365 วันอัศจรรย์การตื่นรู้ สอนมั่งคั่งด้วยพลังแห่งจิต

365 วันอัศจรรย์การตื่นรู้ สอนมั่งคั่งด้วยพลังแห่งจิต Spiritual Master
นักแกะรอยจิตไร้สำนึก รับโค๊ชปลดล๊อคปัญหาที่ติดค้างในระบบจิต

สนใจคอร์สเรียน
คลิกลิ้ง

https://lin.ee/uDTWRID

23/01/2026

🌈 จักระทั้ง 7: พลังลับภายใน ที่เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งและชีวิตใหม่
คุณเคยรู้สึกไหมว่า…
ไม่ว่าคุณจะทำงานหนักแค่ไหน ก็ยังรู้สึก “ขาด”
พยายามเท่าไร เงินก็ยังไม่พอ
หรือแม้จะมีเงิน แต่ใจกลับยังรู้สึก “ไม่มั่นคง”?
ความรู้สึกเหล่านี้...อาจไม่เกี่ยวกับสิ่งภายนอกเลย
แต่มันคือ “พลังงานภายใน” ของคุณ ที่ยังไม่ได้เปิดรับความมั่งคั่งอย่างแท้จริง
🌀 ความลับอยู่ที่จักระของคุณ
จักระ (Chakra) คือศูนย์พลังงานสำคัญที่อยู่ในร่างกาย
ตามศาสตร์โยคะและพลังงานของตะวันออกโบราณ
มนุษย์มีจักระหลักอยู่ 7 จุด
เรียงตัวตามแนวกระดูกสันหลัง จากก้นกบถึงยอดศีรษะ
แต่ละจักระควบคุม “พลังงานเฉพาะด้าน”
ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง ความรัก ความคิดสร้างสรรค์ พลังลงมือทำ วิสัยทัศน์
ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับพลังงานจักรวาล
เมื่อจักระไหลเวียนอย่างสมดุล
พลังชีวิตจะลื่นไหล
คุณจะรู้สึกมั่นคง มีแรงบันดาลใจ
กล้ารับ กล้าสร้าง และพร้อมให้ความมั่งคั่งเข้ามา
แต่หากจักระติดขัด…
คุณจะรู้สึกเหมือน “โลกภายนอกต่อต้าน”
ทั้งที่จริงแล้ว จักรวาลไม่ได้ต่อต้านคุณ
แต่พลังของคุณยัง “ไม่สอดคล้องกับจักรวาล” เท่านั้นเอง
✨ รู้จักจักระทั้ง 7 อย่างละเอียด
และวิธีใช้พลังของมันเพื่อเปลี่ยนชีวิตคุณ
🔴 1. มูลธารจักระ (Root Chakra – Muladhara) หรือ จักระฐาน
ตำแหน่ง: โคนกระดูกสันหลัง / ก้นกบ
สี: แดง
พลังงาน: ความมั่นคง ความปลอดภัย การเอาตัวรอด ฐานะทางการเงิน
จักระนี้คือ “รากฐานของชีวิต”
หากคุณรู้สึกกลัวอนาคต กลัวไม่มีเงิน ขาดความมั่นใจเรื่องความอยู่รอด
แปลว่าจักระนี้อ่อนแอ
🔑 วิธีเปิดจักระฐาน:
เดินเท้าเปล่าบนดินหรือหญ้า
นั่งสมาธิ โฟกัสที่ก้นกบ จินตนาการแสงสีแดงอบอุ่นหมุนวน
กล่าวย้ำ:
“ฉันมั่นคง ปลอดภัย และโลกนี้สนับสนุนฉันอย่างเต็มที่”
🌱 เมื่อจักระนี้เปิด:
คุณจะรู้สึก มั่นคงจากภายใน
และจักรวาลจะเริ่มส่ง “ทรัพยากร” มาสนับสนุนคุณอย่างเป็นธรรมชาติ
🧡 2. สวาธิษฐานจักระ (Sacral Chakra – Svadhisthana) หรือ จักระสะดือ
ตำแหน่ง: ใต้สะดือเล็กน้อย
สี: ส้ม
พลังงาน: ความสุข ความคิดสร้างสรรค์ ความปรารถนา พลังเพศ ความรู้สึกว่าตัวเองคู่ควร
นี่คือจักระแห่ง ความสุขที่คู่ควร
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองยัง “ไม่ดีพอ” ไม่กล้ารับเงิน หรือรู้สึกผิดเมื่อมีความสุข
แสดงว่าจักระนี้ติดขัด
🔑 วิธีเปิดจักระสะดือ:
เต้นตามจังหวะดนตรีอย่างอิสระ
เขียนความปรารถนาโดยไม่จำกัดตัวเอง
ทำสมาธิ พร้อมจินตนาการแสงสีส้มหมุนเวียนใต้สะดือ
กล่าวย้ำ:
“ฉันคู่ควรกับความสุข ความรัก และความมั่งคั่งในทุกระดับ”
💃 เมื่อจักระนี้เปิด:
คุณจะ “สร้างเงิน” ได้ด้วยความสุข
ชีวิตจะมีสีสัน เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและเสน่ห์จากภายใน
💛 3. มณีปุระจักระ (Solar Plexus Chakra – Manipura) หรือ จักระกลางท้อง
ตำแหน่ง: เหนือสะดือ / ใต้ลิ้นปี่
สี: เหลือง
พลังงาน: ความมั่นใจ การลงมือทำ พลังส่วนตัว ความกล้า การควบคุมชีวิต
นี่คือพลังของ “การเปลี่ยนความคิดให้เป็นการกระทำ”
ถ้าคุณมีไอเดียเยอะแต่ไม่กล้าทำ กลัวคำวิจารณ์ หรือรอให้ “พร้อมก่อน” เสมอ
แสดงว่าจักระนี้ยังปิด
🔑 วิธีเปิดจักระกลางท้อง:
ลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ ที่เคยกลัวให้สำเร็จ
ออกกำลังกายเรียกพลัง
ทำสมาธิ พร้อมจินตนาการแสงสีเหลืองร้อนแรง
กล่าวย้ำ:
“ฉันมีพลังเปลี่ยนแปลงชีวิต ฉันคือผู้นำพลังงานของตัวเอง”
🔥 เมื่อจักระนี้เปิด:
คุณจะ “กล้าทำ” แบบไม่รอ
และสร้างพลังงานที่ดึงดูดความสำเร็จโดยไม่ฝืนธรรมชาติ
💚 4. อนาหตะจักระ (Heart Chakra – Anahata) หรือ จักระหัวใจ
ตำแหน่ง: กลางอก
สี: เขียว (หรือชมพูอ่อนในบางแนวทาง)
พลังงาน: ความรัก การให้อภัย การเปิดใจ การเชื่อมโยง การให้และการรับ
จักระนี้คือ “พลังแห่งหัวใจ” ที่แปรเปลี่ยน “แรงผลัก” ให้เป็น “แรงดึงดูด”
หากคุณไม่กล้ารับ ไม่กล้ารัก หรือคิดว่าทุกอย่างต้องแลกมาด้วยความเหนื่อย
แสดงว่าหัวใจของคุณยังไม่เปิด
🔑 วิธีเปิดจักระหัวใจ:
ให้อภัยตัวเองและผู้อื่น
แสดงความรักโดยไม่หวังผล
นั่งสมาธิ พร้อมจินตนาการแสงสีเขียวอ่อนหมุนบริเวณกลางอก
กล่าวย้ำ:
“ฉันเปิดใจรับความมั่งคั่ง ด้วยความรักและศรัทธาในจักรวาล”
🌸 เมื่อจักระนี้เปิด:
คุณจะรู้สึกว่า “ฉันสมควรได้รับดี ๆ โดยไม่ต้องแลกด้วยความเจ็บปวด”
และเริ่ม “รับ” ทุกสิ่งจากจักรวาลได้อย่างเบาสบาย
💙 5. วิศุทธจักระ (Throat Chakra – Vishuddha) หรือ จักระคอ
ตำแหน่ง: ลำคอ
สี: ฟ้า
พลังงาน: การสื่อสาร ความจริง การแสดงตัวตนอย่างแท้จริง
จักระนี้คือ “พลังเสียง” และ “ความกล้าในการสื่อสาร”
หากคุณมีของดีแต่ไม่กล้าโชว์ หรือพูดแล้วไม่ชัด ไม่มั่นใจ
แสดงว่าจักระคอยังไม่เปิด
🔑 วิธีเปิดจักระคอ:
พูดกับตัวเองหน้ากระจกด้วยความรัก
ร้องเพลง หรือเขียนข้อความจากหัวใจ
ทำสมาธิ พร้อมจินตนาการแสงสีฟ้าหมุนรอบลำคอ
กล่าวย้ำ:
“เสียงของฉันมีพลัง ฉันกล้าแสดงตัวตนอย่างแท้จริง”
🔊 เมื่อจักระนี้เปิด:
คุณจะกล้าสื่อสารสิ่งที่คุณเป็น
และเสียงของคุณจะดึงดูดโอกาส และผู้คนที่เหมาะสมเข้ามาในชีวิต
💜 6. อาชญะจักระ (Third Eye Chakra – Ajna) หรือ จักระตาที่สาม
ตำแหน่ง: ระหว่างคิ้ว / หน้าผาก
สี: คราม
พลังงาน: วิสัยทัศน์ ความเชื่อมั่นภายใน สัญชาตญาณ ปัญญาภายใน
จักระนี้คือ “ดวงตาภายใน” ที่มองเห็นความจริงแท้
หากคุณลังเล ไม่แน่ใจ ไม่มีวิสัยทัศน์ หรือหันเหไปตามสิ่งเร้า
แสดงว่าจักระนี้ยังไม่เปิดใช้งานเต็มที่
🔑 วิธีเปิดจักระตาที่สาม:
เขียนภาพชีวิตที่คุณต้องการให้ชัดเจน
หยุดเปรียบเทียบ และฟังเสียงภายในอย่างเงียบสงบ
ทำสมาธิ พร้อมจินตนาการแสงสีครามตรงกลางหน้าผาก
กล่าวย้ำ:
“ฉันเห็นชีวิตที่ต้องการ และฉันเชื่อมั่นในเส้นทางของตัวเอง”
🔮 เมื่อจักระนี้เปิด:
คุณจะมีวิสัยทัศน์ที่มั่นคง
และ “ดึงดูดสิ่งที่สอดคล้องกับพลังใจ” อย่างแม่นยำ
⚪ 7. สหัสรารจักระ (Crown Chakra – Sahasrara) หรือ จักระมงกุฎ
ตำแหน่ง: กลางกระหม่อม หรือ ยอดศีรษะ (ตำแหน่งสูงสุดบนศีรษะ)
สี: ม่วง หรือ ขาว
ธาตุ: จิตบริสุทธิ์ (Pure Consciousness / Ether)
พลังงาน: ความศรัทธา ความสงบลึก การเชื่อมต่อกับจักรวาล ความรู้แจ้ง
นี่คือจักระแห่ง การปล่อยวางและยอมรับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
หากคุณพยายามควบคุมทุกอย่าง ไม่วางใจในโชคชะตา หรือกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น
แสดงว่าจักระนี้ยังไม่เปิด
🔑 วิธีเปิดจักระมงกุฎ:
นั่งสมาธิในความเงียบลึก
ฝึกวางใจในจักรวาลทุกวัน
จินตนาการแสงสีม่วงหรือขาวหมุนวนบนกระหม่อม
กล่าวย้ำ:
“ฉันเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล และทุกสิ่งถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์”
🌌 เมื่อจักระนี้เปิด:
คุณจะสงบแม้ยังไม่เห็นผลลัพธ์
และเข้าสู่ “ภาวะแห่งความมั่งคั่งที่แท้จริง” — ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณ
🧘‍♀️ วิธีฝึก: นั่งสมาธิเปิดจักระเพื่อดึงดูดความมั่งคั่ง
หาสถานที่สงบ นั่งหลังตรง หลับตา
หายใจลึก 3 รอบ
จินตนาการแสงแต่ละสี เริ่มจากสีแดงที่ก้นกบ
ไล่ขึ้นจนถึงสีม่วงหรือขาวที่ยอดศีรษะ
ที่แต่ละจุด ให้กล่าวคำยืนยันพลังงานเฉพาะจักระนั้น
จบด้วยประโยคสุดท้าย:
“ฉันเปิดใจรับความมั่งคั่งในทุกระดับ และปล่อยให้พลังงานแห่งจักรวาลหลั่งไหลมาหาฉันอย่างง่ายดาย”
✨ จักระที่เปิด คือจิตใจที่เปิด
จิตใจที่เปิด คือพลังงานที่สอดคล้องกับจักรวาล
เงินไม่ใช่สิ่งที่ต้องไล่ล่า
แต่มันคือ “ผลลัพธ์” ของพลังภายในที่กลมกลืนกับพลังจักรวาล
💎 หากคุณเปิดจักระทั้งหมดอย่างสมดุล
คุณจะไม่เพียงแค่ “ร่ำรวย”
แต่คุณจะรู้สึกว่า...ชีวิตของคุณ “เบา ลื่นไหล และเต็มไปด้วยปาฏิหาริย์” อย่างแท้จริง

01/06/2025

นิทานตีจิต
Episode 2

31/05/2025

นิทานตีจิต

15/05/2025

สหัช = ที่มีมาแต่กำเนิด
ญาณ = ความสามารถหยั่งรู้เป็นพิเศษ
สหัชญาณ = ความสามารถในการหยั่งรู้ที่มีมาแต่กำเนิด เรียกง่าย ๆ ว่าความปรีชาสามารถ นั่นเอง

ความหมาย
สหัชญาณ (Intuition) ความรู้ที่เกิดขึ้นเอง
โดยทันทีทันใด เป็นความรู้ที่เกิดจากภายในทำให้เข้า
ใจเรื่องที่ต้องการได้แจ่มแจ้งชัดเจน เป็นการหยั่งรู้โดย
ไม่ต้องอาศัยเหตุผลและการทดสอบเป็นญาณที่เกิด
ขึ้นเฉพาะตัวหรือเฉพาะบุคคลที่บำเพ็ญเพียรทางจิต
เท่านั้น
ความเป็นมา
ปัญหาเรื่องความรู้ โดยเฉพาะปัญหาที่
ว่ามนุษย์รู้ได้อย่างไรหรือมีวิธีการได้ความรู้มาอย่างไร
เป็นปัญหาที่นักปรัชญาให้ความสนใจมาตั้งแต่สมัย
โบราณ นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าหากจะ
จำแนกแนวความคิดของนักปรัชญาลัทธิต่างๆ ก็อาจ
สรุปได้ว่าความรู้ที่ได้มานั้นแบ่งออกได้ 5 ประเภท คือ

1. ความรู้ที่ได้มาจากพระผู้เป็นเจ้าหรือสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ (revelation) เป็นความรู้ที่บันทึกไว้ใน
พระคัมภีร์ใบเบิล คัมภีร์อัลกุรอาน และคัมภีร์พระเวท
เป็นต้น เป็นความรู้ที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นจริงมีลักษณะ
เหนือธรรมชาติ ตั้งอยู่บนความศรัทธา (faith)
ไม่สามารถใช้ข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ขณะเดียวกันก็ไม่ยอม
ให้มีการตั้งข้อสงสัย
2. ความรู้ที่ได้มาจากผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น
(authority)เช่นจากผู้ที่สำเร็จในวิชาการหรือวิชาชีพ นั้น นั้นๆ
โดยตรง ความรู้ในสารานุกรมและจากครูอาจารย์ เป็นต้น
3. ความรู้ที่ได้มาจากการใช้เหตุผล(rational)
โดยใช้ความคิดไตร่ตรองพินิจพิจารณาข้อมูลแต่ละอย่าง
เพื่อนำไปสู่ความรู้ที่ถูกต้อง เหตุผลคือ แหล่งความรู้
ซึ่งถ้าใช้ได้ถูกต้องจะช่วยให้ได้ความรู้ไหม่อย่างไม่มีที่
สิ้นสุด แนวคิดนี้เป็นของพวกยึดถือลัทธิเหตุผลนิยม
(rationalism)
4. ความรู้ที่ได้จากผัสสะหรือประสบการณ์
(empirical knowledge) หมายถึง ความรู้ที่ได้โดย

แบร์กซอง กล่าวว่า การวิเคราะห์สิ่งต่างๆ
จากการสังเกตภายนอกจะสามารถทำได้เพียงบางส่วน
ของวัตถุ ความรู้ที่ได้มาเกี่ยวกับวัตถุนั้นจึงไม่สมบูรณ์
แต่สำหรับความรู้จากสหัชญาณนั้นเป็นความรู้ที่สมบูรณ์
เป็นการหยั่งรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของวัตถุตามที่มันเป็น
ไม่ใช่ตามที่มันมีความสัมพันธ์กับสิ่งอื่น อย่างไรก็ตาม
เมื่อถามว่าสหัชญาณเกิดขึ้นได้อย่างไร แบร์กซอง
กล่าวว่าสหัชญาณเกิดจากการใช้ความสามารถทาง
จิตอย่างหนึ่งทำให้เกิดความกระจ่างขึ้นมาในทันทีทันใด
เป็นเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายให้บุคคลอื่นเข้าใจได้
เหมือนเวลาที่เราปวดฟัน เราบอกได้ว่าปวดฟัน
แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าปวดอย่างไร เพราะเป็น
ความรู้สึกของแต่ละบุคคล
ประเภทของสหัชญาณ
สหัชญาณหรือการหยั่งรู้แบ่งออกได้เป็น
ประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. สหัชญาณโดยผัสสสะ (sensible intuition)
ได้แก่ การที่เราสามารถรู้ใน รูป รส กลิ่น เสียงและ
สัมผัส ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม เป็น
ความรู้ที่ไม่สามาถอธิบายได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

2. สหัชญาณทางจิตวิทยา (psychological
intuition) เป็นความรู้ว่าขณะนี้จิตของเรามีอารมณ์
เป็นอย่างไร เช่น กำลังมีทุกข์ หรือมีสุข มีความรู้สึก
พอใจหรือไม่พอใจ ชื่นชมหรือเบื่อหน่าย เป็นต้น
3. สหัชญาณที่เกิดจากสัญชาตญาณ
(instinctive intuition) การที่เราวิ่งหนีในเวลาที่รู้สึก
กลัวก็ดี กะพริบตาเวลาที่มีบางสิ่งวิ่งเข้าสู่ตา หรือมี
อารมณ์โกรธเวลาที่เกิดความไม่พอใจ เหล่านี้จัด
ว่าเป็นสหัชญาณประเภทหนึ่ง
4. สหัชญาณแบบรู้ล่วงหน้า (divinatory
intuition) เช่นทราบว่าทฤษฎีใดอาจแก้ปัญหาได้ดี
เช่นการมีสหัชญาณเรื่องทฤษฎีแรงดึงดูดของนิวตัน
หรือสหัชญาณเรื่องทฤษฎีสัมพัทธ์ของไอน์สไตน์
เป็นต้น หรืออาจเป็นการหยั่งรู้ว่าในกรณีเฉพาะหน้า
ควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จ เช่นการ
ตัดสินใจบุกยุโรปของประธานาธิบดีไอเซนเฮาว์เพื่อ
ยุติสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นต้น

ประสบการณ์เกิดช่วยสานต่อให้เป็นทฤษฎีขึ้นมา ข้อ
แตกต่างระหว่างสหัชญาณตามแนวคิดของแบร์กซอง
และตามวิธีการวิทยาศาสตร์ก็คือ ความรู้ที่เกิดจาก
สหัชญาณตามแนวคิดของแบร์กซองเป็นความรู้ที่สม
บูรณ์ในทันทีที่ได้มา แต่ตามแนวทางวิทยาศาสตร์นั้น
ยังไม่สมบูรณ์ ยังจะต้องมีการทดลองทดสอบต่อไป
ได้อีก
สหัชญาณกับศิลปะ
สหัชญาณกับศิลปะมีความสัมพันธ์กันอย่าง
ใกล้ชิด จะเห็นได้ว่าลักษณะของงานศิลปะที่ได้มานั้น
เกิดจากสหัชญาณโดยที่ศิลปินจะเกิดการหยั่งรู้ในสิ่งที่
เป็นงานศิลปะที่เขากำลังทำอยู่ ดังนั้นไม่ว่าบทประพันธ์
ดนตรี รูปปั้น ภาพวาด งานสถาปัตยกรรมหรือศิลปะ
อื่นใดจึงเป็นผลของการรับรู้ทางสหัชญาณในขั้นสุดท้าย
ข้อแตกต่างระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ ก็คือ
ศิลปะนั้นสื่อแต่สิ่งที่แสดงออกมาให้เห็นไม่มีข้อเท็จจริง
ผลงานไม่ได้แสดงว่าจริงหรือไม่จริง สิ่งที่สื่อให้ทราบ
คือบางส่วนของประสบการณ์ของศิลปิน เป็นการสื่อที่
ไม่จำเป็นต้องจงใจกระทำ แต่เป็นเรื่องของผู้ที่ดูศิลปะ

ผ่านประสาทสัมผัส โดยมีความเห็นว่าเรารู้จักโลก
รอบตัวเราได้ด้วยการ เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส และ
ด้วยการสัมผัสเป็นทัศนะของผู้ยึดถือลัทธิประจักษ์นิยม
(empiricism) ซึ่งรวมถึงวิธีการทางวิทยาศาสตร์ด้วย
5. ความรู้ที่ได้จากการรู้แจ้งในทันทีทันใด
(intuition) ความรู้ประเภทนี้เรียกว่า "สหัชญาณ"
เป็นความรู้ที่ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่ามนุษย์ มีความ
สามารถตามธรรมชาติที่จะได้ความรู้มา ถ้าหากรู้จัก
ใช้ความสามารถนั้นได้อย่างเหมาะสม เป็นความรู้ที่
เกิดขึ้นเองโดยที่ไม่สามารถอธิบายได้
ผู้ที่นำความรู้ประเภทที่ 5 หรือสหัชญาณ
เข้ามาสู่วงการปรัชญาคือ อองรี่ แบร์กซอง (Henni
Bergson : 1859-1941) นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส
แบร์กซองมีความเห็นว่าความรู้ที่ได้มาตามวิธีต่าง ๆ 4
ประเภทนั้นไม่ใช่ความรู้ที่แท้จริง การให้ความเชื่อใน
พระเจ้าก็ดี หรือจากผู้เชี่ยวชาญก็ดี เป็นความรู้ที่เรา
ได้มาจากการรับฟังหรือการสังเกตพิจารณาเหตุผล
จากข้อมูลที่ได้รับมา เป็นการพิจารณาองค์ประกอบ

ภายนอกของสิ่งที่ต้องการหาความรู้ ไม่ได้เข้าไป
ถึงแก่นแท้ภายในของสิ่งนั้น ดังนั้นจึงไม่ได้ความรู้ที่
แท้จริง นอกจากนั้นในบางกรณีความรู้ที่ได้มาจะเป็น
ความรู้เชิงสัมพัทธ์ (relative) อีกด้วย ตัวอย่างเช่น
เวลาที่เราดูวัตถุเคลื่อนที่เราบอกได้ว่ามีการเคลื่อนที่
เพราะในเวลาหนึ่งมันอยู่ที่จุดหนึ่งและในอีกเวลาหนึ่ง
มันอยู่ที่อีกจุดหนึ่ง มโนทัศน์ของเราเกี่ยวกับวัตถุนั้น
จะเป็นมโนทัศน์ในขณะที่วัตถุนั้นหยุดนิ่งอยู่กับที่
แต่เวลาที่มันเคลื่อนที่เราไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็น
อย่างไร ดังนั้นความรู้ที่เราได้มาเวลาที่วัตถุเคลื่อนที่
จึงเป็นความรู้ในลักษณะสัมพัทธ์กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
การวิเคราะห์แบบธรรมดาทั่วไปที่ใช้กับวัตถุที่หยุดนิ่ง
นั้นไม่สามารถนำไปอธิบายสิ่งที่เป็นพลวัตได้ เพราะ
ในขณะที่วัตถุเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในขณะเคลื่อนที่
นั้นเราไม่อาจเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ตามไปได้

5. สหัชญาณที่เกิดจากการวิเคราะห์
(analytical intuition) เป็นการหยั่งรู้ว่าในแต่ละเรื่อง
ใดนั้นน่าจะมืองค์ประกอบอะไรบ้าง เช่นสามารถวิ
เคราะห์ว่าในกรมนั้นควรประกอบด้วยกองกี่กองกอง
อะไรบ้าง และในแต่ละกองควรมีกี่แผนกและควรเป็น
แผนกอะไรบ้าง หรืออย่างที่เม็นเดเลเจฟ (Dmitri
lranorich Mendelejey) นักเคมีชาวรัสเซีย ที่หยั่ง
รู้ว่าตารางจำแนกธาตุควรมีธาตุอยู่จำนวนเท่าใด
6. สหัชญาณที่เกิดจากการสังเคราะห์
(synthetical intuition) เป็นการหยั่งรู้ว่าอะไรผสม
กับอะไรน่าจะเกิดอะไรขึ้นมาใหม่ เช่นผู้อำนวยการ
ภาพยนตร์หยั่งรู้ว่า ถ้าได้ดาราคนนั้นคนนี้มาแสดงใน
เรื่องนี้และในฉากนี้ก็น่าจะได้ภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยม หรือ
นักประพันธ์หยั่งรู้ว่าถ้าวางแนวเรื่องอย่างที่คิดก็จะ
ได้บทประพันธ์ที่สนุกสนาน เป็นต้น
7. สหัชญาณที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์
(relational intuition) เป็นการหยั่งรู้ว่าข้อมูลที่จะ
นำมาใช้นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เช่น เหมือนกัน
ต่างกัน สอดคล้องกัน หรือขัดแย้งกัน เป็นต้น
8. สหัชญาณที่เกิดจากอุตรญาณ
(transcendental intuition) การหยั่งรู้ขั้นนี้เกิดขึ้น
แก่บุคคลที่ได้ฝึกจิตจนได้ญาณวิเศษหรืออุตรญาณ
เป็นความรู้ที่ลึกซึ้ง ที่บุคคลทั่วไปไม่อาจรู้ได้ เช่นการ
ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นต้น

สหัชญาณกับวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์
หน้าที่ของวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ (empirical
science) คือการวิเคราะห์ ดังนั้นจึงมีลักษณะไม่
แตกต่างอะไรกับการแสวงหาความรู้ด้วยการสังเกตและ
พิจารณาจากภายนอกในการอธิบายก็ต้องอาศัยภาษา
หรือสัญลักษณ์เป็นเครื่องมือ ในทัศนะของแบร์กซอง
ความรู้ที่ได้จากวิทยาศาสตร์จึงไม่ใช่ความรู้ที่แท้จริง
เพราะจะต้องแปลความหมายออกมาอีกขั้นหนึ่ง
ไม่ใช่แก่นแท้ของความรู้ อย่างไรก็ตามเราพบว่าใน
บางกรณีความรู้ทางวิทยาศาสตร์อาจเกิดขึ้นโดยสหัช
ญาณก็ได้ ตัวอย่างเช่นการสร้างทฤษฎีแรงดึงดูด
(theory of gravitation) ของเซอร์ไอแชค นิวตัน
(Isac Newton) ซึ่งเกิดจากความหยั่งรู้หรือสหัชญาณ
เป็นอันดับแรก ต่อจากนั้นจึงได้อาศัยความรู้และ

จะสังเกตว่าเป็นอะไรข้อแตกต่างอีกประการหนึ่ง
ระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะก็คือ วิทยาศาศาสตร์มุ่งที่
จะเสนอคำตอบที่เหมือนกันแก่ทุกฝ่าย แต่ศิลปะนั้น
คำตอบที่เป็นเอกฉันท์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

สหัชญาณกับความลึกลับ
ความลึกลับนับได้ว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของ
สหัชญาณ เป็นทัศนะที่เชื่อว่ามีความจริงแท้ที่ซ่อนเร้น
อยู่ต่างหากจากช่องทางของความรู้แบบธรรมดาและ
จะปรากฎแจ้งแก่จิตมนุษย์ในช่วงเวลาของการหยั่งรู้ใดย
เฉพาะเท่านั้น ประสบการณ์จากความลึกลับไม่อาจอธิ
บายได้โดยวิธีการแบบธรรมดา อย่างไรก็ตามอาจ
กล่าวได้ว่าความลึกลับต่างกับสหัชญาณในทัศนะของ
แบร์กซองอย่างน้อย 2 ประการคือ
1. สหัชญาณเกิดขึ้นได้ในประสบการณ์
ธรรมดาและอาศัยช่วงเวลาหนึ่ง แต่ความลึกลับเป็น
เรื่องเหนือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเวลาที่ไม่รู้จบ
และมักกล่าวอ้างกันว่าเป็นช่องทางที่จะเข้าไปถึง
แก่นแท้ของพระผู้เป็นเจ้า
2. ประสบการณ์ของความลึกลับไม่ต้องอาศัย
สติปัญญา แต่สหัชญาณเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยสติ
ปัญญาที่แก่กล้า

ธำรง บัวศรี

บรรณานุกรม
กีรติ บุญเจือ. วิชาการศึกษาทั่วไปแบบบูรณาการสมบูรณ์. (เล่มต้น-มนุษย์รู้อย่างไร). กรุงเทพฯ : ไทย
วัฒนาพานิช, 2523.
ชัยวัฒน์ อัดพัฒน์. ญาณวิทยา. กรุงเทพฯ : สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทธาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 252522.
อัดสำเนา.
บุญมี แท่นแก้ว ; และสถาพร มาลีเวชรพงศ์. ปรัชญาเบื้องต้นทั่วไป. กรุงเทพฯ : ดี ดี. บุคสโตร์, 2530.
Ackermann, R. Z. Theories of Knowledge. New York : Mc Graw Hill, 1965.
Bahm, A.J. Philosophy : An Introduction. New York : John Wiley & Sons, 1953.
Randall, J.H. : and Bucher, Philosophy : An Introduction. New Yok : Barnes & Noble, 1942.
Stroll, A. ; and Pepkin, R.H. Introduction to Philosophy. New York : Hott, Rine Hart and
Winston, 1961.

05/05/2025

จิต กับ ความคิด ต่างกันอย่างไร
4 พฤษภาคม 2568

โปรเบิร์ด
Spiritual Master
จิตวิญญาณแห่งการสร้างโลกภายใน
รับโค๊ชปลดล๊อค ระบบจิต

#คิดบวก

#สายความรู้

#รักษาใจ

#การพัฒนาจิตวิญญาณ

#ฮืลใจ

เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างไหม...?.. เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้แต่ความสุข ....ไหม??? เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างเพราะเป็น...
27/04/2025

เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างไหม...?.. เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้แต่ความสุข ....ไหม???
เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างเพราะเป็นสัญญาลักษณ์ พระพรจากพระผู้สร้าง เพราะเงินคือพลังงานบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนผ้าขาว ที่ยังไม่เปื้อนรอยมลทินใดๆ สิ่งที่จะทำให้เงินซื้อไม่ได้ มีอยู่อย่างเดียว นั่นคือ ผู้ที่ถือและครอบครองเงิน มีมลทินในจิตใจ ภายใน เมื่อใดที่คุณซื้อเพื่อตอบสนอง ตัวตนในด้านลบ หรือตอบสนอง ในสิ่งที่ ไม่เกิดคุณค่าทางจิตวิญญาณ นั่น คือ การซื้อสิ่งนั้นไม่เกิดประโยชน์ ใดๆ เปรียบดั่งว่า คุณเอาเงินที่ไม่มีรอยมลทิล ที่ไม่เคยแปะเปื้อน สิ่งใด ให้ เปื้อนสีที่ดูเลอะเทอะ และเกิดคุณค่าแก่ ใครฝ่ายใดฝ่ายเดียว และที่สำคัญ คุณค่าที่เกิดขึ้นแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายเดียวนั้น อาจจะเป็นคุณค่าที่เกิดขึ้นในทางลบ หรือบวกก็ได้ ซึ่งดูที่ผลลัพธ์ สุดท้าย คุณต้องถามตัวเองให้ ดี ก่อนใช้เงิน ที่คุณมี ว่าคุณได้สร้างคุณค่าอะไรแก่การซื้อสิ่งนั้น แล้วมันตอบสนองคุณค่าที่คู่ควร หรือเกิดผลลัพธ์ในทางที่ดีงามแก่ผู้ใดอย่างไรบ้าง แค่...เงินที่คุณซื้อเกิดคุณค่ากับใครเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเกิดในทางลบ หรือบวกในการเริ่มต้นใช้เงินนั้นๆ ผลสุดท้าย คือคำตอบที่คุณได้สร้างผลลัพธ์ที่ดีงามให้แก่ จิตวิญญาณ ที่ร่วมอยู่กับคุณในจักรวาลนี้ได้อย่างสอดคล้องแล้ว แม้มีเพียงสิ่งเดียว
บทความโดย
โปรเบิร์ด อัศจรรย์การตื่นรู้
สงวนลิขสิทธิ์
26.4.68

ถ้อยคำเพื่อปฎิเสธ และการยืนยัน1.ถ้อยคำเพื่อความเจริญรุ่งเรือง- พระเจ้าทรงเป็นผู้จัดหาให้ฉัน อย่างไม่ขาดสาย และเงินจำนวนม...
08/03/2025

ถ้อยคำเพื่อปฎิเสธ และการยืนยัน

1.ถ้อยคำเพื่อความเจริญรุ่งเรือง
- พระเจ้าทรงเป็นผู้จัดหาให้ฉัน อย่างไม่ขาดสาย และเงินจำนวนมหาศาลก็มาหาฉันอย่างรวดเร็ว ภายไต้พระคุณโดยวิธีการที่สมบูรณ์

2.ถ้อยคำสำหรับเงื่อนไขที่ถูกต้อง
- ทุกแผนการณ์ของพระบิดาในสวรรค์ของเรา ที่มิได้วางแผนเอาไว้ จะสูญสลาย และความคิดอันศักดิ์สิทธิ์ได้เกิดขึ้นมาแล้ว

3.ถ้อยคำแห่งความศรัทธา
- เนื่องจากฉันเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า ฉันเป็ฯหนึ่งเดียวกับความดีงามของฉัน เพราะว่าพระเจ้าเป็นทั้งผู้ให้ และของขวัญแก่ฉัน ฉันไม่สามารถแยกผู้ให้ ออกจากของขวัยได้

4.ถ้อยคำสำหรับเงื่อนไขที่ถูกต้อง
- ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้จงละลายและขจัดสภาวะที่ผิดปกติ ทุกอย่างในจิตใจในร่างกาย ในกิจการของฉันให้ออกไปจนหมด ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล และสลายทุกสิ่ง ที่ไม่ใช่ของฉันเอง

5.ถ้อยคำเพื่อสุขภาพ
- ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ทำให้จิตสำนึกของฉันดปี่ยมไปด้วยสุขภาพและทุกเชลล์ในร่างกายของฉัน ก็เต็มไปด้วยแสงสว่าง

6.ถ้อยคำสำหรับสายตา
- ดวงตาของฉัน คือ ดวงตาของพระเจ้า ฉันเห็นด้วยดวงตาแห่งจิตวิญญาณ ฉันเห็นเส้นทางที่เปิดเผยอย่างชัดเจน มิมีอุปสรรคใดๆ ใน แผนการณ์ ของฉัน ฉันเห็นแผนการณ์อันสมบูรณ์อย่างชัดเจน

7.ถ้อยคำที่เป็นแนวทาง
- ฉันอ่อนไหวต่อสวรรค์ ต่อแนทางสัญชาตญญาณของฉันและเชื่อฟังพระประสงค์ของพระองค์ ในทันที

8.ถ้อยคำสำหรับการได้ยิน
- หูของฉันเป็นหูของพระเจ้า ฉันได้ยินหูแห่งจิตวิญญาณ ฉันไม่ต่อต้านและเต็มใจ ที่จะเป็นผู้ตาม ฉันได้ยินข่าวประเสริฐ ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

9.ถ้อยคำสำหรับงานที่ถูกต้อง
- ฉันมีงานที่สมบูรณ์แบบ เพื่อรายได้แบบที่สมบูรณ์
ฉันมีงานที่สมบูรณ์แบบ ในแบบที่สมบูรณ์
ฉันให้บริการที่สมบูรณ์แบบ เพื่อรายได้แบบที่สมบูรณ์

10.ถ้อยคำเพื่ออิสระภาพจากพันธนาการทั้งปวง
- ฉันฝากภาระนี้ไว้กับพระคริสต์ ที่อยู่ภายในและฉันเป็นอิสระ

11.โปรดประทานอนาจักร และความรุ่งเรือง สำหรับฉันตลอดไป

ถอดความจากหนัสือ อภิปรัชญา

The Game of Life and How to Play It

1925 สอนปรัชญาของ ฟลอเรนซ์ สโคเวล ชินน์

8.3.2568
9.40

01/03/2025

ตอนนี้คุณรู้สึกไม่พอใจคุณจะทำอย่างไร

23/02/2025

การยึดติดกับโลกภายนอกทำยังไง
22.2.68

18/02/2025

บทฮิล
เหมาะสำหรับ ทุกๆคน

ที่อยู่

Chiang Mai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 365 วันอัศจรรย์การตื่นรู้ สอนมั่งคั่งด้วยพลังแห่งจิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท