 黄龙九寨站 Huanglongjiuzhaizhan หวงหลงจิ่วไจ้จ้าน เป็นสถานีที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อต้นเมือนกันยายน สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไป Huanglong หรือ Jiuzhaigou จะต้องมาลงที่สถานีนี้เพื่อนั่งรถไปต่อ สถานี้สีสามารถเดินทางไปเมือง Songpan ได้เช่นกัน แต่ถ้าสถานีที่ใกล้เมือง Songpan มากที่สุดจะต้องไปลงสถานีก่อนหน้าชื่อสถานี 松潘站 Songpanzhan ซงพานจ้าน

นั่งแท็กซี่จาก Huanglongjiuzhaizhan > Songpan
💵ราคา เหมา 50¥ มากกว่านี้ถือว่าแพง
ปกติมีรถบัสเข้าเมือง แต่รอรถนานมาก บางครั้งรถติดๆก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะมา

📍จาก Songpan ไป Huanglong

นั่งรถบัสจากเมือง Songpan ไป Huanglong
💵ราคา 35¥
มีรถวันละ 2 รอบ บอกแรกไม่แน่ใน แต่รอบ 2 คือรอบสุดท้ายของวันคือ 10.30 น.
-สถานีอยู่ถนนเส้นหลักเข้าเมืองมา 200-300m ซ้ายมือ
⏰เวลาเดินทาง : 1.30 ชม.

📸Sony A7M4 Samyang 35-150mm f2-2.8

สุดท้ายนี้แอด
ขอฝากร้านอุปกรณ์แคมป์ปิ้งเดินป่า Happy Outdoor ไว้ด้วยนะครับ
SHOPEE : https://shope.ee/10XtPyCfK7
LAZADA : https://s.lazada.co.th/s.jpzS7

#เที่ยวจีน

🌠 ภูสอยดาว 🌠อีก 1 ป่ายอดฮิตของนักเดินป่าไทย ที่มีระยะทางและความเหนื่อยพอสมควร ไฮไลท์ของที่นี่คือดอกหงอนนาคที่จะบานสะพรั่...
23/09/2024

🌠 ภูสอยดาว 🌠

อีก 1 ป่ายอดฮิตของนักเดินป่าไทย ที่มีระยะทางและความเหนื่อยพอสมควร ไฮไลท์ของที่นี่คือดอกหงอนนาคที่จะบานสะพรั่งในช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. แล้วแต่สภาพอากาศในแค่ละปี การเดินทางที่นี่จากจุดเริ่มต้นถึงลานสนมีระยะทางทั้งหมด 6.5 ก.ม. แต่นั่นคือจากที่ป้ายบอก แต่จากที่ลองเดินมาแล้ว 2 ครั้ง และจับจาก GPS ระยะทางจริงๆประมาณ 8 กิโลเลยทีเดียว

ความท้าทายของที่นี่คือความชั้นดแต่ละเนินที่ต้องเจอนั้นจะไม่เท่ากัน เริ่มต้นเนินแรกที่เนินส่งญาติ ใครที่ไม่แข็งแกร่งพอส่วนมากจะถอดใจเดินกลับกันตั้งแต่เนินนี้ แต่ถ้าใครใจสู้จะต้องไปวัดใจกันอีกทีที่เนินสุดท้ายที่ชันและยากที่สุดนั่นคือ เนินมรณะ แค่ชื่อก็สยองแล้วแต่ถ้าผ่านไปได้ก็จะพบกับลานสนที่สวยงามรอต้อนรับอยู่

ในวันที่เราเดินทางนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงเลยทำให้มองไม่เห็นดวงดาวและทางช้างเผือก แต่ก็สวยไปอีกแบบ แถมอากาศดีเอามากๆ เพราะส่วนใหญ่คนที่มาภูสอยดาวจะเจอหมอกและฝนตลอดเวลา แต่ช่วงที่เรามาฟ้าค่อนข้างใสและอากาศเย็นสบายทำให้มองเห็นวิวได้ชัดเจน

ภูสอยดาวจริงๆแล้วปลายทางไม่ได้มีแค่ลานสนที่เป็นจุดกางเต็นท์เท่านั้น แต่ยังมีเส้นทางให้เดินเที่ยวชมกันได้อีก ทั้งจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หลักเขตไทย-ลาว จุดชมพระอาทิตย์ตกเหนือลานสน และน้ำตกสายทิพย์ที่ทางลงไปค่อนข้างชัน เพราะฉนั้นใครที่จะมาแนะนำว่าควรมีเวลา 3 วัน 2 คืนถึงจะกำลังดีและเที่ยวได้ครบแบบไม่เหนื่อยเกินไปนอกจาที่กล่าวมาแล้วนั้นหากเป็นช่วงหน้าหนาวใครที่ต้องการความท้าทายสามารถเดินต่อเพื่อไปพิชิตยอดที่สูงสุดของภูสอยดาวได้อีกนั่นคือยอด 2102 นั่นเอง

บนลานสนนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับนึง มีห้องน้ำห้องอาบน้ำแบบที่จะต้องรองน้ำจากก๊อกเข้าไปใช้เองได้ มีร้านค้าของอุทยานขายน้ำอัดลม (ไม่เย็น) ข้าวไข่เจียว และตู้กดน้ำดื่มให้ได้เติมกัน รวมถึงเต็นท์ของอุทยานก็มีให้เช่าด้วย แต่อีก 1 เรื่องที่อยากจะเตือนคนที่อยากจะมาเที่ยวที่นี่คือเรื่องลูกหาบ เนื่องจากมีลูกหาบจำนวนน้อยและเส้นทางค่อนข้างชัน ทำให้การรอคอยลูกหาบนั้นจะใช้เวลานานมาก เช่นอยากกลุ่มเราเดินขึ้นมาถึงตั้งแต่บ่ายโมง แต่กว่าลูกหาบจะขนของขึ้นมาถึงก็ 5 โมงกว่าแล้ว และมีบางครั้งลูกหาบขึ้นมาถึงตอน 4 ทุ่มครึ่งเลยก็มีเช่นกัน
เพราะฉนั้นของสำคัญควรแบกติดตัวมาด้วยตัวเอง

การเดินทางทริปนี้เราขับรถไปกันเองโดยแวะนอนพักที่อำเภอชาติตระการก่อน 1 คืน และไปจอยทริปกันที่หน้าอุทยาน โดยทริปนี้เราเดินทางไปกับทีมของพี่ เอ๋ ธัญ ใครสนใจทริปแบบนี้ลองติดต่อไปได้เลย

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย 📷
กล้อง Sony A7C2
เลนส์ Tamron 28-70mm F2.8
เลนส์ Sigma 16-28 F2.8

ภาพทั้งหมดที่เราถ่ายมาอยู่ในช่วงวันที่ 17 - 19 SEP 2024 🗓
สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากร้านอุปกรณ์แคมป์ปิ้งเดินป่า Happy Outdoor ไว้ด้วยนะครับ
SHOPEE : https://shope.ee/10XtPyCfK7
LAZADA : https://s.lazada.co.th/s.jpzS7
#ภูสอยดาว #ลานสนภูสอยดาว #อุตรดิตถ์ #ลานกางเต็นท์ #เดินป่าหน้าฝน #เดินป่าไทย

19/09/2024

อากาศดีๆที่ภูสอยดาว

ที่อยู่

อำเภอนคร ไทย
Lom Kao

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Happy Outdoorผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Happy Outdoor:

แชร์