อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul

อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul บริษัทค้าปลีกและส่ง จำหน่าย อุปกรณ์เดินป่า อุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

ไม้เท้าเดินป่าช่วยลดภาระที่ขาได้แค่ไหน ?Nicola Giovanelli  นักวิ่งเทรล และอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ University of...
05/08/2026

ไม้เท้าเดินป่าช่วยลดภาระที่ขาได้แค่ไหน ?

Nicola Giovanelli นักวิ่งเทรล และอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ University of Udine ได้ทำการศึกษา เพื่อหาว่า การใช้ไม้เท้าเดินป่าช่วยลดภาระที่ขาได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเราต้องเดินขึ้นเขา

โดยการศึกษานี้เค้าให้นักวิ่งเทรล 15 คนทดสอบโดยใช้รองเท้าและไม้เท้าเดินป่าที่ติดเซนเซอร์รับแรงเอาไว้ เพื่อดูแรงกดที่เกิดขึ้นกับไม้เท้า และรองเท้าของนักวิ่งเทรลเหล่านี้ โดยระดับความชันที่ทดสอบก็อยู่ในระดับที่มากพอจะทำให้ผู้ทดสอบต้องเปลี่ยนจากวิ่งเป็นเดินแทนครับ

จากผลการศึกษาพบว่า การมีไม้เท้าเดินป่า

🔸 ช่วยกระจายภาระ: - การใช้ไม้เท้าเดินป่าไม่ได้ช่วยลดการใช้พลังงานรวม แต่ช่วยถ่ายเทภาระและกล้ามเนื้อที่ต้องทำงานหนักจาก "ขา" ไปยัง "แขน"

🔸 ช่วยลดแรงกระแทกที่ขา- ยิ่งทางชันขึ้น คุณจะยิ่งลงแรงกดที่ไม้เท้ามากขึ้น ซึ่งส่งผลให้อยู่ในสภาวะที่ขาต้องรับแรงกระทำลดลง (ลดลงราวๆ 5% ในการใช้งานจริง)

🔸 ทำความเร็วได้ดีขึ้น - แม้จะใช้พลังงานเท่าเดิม แต่การกระจายแรงไปยังแขนทำให้ทำความเร็วในการไต่ทางชันได้เร็วขึ้นประมาณ 2.5%

🔸 ประโยชน์มากกน้อยขึ้นอยู่กับทักษะการใช้งาน - ไม้เท้าจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อใช้งานอย่างถูกต้องและออกแรงกดลงพื้นจริง ไม่ใช่แค่ถือขึ้นไปเฉยๆ

🔸 ความคุ้มค่าขึ้นกับสภาพภูมิประเทศด้วย - ไม้เท้าจะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับการไต่ทางชันยาวๆ แต่บนทางราบ หรือทางลง ประโยชน์ในการถ่ายแรงจะน้อยลง จึงต้องชั่งน้ำหนักเรื่องการพกพา และน้ำหนักของไม้เท้าประกอบด้วย

เนื่องจากการศึกษานี้เน้นประโยชน์ในการขึ้นเขาของนักวิ่งเทรล แต่จริงๆแล้ว ไม้เท้าเดินป่า ยังมีมุมมองเรื่องความปลอดภัย การลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการเดิน เช่นป้องกันการสะดุดล้ม ข้อเท้าพลิก หรือถ้ามองในมุมประโยชน์ใช้สอยอื่น ก็เอาไว้ใช้ค้ำเป็นเสาเต็นท์ก็ได้ ตั้งทาร์ปก็ได้

ไม้เท้าเดินป่าจึงมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักเดินป่า ถ้าใครสนใจไม้เท้าเดินป่า ทางร้านจำหน่ายไม้เท้าเดินป่าน้ำหนักเบา ผลิตในอิตาลี ที่ราคาไม่แพง สนใจดูรายละเอียดได้ที่

https://www.petenpaul.com/brand/fizan/

อ้างอิงบทความ
https://www.backpacker.com/skills/backpacking-fitness/can-trekking-poles-help-you-hike-uphill-a-new-study-says-yes/

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#ไม้เท้าเดินป่า #อุปกรณ์เดินป่า

ดีใจ ที่มีรัฐบาลที่จริงจัง ... มาเลเซียนะครับ 😁
03/08/2026

ดีใจ ที่มีรัฐบาลที่จริงจัง ... มาเลเซียนะครับ 😁

UPDATE: เปิดมาตรการมาเลเซียออกกฎเหล็กคุม ‘เดินป่า’ สกัดภัย FOMO ในโซเชียลฯ จนละเลยความปลอดภัย

มาเลเซียออกกฎควบคุมการเดินป่า หลังพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวหลงป่าเพิ่มมากขึ้น เพราะกระแส ‘กลัวตกเทรนด์’ (FOMO) ในโซเชียลมีเดีย ทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำ ออกเดินทางโดยขาดประสบการณ์และการเตรียมพร้อม

🔴 มาเลเซียออกกฎคุมการเดินป่าอย่างไร

วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมาเลเซียประกาศมาตรการเข้มงวดในการควบคุมกิจกรรมเดินป่า โดย ไซเอ็ด อิบราฮิม ไซเอ็ด นอห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงให้เหตุผลว่า นักเดินป่าบางส่วนประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป และไม่เตรียมตัวอย่างเหมาะสม ทำให้มองข้ามอันตรายจากการเข้าไปในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต

“เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือลดความเสี่ยงที่นักเดินป่าจะหลงทางและป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อลดความจำเป็นในการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ซึ่งต้องใช้งบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

“แนวทางของเราคือการป้องกันเหตุก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น ด้วยการลดความเสี่ยงจากภาวะเหนื่อยล้ารุนแรง การหลงทิศทาง และเหตุฉุกเฉินอื่นๆ” เขากล่าวระหว่างการตอบกระทู้ถามในวุฒิสภามาเลเซีย

สำหรับมาตรการเบื้องต้น กรมป่าไม้รัฐเประออกคำสั่งห้ามกิจกรรม ‘Compressed Hike’ หรือการเดินป่าแบบย่นระยะเวลาในพื้นที่เสี่ยงสูง เช่นเดียวกับกรมคุ้มครองสัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติที่บังคับใช้ข้อจำกัดแบบเดียวกันในแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยพื้นที่เสี่ยงสูง 189 แห่งต้องมีมัคคุเทศก์นำทาง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่มมาตรการคัดกรองก่อนขึ้นเขา เช่น นักเดินป่าต้องยื่นแบบแสดงข้อมูลสุขภาพ ตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ และเข้ารับการตรวจคัดกรองอาการเจ็บป่วยจากพื้นที่สูงและภาวะแพ้ความสูง โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมขึ้นภูเขาคินาบาลูในรัฐซาบาห์ และภูเขาตาฮันในรัฐปะหัง

ขณะเดียวกัน ทางการมาเลเซียยังพัฒนาเทคโนโลยีช่วยค้นหา เช่น ระบบบริหารจัดการเส้นทางเดินป่าที่อาศัยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และเทคโนโลยีสำรวจระยะไกล ซึ่งพัฒนาร่วมกับองค์การอวกาศมาเลเซีย

🔴 อุบัติเหตุ อาการป่วย และสิ่งลี้ลับ ผลที่เกิดขึ้นจากกระแส FOMO ในโซเชียลมีเดีย

ที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียในมาเลเซียเกิดกระแส Compressed Hike ในโลก TikTok ซึ่งถูกเรียกว่า HikeTok โดยได้รับความนิยมจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่ตัดสินใจเดินป่าในเส้นทางที่ยากภายใน 1 วัน ไปจนถึงการเก็บจำนวนยอดเขาที่พิชิตให้ได้มากที่สุด

มีข้อวิจารณ์ว่า เทรนด์ดังกล่าวแสดงให้เห็นความสำเร็จของบุคคลในโซเชียล จนทำให้เกิดความรู้สึก 'กลัวตกกระแส' ในคนบางกลุ่ม ขณะที่ทำให้การเข้าถึงธรรมชาติกลายเป็นเรื่องของการแข่งขันและการสะสมความสำเร็จ

ทั้บนี้ มูฮัมหมัด อาลิฟฟ์ อับดุลลาห์ ประธานสมาคมเวชศาสตร์ภูเขาแห่งมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์กับ The Star ว่า แม้กิจกรรมกลางแจ้งและการเดินป่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ความตระหนักด้านความปลอดภัยกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะนักเดินป่าจำนวนมากยังไม่เข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

เขาอธิบายว่า ปัญหาเกิดขึ้นเพราะโซเชียลมีเดียแสดงเฉพาะภาพปลายทางที่สวยงาม แต่ปกปิดความยากลำบากและความเสี่ยงระหว่างเส้นทาง ทำให้นักเดินป่าหลายคนเลือกเส้นทางที่ท้าทายโดยไม่มีประสบการณ์พื้นฐาน ไม่ได้ฝึกสภาพร่างกายอย่างเพียงพอ และไม่ประเมินความสามารถของตนเองตามความเป็นจริง

สิ่งที่ตามมาคืออาการป่วย เช่น ความเหนื่อยล้ารุนแรง ภาวะตัวเย็นเกิน หรือภาวะแพ้ความสูงเฉียบพลัน ซึ่งทำให้นักเดินป่าสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ ขณะที่เหตุฉุกเฉินในป่าส่วนใหญ่มักเกิดจากความบกพร่องหลายด้านต่อเนื่องกัน

รายงานระบุว่า ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือ การไม่รักษาระเบียบของกลุ่ม ปฏิเสธที่จะย้อนกลับเมื่อสภาพอากาศเลวร้าย และพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไป โดยไม่มีทักษะพื้นฐานด้านการนำทางและการเอาตัวรอด

น่าสนใจว่า มูฮัมหมัด อาลิฟฟ์ยังกล่าวถึง ‘ความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ’ หรือข้อห้ามในป่าว่า แม้ควรเคารพธรรมเนียมท้องถิ่น แต่การอธิบายเหตุการณ์ควรยึดหลักวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เนื่องจากอาการที่ถูกมองว่าเป็นการรบกวนจากสิ่งลี้ลับ อาจเกิดจากภาวะขาดน้ำ ความตื่นตระหนก การนอนไม่พอ หรือออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลง รวมถึงเป็นสัญญาณของภาวะสมองบวมจากที่สูง

“อย่าขึ้นเขาด้วยความอยากเอาชนะ” ประธานสมาคมเวชศาสตร์ภูเขากล่าว พร้อมระบุว่า การปฏิรูปที่สำคัญที่สุดคือการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นในหมู่นักทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ส่วน โนริมาห์ อับดุล คาริม จากสมาคมมัคคุเทศก์ภูเขาป่าไม้รัฐสลังงอร์ ระบุว่า การฝ่าฝืนมาตรฐานปฏิบัติงานยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยนักเดินป่าบางส่วนไม่รักษาระเบียบของกลุ่ม ไม่ใช้ระบบจับคู่ดูแลกัน และเร่งขึ้นไปถึงยอดเขาเป็นคนแรก

เธอยังเตือนว่า นักเดินป่าบางคนพกอุปกรณ์น้อยเกินไป เพื่อให้ดูคล้ายนักวิ่งเทรลมืออาชีพบนโซเชียลมีเดีย และให้ความสำคัญกับการสร้างคอนเทนต์มากกว่าความปลอดภัยของตนเอง

นอกจากนี้ ยังพบกระแสการเดินป่าแบบ ‘Trans’ ซึ่งเป็นการเดินทางต่อเนื่องผ่านยอดเขาหลายแห่งโดยไม่มีการเตรียมตัวอย่างเพียงพอ โนริมาห์จึงสนับสนุนให้บังคับใช้บริการมัคคุเทศก์ภูเขาป่าไม้สำหรับกิจกรรมเดินป่าในพื้นที่ที่สูงเกิน 500 เมตร

ภาพ: Boyloso / Shutterstock

อ้างอิง:
https://www.thestar.com.my/news/nation/2026/07/30/hiking-rules-tightened-to-reduce-accidents-sar-ops
https://www.theborneopost.com/2026/07/29/govt-tightens-hiking-rules-restricts-compressed-hikes-in-high-risk-areas/
https://www.theguardian.com/world/2026/aug/03/malaysia-hiking-rescue-rules-social-media-bagging-peaks-trend
https://www.thestar.com.my/news/nation/2026/05/29/social-media-trends-safety-lapses-contributing-to-hiking-emergencies-says-expert

03/08/2026

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมามีข่าวในประเทศญี่ปุ่นว่า มีชายไทยวัย 60+ ปี ป่วยระหว่างปีนฟูจิซัง และได้รับการช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยบนภูเขา

โดยรายงานข่าวกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีชายคนหนึ่งเดินต่อไม่ไหว โดยเหตุเกิดที่ระดับความสูง 3,460 m (ยอดฟูจิสูง 3776 m) โดยสภาพอากาศในตอนนั้น ฝนตก อุณหภูมิขณะนั้น 6°C และมีลมแรง ความเร็วลมประมาณ 10 เมตรต่อวินาที

ทางเจ้าหน้าที่คาดว่า ชายไทยผู้นี้แต่งตัวมาไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ทำให้เกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง (Hypothermia) จนไม่สามารถเดินต่อไปได้

สภาพก็เป็นอย่างที่เห็นในคลิปนี้ ต้องขอบคุณคุณนิกกี้ที่ส่งมาให้ดูครับ 😁

ข้อแนะนำ

✅สภาพอากาศบนภูเขา ... สำหรับใครที่คิดจะไปขึ้นยอดเขาฟูจิในฤดูร้อน ถึงแม้ว่าในเมืองจะร้อนถึง 40 °C แต่บนภูเขาที่ระดับความสูง 3,000 กว่าเมตร มันจะเป็นอีกโลกนึง อากาศจะเปลี่ยนแปลงไว ซึ่งไม่สามารถใช้สภาพแวดล้อมในเมืองมาชี้วัดได้ จึงควรตรวจเช็คพยากรณ์อากาศและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

✅ Wind Chill ในสภาวะที่ลมแรง จะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนมากขึ้น เสี่ยงที่จะเกิดภาวะร่างกายอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ โดยความเร็วลมระดับ 10 เมตรต่อวินาที ที่อุณหูมิ 6 °C ร่างกายจะเสมือนอยู่ที่อุณหภูมิ 1 °C เลยทีเดียว

✅ การเตรียมการแต่งกายที่ดี ให้ยึดหลัก 3 ชั้น (3 Layers) ซึ่งประกอบด้วย
🔸 ชั้นในสุด Base Layer - หลีกเลี่ยงผ้าฝ้ายหรือมีส่วนผสมของฝ้าย ฝ้ายเวลาเปียกเหงื่อหรือฝนจะเร่งให้ร่างกายสูญเสียความร้อนเร็วขึ้น แนะนำเส้นใยสังเคราะห์หรือพวกขนแกะดีกว่า
🔸 ชั้นกลาง Insulation Layer ชั้นที่เป็นฉนวนกันความเย็น เช่นเสื้อ Fleece หรือ เสื้อเส้นใยสังเคราะห์ ไม่แนะนำพวกเสื้อขนเป็ด ขนห่าน พวกนั้นเหมาะกับการใช้งานในสภาพแห้งมากกว่า ไม่เหมาะเอามาใช้เดินตอนฝนตก หรือสภาพแวดล้อมความชื้นสูง
🔸 ชั้นนอกสุด Outer Layer เสื้อ-กางเกง ที่สามารถกัน กันลม กันฝน และระบายกาศได้ ถ้าระบายอากาศไม่ได้ ไอเหงื่อจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำข้างในเสื้อ เปียกไม่ต่างจากโดนฝนเลย

✅ บริหารเวลาให้ดี ควรเริ่มออกเดินตอนเช้าตรู่ และพยายามกลับลงมาก่อนบ่าย 3 เพราะช่วงเช้ามักจะมีอากาศที่ดี โดยเฉพาะช่วงบ่ายของฤดูร้อนที่มักเกิดเมฆหมอกหนา ฝนตก หรือพายุสั้นๆ ได้ง่ายกว่าช่วงเช้า

✅ โรคแพ้ความสูง (AMS) ... การขึ้นยอดเขาฟูจินั้นเป็นการขึ้นระดับความสูงที่มากกว่า 3,000 เมตรซึ่งอาจเกิดอาการแพ้ความสูงได้ จึงควรพักผ่อนให้มากๆ จิบน้ำอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีเกลือแร่ผสมไปด้วยก็จะช่วยให้ร่างกายได้ปรับตัวกับระดับความสูงได้ดียิ่งขึ้น

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#อุปกรณ์เดินป่า #เทคนิคการเดินป่า #เดินป่าญี่ปุ่น

การซื้อสินค้าใน shopee / lazada / tikkok อาจจะไม่ได้ของถูกแล้วก้ได้นะครับ เพราะค่าธรรมเนียมการขายทีเพิ่มขึ้นสูง ทำให้ร้า...
02/08/2026

การซื้อสินค้าใน shopee / lazada / tikkok อาจจะไม่ได้ของถูกแล้วก้ได้นะครับ เพราะค่าธรรมเนียมการขายทีเพิ่มขึ้นสูง ทำให้ร้านค้าหลายร้านตอนนี้มีการปรับราคาขึ้นกันหมดแล้ว

ยังไงลองเช็คราคาให้ดีก่อนซื้อ เพราะคุณอาจจะกำลังจ่ายแพงมากกว่าก็เป็นได้

พีท

บริษัท Elite Exped ได้ประกาศวันนี้ ยืนยันการเสียชีวิตของ นิรมัล "นิมส์ได" พูร์จา (Nirmal "Nimsdai" Purja) นักปีนเขาชาวอั...
01/08/2026

บริษัท Elite Exped ได้ประกาศวันนี้ ยืนยันการเสียชีวิตของ นิรมัล "นิมส์ได" พูร์จา (Nirmal "Nimsdai" Purja) นักปีนเขาชาวอังกฤษเชื้อสายเนปาลชื่อดัง หลังเกิดเหตุหิมะถล่มคร่าชีวิตนักปีนเขาหลายรายบนยอดเขาบรอดพีค (Broad Peak) ในประเทศปากีสถาน

พูร์จา ในวัย 43 ปี กำลังนำทีมสำรวจนานาชาติจำนวน 10 คน ขึ้นสู่ยอดเขาความสูง 8,047 เมตร ก่อนที่หิมะจะถล่มลงมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา และพัดเอาร่างของเหล่านักปีนเขาไถลลงไปตามร่องเขาทางทิศตะวันตก

ทางบริษัท Elite Exped ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียยืนยันว่า เหตุหิมะถล่มครั้งนี้ได้คร่าชีวิตของพูร์จา พร้อมด้วยเพื่อนร่วมทีมปีนเขาที่ได้รับความไว้วางใจอย่าง ปูร์ บาฮาดัวร์ กูรุง (ยุกตะ) และ นีมา เชอร์ปา นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมสำรวจไม่รอดชีวิตเช่นกัน ขณะที่ทางการปากีสถานกำลังเร่งดำเนินการกู้ศพและพิสูจน์ identity อย่างต่อเนื่อง

ในการไว้อาลัย Elite Exped ได้ยกย่องพูร์จาว่าเป็นหนึ่งในนักปีนเขาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการ ผู้ซึ่งความกล้าหาญ การเป็นผู้นำ และความมุ่งมั่นของเขาได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก พร้อมกล่าวว่ามรดกทางความคิดของเขาจะยังคงอยู่ผ่านชีวิตของผู้คนที่เขาได้สัมผัส รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่เขาสร้างขึ้น ทั้ง Elite Exped และมูลนิธิ Nimsdai Foundation

🟥 รายละเอียดเหตุการณ์และการค้นหา

เหตุหิมะถล่มเกิดขึ้นขณะที่ทีมกำลังปีนขึ้นจากแคมป์ 2 (Camp II) ไปยังแคมป์ 3 (Camp III) ซึ่งทำให้ขาดการติดต่อกับทีมสำรวจทั้งหมด

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ 4 ราย โดย 2 ในนั้นได้รับการยืนยันตัวตนว่าเป็น ปูร์ บาฮาดัวร์ กูรุง "ยุกตะ" นักปีนเขาชาวเนปาล และ นาธิรา อัล ฮาร์ธี (Nadhira Al Harthy) นักปีนเขาชาวโอมาน ซึ่งในขณะนั้น พูร์จา, กิลี เพมบา เชอร์ปา, นีมา เชอร์ปา, นาวัง ถินดู เชอร์ปา, กยาลู เชอร์ปา, โซฮาอิล ซาขี (ชาวปากีสถาน), แมลโลรี เกส (ชาวสหรัฐฯ) และ หวัง จง (ชาวจีน) ยังคงสูญหาย อย่างไรก็ตาม ความพยายามค้นหาและระบุตัวตนในเวลาต่อมา ทำให้ Elite Exped ออกมายืนยันการเสียชีวิตของพูร์จาและเพื่อนร่วมทีมชาวเชอร์ปาอีกสองคน

ปฏิบัติการค้นหาได้เริ่มขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ หลังจากต้องหยุดชะงักไปหนึ่งวันเนื่องจากสภาพอากาศย่ำแย่และหิมะตกหนัก ทางการบริหารเขตกิลกิต-บัลติสถาน (Gilgit-Baltistan Administration) เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่ดีขึ้นช่วยให้สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินและส่งภารกิจค้นหาทางบกต่อไปได้ โดยมีทีมกู้ภัยเชอร์ปาเพิ่มเติมเข้ามาร่วมปฏิบัติการ

ทีมกู้ภัย 3 คน นำโดย มิงมา เดวิด เชอร์ปา รองประธานคนที่หนึ่งของสมาคมนักปีนเขาเนปาล ได้เดินทางถึงปากีสถานเพื่อช่วยเหลือในการค้นหา ขณะที่ทีมสนับสนุนจากสหราชอาณาจักรคาดว่าจะเดินทางมาสมทบในไม่ช้า ปฏิบัติการนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กองทัพปากีสถาน ทีมกู้ภัยบนพื้นที่สูง และนักปีนเขาระดับเวเทอรัล โดยทีมภาคพื้นดินนำโดย มิงมา เกียลเจ เชอร์ปา (มิงมา จี) นักปีนเขาชาวเนปาลชื่อดัง และ เซอร์บาซ ข่าน นักปีนเขาชาวปากีสถาน ได้มุ่งหน้าไปยังพิกัดที่ระบุได้จากการลาดตระเวนด้วยโดรน ทั้งนี้ ไนลา เคียนี นักปีนเขาชาวปากีสถาน ระบุว่าทีมกู้ภัยจะประเมินพื้นที่หิมะถล่มก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยจากหิมะถล่มซ้ำ ก่อนจะเริ่มพยายามกู้ร่างผู้เสียชีวิต

รัฐบาลเนปาล โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามาบัด ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการปากีสถานและสมาคมอัลไพน์แห่งปากีสถาน ขณะที่สมาคมนักปีนเขาเนปาลและสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวการปีนเขาแห่งเนปาล ได้เรียกร้องให้ระดมทรัพยากรทุกวิถีทางเพื่อปฏิบัติการภารกิจนี้

โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่พูร์จาสามารถพิชิตยอดเขาการ์เชอร์บรุม 2 (Gasherbrum II) ในปากีสถานได้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการพิชิตยอดเขาความสูงเกิน 8,000 เมตร ครั้งที่ 57 ของเขา ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขาขาดอีกเพียงยอดเขาเดียวก็จะบรรลุโปรเจกต์หมวกสามใบ (Hat-Trick Project) อันทะเยอทะยาน นั่นคือการพิชิตยอดเขาความสูงเกิน 8,000 เมตร ทั้ง 14 แห่งทั่วโลกให้ครบ 3 ครั้ง ควบคู่ไปกับการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดใน 7 ทวีป (Seven Summits) ให้ครบ 3 ครั้งเช่นกัน

ข่าวจาก

https://thehimalayantimes.com/nepal/broad-peak-avalanche-claims-nirmal-purja-fellow-climbers

ทางร้านอุปกรณ์เดินป่าขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียชีวิตทุกคนในเหตุการณ์นี้ครับ

ท่านใดสนใจเรื่องราวของ
ส่วนเรื่องราวของ นิรมัล "นิมส์ได" พูร์จา หากท่านใดสนใจ สามารถหาดูสารคดีเรื่อง 14 Peaks ใน Netflix ได้ครับ

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

Renowned Nepali-born British mountaineer Nirmal "Nimsdai" Purja has been confirmed dead after an avalanche claimed the lives of several climbers on Pakistan's Broad Peak, his company, Elite Exped, announced on Saturday.

เมื่อถนนมาถึง ... เส้นทางเดินป่าก็เลือนหายเรื่องราวของเส้นทางเดินป่าธรรมชาติที่กำลังเลือนหายไปใน อันนาปุรณะ (เนปาล)-----...
01/08/2026

เมื่อถนนมาถึง ... เส้นทางเดินป่าก็เลือนหาย
เรื่องราวของเส้นทางเดินป่าธรรมชาติที่กำลังเลือนหายไปใน อันนาปุรณะ (เนปาล)
------------------------------------------------
เมื่อ 10 ปีก่อนผมได้มีโอกาสไปเดินเทร็คกิ้งที่ Annapurna Circuit ที่เนปาล ใจอยากจะเดินให้ครบรอบ แต่ทางเดินหลายช่วงได้กลายเป็นถนนรถวิ่งไปแล้ว และมีอีกหลายเส้นทางที่กำลังสร้างถนนกันอยู่ เดินไปก็ร้อนและมีแต่ฝุ่น ไม่รู้สึกอยากจะเดินต่อเลย สุดท้ายพอเหลือแต่ทางถนน ก็จำใจต้องนั่งเครื่องบินกลับ ... ในใจก็ได้แต่คิดว่า เรามาช้าเกินไป ถ้าเริ่มเดินป่าเร็วกว่านี้ซัก 3 ปี คงจะดี เพราะเส้นทาง Annapurna Circuit เดินนี้เป็นเส้นทางเดินเทร็คกิ้งชื่อดังระดับโลก เป็นจุดหมายที่อยู่ใน bucket list ของนักเดินป่าแทบทุกคนเลยก็ว่าได้

ได้อ่านบทความที่ลงใน NEPAL NEWS เลยหยิบมาลงให้อ่านกันครับ จะได้รู้แนวทางว่าต่อไปเค้าจะพัฒนาเส้นทางเดินป่าให้มันออกมาในทิศทางไหน

------------------------------------------------
บาทความนี้ เขียนโดย: Reena Thapa ลงใน NEPAL NEWS เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2026

การขยายถนนอย่างไม่มีการวางแผนล่วงหน้าทั่วภูมิภาคอันนาปุรณะ (Annapurna) กำลังย่อระยะทางของเส้นทางเดินป่าอันเป็นเอกลักษณ์ให้สั้นลง และบังคับให้นักเดินป่าต้องแลกวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัยกับฝุ่น ควัน ที่เกิดจากถนน

ในแถบโพขรา (POKHARA) จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเดินทางไปยังโกเรปานี (Ghorepani) ใน มยักดี (Myagdi) ต้องใช้เวลาเดินเท้านานถึงห้าวัน แต่ในปัจจุบัน หลังจากนั่งรถจี๊ปออกจากโพขรา ก็สามารถไปถึงที่นั่นได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

เส้นทางเดินป่า โกเรปานี–พูนฮิลล์ (Ghorepani–Poon Hill) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์อันนาปุรณะ (Annapurna Conservation Area) เป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อชมดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน และทัศนียภาพภูเขาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ในปัจจุบัน รถจี๊ปสัญจรไปมาบนถนนในจุดที่เคยมีเพียงแค่นักเดินป่าเท่านั้นที่เดิน นักเดินป่าในตอนนี้จึงถูกบังคับให้ต้องเดินบนถนนเส้นเดียวกับที่รถยนต์ใช้ เหล่านักเดินป่าต้องเดินลุยโคลนในช่วงฤดูมรสุม และผจญกับฝุ่นหนาคลุ้งฟุ้งกระจายในช่วงฤดูหนาว

โครงข่ายถนนไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงเส้นทางเทรคกิ้งโกเรปานี–พูนฮิลล์เท่านั้น แต่เส้นทางดั้งเดิมส่วนใหญ่ทั่วพื้นที่อนุรักษ์อันนาปุรณะต่างถูกรวมเข้ากับถนนรถยนต์เช่นกัน แม้ว่าถนนจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับคนท้องถิ่น ให้การส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลและการขนส่งสิ่งของจำเป็นประจำวันทำได้ง่ายขึ้น แต่ถนนก็ย่นระยะทางเส้นทางเดินป่าชื่อดังระดับโลก และลดทอนประสบการณ์รวมถึงเสน่ห์โดยรวมของเส้นทางลงไป

เส้นทางอันนาปุรณะเซอร์กิต (Annapurna Circuit Trek) ซึ่งเคยเริ่มต้นจาก ลัมจุง (Lamjung) และใช้เวลาเดินจนครบสูงสุดถึงสามสัปดาห์ แต่ในปัจจุบัน รถจี๊ปสามารถวิ่งไปถึง ชาเม (Chame) ม่านาง (Manang) และคังซาร์ (Khangsar) ได้แล้ว ทำให้ระยะเวลาการเดินทางลดลงเหลือเพียงประมาณ 10 วันเท่านั้น

เหล่านักเดินป่าที่ต้องการจะเดินเท้า ก็ยังถูกบังคับให้ต้องใช้ถนน นั่งรถยนต์ในเส้นทางส่วนใหญ่

🟧 สูญหายไปในหมอกฝุ่น
เพมา เซริง กูรุง (Pema Tshering Gurung) จากเทศบาลชนบทเมืองมะนาง งีซยัง-6 (Manang Ngisyang Rural Municipality-6) กล่าวว่า นักท่องเที่ยวมักจะบ่นอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการที่ต้องเดินบนทางถนน

“นักท่องเที่ยวบ่นเรื่องฝุ่น แต่เราจะทำอะไรได้ล่ะ?” เขาถาม “เมื่อก่อน เส้นทางอันนาปุรณะเซอร์กิตติดอันดับ 1 ใน 10 เส้นทางเดินเขาที่ดีที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ สภาพการณ์ได้ทรุดโทรมลง เมื่อฝุ่นปกคลุมคุณจนมิดแม้กระทั่งตอนที่นั่งอยู่ภายในรถ ลองจินตนาการดูสิว่าผู้คนที่เดินอยู่บนถนนจะต้องเผชิญกับความยากลำบากขนาดไหน”

เขาแสดงความผิดหวังว่า แม้จะมีการเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้สร้างทางเดินเท้าแยกต่างหากขนานไปกับถนน แต่ข้อเรียกร้องของพวกเขากลับไม่ได้รับความสนใจ เขาตั้งข้อสังเกตว่า การสร้างเส้นทางเดินป่าแยกต่างหากห่างจากถนน เพียงหนึ่งหรือสองร้อยเมตรจะช่วยผ่อนคลายความเดือดร้อนให้นักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล

โครงการพื้นที่อนุรักษ์อันนาปุรณะ (ACAP) ได้สร้างเส้นทางทางเลือกขนานไปกับบางช่วงของเส้นทางอันนาปุรณะเซอร์กิต โดยในช่วงที่มุ่งหน้าขึ้นจากชาเมไปยังปิซัง (Pisang) และหมู่บ้านมะนาง มีบางช่วงที่ช่วยให้นักเดินเขาสามารถเลี่ยงถนนได้ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวยังคงถูกบังคับให้เดินบนถนนที่มีการสัญจรของยานพาหนะอย่างหนาแน่น

เพมา กล่าวย้ำว่า การพึ่งพาเพียง ACAP ในการสร้างเส้นทางทางเลือกนั้นไม่เพียงพอ ชุมชนท้องถิ่นและรัฐบาลท้องถิ่นก็ต้องริเริ่มดำเนินการด้วยตนเองเช่นกัน

“ACAP ได้สร้างทางเดินบางส่วนไว้รอบๆ หมู่บ้านฮุมเด (Humde) และปิซัง” เขากล่าว “การพัฒนาเส้นทางเดินเขาในหมู่บ้านของตนเองก็ถือเป็นหน้าที่ของคนท้องถิ่นเช่นกัน หากทุกหมู่บ้านสร้างเส้นทางเดินในพื้นที่ของตน งานก็จะสำเร็จลุล่วงได้ สำหรับพื้นที่หน้าผาหรือภูมิประเทศที่ท้าทาย ก็สามารถยื่นขอแผนงานจากรัฐบาลได้”

สำหรับผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่น ถนนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญซึ่งเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุข การศึกษา ตลาด และชีวิตประจำวัน

การ์มา กูรุง (Karma Gurung) จากเทศบาลชนบทมะนาง งีซยัง-6 กล่าวว่า ชีวิตของคนท้องถิ่นง่ายขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่มีถนนเข้ามา “ในอดีต หากมีใครล้มป่วย เราต้องแบกพวกเขาไปจนถึงลัมจุง หรือไม่ก็ต้องเรียกเฮลิคอปเตอร์” เขากล่าว “ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินเช่าเฮลิคอปเตอร์ แต่ตอนนี้ เราสามารถนำส่งผู้ป่วยได้ทันทีด้วยยานพาหนะ นั่นคือแง่มุมที่ดีที่สุดของการมีถนน”

แม้ว่าการขยายถนนไปยังชุมชนและตลาดจะมีความจำเป็น แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องชี้ให้เห็นว่า การขยายถนนโดยขาดการศึกษาและแผนการระยะยาวที่เหมาะสม ได้ทำให้เส้นทางเดินเขาตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

การ์มากล่าวเสริมว่า จำนวนนักท่องเที่ยวภายในประเทศที่เดินทางมายังมะนางเพิ่มขึ้นหลังจากมีการเชื่อมต่อถนน ซึ่งช่วยกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าผลกระทบเชิงลบต่อการท่องเที่ยวเกิดขึ้นจากการลดลงของนักเดินเขาชาวต่างชาติ “การคมนาคมขนส่งช่วยอำนวยความสะดวก แต่มุมมองอื่นๆ ของการท่องเที่ยวกลับแย่ลง” เขาระบุ “การมาถึงของถนนส่งผลกระทบต่อการเดินเขาแบบดั้งเดิม”

เขาแสดงความอึดอัดใจว่า แม้จะมีการร้องขอไปยัง ACAP สำหรับเส้นทางทางเลือกแล้ว แต่ความคืบหน้ากลับไม่เป็นไปตามคาด “ACAP เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมจากนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้สร้างเส้นทางทางเลือกที่เพียงพอ” เขากล่าว “หากพวกเขาไม่สามารถทำงานนี้ได้ ก็ปล่อยให้รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้เก็บค่าธรรมเนียมแทน แล้วรัฐบาลท้องถิ่นจะได้สร้างเส้นทางเดินเขาเหล่านั้นขึ้นมา”

🟧 ถนนที่สร้างทับรอยเส้นทางเดินเขา
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเน้นย้ำว่า แม้การเชื่อมต่อชุมชนและตลาดเข้ากับถนนจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การขยายถนนโดยปราศจากการศึกษาและการวางแผนระยะยาวที่เหมาะสมได้ทำให้เส้นทางเดินเขาเข้าสู่ภาวะวิกฤต

สิ่งที่พวกเขารู้สึกอัดอั้น ไม่ใช่การสร้างถนนโดยตัวมันเอง แต่คือการเปลี่ยนเส้นทางเดินเท้าประวัติศาสตร์ที่นักเดินป่าใช้ ให้กลายเป็นถนนรถยนต์โดยตรง

ราบิน คาดารียา (Rabin Kadariya) หัวหน้าโครงการ ACAP ยอมรับถึงปัญหานี้ โดยยอมรับว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะถนนถูกสร้างขึ้นบนเส้นทางเดินป่าดั้งเดิมโดยตรง

“ในจุดที่เคยเป็นทางเดินเท้า บัดนี้มีถนนรถยนต์เข้ามาแทนที่ นั่นคือสาเหตุที่เกิดปัญหานี้ขึ้น” เขากล่าว “ในบางส่วนของมะนางและมัสตาง (Mustang) มีการสร้างเส้นทางทางเลือกเพื่อเลี่ยงถนนเรียบร้อยแล้ว ถึงกระนั้น ในอีกหลายๆ พื้นที่ นักท่องเที่ยวยังคงต้องเดินบนถนนและเผชิญกับสภาพฝุ่นคลุ้ง”

คาดารียาอธิบายว่า ACAP กำลังเตรียมการที่จะแยกเส้นทางเก่าออกจากถนนในจุดที่สามารถทำได้ และพัฒนาเส้นทางใหม่ที่ปราศจากถนนรถยนต์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ การสร้างเส้นทางทางเลือกหลีกเลี่ยงถนนจึงไม่ใช่เรื่องง่ายในทุกพื้นที่ มีแม่น้ำไหลผ่านในบางช่วง ขณะที่อีกหลายช่วงล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน ในหลายพื้นที่ เส้นทางเก่าแก่ยังได้รับความเสียหายจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำและภัยธรรมชาติอีกด้วย

นักท่องเที่ยวบางส่วนที่เริ่มต้นการเดินเขาจากชาคัต (Jagat) ในลัมจุง ยังคงใช้เส้นทางเก่าเพื่อเดินทางไปยังตัล (Tal) แต่เส้นทางที่อยู่เหนือตัลขึ้นไปได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม ถนน และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ

“เรากำลังทำการศึกษาเพื่อดูว่าสามารถเบี่ยงเส้นทางเข้าไปในป่าให้ห่างจากถนนในบางพื้นที่ได้หรือไม่” คาดารียากล่าว “อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีแม่น้ำและหน้าผาสูงชัน การสร้างเส้นทางทางเลือกจึงทำได้ยากในหลายพื้นที่ แต่ระดับท้องถิ่น คณะกรรมการ และ ACAP กำลังทำงานร่วมกันในจุดที่สามารถทำได้”

🟧 ประสบการณ์ที่สูญหาย เมื่อการเดินป่าสั้นลง
ประติกชา ขานาล (Pratikshya Khanal) ไกด์นำเที่ยวเดินเขา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางมายังอันนาปุรณะเพียงเพื่อมาเดินบนถนนดิน พวกเขาเดินทางมาด้วยความหวังที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติและประสบการณ์การเดินเขาอันแท้จริงของเส้นทางอันนาปุรณะเซอร์กิตแบบคลาสสิก “นักท่องเที่ยวเดินทางมาพร้อมกับความคาดหวังว่าอันนาปุรณะเซอร์กิตจะเป็นเหมือนในอดีต” เธอกล่าว “ทว่า ในปัจจุบันเราไม่สามารถมอบประสบการณ์หลักที่อันนาปุรณะเคยมีให้ได้อีกต่อไป เนื่องจากผู้คนต้องเดินบนถนนรถยนต์ในหลายๆ แห่ง พวกเขาจึงจบลงด้วยการสอบถามหาเส้นทางเซอร์กิตอื่นๆ เป็นทางเลือก”

มีความพยายามโปรโมตเส้นทางใหม่ที่ไม่มีถนนในภูมิภาคอันนาปุรณะเพื่อเป็นทางเลือก ประติกชาเสนอว่าเส้นทางในภูมิภาคธอลาคีรี (Dhaulagiri) และมนัสลู (Manaslu) ก็สามารถนำมาโปรโมตเป็นตัวแทนที่เหมาะสมได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่าไม่มีเส้นทางอื่นใดที่จะสามารถทดแทนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของอันนาปุรณะได้อย่างแท้จริง อันนาปุรณะเซอร์กิตมอบการผสมผสานที่ไม่มีใครเทียบได้ ทั้งภูมิประเทศที่หลากหลาย วัฒนธรรม สภาพอากาศ พรรณไม้ และทัศนียภาพหิมาลัยในการเดินทางเพียงครั้งเดียว “ความหลากหลายทางชีวภาพและความงามทางธรรมชาติที่อันนาปุรณะมอบให้นั้น ไม่สามารถหาเส้นทางอื่นมาเปรียบเทียบได้” เธอกล่าว “ดังนั้น เพื่อรักษาอันนาปุรณะเซอร์กิตไว้ จำเป็นต้องสร้างเส้นทางทางเลือกขึ้น แม้ว่าเส้นทางนั้นจะอยู่เหนือหรือใต้ถนนเพียงเล็กน้อยก็ตาม”

เส้นทางทางเลือกไม่จำเป็นต้องยาวเสมอไป เธอตั้งข้อสังเกตว่า แม้แต่เส้นทางที่เพียงแค่เว้นระยะห่างให้นักเดินเขาพ้นจากเสียงยานพาหนะ ฝุ่น และการจราจร ก็สามารถช่วยรักษาประสบการณ์อันนาปุรณะแบบดั้งเดิมไว้ได้ในระดับหนึ่ง

🟧 การแสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่
กฤษณะ อาจารยา (Krishna Acharya) ประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวเดินป่าแห่งเนปาล (TAAN) เน้นย้ำว่า เนื่องจากเส้นทางดั้งเดิมกำลังหดสั้นลงจากการขยายตัวของถนน จึงจำเป็นต้องค้นหาและโปรโมตจุดหมายปลายทางใหม่ๆ “เส้นทางเดินเขากำลังสั้นลงเพราะถนน” เขากล่าว “หากเราไม่สำรวจและโปรโมตจุดหมายปลายทางใหม่ๆ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเนปาลอาจเบี่ยงเบนไปยังประเทศหรือภูมิภาคอื่นแทน”

เขากล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ TAAN ได้ทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมและยกระดับเส้นทางเดินเขาในภูมิภาคธอลาคีรี โดยเขาย้ำว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอันนาปุรณะจะต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกเมื่อมีการพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของอาจารยาแสดงให้เห็นว่า การสร้างเส้นทางทางเลือกบนฝั่งตรงข้ามของถนนเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ทางแก้ไขที่ง่ายสำหรับนักเดินป่าเสมอไป “มีความพยายามในมะนางและมัสตางที่จะเปิดเส้นทางทางเลือกตรงข้ามแม่น้ำขนานไปกับถนน” เขากล่าว “ทว่า เมื่อมีถนนรถยนต์ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม มันกลายเป็นเรื่องยากทางจิตวิทยาสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินในเส้นทางที่ยาวกว่า การสร้างเพียงเส้นทางทางเลือกจึงไม่เพียงพอ แต่เส้นทางเหล่านั้นต้องมอบประสบการณ์การเดินเขาที่มีความหมายด้วย”

ถนนได้มอบความสะดวกสบายด้านสาธารณสุข การเข้าถึงตลาด และการขนส่งให้แก่ผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคอันนาปุรณะอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงเน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างถนนหรือเส้นทางเดินเขา แต่จำเป็นต้องมีแผนงานที่สมดุล—แผนที่ขยายถนนไปยังชุมชน พร้อมๆ กับการปกป้องเส้นทางแยกต่างหากนอกถนนสำหรับนักเดินเขา ให้ปราศจากฝุ่น โคลน และยานพาหนะ

อาจารยากล่าวสรุปว่า “สิ่งที่พังทลายไปแล้วก็พังทลายไป ตอนนี้ เราต้องปกป้องเส้นทางที่ยังคงสมบูรณ์อยู่เอาไว้

แปลมาจากบทความนี้
https://english.nepalnews.com/s/travel-tourism/when-the-road-comes-the-trek-disappears-the-story-of-annapurnas-vanishing-trails/

------------------------------------------------

ใครไปเดินเส้นนี้มา เล่าสู่กันฟังได้ ว่าเดี๋ยวนี้เส้นทางเดินเป็นอย่างไรแล้วครับ

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#เดินป่าเนปาล

The Ghorepani–Poon Hill trekking trail, located in the Annapurna Conservation Area, is a top choice for tourists visiting to witness blooming rhododendrons in March–April and clear mountain vistas during the autumn season. Jeeps now ply roads where only trekkers once walked. Trekkers are now for...

ข่าว อัพเดตล่าสุด  -   Nirmal Purja "Nimsdai เสียชีวิตครับเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ คือ เกิดเหตุหิมะถล่มท...
31/07/2026

ข่าว อัพเดตล่าสุด - Nirmal Purja "Nimsdai เสียชีวิตครับ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ คือ เกิดเหตุหิมะถล่มที่ยอดเขา Broad Peak ทำให้นักปีนเขา 10 คนสูญหาย ... ข้อมูลปัจจุบันตอนนี้พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน และมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่าพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 คน

--------------------------------------------------

ยอดเขา Broad Peak สูง 8,047 เมตร สูงเป็นอันดับ 12 ของโลก ตั้งอยู่ในเทือกเขาคาราโครัม ประเทศปากีสถาน ใกล้กับยอดเขา K2

โดยช่วงเที่ยงของวัน พฤหัสที่ 30 ก.ค. 2026 เกิดเหตุหิมะถล่มขึ้น ช่วงนั้นเหล่านักปีนเขากำลังเดินทางจาก Camp 2 ไป Camp 3 เพื่อเตรียมตัวขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งผลของหิมะถล่มส่งผลให้นักปีนเขาสูญหาย 10 คน โดย ทั้ง 10 คน มาจากหลายทีม ประกอบด้วย

🔸 Elite Exped (3 คน)
- Nirmal Purja "Nimsdai" (ผู้นำทีม)
- นักปีนเขาถือสองสัญชาติ รัสเซีย-อเมริกัน 1 คน
- ลูกทีมเชอร์ปา 1 คน
🔸 Seven Summit Treks / SST (3 คน)
- นักปีนเขาชาวโอมาน 1 คน
- ลูกทีมเชอร์ปา 2 คน
🔸 Imagine Nepal Treks (2 คน)
- นักปีนเขาชาวจีน 1 คนลูกทีมเชอร์ปา 1 คน
🔸 ทีมไกด์ท้องถิ่น (2 คน)
- ไกด์นำทางพื้นที่สูงชาวปากีสถาน 2 คน

ในรายชื่อทั้งหมดนี้ ที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักกันมากคือ Nirmal “Nimsdai” Purja ผู้นำทีม Elite Exped เขานักปีนเขาชาวเนปาลผู้โด่งดังจากการทำสถิติพิชิต 14 ยอดเขาที่สูงเกิน 8,000 เมตรภายในเวลาเพียง 6 เดือน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ Purja เพิ่งพิชิตยอดเขา กาเชอร์บรูม II (Gasherbrum II) ในปากีสถานได้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นสถิติการขึ้นสู่ยอดเขาที่มีความสูงเกิน 8,000 เมตรสำเร็จเป็นครั้งที่ 57 ของเขา การปีนครั้งนั้นทำให้เขาเหลืออีกเพียงยอดเดียวก็จะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ใน Hat-Trick Project นั่นคือการพิชิตยอดเขาความสูงเกิน 8,000 เมตรทั้งหมด 14 แห่งในโลกให้ครบ 3 ครั้ง ควบคู่ไปกับการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดใน 7 ทวีป (Seven Summits) ให้ครบ 3 ครั้ง เช่นกัน

🟥 สถานการณ์ปัจจุบัน
ตอนนี้ทางการปากีสถานระดมกำลังเฮลิคอปเตอร์และโดรน ออกค้นหาผู้สูญหาย โดยตอนนี้พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน
ยืนยันตัวตนแล้ว 2 คน คือ
- Nadhira Al Harthy – นักปีนเขาหญิงคนแรกของประเทศโอมานที่เคยพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์
- Pur Bahadur Gurung ("Yukta") – นักปีนเขาชาวเนปาล

ตามข้อมูลล่าสุด ณ ช่วงดึกของวันศุกร์ ร่างของผู้ปีนเขา 4 รายได้รับการกู้ออกจากภูเขา ซึ่งร่างของทั้งคู่ถูกนำส่งไปยังเมืองสการ์ดู (Skardu) แล้ว ส่วนอีกสองร่างที่เหลือนั้นยังไม่ได้ระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ ขณะที่มีรายงานว่าทีมกู้ภัยตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 รายผ่านการลาดตระเวนด้วยโดรน แม้เรื่องนี้จะยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม

สำหรับผู้ที่ยังคงสูญหาย ได้แก่:

นิรมัล ปูร์จา (Nirmal Purja) — เนปาล
คิลิ เพมบาเชอร์ปา (Kili Pemba Sherpa) — เนปาล
นิมา เชอร์ปา (Nima Sherpa) — เนปาล
นาวัง ถินดู เชอร์ปา (Nawang Thindu Sherpa) — เนปาล
เกียลู เชอร์ปา (Gyalu Sherpa) — เนปาล
โซเฮล ซาคี (Sohail Sakhi) — ปากีสถาน
มัลโลรี ไกส์ (Mallory Geis) — สหรัฐอเมริกา
หวัง จง (Wang Zhong) — จีน

🟥 ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ
ใครสนใจอยากรู้ว่า Broad Peak หน้าตาเป็นอย่างไร มีภาพยนตร์เรื่อง Broad Peak ของ Netflix อยู่ครับ ลองไปหาชมดู

ส่วนเรื่องราวของ Nirmal “Nimsdai” Purja ก็มีสารคดีใน Netflix เหมือนกัน ในชื่อ 14 Peaks ครับ

อ้างอิง
https://kathmandupost.com
https://thehimalayantimes.com/

ภาพประกอบ ภาพของ Nirmal “Nimsdai” Purja จาก kathmandupost.com

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้ ผมเดินทางไปเดินป่าที่ญี่ปุ่นมา ขึ้นภูเขาอยู่ 2 รอบ รอบแรก 4 วัน ลงมาพักในเมืองวันนึงแล้วก็ต่ออีก 3 ว...
31/07/2026

เมื่ออาทิตย์ก่อนนี้ ผมเดินทางไปเดินป่าที่ญี่ปุ่นมา ขึ้นภูเขาอยู่ 2 รอบ รอบแรก 4 วัน ลงมาพักในเมืองวันนึงแล้วก็ต่ออีก 3 วัน แต่ละรอบต้องแบกอาหารไปทำกินเองด้วย เลยค่อนข้างจะต้องคิดเรื่องน้ำหนักสัมภาระมากเสียหน่อย

และเสื้อชุดหลักอยู่ตัวเดียวที่ใส่ทุกวันคือเสื้อ Base layer ขนแกะ Merino ของ Pelliot (นอกนั้นที่พกไปเป็นเสื้อ Soft Shell , Hard Shell แล้วก็เสื้อกันหนาวผ้า Fleece)

นี่เป็นการเอาไปใส่ทดสอบเดินป่าจริงจังอีกครั้ง ผลทดสอบยังยืนยันเหมือนเดิมคือ

- ใส่เดินป่า 4-5 วัน เดินวันละ 6-8 ชั่วโมง เหงื่อท่วมจนเสื้อเปียกหมด ก็ยังไม่มีกลิ่น จะใส่นานกว่านั้นก็คงไม่มีกลิ่น แต่ด้วยความรู้สึกส่วนตัวผ่านไป 5 วัน ผมก็เอาไปซักน้ำสบู่ซะหน่อย

- เสื้อขนแกะ Merino นั้น แห้งไวครับ ตอนเดินนี่เหงื่อออกจนเปียกชุ่ม เดินๆ ไปซักพักก็แห้งแล้ว ตอนเอาไปซักกลางคืน แขวนไว้ เช้ามาก็แห้งพร้อมใส่ต่อได้เลย

- ด้วยคุณสมบัติของขนแกะ Merino แบบเส้นใยละเอียด ทำให้ใส่ได้สบายทุกสถานการณ์ ... ใส่ตอนอากาศเย็นก็ไม่หนาวมาก ใส่ตอนร้อนก็ไม่ร้อนมาก ถ้าอากาศหนาวจัดมากก็ใส่เสื้อ Fleece หรือเสื้อ Soft Shell กันลมทับไป ถ้าฝนตกก็ใส่ Hard Shell ทับได้ จะใส่เดินป่า หรือใส่เดินในเมืองก็ได้ทั้งนั้น

- น้ำหนักเบา ขนาด XL ที่ผมใส่นี่หนัก 190 กรัม เสื้อไม่หนา ทำให้เวลาใส่ในเป้ไม่กินพื้นที่

พอกลับมาคิดได้ว่า มีติดไปตัวเดียวคงจะไม่พอ เอามาใช้เพิ่มอีกตัวละกัน สำหรับใส่ตอนนอนด้วย แต่ถ้ามันสีดำเหมือนกันนี่ เกรงจะแยกไม่ออกว่าตัวไหนใส่ตอนเดินป่า ตัวไหนใส่ตอนนอน ก็เลยหามาเพิ่มอีก 2 สี สีเทา กับ สีเขียวอ่อน

ตอนนี้หลักๆที่มีจะเป็น
🔹สีดำ มีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง มีขนาด S , M , L , XL
🔹 สีเทามีเฉพาะของผู้ชาย มีขนาด L กับ XL
🔹 สีเขียวอ่อน (สีจริงออกขาวหม่น แต่ผู้ผลิตเค้าบอกเขียว) มีเฉพาะของผู้ชาย มีขนาด XL อย่างเดียว

ราคาเสื้อตัวละ 1,890 บาทครับ (กางเกงก็มีนะ มีแต่สีดำ)

ทั้งนี้ใครอยากได้สีอื่น ขนาดอื่น ที่ร้านไม่ได้สั่งมา สามารถ pre-orderได้ครับ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามนี้ครับ

https://www.petenpaul.com/listing/pelliot-ultrafine-merino-wool-base-layer-hiking-performance/

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#เสื้อเบสเลเยอร์ #อุปกรณ์เดินป่า #เสื้อbaseLayer

ที่อยู่

1089/5-6 (ชั้น 3) ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 39
Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

+66816397575

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paulผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul:

ทางลัด

แชร์