เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

HP by Spirit ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก HP by Spirit, กีฬา, สนาแบดมินตัน HP, Chiang Rai

”ทีม HP BY SPIRIT “เป็นทีมแบดมินตันสำหรับเด็กและเยาวชน ในจังหวัดเชียงราย ฝึกสอนเพื่อสุขภาพ และฝึกสอนเพื่อเป็นนักกีฬามืออาชีพ เพื่อให้เยาชนสุขภาพแข็งแรงและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

04/11/2026

สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับสนาม All Stars Arena และหน่วยงานต่างๆ ในเชียงราย จัดอบรมผู้ตัดสินกีฬาแบดมินตัน ระดับ National Accredited ระหว่างวันที่ 4 - 8 ธันวาคม 2569

ค่าสมัคร 500 บาท รวมอาหารว่างและอาหารเที่ยง (ไม่มีที่พักให้)

สนใจสมัครที่

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfssS-_OZT4Jy784pwz4zZqVtoXE1c70_Aq_GFNoBmHzWAbyA/viewform?usp=publish-editor

31/10/2026
สรุปผลการแข่งขัน รายการ เทศบาลนครนครสวรรค์ – VICTOR OPEN CHAMPIONSHIP 2026 16– 22 ตุลาคม 2569ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษ...
27/10/2026

สรุปผลการแข่งขัน รายการ เทศบาลนครนครสวรรค์ – VICTOR OPEN CHAMPIONSHIP 2026 16– 22 ตุลาคม 2569

ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

🥉GD19 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
- วริศรา ไชยรินคำ

ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับนักกีฬาและทีมงานทุกคนที่ทุ่มเททำผลงานในการแข่งขันครั้งนี้อย่างเต็มความสามารถ คุณได้พิสูจน์ให้เห็นถึงระเบียบวินัย ความอดทน และจิตวิญญาณของนักกีฬาที่ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างเข้มข้น ❤️💪
🏅 ชัยชนะและเหรียญรางวัลคือรางวัลของคนไม่ยอมแพ้ ทว่าคุณค่าที่แท้จริงกลับอยู่ที่ "บทเรียน" ระหว่างทาง การรู้จักแพ้ ชนะ รู้จักแก้ไข และไม่หยุดพัฒนาตนเอง คือก้าวสำคัญที่จะส่งให้ทุกคนไปได้ไกลยิ่งกว่าเดิม
🙏 ขอขอบพระคุณท่านผู้ปกครองทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูแลและการเป็นแรงใจสำคัญ ความร่วมมือของท่านคือรากฐานในการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ
💙 การแข่งขันสิ้นสุดลง แต่เส้นทางการเติบโตเพิ่งเริ่มต้น จงนำประสบการณ์จากทุกแมตช์กลับไปเจียระไนตนเอง และกลับเข้าสู่สนามฝึกซ้อมด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
----------->>>
"หน้าฝน💦 นี้ มาตีแบดกัน..เถอะ"
🤩 เพื่อนๆรออยู่..น๊า ทดลองเรียนฟรี !!
*สนใจ* ทัก in box Faceboo

#สอนแบด #เรียนแบด #เชียงราย

สรุปผลงาน พี่ๆ น้องๆ HP by SPIRIT การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยรอบคัดเลือกระดับภาคเหนือครั...
26/10/2026

สรุปผลงาน พี่ๆ น้องๆ HP by SPIRIT

การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยรอบคัดเลือกระดับภาคเหนือครั้งที่41

น้องนาโน
🥇คู่ผสม รุ่นอายุ 12 ปี
🥈หญิงเดี่ยว รุ่นอายุ 12 ปี

พี่โบนัส
🥇หญิงคู่ รุ่นอายุ 18 ปี
🥈คู่ผสม รุ่นอายุ 18 ปี

เก้า/นาโน
🥇ชนะเลิศคู่ผสมอายุ 12 ปี

เก้า/เกื้อ
🥇ชนะเลิศชายคู่ อายุ 12 ปี

คุณใหญ่
🥉รองชนะเลิศอันดับ 2 ชายคู่ อายุ 14 ปี

พีเค
🥈 รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ชายคู่ อายุ 18 ปี

#สอนแบด #เรียนแบด #เชียงราย

18/10/2026

: หลิน ตัน : เส้นทางจักรพรรดิคอร์ตแบดมินตัน ที่ต้องแลกกับน้ำตาผู้เป็นแม่

"ผมไม่ใช่อัจฉริยะ ผมแค่โชคดีที่สามารถตระหนักได้ว่าความฝันของผมคืออะไร และผมทำงานหนักเพื่อมันเสมอ"

หากคุณเปิดประวัติของนักกีฬาระดับโลกแทบทุกคนศึกษาดู จะเห็นได้ว่าไม่มีใครเลยที่มาถึงจุดสูงสุดได้โดยที่ไม่พยายาม, ไม่เคยลำบาก และไม่เคยเสียสละ แต่สำหรับ หลิน ตัน ยอดนักแบดมินตันชาวจีนนั้นมีเรื่องราวที่ยากลำบากยิ่งกว่านั้น เพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ต้องเสียสละตัวเอง

นี่คือเรื่องราวอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ "ซูเปอร์แดน" คือหนึ่งในใต้หล้า มันคือวันที่ผู้เป็นแม่ของเขาส่งลูกชายสุดที่รักให้เข้าไปเป็นหนึ่งในโครงการฝึกความเป็นเลิศ สร้างนักกีฬาชั้นยอดของกองทัพจีน

ภายใต้กฎเกณฑ์แบบทหาร "หลิน ตัน" ในวัยเด็กต้องเจอกับอะไรบ้าง และคนที่ต้องเสียสละมากกว่าอย่างแม่ของเขานั้นต้องแลกกับอะไร กว่าที่ลูกชายจะได้เป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก

📌 พลังแห่งรัฐบาลจีน

หลิน ตัน เกิดมาในครอบครัวนักดนตรี พ่อและแม่ของเขาถือเป็นนักเปียโนมือเอกแห่งมณฑลฝูเจี้ยน ดังนั้นเขาจึงมีวัยเด็กที่ไม่ได้ยากจนข้นแค้นมากมายนัก

เกา ซิวหยู ผู้เป็นแม่ คือคนที่อยู่ดูแลลูกของเธออย่างใกล้ชิด ในช่วงที่คลอด หลิน ตัน เธอออกมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลาและพยายามฝึกให้ หลิน ตัน เล่นเปียโนตามเส้นทางของพ่อและแม่ ทว่าเมื่อเด็กน้อยโตขึ้นและได้ลองหยิบไม้แบดมินตันมาหวดดู เขากลับพบว่านี่ต่างหากคือสิ่งที่ทำให้เขาสนุกมากกว่าการเป็นนักดนตรี

แม่ของ หลิน ตัน ไม่ได้บังคับหรือเลือกทางให้ลูกของเธอเดิน เธอปล่อยให้ หลิน ตัน เรียนรู้ทั้งสองสิ่งไปพร้อม ๆ กัน แต่เมื่อเด็กน้อยโตขึ้น กลับยิ่งแสดงความสามารถด้านการเล่นแบดมินตันที่โดดเด่น เขาตัวสูง รวดเร็ว และมีการตัดสินใจที่ดีกว่าเด็กรุ่นเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อนั้นกองทัพจีนก็ยื่นข้อเสนอให้กับผู้เป็นแม่พร้อมคำสัญญาว่า "เราจะทำให้ลูกของคุณเป็นแชมป์โลก"

"โค้ชมาบอกฉันว่า หลิน ตัน เป็นเด็กที่มีความสามารถโดดเด่นมาก การปล่อยให้เขาอยู่ในหมู่บ้านนี้เห็นทีจะเป็นเรื่องที่เสียโอกาสและเสียเวลา พวกเขาบอกว่าจะให้ลูกย้ายไปเป็นนักกีฬาเยาวชนในสังกัดของกองทัพตั้งแต่อายุแค่ 9 ขวบ" เกา ซิวหยู ย้อนความพร้อม ๆ กับเปิดรูปภาพของ หลิน ตัน ในวัยเด็กที่ละไมด้วยรอยยิ้ม

อย่างไรก็ตามหากย้อนกลับไปช่วงเวลานั้น เกา ซิวหยู ต้องเครียดหนักกับข้อเสนอของกองทัพในนาม "People's Liberation Army Sports Team" เพราะลูกคือทุกอย่างของเธอ การส่งลูกชายที่เป็นความหวังของตระกูลไปสู่การดูแลของคนแปลกหน้าคือสิ่งที่ทำใจยาก และที่ใครต่อใครก็รู้กัน คือความเข้มข้นในแคมป์เก็บตัวนักกีฬาของกองทัพมีสูงมาก พวกเขาจะฝึกเด็ก ๆ หนักเหมือนกับฝึกผู้ใหญ่ และยังมีระบบคัดออกแบบไม่ง้อใครหากเด็กคนไหนทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่วางไว้

รัฐบาลจีนเริ่มมีนโยบายเรื่องความเป็นเลิศทางกีฬาหลังจากการแข่งขันโอลิมปิก 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ พวกเขาให้งบสนับสนุนการฝึกเยาวชนระดับหัวกะทิทั่วประเทศกว่า 30,000 คน รวมแล้วเป็นเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างนักกีฬาระดับโลกทั้ง กรีฑา, ยิมนาสติก, ว่ายน้ำ และ แบดมินตัน มายาวนานหลายปี และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม จีน จึงกลายเป็นชาติที่ได้เหรียญรางวัลในการแข่งขันโอลิมปิกเป็นอันดับต้น ๆ เสมอมา หากมีนักกีฬาคนใดที่เดินไปถึงจุดที่คว้าเหรียญทองได้ พวกเขาจะได้รับเกียรติยศ, ชื่อเสียง และเงินทองกลับมาให้ครอบครัวแบบคุ้มค่ากับช่วงเวลาที่สูญเสียไป

โดยเด็กที่ยอมเสียสละตัวเองจะได้เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน นอกจากด้านเทคนิคของกีฬาแต่ละประเภทแล้ว พวกเขาจะต้องทดสอบและเรียนรู้กับโค้ชต่างชาติ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงการเคี่ยวเข็ญให้เป็นคนที่มีสภาพจิตใจแข็งแกร่งผ่านโค้ชจิตวิทยาระดับมืออาชีพอีกด้วย

การผลักดันเรื่องนี้ยังทำมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโรงเรียนกีฬาภายใต้การบริหารของรัฐบาลจีนมากกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทุกโรงเรียนมีเป้าหมายเดียวกันคือผลิตนักกีฬาเพื่อเข้าแข่งโอลิมปิกให้ได้ โดยหลังจากพัฒนาโครงการต่อไปเรื่อย ๆ ทุกวันนี้มีเยาวชนลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรดังกล่าวมากกว่า 400,000 คน

"มันยอดเยี่ยมมากที่เราจะค้นหาเด็กที่มีขีดความสามารถในด้านกีฬา มันคือเรื่องที่สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศให้ประสบควาสำเร็จได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว" หวู ยี่กาง ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ บอกกับ Washington Post ก่อนเขาจะปิดท้ายเป็นนัย ๆ ว่าแม้จะเป็นโครงการที่ดี แต่ก็อาจจะไม่ใช่โครงการที่ใครต่อใครสามารถยอมรับได้ทั้งหมด

"ในทางกลับกัน การฝึกอบรมนักกีฬาในจีนถือเป็นปัญหา แต่ละโรงเรียนเน้นการฝึกความเป็นเลิศเพียงอย่างเดียวจนหลงลืมหลายสิ่งที่เด็กต้องการไป ... นั่นคือมุมทางศีลธรรมที่มีต่อเด็ก ๆ เหล่านั้น"

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพการฝึกของเด็ก ๆ ภายใต้การดูแลของรัฐบาลและกองทัพจีนมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะกีฬาอย่าง ยิมนาสติก ที่เด็กบางคนสามารถบิดตัวได้ราวกับไร้กระดูก และที่สำคัญ มีหลายรูปหลายภาพที่เราได้เห็นน้ำตาของเด็ก ๆ เหล่านี้

"หนักหนาเกินกว่าเด็กปกติจะรับได้" กับ "อนาคตอันสดใสที่รออยู่ของ หลิน ตัน" นั่นคือสิ่งที่ เกา ซิวหยู ต้องเลือกและวางเดิมพันสำหรับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอคนนี้

📌 แม่...ผมไม่อยากไป

เกา ซิวหยู ใช้เวลาคิดอยู่นาน เธอเชื่อว่าลูกชายของเธอควรจะได้รับการฝึกที่มีคุณภาพ และมั่นใจว่าแม้จะลำบากกับเส้นทางที่เลือก แต่ลูกชายของเธอจะต้องทนได้ ... ต่อให้จะต้องเสียน้ำตาไปบ้างก็ตาม

ถึงกระนั้น คำพูดของ หลิน ตัน ที่บอกว่า "แม่ครับ ... แต่ผมคิดถึงแม่นะ" ก็ทำให้จิตใจเธออ่อนระทวย และเกือบเผลอคิดว่าการตัดสินใจของตัวเองเป็นสิ่งที่ผิด อย่างไรก็ตามเมื่อตกปากรับคำไปแล้ว มีแต่สู้เท่านั้นที่สองแม่ลูกจะทำได้

"ฉันบอก ตัน ว่า 'ไม่เป็นไรลูก เอาไว้แม่จะไปเยี่ยมหนูบ่อย ๆ นะ' แน่นอนฉันต้องโกหกเขาบ้าง เพื่อให้เขายอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ได้" ผู้เป็นแม่ยอมรับทั้งน้ำตา เธอโกหกลูกชายเพราะเมื่อยกลูกชายให้ศูนย์ฝึกแล้ว หลิน ตัน จะต้องเชื่อฟังผู้ฝึกสอนที่อยู่ข้างใน และการไปเยี่ยมไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่คิดจะไปก็ไปได้อย่างที่เธอบอกกับเขา

หลิน ตัน ในวัย 9 ขวบแพ็คกระเป๋าและเดินทางเข้าสู่แคมป์เพียงลำพัง ตอนนี้เขาเป็นสมบัติของชาติแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วฝันการเป็นนักแบดอันดับ 1 ของโลกจะเป็นจริงหรือไม่ แต่เขารู้ว่าจะต้องสู้ให้ถึงที่สุด เมื่อเห็นภาพในตอนโบกมือลาที่แม่ของเขาส่งยิ้มให้ทั้งน้ำตาราวกับจะบอกให้เขารู้ว่า "อดทนเข้าไว้นะลูก"

แม้จะเป็นเด็กติดแม่ แต่เมื่อลงไปยืนในสนามแข่งขัน หลิน ตัน จะกลายเป็นคนละคน เขาทนได้กับคำสอนที่มาในรูปแบบของคำด่าทอ และผ่านไปได้สบาย ๆ กับการฝึกร่างกายที่หนักหน่วงแบบที่ไม่เคยเจอ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแทบจะทนไม่ได้เลยคือตลอด 1 สัปดาห์แรก ทุกครั้งที่หัวถึงหมอนและล้มตัวนอนด้วยความเหนื่อยล้า ไม่มีคืนใดเลยที่เขาจะไม่คิดถึงแม่ ...

"ผมต้องหากระดาษมาเขียนจดหมายถึงแม่เกือบทุกคืน หวังในใจเสมอว่าขอให้แม่รีบมารับผมกลับบ้าน" หลิน ตัน เล่าถึงความหลังที่เขาต้องหาทางระบายความรู้สึก เพราะทางศูนย์ฝึกเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้คุยกับผู้ปกครองผ่านโทรศัพท์เท่านั้น แม้จะดูโหดร้ายแต่นั่นคือส่วนหนึ่งของการเป็นมืออาชีพ

"ฉันโทรหา ตัน ได้สัปดาห์ละครั้ง" เกา ซิวหยู ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ใช่เฉพาะลูกชายที่กำลังสู้เพื่อฝันอยู่เท่านั้น แม้แต่คนรออย่างเธอเองก็ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น 1 ครั้งต่อสัปดาห์จึงเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองแม่ลูกรู้ว่าพวกเขาคิดถึงกันขนาดไหน

"แค่แม่รับโทรศัพท์แล้วบอกว่า ฮัลโหล ... แค่นั้นเอง ความรู้สึกของผมก็พรั่งพรูออกมาจนผมเก็บมันไว้ไม่ได้ ผมคุยกับแม่ได้แค่ไม่กี่ประโยค หลังจากนั้นแทนที่เราจะคุยกันกลายเป็นผมร้องไห้ให้แม่ฟัง และเสียงที่ตอบกลับมาจากแม่ก็ไม่ต่างกัน ... แม่ก็ร้องไห้ไปพร้อม ๆ ผมเลย" หลิน ตัน เล่าความหลัง

📌 อัจฉริยะล้ม...

"ทุกครั้งที่คุยกับตันในช่วงแรก ๆ ฉันรู้เสมอว่าเขาร้องไห้ เพราะเสียงของเขาสั่นเครือตลอด ฉันเองก็ไม่ต่างกันนักหรอกแต่เขาเปลี่ยนไปมากในช่วง 6 เดือนให้หลัง โค้ชบอกว่าเขาเป็นนักกีฬาที่ดีมาก ๆ " สิ่งที่แม่เล่ามาแทบไม่ต้องมีคำบรรยายเพิ่มเติม ทั้ง 2 คนต้องเจอกับช่วงเริ่มต้นที่ยากลำบาก จนกระทั่ง 6 เดือนต่อมา ทุกอย่างก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ หลิน ตัน กลายเป็นเด็กแถวหน้าของโรงเรียน และเขาก็ฟูมฟายคิดถึงแม่ คิดถึงบ้านน้อยลง

นี่คือช่วงเวลาที่เป็นโหมดฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ หากจะถามว่า หลิน ตัน สู้แค่ไหน ก็คงต้องบอกว่าเขาสู้แค่ตายนั่นแหละ เขาเป็นเด็กที่บอกตัวเองเสมอว่า "เรายังไม่เก่ง" ดังนั้นเขาจึงทุ่มเทกับการซ้อมมากจนทุกคนเห็นพัฒนาการที่โดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตามสไตล์การเล่นของ หลิน ตัน ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ ในช่วงเวลาที่เขาพีคที่สุดแทบไม่มีใครต่อกรกับเขาได้ง่าย ๆ ชัยชนะสบาย ๆ เกิดขึ้นเสมอ นอกจากนี้เขายังเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ตัวพ่อ เขาชอบทำให้แฟน ๆ ตื่นเต้นด้วยแอ็คชั่นสวย ๆ อย่างการพุ่งไปรับลูกตบ จนได้รับฉายาว่า "ซูเปอร์แดน" และสื่อทั่วโลกยอมรับว่านี่คือความสามารถในระดับอัจฉริยะชัด ๆ

"ผมไม่ใช่อัจฉริยะ" นี่คือคำตอบกับสื่อแบบหน้าตาเฉยของ หลิน ตัน ก่อนจะขยายความว่า "อัจฉริยะไม่มีจริง ไม่ว่าผมหรือนักแบดจากจีนคนอื่น ๆ พวกเรามาถึงจุดนี้ได้เพราะเราซ้อมกันหนักมาก เราผ่านการฝึกฝนมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานยิ่งกว่าชาติอื่น ๆ เราเติบโตพร้อมกับเทคนิค, แท็คติก และจิตวิทยา รวมถึงสั่งสมประสบการณ์ผ่านการแข่งขันในแต่ละเกม" เคล็ดลับของ หลิน ตัน มีแค่นั้นเองจากคำบอกเล่าของเขา

หลิน ตัน คว้าเกือบทุกแชมป์ในระดับเยาวชนก่อนเทิร์นโปรในปี 2003 และก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับท็อปของประเทศจีน ซึ่งหลังจากขึ้นเป็นผู้เล่นอาชีพได้เพียงปีเดียว เขาก็ติดทีมชาติจีนไปแข่งขันในศึกโอลิมปิกปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยสิ่งที่สมาคมแบดของจีนวิเคราะห์และวางแผนไว้คือ หลิน ตัน จะต้องเป็นมือ 1 และความหวังสูงสุดที่จะเอาเหรียญทองการแข่งขันครั้งนั้น

แฟน ๆ แบดชาวจีนเองก็เห็นพ้องต้องกันว่าถึงเวลาของ หลิน ตัน แล้ว เพราะก่อนหน้าการแข่งขันในปีนั้น เขาสามารถคว้าแชมป์ชายเดี่ยวในรายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง ออล อิงแลนด์ นอกจากนี้ยังพาทีมจีนคว้าแชมป์ โธมัส คัพ ที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นรายการที่ทีมจีนไม่เคยสัมผัสแชมป์มาแล้วเป็นเวลาถึง 14 ปี

อย่างไรก็ตามอย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้น ... การจะเป็นราชาของโลกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะก่อนที่จะเข้าสู่โอลิมปิก เขาเกิดบาดเจ็บในรายการ มาเลเซีย โอเพ่น และต้องพักรักษาตัวอยู่พักใหญ่ ก่อนจะผ่านฟิตนาทีสุดท้ายได้ไปแข่งขันในโอลิมปิกเป็นครั้งแรกของตัวเอง ... ซึ่งผลที่ออกมาย่ำแย่เกินกว่าที่ใครคาดไว้ เขาแพ้และตกรอบแรกแบบช็อกแฟน ๆ รวมถึงตัวของเขาเองด้วยที่รู้สึกผิดหวังครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

📌 สู้เขานะลูก

"ตอนปี 2004 ทุกคนในประเทศนี้คิดว่าเขาแข็งแกร่งทั้งเรื่องของฝีมือและสภาพจิตใจ จนไม่มีใครคิดไว้ล่วงหน้าว่าเขาจะตกรอบแรก แต่ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้จิตใจแข็งแกร่งเสมอไปหรอก" แม่ของ หลิน ตัน เล่าถึงช่วงเวลาที่ลูกชายถึงจุดดำดิ่งด้านอารมณ์

หลิน ตัน เองยอมรับว่า โอลิมปิก 2004 เปลี่ยนเขาไปแทบจะเป็นคนละคน 4 ปีที่อยากจะแก้มือในโอลิมปิก 2008 ที่ประเทศจีนบ้านของเขา คือช่วงเวลาที่ยาวนานและทรมานเกินไป ตัวของเขานั้นฟุ้งซ่านและสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับความพ่ายแพ้นั้น แม้ตัวของ หลิน ตัน จะทุ่มเทกับการฝึก แต่ความรู้สึกผิดปกติซ่อนอยู่ในใจ มีแม่ของเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าลูกชายกำลังต้องการสิ่งที่เธอเคยมอบให้ในวันที่เขายังเป็นเด็ก สิ่งนั้นคือ "การปลอบ" เหมือนกับตอนที่เขาร้องไห้จะกลับบ้านตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

"ฉันบอกเขาว่า อย่าคิดอะไรให้หนักสมองจนเกินไป นี่แค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น ลูกกลับมาทำตัวเหมือนเดิม เล่นให้ดีเหมือนเดิมเถอะ"

แม้จะไม่ได้เป็นนักกีฬาแต่ เกา ซิวหยู ก็ผ่านโลกมามากพอจนเข้าใจว่าความผิดหวังคือธรรมชาติของมนุษย์ เธอรู้ว่าไม่มีนักกีฬาคนไหนบนโลกนี้ที่ไม่เคยพ่ายแพ้และผิดหวัง แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็มั่นใจในตัวลูกชายคนนี้ว่า หลิน ตัน ไม่ใช่คนใจเสาะ เขาจะไม่ยอมแพ้และจะกลับมาใหม่ได้แน่นอน

4 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก หลิน ตัน ในเวอร์ชั่นที่ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นจากความพ่ายแพ้ในปี 2004 กลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในโอลิมปิกปี 2008 หนนี้เขามาในเวอร์ชั่นที่เหมาะสมกับฉายา ซูเปอร์แดน อย่างแท้จริง เพราะเขาลุยรวดเดียวเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศซึ่งเป็น "ดรีมไฟนอล" ของคอแบดมินตัน เป็นการเจอกับระหว่าง หลิน ตัน และ ลี ชอง เหว่ย จาก มาเลเซีย 2 ยอดกระบี่แห่งยุคที่กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าใครคือหมายเลข 1 ของโลกที่แท้จริง

หลิน ตัน โชว์ความเหนียวหนึบและหนักหน่วงทั้งในเกมรับและรุกจน ลี ชอง เหว่ย ที่ว่าแน่ ๆ ยังแพ้ไป 2 เกมรวดด้วยสกอร์ที่แสนขาดลอย 21-12 และ 21-8 ชัยชนะดังกล่าวทำให้ หลิน ตัน เป็นผู้เล่นจีนคนแรกที่คว้าเหรียญทองให้กับทีมชาติในประเภทชายเดี่ยวถัดจากปี 2000

"นี่แค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น" สิ่งที่ผู้เป็นแม่บอกคือเรื่องจริงทั้งหมด หลังจากเหรียญทองโอลิมปิกครั้งนั้น หลิน ตัน กลายเป็นเจ้ายุทธภพของวงการแบด กับดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกกับเอเชียนเกมส์ประเภทชายเดี่ยว รายการละ 2 สมัย แชมป์โลกประเภทชายเดี่ยว 5 สมัย และแชมป์เอเชียประเภทชายเดี่ยว 4 สมัย แม้เป็นนักกีฬาที่มีความเป็นศิลปินสูง อยากแข่งก็แข่ง ไม่อยากแข่งก็ถอนตัว แต่ในเรื่องของฝีมือแล้วทุกคนบนโลกนี้ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือ "ของจริง"

การก้าวผ่านความล้มเหลวในปี 2004 ของ หลิน ตัน มีแม่อยู่เบื้องหลังอีกครั้ง น่าแปลกที่ทุกคำซึ่งแม่บอกกลายเป็นเรื่องจริงทั้งหมดในเวลาต่อมา ... หลิน ตัน ผู้เก่งที่สุดในโลกได้รับคำชี้แนะจากนักเปียโนที่รู้จักเขาดีที่สุด จะว่าแบบนี้คงไม่ผิดนัก

"ช่วงเวลาที่ยากลำบากได้ผ่านไป ผมแทบไม่ได้ผ่อนคลายเลยในเวลานั้น ก็มีแต่ตอนที่อยู่กับแม่เท่านั้นแหละที่ผมรู้สึกว่าความสงบมันกลับมา เวลาที่ผมอ่อนไหวปลายทางที่ผมจะไปคือการกลับบ้าน จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของแม่ที่จะทำให้ผมใจเย็นลงและมีสติในก้าวต่อไป" หลิน ตัน ให้สัมภาษณ์ใน สารคดี "Raising an Olympian"

เมื่อถามแม่ของ หลิน ตัน ว่ารู้สึกอย่างไรที่เห็นลูกชายมาถึงจุดนี้ได้ เธอบอกว่าเธอไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอรู้ว่า หลิน ตัน มีเลือดนักสู้ และเมื่อเหยียบคอร์ตแบด เขาเป็นเหมือนนักรบไร้พ่าย นั่นคือเหตุผลที่ลูกชายของเธอคู่ควรกับทุกรางวัลที่ได้รับทั้งในทีมชาติและในการแข่งขันระดับอาชีพ

สิ่งสุดท้ายที่ผู้สัมภาษณ์ในสารคดีเรื่องสั้นเรื่องดังกล่าวถามกับ เกา ซิวหยู คือ "แล้วรางวัลใดคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมุมมองของเธอผู้เป็นแม่" ... เธอนิ่งไปสักพักและตอบกลับสั้น ๆ ว่า

"ความสำเร็จที่สุดคือวันที่ฉันปล่อยเขาออกจากอ้อมอก" เธอว่าแบบนั้นก่อนจะหันไปมองลูกชายด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

#สื่อกีฬาที่เข้าถึงทุกคน #แบดมินตัน #หลินตัน

ที่อยู่

สนาแบดมินตัน HP
Chiang Rai
57000

เวลาทำการ

จันทร์ 16:30 - 20:00
อังคาร 16:30 - 20:00
พุธ 16:30 - 20:00
พฤหัสบดี 16:30 - 20:00
ศุกร์ 16:30 - 20:00
เสาร์ 13:00 - 20:00
อาทิตย์ 13:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ HP by Spirit โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง HP by Spirit:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่

ยิมและสถานที่เล่นกีฬาใกล้เคียง