10/04/2023
PM 2.5 ส่งผลต่อนักวิ่งยังไง
เมื่อเราออกกำลังกาย เราจะหายใจเร็ว แรง และลึกกว่าปกติ การออกกำลังกายหรือวิ่งกลางแจ้งใน สภาวะที่มีค่าฝุ่นพิษสูง ทำให้เราได้รับมลพิษนี้สู่ร่างกายได้มากขึ้นและลึกขึ้นกว่าการหายใจปกติ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าเราวิ่งมาราธอน 4 ชั่วโมง มีการหายใจในปริมาณอากาศที่มากกว่าการหายใจ 24 ชม. ในวันปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกาย หายใจเข้าปอดมากถึง 150 ลิตร/นาที ในขณะที่ค่า AQI ประมาณ 200 กรัม นักวิ่งจะได้รับ PM2.5 สูงถึง 13.6 ไมโครกรัม/นาที ซึ่งถือว่าเสี่ยงต่อสุขภาพ
แต่ถ้ายังอยากออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงค่าฝุ่นสูงต้องทำยังไง?
ตรวจสอบค่าอากาศและฝุ่นละออง PM2.5
เราสามารถใช้แอพพลิเคชั่นในการตรวจสอบค่าฝุ่นได้ว่าพื้นที่ที่เราจะไปวิ่งหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง นั้นมีค่าฝุ่นมากน้อยแค่ไหน เป็นพื้นที่สีอะไร ปกติถ้าเป็นสีฟ้าหรือเขียวคือปลอดภัยต่อปอด เมื่อเริ่มเป็นสีเหลืองก็ยังวิ่งได้ แต่สำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ คนที่เป็นโรคปอด โรคประจำตัว โรคภูมิแพ้ ควรงด
โซนส้มและแดงควรงด
- สีส้ม (AQI 101-200, ค่าฝุ่น PM.2.5 อยู่ที่ 51-90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร)
- สีแดง (AQI 201 ขึ้นไป, ค่าฝุ่น PM.2.5 อยู่ที่ 91 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ขึ้นไป)
ควรงดออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือรอให้ค่าฝุ่นลดก่อน หรือเลือกออกกำลังกายในร่มแทน
ใส่หน้ากากวิ่งอันตราย
บางคนคิดว่าแค่ใส่หน้ากากตอนวิ่งก็จบแล้ว สบายๆ แต่รู้หรือไม่ว่าเมื่อเราวิ่งนั้น ร่างกายจะหายใจเอาปริมาณอากาศเข้าไปมากและหนักกว่าปกติ ทำให้ตอนเราวิ่งเราจะสูดฝุ่นพิษพวกนี้เข้าไปเยอะกว่า การหายใจทั่วไป ผลการวิจัยระบุว่าการใส่หน้ากากขณะวิ่งหรือออกกำลังกายหนักจะไปขัดขวางการหายใจ ร่างกายรับอากาศได้น้อยลง ทำให้หายใจลำบากและเสี่ยงอันตรายมากกว่าเดิมจากภาวะขาดออกซิเจน
หากค่าฝุ่นแย่ สวนสาธารณะก็ไม่ปลอดภัย
ถึงแม้สวนสาธารณะจะมีต้นใหม่เยอะ แต่เมื่อเทียบกับปริมาณมลพิษที่มีมากในอากาศ การกรองฝุ่น หรือมลภาวะย่อมทำได้ไม่เพียงพอแน่นอน
เปลี่ยนสถานที่วิ่ง
เลือกสวนสาธารณะหรือสถานที่ที่ห่างจากถนนและควรหลีกเลี่ยงช่วงที่การจราจรคับคั่ง แตหากค่าฝุ่นพิษมันย่ำแย่ ลองเลือกการออกกำลังกายในที่ร่มแทน (ที่ไม่ใช่ open air) เช่น ยิม ฟิตเนส หรือ บ้าน เพราะในอาคารมีระบบเครื่องปรับอากาศที่ช่วยกรองฝุ่นพิษเหล่านี้ได้
เปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกาย
ก่อนวางโปรแกรมการฝึกซ้อมควรดูสภาพมลภาวะว่าแย่แค่ไหน อาจเปลี่ยนโปรแกรมที่หนัก เช่น ลงคอร์ท วิ่งเก็บระยะไกล เป็นจ๊อกเบาๆ หรือซ้อมโซน 2 แทน เพื่อลดความเสี่ยงของร่างกายในการรับ มลพิษนี้ ถึงแม้จะปารวณาตนเป็นสายวิ่งโดยแท้ทรู วิ่งบนลู่ก็ปวดใจ ลองหากิจกรรมเสียเหงื่อแบบอื่นที่ คุณสามารถทำได้ในอาคารไปก่อนก็เป็นทางออกที่ดี อาจจะเป็นว่ายน้ำ, แบตมินตัน, โยคะ, พิลาทิส หรือแม้แต่เต้นแอโรบิคที่รับรองว่าเรียกเหงื่อและเบิร์นได้ไม่แพ้กันเลยทีเดียว แถมยังถือโอกาสสร้างความแข็งแรงของ Core body ซึ่งช่วยส่งเสริมให้การวิ่งคุณดีขึ้นอีกด้วยนะ
การออกกำลังกายไม่ว่าจะในร่มหรือกลางแจ้งล้วนดีต่อสุขภาพทั้งนั้น แต่นักวิ่งไม่ควรประมาทเพราะแม้เราจะมองไม่เห็นฝุ่นพิษเหล่านี้ด้วยตา แต่การเพิ่มความเสี่ยงและสะสมสารพิษในร่างกายย่อม ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ