17/09/2025
แม่ไม้มวยไทย 15 ท่า ที่ถูกต้องตามมาตรฐานของ กกท.
แม่ไม้มวยไทย มีหลายตำรา เรียกชื่อแตกต่างกันไป แต่มีความหมายเหมือนกัน คือ การผสมผสานท่าทางต่าง ๆ ในการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก สำหรับการต่อสู้แบบมวยไทยนอกเหนือไปจากท่าพื้นฐานที่ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญแล้ว
เมื่อเกิดความคล่องแคล่วในการใช้อาวุธต่าง ๆ คือ หมัด เท้า เข่า ศอก ขั้นต่อไปคือการเรียนรู้ท่ามวยต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับจู่โจมและตั้งรับ ท่ามวยต่าง ๆ นั้นขึ้นอยู่กับครูผู้ฝึกฝนจะคิดค้นนำมาใช้ หรือเป็นท่าที่ใช้แต่โบราณก็ตามมักตั้งชื่อท่านั้นให้สอดคล้องกับลักษณะท่าทาง เพื่อให้จดจำได้ง่าย
ในสมัยที่มวยยังชกแบบคาดเชือก ไม่ได้สวมนวมอย่างปัจจุบัน นักมวยต้องรู้จัก “แม่ไม้มวยไทย” ซึ่งในสมัยก่อนมีอยู่มากมาย เมื่อมาถึงปัจจุบันแม่ไม้ในอดีตบางท่า ไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องมาจากการออกกฎกติกาต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักมวย ท่ามวยหลาย ๆ ท่า จึงค่อย ๆ สูญหายไปตามกาลเวลา
ปัจจุบัน แม่ไม้มวยไทย ถูกกำหนดเป็น ท่าพื้นฐานของการใช้ศิลปะมวยไทย หรือ ไม้มวยไทย ซึ่งผู้ฝึกมวยไทยจะต้องเรียนรู้ และปฏิบัติให้ได้ก่อนที่จะฝึก “ลูกไม้” ซึ่งเป็นการใช้ท่ามวยไทยที่ละเอียดขึ้น บูรพาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิได้จัดแบ่งแม่ไม้มวยไทยออกเป็น 15 ไม้ (ท่า) ได้แก่
1.ท่าสลับฟันปลา (Zigzag)
ฝ่ายรุก
เดินเข้ามาชกด้วยหมัดซ้าย พุ่งตรงไปที่ใบหน้าของฝ่ายรับ
ฝ่ายรับ
ใช้มือซ้ายปัดหมัดฝ่ายรุกที่ข้อมือ ส่วนมือขวากระแทกไปที่หัวไหล่ด้านนอกของฝ่ายรุก
2.ท่าปักษาแหวกรัง (Bird Parting the Nest)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าชกด้วยหมัดขวาตรงไปที่ใบหน้า มือซ้ายตั้งมั่นพร้อมที่จะชกหมัด
ฝ่ายรับ
ก้าวเท้าขวา ทแยงเฉียงด้านขวาสืบเท้าเข้าวงใน ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเท้าขวา ใช้แขนซ้ายปัดหมัดให้พ้นใบหน้า มือขวากระแทกไปที่หัวไหล่ด้านในของฝ่ายรุกทันที
3.ท่าชวาซัดหอก (Java Throws Spear)
ฝ่ายรุก
เดินมวยชกด้วยหมัดขวาตรงไปที่บริเวณหน้าของฝ่ายรับ มือขวาตั้งมั่น
ฝ่ายรับ
รีบก้าวเท้าซ้ายเฉียงออกวงนอก ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเท้าซ้าย โดยพุ่งตัวเข้าหาคู่ต่อสู้ แขนขวายกขึ้นปัดหมัด
ฝ่ายรุก
ให้เบนออกพ้นตัว แขนซ้ายยกศอกกระแทกเข้าชายโครงของฝ่ายรุก
4.ท่าอิเหนาแทงกริช (Inao Uses Dagger)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าชกด้วยหมัดขวาตรงไปที่บริเวณหน้าของฝ่ายรับ มือซ้ายตั้งมั่น
ฝ่ายรับ
รีบก้าวเท้าขวาทแยงเข้าวงใน ทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าขวา ยกแขนซ้ายขึ้นปัดหมัดให้พ้นตัว แขนขวางอศอก เพื่อส่งศอกกระแทกที่ชายโครงของฝ่ายรุก
5.ท่ายอเขาพระสุเมรุ (Lower Sumeru Mountain)
ฝ่ายรุก
เดินมวยชกด้วยหมัดขวา พุ่งตรงเข้าบริเวณหน้าของฝ่ายรับ มือซ้ายตั้งมั่น
ฝ่ายรับ
รีบก้มศีรษะให้หมัดผ่านศีรษะไป พร้อมกับสืบเท้าขวาไปข้างหน้าเล็กน้อย ให้ได้จังหวะหมัด แล้วชกหมัดขวา
เข้าสู่ปลายคางของฝ่ายรุกทันที
6.ท่าตาเถรค้ำฝัก (Monk Stakes Gourd Plant)
ฝ่ายรุก
เดินมวยชกด้วยหมัดขวาตรงเข้าบริเวณหน้าของฝ่ายรับ มือซ้ายตั้งมั่น
ฝ่ายรับ
รีบสืบเท้าขวาไปข้างหน้าเข้าวงในของฝ่ายรุก ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเท้าขวา พร้อมกับงอแขนซ้ายยกขึ้นตรงหน้าปัดกระแทกขึ้น ให้หมัดฝ่ายรุกพ้นศีรษะไป มือขวาชกเข้าสู่ปลายคางของฝ่ายรุกทันที
7.ท่ามอญยันหลัก (Mon Holds Post)
ฝ่ายรุก
เดินมวยชกด้วยหมัดซ้ายตรงเข้าบริเวณหน้าของฝ่ายรับ
ฝ่ายรับ
รีบยกแขนทั้งสองขึ้นป้องกันหน้า พร้อมกับยกเท้าขวาถีบเข้าที่ยอดอกหรือท้องของฝ่ายรุก ให้กระเด็นไป
8.ท่าปักลูกทอย (Sticking Luk Thoi)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าเตะเหวี่ยงด้วยเท้าซ้ายเป้าหมายคือ ศีรษะฝ่ายรับ มือทั้งสองตั้งมั่น
ฝ่ายรับ
รีบสืบเท้าเข้าหาครึ่งก้าว พร้อมกับหมุนตัว เอาเท้าขวาเป็นแกน หันหน้าเข้าหาทิศทางที่เท้าเตะมา ยกศอกขวา
ตั้งขึ้นระดับหน้าแข้ง มือซ้ายตั้งการ์ดปิดระดับต้นคอให้มั่น เพื่อป้องกันพลาดถูกใบหน้า
9.ท่าจระเข้ฟาดหาง (Crocodile Whipping its Tail)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าชกด้วยหมัดขวาตรงสุดแรง จนตัวเสียหลักถลันเข้าไปข้างหน้า
ฝ่ายรับ
ก้าวเท้าซ้ายทแยงออกวงนอก เอี้ยวตัวให้หมัดผ่านทางไหล่ขวา ในระยะ 1 คืบ แล้วใช้เท้าซ้ายเป็นหลัก หมุนให้
ส้นเท้ากระแทกที่ศีรษะของฝ่ายรุก
10.ท่าหักงวงไอยรา (Breaking the Elephant’s Trunk)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าหาพร้อมยกเท้าเข้าเตะกราดบริเวณชายโครง มือทั้งสองตั้งมั่น
ฝ่ายรับ
ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาฝ่ายรุกในระยะเกือบชิดตัวอย่างรวดเร็ว หันหน้าเข้าหาทิศทางที่ฝ่ายรุกเตะมา กระแทกศอกขวาสู่บริเวณโคนขาฝ่ายรุก พร้อมแขนซ้ายโอบจับตรงบริเวณน่อง ยกขาให้สูง เพื่อให้เสียหลัก ป้องกันฝ่ายรุกใช้ศอกถองที่ศีรษะ
11.ท่านาคาบิดหาง (Naga twisting its Tail)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าหา พร้อมเตะเหวี่ยงด้วยเท้าขวา มือทั้งสองตั้งมั่น
ฝ่ายรับ
รีบพลิกตัวหันหน้าไปทางเท้าที่กำลังเตะมา น้ำหนักตัวทิ้งบนเท้าซ้าย เท้าขวาอยู่ในหลักยืนมวย แบบสิงหยาตร มือขวาตั้งฝ่ามือปะทะปลายเท้า มือซ้ายแบหงาย ตะปบส้นเท้า แล้วใช้มือที่จับปลายเท้า พลิกบิดออกด้านนอก มือซ้ายจับส้นเท้าฝ่ายรุก ดึงเข้าหาตัว พร้อมกับใช้เข่ากระแทกไปที่น่อง
12.ท่าวิรุฬหกกลับ (Demon Wirun Turning over)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าหา พร้อมทั้งยกเท้าเตะกราดตรงบริเวณชายโครง
ฝ่ายรับ
รีบพลิกตัวทแยงหันหน้าสู่ทิศทางที่เท้าเตะมา ใช้เท้าซ้ายเป็นหลักยืนให้มั่น ยกเท้าขวากระแทกด้วยส้นเท้าที่ต้นขาให้สะท้อนกลับไป มือทั้งสองตั้งให้มั่น เพื่อป้องกันพลาดถูกชายโครง
13.ท่าดับชวาลา (Put out Lamps)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าชกหมัดขวาตรงไปที่ใบหน้าของฝ่ายรับ
ฝ่ายรับ
ก้าวเท้าซ้ายทแยงเฉียงออกวงนอก ทิ้งน้ำหนักตัวบนเท้าซ้าย ใช้มือซ้ายกดแขนขวาของฝ่ายรุกให้เบนและลงต่ำรีบชกด้วยหมัดขวาตรงไปที่ใบหน้า ให้เป็นจังหวะเดียวกับมือซ้ายที่กดลงนั้นอย่างรวดเร็ว
14.ท่าขุนยักษ์จับลิง (Lord Demon Catching Monkey)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าชกหมัดซ้ายตรงที่บริเวณหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับเตะเท้าขวาบริเวณชายโครง ตามด้วยศอก
ขวาอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายรับ
รีบก้าวเท้าซ้ายสืบเข้าหาตัว ก้าวเท้าขวา ยกแขนทั้งสองข้างปัดการเตะที่แข้งขวาของฝ่ายรุก พร้อมยกแขนซ้าย
ป้องกันศอกขวาของฝ่ายรุก แม่ไม้นี้เป็นการหลบหมัด หลบเตะ หลบศอก ในเวลาเดียวกัน
15.ท่าหักคอเอราวัณ (Breaking the Neck of the Erawan Three-Headed Elephant)
ฝ่ายรุก
เดินมวยเข้าหา ชกด้วยหมัดขวาตรงบริเวณหน้าของฝ่ายรับ
ฝ่ายรับ
ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ใช้หมัดทั้งสองจับที่ต้นคอฝ่ายรุก จากนั้นก็กระแทกเข่าขวาไปที่หน้าของฝ่ายรุก
แหล่งที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย
#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย #มวยไทย