29/07/2026
เจาะลึก " 𝗟𝟯𝗛𝗮𝗿𝗿𝗶𝘀 𝗔𝗡/𝗣𝗘𝗤-𝟭𝟱 𝘃𝘀 𝗟𝗔-𝟱 " สองคู่หูหน้าเหมือน แต่ถูกออกแบบมาคนละภารกิจ 🇺🇸
หากมองจากภายนอกด้วยตาเปล่า คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า AN/PEQ-15 และ LA-5 คืออุปกรณ์ชี้เป้าด้วยเลเซอร์ (Laser Aiming Device) ตัวเดียวกัน เพราะทั้งคู่สร้างขึ้นบนเรือนบอดี้ตระกูล ATPIAL (Advanced Target Pointer/Illuminator/Aiming Light) ของ L3Harris เหมือนกันหลายจุด ทั้งมิติ รูปร่าง และตำแหน่งปุ่มกด มีจุดแตกต่างกันเล็กน้อยเช่นตำแหน่งรูน็อต และตำแหน่งสติกเกอร์
แต่ในโลกของอุปกรณ์ยุทธวิธี รายละเอียดเล็กๆ คือสิ่งที่แยกอุปกรณ์ระดับทั่วไป ออกจากอุปกรณ์ระดับเฉพาะงานพิเศษ บทความนี้จะพาไปดูว่าทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร และเหตุใดจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานคนละกลุ่มกัน
💡 กำเนิดแนวคิดในการออกแบบ
AN/PEQ-15 (Standard Full Power) ถูกจัดหาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับหน่วยรบที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจกลางคืนในกองทัพสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น US Army , US Navy และ US Air Force โจทย์ของมันคือความเสถียร ทนทาน แม่นยำ และตอบโจทย์การรบระยะปานกลางร่วมกับปืuไรเฟิuจู่โจมขนาด 5,56 มม.
ในทางกลับกัน LA-5 B และ LA-5C ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของ USSOCOM (หน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ) ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เพราะรบในพื้นที่เปิดกว้างอย่างภูเขาหรือทะเลทราย รวมถึงต้องการอุปกรณ์ที่ทนแรงกระแทกจากปืuกลเบา และปืuสไนเปอร์ไรเฟิuได้ดีกว่าเดิม
📍 ความแตกต่างในด้านการความเข้มของแสง
1. เลเซอร์ชี้เป้าสีแดง (Visible Laser)
: ความแตกต่างด้านกำลังส่งของเลเซอร์
หนึ่งในความแตกต่างที่สำคัญระหว่างทั้งสองรุ่นคือ กำลังส่งของเลเซอร์ โดยเฉพาะในส่วนของ Visible Laser หรือเลเซอร์ชี้เป้าสีแดง
สำหรับ AN/PEQ-15 กำลังส่งถูกออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย ขณะที่ LA-5 โดยเฉพาะรุ่น LA-5B และ LA-5C ได้รับการพัฒนาให้มีกำลังส่งของเลเซอร์สูงขึ้น โดยบางรุ่นมีค่ากำลังส่งอยู่ในช่วงประมาณ 9–25 mW ส่งผลให้จุดเลเซอร์สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างมากหรือกลางแจ้งในเวลากลางวัน
2. ไฟฉายอินฟราเรดผ่านกล้องมองกลางคืน (IR Illuminator)
: นี่คือหัวใจสำคัญของ LA-5 โดยเฉพาะรุ่น LA-5C UHP (Ultra High Power) มีการเพิ่มกำลังของ IR Illuminator อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับ PEQ-15 ที่สว่างน้อยกว่า ผลลัพธ์คือระยะการส่องสว่างผ่านกล้องกลางคืนกระโดดจาก 2,000 เมตร ไปได้ไกลเกินกว่า 4,000 เมตร ส่งผลให้สามารถส่องสว่างผ่านกล้องมองกลางคืนได้ในระยะที่ไกลขึ้น อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพที่ดีในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน หรือแสงรบกวนจากพื้นที่เมือง ทำให้เหมาะสำหรับภารกิจที่ต้องอาศัยการระบุหรือชี้เป้าระยะไกล
📍การปรับปรุงด้านการใช้งานและความทนทาน
นอกเหนือจากการพัฒนาระบบภายในแล้ว LA-5 ยังได้รับการปรับปรุงรายละเอียดด้านการออกแบบจากประสบการณ์การใช้งานจริงของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อเพิ่มทั้งความสะดวกในการใช้งานและความทนทานของอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน
1. ปุ่มปรับศูนย์ที่สะดวกขึ้น : PEQ-15 รุ่นมาตรฐานจำเป็นต้องพกไขควงแบนขนาดเล็กเพื่อหมุนปรับตั้งศูนย์ทิศทางลม/ความสูง แต่สำหรับ LA-5 ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็น ปุ่มหมุน (K***s) ขนาดกำลังดี ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้นิ้วจับหมุนปรับศูนย์หน้างานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
2. การรับแรงรีคอยล์ : การนำเลเซอร์ไปติดบนปืuกลเบา หรือไรเฟิuขนาด 7,62x51 มม. มักสร้างปัญหาให้วงจรภายในของ PEQ-15 อาจส่งผลต่อความคงที่ของระบบภายในเมื่อใช้งานกับอาวุdที่มีแรงรีคอยล์สูง LA-5 จึงได้รับการเสริมโครงสร้างภายในและฝาปิดแบตเตอรี่แบบซับแรงกระแทกพิเศษ ทำให้ทนทานต่อแรงรีคอยล์ระดับมหาศาลได้ดีขึ้น
🏴☠️ บทสรุปตัวไหนเหมาะกับภารกิจอะไร?
กล่าวโดยสรุป ทั้ง AN/PEQ-15 และ LA-5 ต่างพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกัน แต่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานและลักษณะภารกิจที่แตกต่างกัน รุ่นหนึ่งเน้นการใช้งานมาตรฐานของหน่วยรบทั่วไป ขณะที่อีกรุ่นได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะคล้ายกัน แต่รายละเอียดภายในกลับมีความแตกต่างอยู่ไม่น้อย