16/09/2022
การออกกำลังกายแบบอื่นของนักวิ่ง (Cross-Training for Runners)
ที่เรียกว่า Cross-training เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบอื่นที่แตกต่างไปจากกีฬาหลักของเรา
อย่างในนักวิ่ง การ cross-training คือเวลาที่เราออกกำลังกายด้วยการใช้กีฬาอื่นอย่างเช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ คลาสออกกำลังกายที่ยิม หรือการออกกำลังกายแบบเวท ในการช่วยสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้ในการวิ่ง หรือเพื่อแก้ความสมดุลของกล้ามเนื้อ เพื่อที่จะป้องกันการบาดเจ็บในอนาคต สร้างความแข็งแรงเพื่อที่จะวิ่งได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ไกลขึ้น และเอาจริงๆนะ แก้ความเบื่อ และความจำเจ
หรือเวลาที่บาดเจ็บก็ได้ค่ะ เราก็ออกกำลังกายแบบอื่นไปก่อน ออกกำลังกล้ามเนื้อที่ไม่บาดเจ็บ หรือออกเบาๆเพื่อช่วยให้เลือดไปเอาสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงจุดที่บาดเจ็บ
การออกกำลังกายแบบ cross-training ของนักวิ่งนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกทีทุกที เพราะนักวิ่งแต่ละคนมีจุดแข็ง จุดอ่อนที่ต่างกัน บางคนมีความแข็งแรงทางกล้ามเนื้อ บางคนมีพลัง (power) บางคนได้เปรียบที่ความอึด (endurance) แต่ภายในความแข็งแรงนั้นก็อาจจะมีความอ่อนแอ เช่น กล้ามเนื้อต้นขาที่ทำงานหนักกว่า hamstrings หรือช่วงล่างแข็งแรง ข้างบนอ่อนแอ หรือ ตัวแข็ง ไม่มีความยืดหยุ่น จุดอ่อนเหล่านี้จะนำพาไปสู่อาการบาดเจ็บเมื่อวิ่งในระยะที่ไกลขึ้น หรือเร็วขึ้น
Cross-Training สำหรับนักวิ่ง
จะเลือกการออกกำลังกายแบบไหนที่เหมาะกับนักวิ่ง ก็ให้ดูปัจจัย 4 ประการ คือ
1. เลือกการออกกำลังกายที่ใกล้เคียงกับการวิ่งในเรื่องของกล้ามเนื้อที่ใช้ และประเภทของพลังงานแอโรบิคที่ใช้ เช่น เครื่อง elliptical trainers, เครื่อง cross-country ski machines จักรยานแบบ stationary และการวิ่งในน้ำ
2. เวลาที่ออกกำลังกายแบบ cross-training นี้ พยายามให้ heart rate อยู่ที่ หรือสูงกว่า 70% ของ maximum heart rate (220 - อายุ ก็ได้ค่ะ แบบง่ายๆ) แปลว่า ให้ออกอย่างหนักและเหงื่อแตกนะคะ
3. พยายามเช็ค heart rate สม่ำเสมอ ถ้า heart rate เราสูงขึ้นกว่าเดิมในตอนที่เราตื่นเช้าขึ้นมา (ก่อนทำทุกอย่าง) แปลว่าเราอาจจะเหนื่อย หรือ overtraining นั่นคือเราต้องพักแทนที่จะใช้วิธี cross-training หรือ เราเริ่มต้นการเทรนแบบ cross-training เร็วไป too much too soon ค่ะ
4. เราสามารถรวมการเทรนแบบ cross-training กับวิ่งเพื่อที่จะเพิ่ม running fitness ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่มีระยะการกระทบกระเทือนน้อยมาก (การบาดเจ็บก็จะลดลง) สามารถที่จะแทนได้ประมาณ 25-30% ของระยะการซ้อมต่ออาทิตย์นะคะ
แต่ไม่ใช่ว่าไปทำ cross -training จนลืมตัวนะคะ เพราะถ้าเป็นนักวิ่ง ยังไงก็ต้องซ้อมวิ่งเป็นหลักค่ะ การทำ cross-training เป็นการผ่อนเท่านั้นเอง ยังไงเราก็ยังต้องใช้การวิ่งเป็นหลักเพื่อที่จะสร้าง aerobic base และยังต้องเกลาการวิ่งด้วยการเทรนแบบ intervals, tempo และ fartleks อยู่ดี ย้ำว่าไม่มีอะไรแทนการวิ่งได้ เพราะเดี๋ยวจะไป spin class เพื่อแทนการวิ่งแบบ intervals แทน คือมันเอาไว้เสริม แต่ไม่ใช่มาแทนนะคะ
แล้วจะเสริมแบบไหน แนวไหนดี
1. ออกกำลังกายในน้ำ Pool workouts เพื่อช่วยสร้างความฟิต ความแข็งแรง โดยเฉพาะช่วง core และ หลัง และช่วยในเรื่องความยืดหยุ่นได้ หรือใช้เป็นธาราบำบัดเวลาบาดเจ็บ
2. สร้าง dynamic ด้วยการทำ drills เพื่อลดความขัดข้องทางกล้ามเนื้อในก้าว (stride) ของเรา
3. หยิบเล็กผสมน้อยจากกีฬาอื่นมาใช้ฝึกความอึด หรือความเร็ว หรือ ความแข็งแรง เช่น วิ่ง shuffle กระโดดไกล box jump กระโดดเชือก ปั่นจักยานทางไกล (cross country) ปีนเขา
4. ใช้การ cross-training เพื่อลดไขมันให้ตัวเบา ไม่ว่าจะเป็น HIIT, spin class, bodypump, ต่อยมวย ได้หมดค่ะ
5. ป้องกันการบาดเจ็บเช่น bodyweight training เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อที่ใช้วิ่งค่ะ
โค้ชเอิน xx