27/08/2026
แนะนำ เส้นทางเดินป่า ทาเทยามะ (Tateyama) ตอน 2
ตอนนี้จะมาเล่าประสบการณ์การเดินให้ฟัง มีปรับจากในแผนที่บ้างเล็กน้อย โดยผมจะเล่าแยกไปในแต่ละวันนะครับ
🔸 วันแรก เป็นวันเดินทาง
อย่างที่เล่าให้ฟังว่า ผมเริ่มออกเดินทางช่วงบ่าย ช่วงเช้ามีเวลาก็ไปซื้อเสบียงอาหาร แก็ส สำหรับกางเต็นท์ แถวสถานีรถไฟโทยามะ มีทุกอย่างที่ต้องการ
เวลา 11 โมงครึ่ง ถึงจะได้ขึ้นรถไฟ เวลาเดินทางที่ใช้ราว 2 ชั่วโมง 30 นาที นั่งรถไฟ ต่อกระเช้า ต่อรถบัส รถจะมาส่งที่ มุโรโดะ (2,450 m) หลังจากนั้นจะต้องเดินไปที่จุดกางเต็นท์ Raichosawa (2,275 เมตร) การเดินเป็นการเดินลงเขาตามบันไดหิน ระยะทางราว 2 km ใช้เวลา 45นาที - 1 ชั่วโมง บริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่มีน้ำพุร้อน จะได้กลิ่มกำมะถันลอยมาเป็นระยะๆ ถ้าใครแสบจมูก เอาผ้าชุบน้ำปิดจมูกไว้ก็จะช่วยได้ครับ
เดินไปถึง Raichosawa ให้ไปติดต่อลงทะเบียนกางเต็นท์ ลานกางเต็นท์ที่นี่ไม่ต้องจอง สามารถไปได้เลย เจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์ม ข้อมูลรายละเอียดทั่วไปชื่อ เบอร์ติดต่อ จำนวนคนกี่คน จะกางเต็นท์กี่คืน พร้อมแผนการเดิน ว่าพรุ่งนี้จะเดินไปที่ไหน ที่นี่คิดค่ากางเต็นท์คนละ 1,000 เยนต่อคืน ราคานี้รวมการใช้ห้องน้ำไปแล้ว สามารถเข้าได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม น้ำดื่มก็ใช้น้ำจากก็อกน้ำหน้าห้องน้ำได้เลย
เมื่อจ่ายเงินค่ากางเต็นท์เสร็จเค้าจะให้ป้ายมาแขวนไว้ที่เต็นท์ แล้วช่วงเย็นๆ จะมีเจ้าหน้าที่เดินมาตรวจครับ
ผมกางเต็นท์เสร็จก็เดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ขากลับได้เบียร์มากระป๋องนึง เอาไว้ดื่มหลังอาหาร การทำอาหารที่นี่ต้องเก็บเศษอาหารไปทิ้งเองข้างนอก ไม่มีถังขยะให้เททิ้งนะครับ ต้องใส่ถุงแล้วก็เอาไปทิ้งที่มุโรโดะตอนขากลับ
กลางคืนอากาศค่อยข้างชื้น พอพระอาทิตย์ตกแล้ว น้ำค้างลงมาก ราว 2 ทุ่มผมก็มุดเข้าเต็นท์นอน
ลืมบอกว่าที่นี่ สัญญาณโทรศัพท์ดีมากครับ ใครเปิด Roaming ไว้ก็สามารถใช้ Internet จากในเต็นท์ได้เลย
🔸 วันที่สอง เริ่มเดินขึ้นเขา
เดือน ก.ค. แบบนี้ ตี 4 ก็ฟ้าสว่างแล้ว ผมออกเดินตั้งแต่ ตี 5 ครึ่ง ถ้าออกสายอากาศจะร้อน และช่วงบ่ายอาจเจอฝนได้ ออกเดินแต่เช้าเป็นดีครับ มีเหตุอะไรยังมีเวลาบริหารจัดการได้ แต่ทำใจหน่อยว่า เช้าๆฟ้ามักจะปิด หมอกลง ขึ้นไปช่วงแรกๆอาจจะมองอะไรไม่ค่อยเห็น ต้องรอฟ้าเปิดช่วงสายๆหน่อย ถึงจะเห็นวิวได้ชัดเจนขึ้น
จากจุดกางเเต็นท์จะมีทางเดินขึ้นภูเขาอยู่ไม่ไกล ผมเดินไปตามเส้นทางในแผนที่ แต่ว่าช่วงท้ายมีออกนอกทางไปหน่อย ไปแวะขึ้นยอดเขา jodo san (2,831 m) ซึ่งเป็นยอดที่ไม่ค่อยมีคนขึ้นเท่าไหร่นัก คนจะน้อยกว่า และมีโอกาสที่จะเจอกับนกไรโจมากกว่า ดูเส้นทางเดินตามหมายเลข 1-9 ที่ผมลงไว้ในแผนที่
-------------------------------
เกร็ดเล็กน้อย - นกไรโจ หรือ ภาษาไทยคือนกสายฟ้า (Rai = สายฟ้า + Cho = นก) นี่เป็นนกที่พบได้ในแถบนี้ เชื่อกันว่าเป็น นกที่นำสารจากเทพเจ้า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ถือว่าเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่สำคัญมากๆของญี่ปุ่น พบเจอได้ใน ภูเขาแอลป์ญี่ปุ่น คิดว่าพบเจอไม่ยากนะ เพราะผมก็เจอมาหลายครั้ง นกไรโจนี่ไม่ค่อยกลัวคนเท่าไหร่ แต่ถ้าบริเวณที่คนเยอะๆ ก็จะไม่ค่อยเห็นครับ
-------------------------------
ระหว่างทางเดิน เราจะผ่านกระท่อมพัก เป็นระยะ มีบริการขายอาหารกลางวัน น้ำดื่ม และเครื่องดื่ม อื่นๆ แต่ยังไงก็ควรจะพกน้ำและของกินให้พลังงานระหว่างเดินขึ้นมาด้วยนะครับ
ผมเดินวนกลับมาถึงแคมป์ตอนบ่าย 3 ไม่ได้รีบเร่งเดินมาก เพราะคืนนี้ยังนอนที่นี่ต่ออีกคืน ฤดูนี้ช่วงกลางวันถ้าฟ้าเปิดแดดจะแรงมาก กะเวลาเดินให้กลับถึงเต็นท์ช่วยบ่ายๆ กำลังดีครับ
ถ้าใครจะนั่งรถกลับเข้าเมืองเลยก็ได้ แต่ว่ามาที่นี่ค่าเดินทางไม่ใช่ถูกๆ ในขณะที่ค่ากางเต็นท์ที่นี่ถูกมาก วิวก็ดี อากาศก็เย็นสบายกว่าในเมืองที่ตอนนี้อุณหภูมิสูงถึง 40 ℃ แนะนำให้อยู่พักผ่อนต่ออีกคืน
พอกลับถึงเต็นท์ ผมใช้เวลาช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก ไปกับการพักผ่อน แช่น้ำพุร้อน ดื่มเบียร์เย็นๆ ทานอาหารเย็นไปพร้อมๆกับการนั่งดูวิวภูเขา จะด้วยฤทธ์ของเบียร์ หรือเพราะว่าเดินมา 8 ชั่วโมง ทานเสร็จ นั่งพักให้อาหารย่อยหน่อยก็มุดเข้าถุงนอนหลับสนิทเลย
🔸วันที่สาม เดินกลับ
แผนการวันนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เดินทางกลับแล้วครับ แต่ถ้าใครยังอยากเดินต่อ มีเส้นทาง Dayhike อีกเส้น ขึ้นภูเขา Okudainichi dake ระยะทาง 10 km ใช้เวลา 6 ชั่วโมง จะเดินขึ้นจากจุดกางเต็นท์แบบเดียวกับเมื่อวาน แต่ว่าเมื่อวานพอขึ้นถึงสันเขาเราจะเลี้ยวขวา ส่วนเส้นนี้นี้จะเลี้ยวซ้าย ขึ้นแล้วกลับลงทางเดิม ... แต่ผมขอตัวก่อน เก็บไว้มาเดินต่อคราวหลัง
เนื่องจากลานกางเต็นท์ Raichosawa (2,275 เมตร) นั้นอยู่ในหุบเขาต่ำ การเดินกลับไปขึ้นรถที่มุโรโดะ (2,450 m) ต้องเดินขึ้นบันไดหินยาว ไต่ระดับขึ้นไปเกือบ 200 เมตร ระยะเวลาที่ใช้ก็ราว 1-1.5 ชั่วโมง ถ้าเดินกลับเมื่อวานจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องเดินกลับไปเก็บของ เก็บเต็นท์แล้วก็แบกเดินกลับไปขึ้นรถอีก
พอไปถึงมุโรโดะก็ไปดูตารางรถ ผมซื้อตั๋วไป-กลับไว้ตั้งแต่ขามาแล้ว ก็แค่เอาตั๋วให้เค้าดู ขึ้นรถบัส ต่อกระเช้า แล้วก็ไปต่อรถไฟที่สถานีทาเทยามะ เพื่อกลับเข้าเมืองโทยามะ
วันนี้ผมจะเดินทางกลับเข้าเมืองนาโงยะ แล้ว เพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องกลับไทย เพื่อนผมมันอยากจะไปดู พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า (Port of Nagoya Public Aquarium) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันดับต้นๆของญี่ปุ่น เหมาะกับไปเดินเที่ยวก่อนขึ้นเครื่องบินกลับมาก
🔸 สรุป
ในความเห็นผม เส้นทางเดินป่า ทาเทยามะ นี่เหมือนเป็นเส้นทางเดินย่อส่วนของเส้นทางเดินป่าภูเขาแอลป์ญี่ปุ่น หดขนาดให้เหลือวันเดียว พ่วงด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตในการเดินป่าดีขึ้น เส้นทางนี้พาเพื่อนที่ไม่เดินป่ามาเที่ยวก็ได้ ใครจะเดินก็ขึ้นเขาไป ใครไม่เดินก็เดินเที่ยวเล่นอยู่ข้างล่างได้ครับ ... แต่ถ้าจะมีที่ไม่ชอบหน่อยก็คือคนจะเยอะกว่าเส้นทางอื่นครับ แต่ก็ไม่ถือว่าแออัดนะ แค่เยอะกว่าเส้นทางอื่น แต่ต้องไปวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดนะครับ
🔸 ข้อแนะนำเพิ่มเติม
▪️ ถึงแม้ว่า เดือน ก.ค. ที่ผมไปจะเป็นหน้าร้อน แต่ว่าอุณหภูมิบนภูเขาที่จุดกางเต็นท์ก็เย็นอยู่ที่ราว 12 ℃ และมีโอกาสเจอฝนได้มากโดยเฉพาะช่วงบ่าย
เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปกางเต็นท์นอน ก็ต้องพกแผ่นรอง ถุงนอนไปด้วยครับ
ส่วนเวลาเดินนั้นจะขึ้นไปที่ระดับความสูง 3,000 เมตร แล้วเดินไปตามสันเขาที่ระดับนั้นอยู่หลายชั่วโมง ลมจะแรง และอาจเจอฝน ต้องมีเสื้อกันฝนไปด้วย ผมพกใส่เป้ไปทั้ง Hard Shell และ Soft Shell แต่วันที่ผมไปเดินนั้นฝนไม่ตก เลยใส่แค่ base layer กับ Soft Shell ตัวนึงก็เดินได้สบายๆแล้ว ถ้าใครเย็นมือก็พกถุงมือ หมวกบีนนี่ติดไปด้วย และ ทางมันขึ้นๆลงๆ การมีไม้เท้าเดินป่าช่วยได้มากครับ
▪️ อย่าเห็นว่าทางเดินไม่ไกลแล้วไม่พกอุปกรณ์เผื่อเหตุฉุกเฉินไปด้วยนะครับ ควรต้องมีติดตัวไว้ เสื้อกันหนาว กันลม กันฝน น้ำดื่ม ไฟฉาย และของกินให้พลังงานระหว่างเดิน
▪️ เส้นทางนี้ยังมีไปต่อได้อีกหลายทาง ถ้าใครปีนเขา เดินขึ้นเหนือไปอีกก็จะเป็นภูเขา Tsurugi (2,999 เมตร) ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดเขาที่ปีนยากและอันตรายที่สุดในญี่ปุ่น อันนี้ต้องนักปีนเขาครับ ผมขอผ่านละ ผมกลัวความสูง
▪️ หรือถ้าใครอยากเดินมากกว่านั้น จากมูโรโดะ เดินลงมาทางใต้ ผ่าน Jodo San เดินต่อไปอีก 7 วัน ไปออกที่คามิโกจิได้ครับ (ถ้ารีบเดินหน่อยก็ 5 วัน) เส้นนี้จะมีชื่อเรียกว่า North Alps Traverse (63km) ซึ่งช่วงวันที่ 3 ก็จะไปชนกับเส้น Northern Alps Diamond Route ที่ผมเล่าให้ฟังไปครั้งที่แล้ว
สำหรับทริปที่ไปมา 9 วันเมื่อกลางเดือน ก..ค. ก็จะมีเท่านี้ มีโอกาสไปเดินที่ไหนจะมาเล่าให้ฟังอีก
ทิ้งท้ายเผื่อใครสงสัยเรื่องค่าใช้จ่าย
งวดนี้ผมไปมา 9 วัน หมดเงินไป ราว 36,000 บาท
ครึ่งนึง คือ 18,000 บาทเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน
6,800 บาท เป็นค่าเดินทางขึ้นรถบัส รถไฟ
5,000 บาทเป็นค่าที่พัก ( 3 คืน นอนโรงแรมในเมือง / 5 คืนนอนเต็นท์ /1 คืนนอนกระท่อมภูเขา)
อีกราว 6,000 บาทเป็นค่ากินค่าอยู่ 😁
ใครสงสัยตรงไหนทักมาสอบถามได้ครับ หรือ มีโอกาสไปเดินแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังได้เช่นกัน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอนที่ 1 https://www.facebook.com/20531316728/posts/10154009990506729/
พีท
ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/
#แนะนำเส้นทางเดินป่า #เดินป่าญีปุ่น