อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul

อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul บริษัทค้าปลีกและส่ง จำหน่าย อุปกรณ์เดินป่า อุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

เต็นท์ TFS Stars 4 สำหรับ 4 คน มี 4 สี ให้เลือกครับตัวนี้ต้องสั่งนะครับ ราคา 18,700 บาท ขนาดนอน 4 คน พื้นที่นอนข้างใน กว...
31/08/2026

เต็นท์ TFS Stars 4 สำหรับ 4 คน มี 4 สี ให้เลือกครับ

ตัวนี้ต้องสั่งนะครับ ราคา 18,700 บาท
ขนาดนอน 4 คน
พื้นที่นอนข้างใน กว้าง 220 x ยาว 245 x สูง 120 cm
น้ำหนัก 3.9 kg

รายละเอียดสี และสเป็คดูได้ที่ web ทางการของบริษัทเค้าเลยครับ
https://tfstents.com/products/stars-4?variant=44346124468361

สนใจทักมาได้ครับ

พีท

สินค้าใหม่ครับ ถุงน้ำ TPU ต่อกับเครื่องกรองน้ำ Sawyer ได้เลย** สินค้าเฉพาะ ขวด /ถุง ไม่รวมเครื่องกรองน้ำ ** ตัวนี้ผลิตจา...
30/08/2026

สินค้าใหม่ครับ ถุงน้ำ TPU ต่อกับเครื่องกรองน้ำ Sawyer ได้เลย

** สินค้าเฉพาะ ขวด /ถุง ไม่รวมเครื่องกรองน้ำ **

ตัวนี้ผลิตจาก TPU เกรดสำหรับอาหาร มี 2 แบบ แบบขวด 750 ml ราคา 150 บาท กับ แบบถุง 2 ลิตร ราคา 300 บาท

ข้อดีของถูงวัสดุ TPU คือน้ำหนักเบา ราคาถูก แต่แข็งแรง ทนทาน บีบส่งแรงผ่านดันน้ำผ่านเครื่องกรองน้ำได้ง่าย

ด้วยข้อดีนี้ ก็เลยเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ผมพกติดตัวไปใช้งานประจำ

แต่ข้อจำกัดคือ

เนื่องจากโครงสร้างของวัสดุ TPU มีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นได้ง่าย จึงอาจมีกลิ่นค้างมาจากกระบวนการผลิต แนะนำให้กำจัดกลิ่นออกก่อนใช้งานด้วยเบกกิ้งโซดา โดยมีขั้นตอนดังนี้

🔸 ผสมเบกกิ้งโซดา 2–3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น (ห้ามใช้น้ำร้อนจัด หรืออุณหภูมิไม่เกิน 50 องศาเซลเซียส/อุ่นในระดับที่นิ้วมือจุ่มได้)
เทน้ำที่ผสมแล้วลงในถุงน้ำ เขย่าให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
🔸 นำไปผึ่งลมในที่ร่ม โดยใช้ตะเกียบหรืออุปกรณ์สอดไว้ด้านในเพื่อไม่ให้เนื้อถุงติดกัน แล้วตากจนแห้งสนิท

ข้อแนะนำในการทำความสะอาด

🔸 เนื่องจากกลิ่นติดผิววัสดุได้ง่าย หากต้องการล้างด้วยน้ำยาล้างจานโดยไม่ให้มีกลิ่นน้ำยาติดถุง แนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานสูตรไร้กลิ่น หรือสูตรสำหรับล้างขวดนมเด็ก
🔸 ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการบีบน้ำยาล้างจานลงในถุงน้ำโดยตรง ให้ผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำในภาชนะอื่นให้เจือจางก่อนนำมาล้าง

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่

ขวด 750 ml
https://www.petenpaul.com/listing/mikk-750ml-collapsible-water-bottle/
ถุง 2 ลิตร
https://www.petenpaul.com/listing/mikk-2l-tpu-water-hydration-bladder/

#อุปกรณ์เดินป่า #ถุงน้ำTPU

ช่วงหลังไปเดินนี่ แดดแต่ละที่แรงขึ้นมากๆ  กลับมาทีนี่ หน้าดำ หลังคอดำไปหมด หมวกปีกกว้างที่ใส่ประจำ พร้อม ทาครีมกันแดดก็เ...
28/08/2026

ช่วงหลังไปเดินนี่ แดดแต่ละที่แรงขึ้นมากๆ กลับมาทีนี่ หน้าดำ หลังคอดำไปหมด หมวกปีกกว้างที่ใส่ประจำ พร้อม ทาครีมกันแดดก็เอาไม่อยู่ เพราะเดินป่าเหงื่อมันออกเยอะ และรังสี UV บนภูเขามันก็แรงมาก

มีเพื่อนผมคนนึง ไปเดินป่าด้วยกัน โดนแดดมากจนเซลล์ผิวเกิดผิดปกติ เป็นด่างขาวยาวบนใบหน้า เสียเวลารักษาเป็นปี หมดเงินไปเกือบแสน

ใครอยากถนอมใบหน้าหน่อย ก็แนะนำหมวกแบบนี้ไปเลยครับ คุณภาพดีมาก
▪️ ปีกกว้างพิเศษ 10.5 cm ปิดด้านหน้าและคอได้มิดชิด
▪️ ด้านหน้ามีช่องระบายอากาศ และถอดออกได้
▪️ผ้ากัน UV มาตรฐาน UPF50+
▪️ ผ้าเคลือบสารสะท้อนน้ำ (กันฝนได้ในระดับนึง) น้ำหนักเบา 120 กรัม และแห้งไว

มี่ 3 สีให้เลือก สีเบจ สีเทา และสีดำ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่นี่

https://www.petenpaul.com/listing/pelliot-wide-brim-sun-hat-upf2000-water-repellent

ราคา 690 บาทครับ

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#หมวกเดินป่า #อุปกรณ์เดินป่า

ขอแสดงความเสียใจความสูญเสียที่เกิดจากเหตุน้ำท่วมฉับพลัน  ที่เกิดขึ้นที่จีนกับเนปาล เมื่อวานนี้ด้วยนะครับผมเห็นภาพของเมือ...
27/08/2026

ขอแสดงความเสียใจความสูญเสียที่เกิดจากเหตุน้ำท่วมฉับพลัน ที่เกิดขึ้นที่จีนกับเนปาล เมื่อวานนี้ด้วยนะครับ

ผมเห็นภาพของเมือง ซยาบรุเบซี (Syabrubesi) ในเนปาล ก่อน-หลังเกิดเหตุ แล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้ เมืองนี้ถ้าใครเคยไปเดินเส้น langtang valley ก็ต้องผ่าน เพราะเป็นจุดเริ่มเดินของเส้นทางเดิน ผมเองก็เคยไปนอนที่เมืองนี้

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องนึงขึ้นมา

เมื่อหลายปีก่อน ณ Guest House เล็กๆแห่งนึงบนเส้นทางนี้ ที่นี่มีคุณลงคุณป้า คู่สามีภรรยาเป็นเจ้าของ เห็นแกช่วยกันทำงานอยู่ 2 คน ระหว่างรออาหารเหลือบไปเห็นรูปถ่ายหมู่ครอบครัวใส่กรอบวางอยู่ในห้องกินข้าว หลายภาพ มีทั้งรูปชายหญิงวัยรุ่นและเด็ก เลยสอบถามดูว่าลูกหลานไปอยู่ที่ไหนกัน ... แกบอกว่า เสียชีวิตหมดแล้ว ลูกชายกับครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านลังตัง (Langtang Village) เมื่อ 11 ปีก่อน (ค.ศ.2015) เกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ ดินถล่ม และทุกคนเสียชีวิตหมด

เหตุการณ์ครั้งนั้นทั้งหมุ่บ้านลังตังถูกดินกลบฝังไปเกือบทั้งหมุ่บ้าน เฉพาะที่หมู่บ้านนี้หมู่บ้านเดียวมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 310 คน จากประชากรทั้งหมด ราว 400-430 คน

พอเห็นสภาพเมือง ซยาบรุเบซี ก็ทำให้ผมอดคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้

ทั้งนี้เดือน ส.ค. เป็นช่วงฤดูมรสุม นักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าเดือนอื่น แต่ ณ ตอนนี้ล่าสุดก็มีข้อมูลผู้สูญหายจำนวนถึง 1500 คนแล้ว

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยังปลอดภัย แค่ยังติดต่อไม่ได้เท่านั้น

พีท

แนะนำ เส้นทางเดินป่า ทาเทยามะ  (Tateyama) ตอน 2ตอนนี้จะมาเล่าประสบการณ์การเดินให้ฟัง มีปรับจากในแผนที่บ้างเล็กน้อย โดยผม...
27/08/2026

แนะนำ เส้นทางเดินป่า ทาเทยามะ (Tateyama) ตอน 2

ตอนนี้จะมาเล่าประสบการณ์การเดินให้ฟัง มีปรับจากในแผนที่บ้างเล็กน้อย โดยผมจะเล่าแยกไปในแต่ละวันนะครับ

🔸 วันแรก เป็นวันเดินทาง

อย่างที่เล่าให้ฟังว่า ผมเริ่มออกเดินทางช่วงบ่าย ช่วงเช้ามีเวลาก็ไปซื้อเสบียงอาหาร แก็ส สำหรับกางเต็นท์ แถวสถานีรถไฟโทยามะ มีทุกอย่างที่ต้องการ

เวลา 11 โมงครึ่ง ถึงจะได้ขึ้นรถไฟ เวลาเดินทางที่ใช้ราว 2 ชั่วโมง 30 นาที นั่งรถไฟ ต่อกระเช้า ต่อรถบัส รถจะมาส่งที่ มุโรโดะ (2,450 m) หลังจากนั้นจะต้องเดินไปที่จุดกางเต็นท์ Raichosawa (2,275 เมตร) การเดินเป็นการเดินลงเขาตามบันไดหิน ระยะทางราว 2 km ใช้เวลา 45นาที - 1 ชั่วโมง บริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่มีน้ำพุร้อน จะได้กลิ่มกำมะถันลอยมาเป็นระยะๆ ถ้าใครแสบจมูก เอาผ้าชุบน้ำปิดจมูกไว้ก็จะช่วยได้ครับ

เดินไปถึง Raichosawa ให้ไปติดต่อลงทะเบียนกางเต็นท์ ลานกางเต็นท์ที่นี่ไม่ต้องจอง สามารถไปได้เลย เจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์ม ข้อมูลรายละเอียดทั่วไปชื่อ เบอร์ติดต่อ จำนวนคนกี่คน จะกางเต็นท์กี่คืน พร้อมแผนการเดิน ว่าพรุ่งนี้จะเดินไปที่ไหน ที่นี่คิดค่ากางเต็นท์คนละ 1,000 เยนต่อคืน ราคานี้รวมการใช้ห้องน้ำไปแล้ว สามารถเข้าได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม น้ำดื่มก็ใช้น้ำจากก็อกน้ำหน้าห้องน้ำได้เลย

เมื่อจ่ายเงินค่ากางเต็นท์เสร็จเค้าจะให้ป้ายมาแขวนไว้ที่เต็นท์ แล้วช่วงเย็นๆ จะมีเจ้าหน้าที่เดินมาตรวจครับ

ผมกางเต็นท์เสร็จก็เดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ขากลับได้เบียร์มากระป๋องนึง เอาไว้ดื่มหลังอาหาร การทำอาหารที่นี่ต้องเก็บเศษอาหารไปทิ้งเองข้างนอก ไม่มีถังขยะให้เททิ้งนะครับ ต้องใส่ถุงแล้วก็เอาไปทิ้งที่มุโรโดะตอนขากลับ

กลางคืนอากาศค่อยข้างชื้น พอพระอาทิตย์ตกแล้ว น้ำค้างลงมาก ราว 2 ทุ่มผมก็มุดเข้าเต็นท์นอน

ลืมบอกว่าที่นี่ สัญญาณโทรศัพท์ดีมากครับ ใครเปิด Roaming ไว้ก็สามารถใช้ Internet จากในเต็นท์ได้เลย

🔸 วันที่สอง เริ่มเดินขึ้นเขา

เดือน ก.ค. แบบนี้ ตี 4 ก็ฟ้าสว่างแล้ว ผมออกเดินตั้งแต่ ตี 5 ครึ่ง ถ้าออกสายอากาศจะร้อน และช่วงบ่ายอาจเจอฝนได้ ออกเดินแต่เช้าเป็นดีครับ มีเหตุอะไรยังมีเวลาบริหารจัดการได้ แต่ทำใจหน่อยว่า เช้าๆฟ้ามักจะปิด หมอกลง ขึ้นไปช่วงแรกๆอาจจะมองอะไรไม่ค่อยเห็น ต้องรอฟ้าเปิดช่วงสายๆหน่อย ถึงจะเห็นวิวได้ชัดเจนขึ้น

จากจุดกางเเต็นท์จะมีทางเดินขึ้นภูเขาอยู่ไม่ไกล ผมเดินไปตามเส้นทางในแผนที่ แต่ว่าช่วงท้ายมีออกนอกทางไปหน่อย ไปแวะขึ้นยอดเขา jodo san (2,831 m) ซึ่งเป็นยอดที่ไม่ค่อยมีคนขึ้นเท่าไหร่นัก คนจะน้อยกว่า และมีโอกาสที่จะเจอกับนกไรโจมากกว่า ดูเส้นทางเดินตามหมายเลข 1-9 ที่ผมลงไว้ในแผนที่

-------------------------------
เกร็ดเล็กน้อย - นกไรโจ หรือ ภาษาไทยคือนกสายฟ้า (Rai = สายฟ้า + Cho = นก) นี่เป็นนกที่พบได้ในแถบนี้ เชื่อกันว่าเป็น นกที่นำสารจากเทพเจ้า สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ถือว่าเป็นสมบัติทางธรรมชาติที่สำคัญมากๆของญี่ปุ่น พบเจอได้ใน ภูเขาแอลป์ญี่ปุ่น คิดว่าพบเจอไม่ยากนะ เพราะผมก็เจอมาหลายครั้ง นกไรโจนี่ไม่ค่อยกลัวคนเท่าไหร่ แต่ถ้าบริเวณที่คนเยอะๆ ก็จะไม่ค่อยเห็นครับ
-------------------------------

ระหว่างทางเดิน เราจะผ่านกระท่อมพัก เป็นระยะ มีบริการขายอาหารกลางวัน น้ำดื่ม และเครื่องดื่ม อื่นๆ แต่ยังไงก็ควรจะพกน้ำและของกินให้พลังงานระหว่างเดินขึ้นมาด้วยนะครับ

ผมเดินวนกลับมาถึงแคมป์ตอนบ่าย 3 ไม่ได้รีบเร่งเดินมาก เพราะคืนนี้ยังนอนที่นี่ต่ออีกคืน ฤดูนี้ช่วงกลางวันถ้าฟ้าเปิดแดดจะแรงมาก กะเวลาเดินให้กลับถึงเต็นท์ช่วยบ่ายๆ กำลังดีครับ

ถ้าใครจะนั่งรถกลับเข้าเมืองเลยก็ได้ แต่ว่ามาที่นี่ค่าเดินทางไม่ใช่ถูกๆ ในขณะที่ค่ากางเต็นท์ที่นี่ถูกมาก วิวก็ดี อากาศก็เย็นสบายกว่าในเมืองที่ตอนนี้อุณหภูมิสูงถึง 40 ℃ แนะนำให้อยู่พักผ่อนต่ออีกคืน

พอกลับถึงเต็นท์ ผมใช้เวลาช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก ไปกับการพักผ่อน แช่น้ำพุร้อน ดื่มเบียร์เย็นๆ ทานอาหารเย็นไปพร้อมๆกับการนั่งดูวิวภูเขา จะด้วยฤทธ์ของเบียร์ หรือเพราะว่าเดินมา 8 ชั่วโมง ทานเสร็จ นั่งพักให้อาหารย่อยหน่อยก็มุดเข้าถุงนอนหลับสนิทเลย

🔸วันที่สาม เดินกลับ
แผนการวันนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เดินทางกลับแล้วครับ แต่ถ้าใครยังอยากเดินต่อ มีเส้นทาง Dayhike อีกเส้น ขึ้นภูเขา Okudainichi dake ระยะทาง 10 km ใช้เวลา 6 ชั่วโมง จะเดินขึ้นจากจุดกางเต็นท์แบบเดียวกับเมื่อวาน แต่ว่าเมื่อวานพอขึ้นถึงสันเขาเราจะเลี้ยวขวา ส่วนเส้นนี้นี้จะเลี้ยวซ้าย ขึ้นแล้วกลับลงทางเดิม ... แต่ผมขอตัวก่อน เก็บไว้มาเดินต่อคราวหลัง

เนื่องจากลานกางเต็นท์ Raichosawa (2,275 เมตร) นั้นอยู่ในหุบเขาต่ำ การเดินกลับไปขึ้นรถที่มุโรโดะ (2,450 m) ต้องเดินขึ้นบันไดหินยาว ไต่ระดับขึ้นไปเกือบ 200 เมตร ระยะเวลาที่ใช้ก็ราว 1-1.5 ชั่วโมง ถ้าเดินกลับเมื่อวานจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องเดินกลับไปเก็บของ เก็บเต็นท์แล้วก็แบกเดินกลับไปขึ้นรถอีก

พอไปถึงมุโรโดะก็ไปดูตารางรถ ผมซื้อตั๋วไป-กลับไว้ตั้งแต่ขามาแล้ว ก็แค่เอาตั๋วให้เค้าดู ขึ้นรถบัส ต่อกระเช้า แล้วก็ไปต่อรถไฟที่สถานีทาเทยามะ เพื่อกลับเข้าเมืองโทยามะ

วันนี้ผมจะเดินทางกลับเข้าเมืองนาโงยะ แล้ว เพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องกลับไทย เพื่อนผมมันอยากจะไปดู พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า (Port of Nagoya Public Aquarium) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันดับต้นๆของญี่ปุ่น เหมาะกับไปเดินเที่ยวก่อนขึ้นเครื่องบินกลับมาก

🔸 สรุป
ในความเห็นผม เส้นทางเดินป่า ทาเทยามะ นี่เหมือนเป็นเส้นทางเดินย่อส่วนของเส้นทางเดินป่าภูเขาแอลป์ญี่ปุ่น หดขนาดให้เหลือวันเดียว พ่วงด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตในการเดินป่าดีขึ้น เส้นทางนี้พาเพื่อนที่ไม่เดินป่ามาเที่ยวก็ได้ ใครจะเดินก็ขึ้นเขาไป ใครไม่เดินก็เดินเที่ยวเล่นอยู่ข้างล่างได้ครับ ... แต่ถ้าจะมีที่ไม่ชอบหน่อยก็คือคนจะเยอะกว่าเส้นทางอื่นครับ แต่ก็ไม่ถือว่าแออัดนะ แค่เยอะกว่าเส้นทางอื่น แต่ต้องไปวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดนะครับ

🔸 ข้อแนะนำเพิ่มเติม

▪️ ถึงแม้ว่า เดือน ก.ค. ที่ผมไปจะเป็นหน้าร้อน แต่ว่าอุณหภูมิบนภูเขาที่จุดกางเต็นท์ก็เย็นอยู่ที่ราว 12 ℃ และมีโอกาสเจอฝนได้มากโดยเฉพาะช่วงบ่าย
เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปกางเต็นท์นอน ก็ต้องพกแผ่นรอง ถุงนอนไปด้วยครับ
ส่วนเวลาเดินนั้นจะขึ้นไปที่ระดับความสูง 3,000 เมตร แล้วเดินไปตามสันเขาที่ระดับนั้นอยู่หลายชั่วโมง ลมจะแรง และอาจเจอฝน ต้องมีเสื้อกันฝนไปด้วย ผมพกใส่เป้ไปทั้ง Hard Shell และ Soft Shell แต่วันที่ผมไปเดินนั้นฝนไม่ตก เลยใส่แค่ base layer กับ Soft Shell ตัวนึงก็เดินได้สบายๆแล้ว ถ้าใครเย็นมือก็พกถุงมือ หมวกบีนนี่ติดไปด้วย และ ทางมันขึ้นๆลงๆ การมีไม้เท้าเดินป่าช่วยได้มากครับ

▪️ อย่าเห็นว่าทางเดินไม่ไกลแล้วไม่พกอุปกรณ์เผื่อเหตุฉุกเฉินไปด้วยนะครับ ควรต้องมีติดตัวไว้ เสื้อกันหนาว กันลม กันฝน น้ำดื่ม ไฟฉาย และของกินให้พลังงานระหว่างเดิน

▪️ เส้นทางนี้ยังมีไปต่อได้อีกหลายทาง ถ้าใครปีนเขา เดินขึ้นเหนือไปอีกก็จะเป็นภูเขา Tsurugi (2,999 เมตร) ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดเขาที่ปีนยากและอันตรายที่สุดในญี่ปุ่น อันนี้ต้องนักปีนเขาครับ ผมขอผ่านละ ผมกลัวความสูง

▪️ หรือถ้าใครอยากเดินมากกว่านั้น จากมูโรโดะ เดินลงมาทางใต้ ผ่าน Jodo San เดินต่อไปอีก 7 วัน ไปออกที่คามิโกจิได้ครับ (ถ้ารีบเดินหน่อยก็ 5 วัน) เส้นนี้จะมีชื่อเรียกว่า North Alps Traverse (63km) ซึ่งช่วงวันที่ 3 ก็จะไปชนกับเส้น Northern Alps Diamond Route ที่ผมเล่าให้ฟังไปครั้งที่แล้ว

สำหรับทริปที่ไปมา 9 วันเมื่อกลางเดือน ก..ค. ก็จะมีเท่านี้ มีโอกาสไปเดินที่ไหนจะมาเล่าให้ฟังอีก

ทิ้งท้ายเผื่อใครสงสัยเรื่องค่าใช้จ่าย
งวดนี้ผมไปมา 9 วัน หมดเงินไป ราว 36,000 บาท
ครึ่งนึง คือ 18,000 บาทเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน
6,800 บาท เป็นค่าเดินทางขึ้นรถบัส รถไฟ
5,000 บาทเป็นค่าที่พัก ( 3 คืน นอนโรงแรมในเมือง / 5 คืนนอนเต็นท์ /1 คืนนอนกระท่อมภูเขา)
อีกราว 6,000 บาทเป็นค่ากินค่าอยู่ 😁

ใครสงสัยตรงไหนทักมาสอบถามได้ครับ หรือ มีโอกาสไปเดินแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังได้เช่นกัน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ตอนที่ 1 https://www.facebook.com/20531316728/posts/10154009990506729/

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#แนะนำเส้นทางเดินป่า #เดินป่าญีปุ่น

แนะนำ เส้นทางเดินป่า ทาเทยามะ  (Tateyama) ตอน 1คราวที่แล้ว ผมได้เล่าถึงเส้นทางเดิน  Northern Alps Diamond Route ระยะเวลา...
26/08/2026

แนะนำ เส้นทางเดินป่า ทาเทยามะ (Tateyama) ตอน 1

คราวที่แล้ว ผมได้เล่าถึงเส้นทางเดิน Northern Alps Diamond Route ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ไปแล้ว โดยหลังจากที่เดินออกจากเส้นทางนั้น ผมเข้าไปพักเติมเสบียง ในเมือง 1 วัน ก่อนที่วันรุ่งขึ้น ผมจะไปเดินต่อที่ทาเทยามะ หยิบมาเล่าให้ฟังกันครับ​

ทาเทยามะนั้นเเป็นสถานที่ที่คนนิยมไปมากๆทั้งคนญี่ปุ่นเองและคนต่างชาติ คิดว่าคงเป็นเพราะการเดินทางที่สะดวก คุณไม่ต้องเดินให้เหนื่อย แค่นั่งรถอย่างเดียวก็พาคุณขึ้นไปสัมผัสกับเทือกเขาเจแปนแอลป์ที่ระดับความสูง 2,450 เมตรได้แล้ว แค่นั้นก็สวยมากแล้ว แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศที่มากขึ้น ผมก็แนะนำให้หาเวลาเดินขึ้นยอดเขาเทเทยามะ ซัก 1 วัน ขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาระดับความสูง 3,000 เมตร แต่ถ้าดียิ่งขึ้น แนะนำว่าไปนอนค้างซักคืน จะไปนอนกระท่อม หรือ กางเต็นท์นอนก็จะสามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างสบายใจไม่ต้องเร่งรีบครับ

ส่วนผมนั้นไปกางเต็นท์นอนอยู่ 2 คืน.​ ช่วงวันที่ 21 กรกฎาคม​2026 ซึ่งจะมาลงรายละเอียดให้ฟังอีกทีเผื่อใครสนใจจะไป

🔸 ภาพรวมของเส้นทาง

ยอดเขาทาเทยามะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาฮิดะ (Hida) หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ เจแปนแอลป์เหนือ (Northern Japan Alps) จะอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติชูบุซังกาคุ (Chubu Sangaku National Park) อยู่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดโทยามะ (Toyama) และจังหวัดนากาโนะ (Nagano) ในประเทศญี่ปุ่น

เส้นทางเดินนี้เป็นเส้นทางเดินแบบวนเป็นวงรอบ เดินขึ้นไปที่ยอดเขาทาเทยามะ ระดับความสูง 3,015 เมตร สามารถเดินจบได้ในวันเดียว เส้นทางเดินไม่ยากครับ

สำหรับคนที่จะมากางเต็นท์นอน เส้นทางนี้จะเริ่มเดินจาก ลานกางเต็นท์ Raichosawa (ระดับความสูง 2275 เมตร ) เดินไต่ระดับขึ้นเขาไปที่ที่ระดับความสูง 2,880 m แล้วก็จะเริ่มเดินขึ้นลงไปตามสันเขาผ่านยอดเขาระดับความสูงประมาณ 3,000 เมตรหลายลูก วนเป็นวงรอบ กลับมาจบที่ ลานกางเต็นท์เดิม
ระยะทางเดินรวม 9.5 km
ระยะเวลาที่ใช้ 6 ชั่วโมง 30 นาที เป็นเส้นทางเดินแบบ Dayhike จบในวันเดียวครับ
ทังนี้ระยะทางและเวลาที่ใช้อ้างอิงตามแผนที่ในหนังสือ Hiking and Treklking - The Japan Alps and Mount Fuji ของ Cicerone ตามรูปประกอบ

🔸 ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก

การกางเต็นท์นอนที่ทาเทยามะนั้น ดูจะเป็นการกางเต็นท์นอนที่สบายมากๆ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างอยู่ไม่ไกลจากจุดกางเต็นท์ ในระยะเดินประมาณ 10 -15 นาที มีกระท่อมพัก มีขายอาหารและเครื่องดื่มให้ น้ำอัดลม เบียร์กระป๋อง หรือเบียร์สด ก็มีขาย ในราคาที่แพงกว่าในเมืองไม่มาก แต่หมายเหตุไว้หน่อยว่า อาหารเค้าจะขายแต่ตอนกลางวันนะครับ ส่วนเช้ากับเย็นนั้น ถ้าไม่ได้ไปนอนค้างกับกระท่อมเค้าจะไม่ได้ขายให้ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะไปกางเเต็นท์นอนต้องเตรียมอาหารไปเอง ส่วนน้ำดื่มนั้นเอาขวดไปเติมจากก็อกน้ำดื่มฟรีได้เลยครับ

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีบริการห้องอาบน้ำพร้อมออนเซ็นให้ไปแช่่น้ำร้อนได้ (ราคา 1,100 เยน/คน) ลองนึกภาพดูว่า คุณออกไปเดินขึ้นเขาทั้งวันกลับมาเหนื่อยๆ แวะไปอาบน้ำล้างตัว แช่น้ำพุร้อนในห้องกระจกที่มองเห็นวิวภูเขา แก้ผ้าแช่น้ำไปดูวิวไป แช่เสร็จออกมาดื่มเบียร์สดเย็นๆ ซักแก้ว ถ้ายังไม่หนำใจ ก็ซื้อเบียร์กระป๋องติดไปนั่งดื่มที่เต็นท์ พร้อมกับชมวิวภูเขาได้ ถ้าซื้อติดไปเยอะแล้วกลัวเบียร์ไม่เย็น ก็ไม่ต้องห่วง เอากระป๋องเบียร์ไปฝังไว้ในหิมะที่ยังไม่ละลายได้ ถ้าเตรียมอาหารกับแกล้มไปกินกับเบียร์เย็นๆ ชมวิวภูเขาไปด้วยนี่ เรียกว่าสมบูรณ์แบบครับ

🔸 การเดินทางไป

อันนี้ต้องขอเล่ายาวหน่อย เพราะรายละเอียดมันเยอะ
การเดินทางไปเดินเส้นทางนี้ จำเป็นต้องเดินทางผ่านเส้นทางที่เรียกว่า Tateyama Kurobe Alpine Route (ดูรูปประกอบ) ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชมวิวภูเขาที่มีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น เส้นทางมีระยะทาง 90 km เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดโทยามะ (Toyama) และจังหวัดนากาโนะ (Nagano)
เพราะฉะนั้นสามารถเลือกไปได้ 2 ทางคือ ไปจากจังหวัดโทยามะ หรือจังหวัดนากาโนะ ก็ได้โดยจุดที่เราจะต้องนั่งรถไปลงจะเรียกว่า มุโรโดะ (Murodo) ระดับความสูง 2,450 เมตร

เนื่องจากผมเดินทางไปจากทางเมือง โทยามะ ก็จะเล่าเฉพาะการเดินทางไปจากโทยามะนะครับ ส่วนไปโทยามะไปยังไงนั่นอยู่ในเรื่องเล่ารอบก่อนแล้ว

การเดินทางไปจากโทยามะเท่าที่ผมทราบ ไปได้ 2 วิธี

🔻 1) นั่งรถไฟจากสถานีรถไฟโทยามะ ไปลงที่สถานี ทาเทยามะ (Tateyama station )(1,420 เยน) หลังจากนั้นเดินมาซื้อตั๋วเพื่อไปลงที่ มุโรโดะ ตั๋วที่ขายตรงนี้นั้นเป็นตั๋วที่รวม การขึ้นกระเช้า และนั่งรถบัสแล้ว (ถ้าคิดจะกลับทางเดิมแบบผม ก็สามารถซื้อตั๋วไป-กลับได้เลย ในราคา 7,380 เยน/ คน)
หลังจากนั้นก็จะเอาตั๋วที่ได้ไปขึ้นกระเช้า กระเช้าจะไปลงที่สถานที่ที่เรียกว่า บิโจไดระ (Bijodaira) เสร็จแล้วก็นั่งรถบัสต่อไปลงที่ มุโรโดะ
เวลาเดินทางขั้นต่ำรวมราว 2 ชั่วโมงครึ่ง นี่ยังไม่นับเวลารอคิวขึ้นรถไฟหรือกระเช้าอีกนะครับ เพราะเส้นนี้เป็นเส้นทางยอดนิยม วันนึงมีผู้ใช้บริการเยอะมาก ภาพที่คนแบกเป้เดินป่าไปรอต่อคิวขึ้นรถไฟตั้งแต่ตี 5 แล้วไปยืนรอคิวขึ้นกระเช้าต่อ นี่เป็นภาพที่พบเห็นได้เป็นปกติ

ทั้งนี้มีบริการซื้อตั๋วผ่าน web ได้โดยตั๋วนี้จะรวม การเดินทางที่เล่าไปทั้งหมดแล้ว ซื้อ online ได้ที่ https://tateyama-kurobe-webservice.jp/AlpenTour/html/VW001W0010.html
ข้อดีของการซื้อตั๋ว online คือล็อคเวลาขึ้นกระเช้าได้ ซึ่งจะมีประโยชน์มากในช่วงคนเยอะๆ แต่ไม่ซื้อก็ไปได้เหมือนกันแต่ถ้าคนเยอะก็จะช้ากว่า

🔻 2) ใช้บริการ Direct Summer Mountain Bus ซึ่งเป็นบริการรถบัสวิ่งยาวจากหน้าสถานีรถไฟโทยามะ ไปถึง มุโรโดะเลย โดยไม่ต้องต่อรถ หรือขึ้นกระเช้า ดูสะดวกดีแต่ รถนี้จะไม่ได้มีวิ่งทุกวัน ต้องจองล่วงหน้า ปกติจะมีเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวที่คนเยอะๆ โดยเฉพาะช่วงวันหยุด โดยเช็ควันและเวลารถวิ่งได้ที่
https://www.kosokubus.com/en/special/murodou.html
ปกติขาไป รถออกเช้า 6.30 ถึงมุโรโดะตอน 9.00
ส่วนขากลับ รถออกจากมุโรโดะ ตอน 14.30 กลับมาถึง ตอน 17.00 น.
ค่าเดินทางต่อเที่ยว 6,000 เยนต่อคน (เที่ยวเดียว) ถ้าไป-กลับก็ 12,000 เยน

🔸ช่วงเวลาที่เหมาะสม
เนื่องจากรถจะมีให้บริการตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. ไปจนถึงสิ้นเดือน พ.ย.
หลังจากนั้นเส้นทางจะปิดยาวในช่วงฤดูหนาว
โดยหลังจากเปิดการเดินทางในเดือน เม.ย. หิมะจะยังหนาไปจนถึงกลางเดือน มิ.ย. เหมาะกับการไปดูกำแพงหิมะที่ขึ้นชื่อ แต่ว่าถ้าจะไปเดินป่าเวลาที่เหมาะสม คือช่วง เดือน ก.ค. ไปจนถึงเดือน ตุลาคมครับ
- ก.ค. ช่วงที่ผมไปนี่ อุณหภูมิที่จุดกางเต็นท์กลางคืนราว 12 °C กำลังเย็นสบาย มีดอกไม้ภูเขาบาน บรรยากาศก็แบบในรูปที่ผมจะลงให้ดู
- ช่วง ก.ย.-ต.ค. เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แต่อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อย อุณหภูมิที่จุดกางเต็นท์กลางคืน ก.ย. ราว 5-8 °C ถ้า ต.ค. ที่เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดนั้น อุณหภูมิ ใกล้ 0°C อาจจะมีโอกาสเจอหิมะตกแรกได้
หลังจาก ต.ค. ไปลานกางเต็นท์จะปิดครับ (ลานกางเต็นท์จะปิด ต.ค. แต่รถมีไปได้ถึง พ.ย.)

🔸 ข้อแนะนำส่วนตัว

ถึงแม้ว่าการนั่งรถบัสเที่ยวเดียวถึงเลยจะดูสะดวก แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมแนะนำการเดินทางด้วยรถไฟมากกว่า ด้วยเหตุผลคือ ราคาถูกกว่าพอสมควร (ราว 20%) มีรอบการเดินทางเยอะกว่า บริหารจัดการเวลาได้ง่ายกว่า และที่พิเศษสุดคือ มีโอกาสจะได้นั่งรถไฟขบวนพิเศษที่วิ่งระหว่างโทยามะกับทาเทยามะ

รถไฟขบวนพิเศษเช่น รถไฟ Alps Express ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่ออกแบบพิเศษ ตกแต่งด้วยไม้ธรรมชาติ มีเคาน์เตอร์บาร์/ร้านขายเครื่องดื่ม พร้อมที่นั่งหันหน้าออกหน้าต่างเพื่อชมวิวแนวเทือกเขาทาเทยามะโดยเฉพาะ หรือ รถไฟ Double Decker Express ซึ่งเป็นรถไฟที่มีตู้นั่ง 2 ชั้น จะสูงกว่ารถไฟปกติราว 1 เมตร ทำให้เห็นวิวของเทือกเขาทาเทยามะได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ขบวนพิเศษพวกนี้วิ่งวันหยุดในฤดูกาลท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ แต่วันธรรมดาก็มีโอกาสเจอได้เหมือนกัน ครับ ผมบังเอิญได้นั่ง Alps Express ตอนขากลับพอดี ราคาเท่ารถไฟปกติ แต่นั่งสบายและบรรยากาศดีกว่ามาก ถ้าใครอยากนั่งแน่ๆ คงต้องไปเช็คตารางเวลาในเว็บของบริษัท Toyama Chihou Railway เอา

สำหรับคนที่มีเวลา อยากอยู่กับภูเขานานๆ ผมแนะนำ 3 วัน 2 คืน วันแรกเดินทางออกจากโทยามะช่วงบ่าย คนจะน้อย เดินทางสบายกว่า ไม่ต้องรีบตื่นไปต่อคิวขึ้นรถไฟแต่เช้า ไม่ต้องจองตั๋วล่วงหน้า เดินไปซื้อได้เลย แต่เผื่อเวลาให้ไปถึงทันกระเช้าเที่ยวสุดท้ายของวันตอนประมาณ 15.00 ถ้าขึ้นเที่ยวนี้จะไปถึง มุโรโดะตอน 16.00 และต้องเดินไปลานกางเต็นท์อีกเกือบ 1 ชั่วโมง
วันถัดมาก็เป็นวันเดินขึ้นเขาทั้งวัน นอนอีกคืนแล้วค่อยกลับช่วงเช้าวันถัดไป

ส่วนสภาพเส้นทางเดินเป็นอย่างไร มีอะไรต้องเตรียมไปในการเดิน จะมาลงรายละเอียดพร้อมรูปประกอบให้อ่านกันในตอนหน้าครับ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ตอนที่ 2 https://www.facebook.com/20531316728/posts/10154009990506729/

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#แนะนำเส้นทางเดินป่า

มีท่านใดสนใจสั่งสินค้า TFS ตัวไหนไหมครับ ? คิดว่าอาทิตย์หน้ามีคิวจะสั่งของ เผื่อใครจะสั่งรุ่นที่ผมไม่ได้เอาเข้ามาจำหน่าย...
24/08/2026

มีท่านใดสนใจสั่งสินค้า TFS ตัวไหนไหมครับ ? คิดว่าอาทิตย์หน้ามีคิวจะสั่งของ เผื่อใครจะสั่งรุ่นที่ผมไม่ได้เอาเข้ามาจำหน่ายประจำ เช่น Stars 4 , Bealock หรือรุ่นใหม่อย่าง saga, Vista , Skyline ก็แจ้งมาได้ครับ

ราคาก็ตามราคาขายในหน้า web ทางการของบริษัท
x อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท / 1 USD
https://tfstents.com/
https://pretents.com/

ในรูปนี้ TFS Bealock ตัวนี้ มีลูกค้าสั่งจองมาแล้ว

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#เต็นท์TFS #อุปกรณ์เดินป่า

การเกิด Delamination (การแยกชั้น) ในอุปกรณ์เดินป่า (โดยเฉพาะเป้)วันก่อนมีเพื่อนนักเดินป่าทักมาแจ้งว่าอยากให้เขียนเรื่อง ...
21/08/2026

การเกิด Delamination (การแยกชั้น) ในอุปกรณ์เดินป่า (โดยเฉพาะเป้)

วันก่อนมีเพื่อนนักเดินป่าทักมาแจ้งว่าอยากให้เขียนเรื่อง การเลือกเป้เดินป่าในมุมของวัสดุผ้าที่ใช้ แต่เขียนไปเขียนมา ออกมาเป็นเรื่องนี้แทน หวังว่าจะตอบคำถามนะครับ

เล่าก่อนว่า ปัจจุบันเป้แบ็คแพ็คน้ำหนักเบาเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Hyperlite, Zpacks, Durston หรือ Seek Outside นั้น เลือกใช้วัสดุเป็นผ้าที่ผลิตด้วยกระบวนการประกบชั้น เรียกว่า การทำลามิเนต (Lamination) ซึ่งเป็นการนำแผ่นฟิล์มกันน้ำหรือชั้นเส้นใยต่างชนิด มาอัดกาวประกบด้วยความร้อนและความดันให้รวมเป็นแผ่นเดียว ต่างจากการทา PU เคลือบผิวผ้า (Coating) แบบเป้ดั้งเดิม

🟩 ตัวอย่างผ้าลามิเนตที่นิยมใช้กัน

🔸 X-Pac: นำผ้าทอด้านนอก (ไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์) มาประกบกับแผ่นฟิล์มกันน้ำ โดยมีจุดเด่นคือการแทรกชั้นเส้นใยโพลีเอสเตอร์ถักไขว้เป็นรูปตัว X (X-PLY®) ไว้ตรงกลาง เพื่อช่วยรับแรงฉีกขาดและเพิ่มความแข็งของผ้า

🔸 Ultra (Ultra-High-Molecular-Weight Polyethylene): นำผ้าทอผสมเส้นใย UHMWPE (หรือที่รู้จักในชื่อ Dyneema/Spectra) มาประกบเข้ากับแผ่นฟิล์มกันน้ำด้านหลัง ทำให้ได้ผ้าที่ทนแรงฉีกขาดและแรงเสียดสี สูงมากในน้ำหนักที่เบา

🔸 DCF (Dyneema® Composite Fabric): เป็นผ้าลามิเนตแบบไม่ทอ (Non-Woven) โดยวางเส้นใย Dyneema เรียงเป็นแนวตั้ง-นอน แล้วนำแผ่นฟิล์ม Mylar/PET กันน้ำอัดประกบทบหน้า-หลัง น้ำหนักเบามากและกันน้ำได้ 100% แต่ทนแรงเสียดสี (Abrasion resistance) ได้ต่ำ เพราะไม่มีชั้นผ้าทอมาคอยปกป้องแผ่นฟิล์มด้านนอก

🔸 DCH (Dyneema® Composite Fabric Hybrid): พัฒนาต่อยอดจาก DCF โดยเพิ่มชั้น "ผ้าทอ" โพลีเอสเตอร์ปะทับด้านนอกสุดอีกหนึ่งชั้น ทำให้ได้คุณสมบัติกันน้ำและเบาคล้าย DCF แต่ทนการขีดข่วนเสียดสีได้ดีขึ้นมาก

ฟังดูเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบในการแก้ปัญหาสารเคลือบกันน้ำ PU Coating เสื่อมสภาพ แต่ในความเป็นจริง ผ้าลามิเนตก็มีจุดอ่อนร้ายแรง นั่นคือการเกิด Delamination หรือการแยกชั้นของวัสดุครับ

ซึ่งการแยกชั้นนี้จะเกิดขึ้นเมื่อผ้าผ่านการใช้งาน บิด ม้วน พับ หรือยืดหดตัวบ่อยๆ ส่งผลให้ชั้นของฟิล์มที่อัดไว้ค่อยๆ แยกตัวออก ร่อนออกมาเป็นแผ่น หรือเกิดเป็นฟองอากาศอยู่ข้างใน สภาพก็จะเป็นอย่างในรูปประกอบเลยครับ

🟩 เปรียบเทียบ ผ้า Coating vs ผ้าลามิเนต

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป้ที่ใช้ผ้า Coating หรือผ้า Lamination ก็เสื่อมสภาพได้เหมือนกัน ต่างกันแค่มุมของสาเหตุ

🔸 ผ้า Coating การกันน้ำจะเสื่อมถอยเมื่อสารเคมีที่เคลือบไว้สลายตัวตามเวลา จากการโดนแดด (รังสี UV) หรือโดนความชื้นสะสม

🔸 ผ้าลามิเนต การกันน้ำจะเสื่อมถอยเมื่อถูกบิดพับซ้ำๆ หรือถูกขูดบาดจนชั้นฟิล์มเสียหาย แต่โอกาสเสื่อมสภาพจากการโดนแดดหรือความชื้นจะต่ำกว่าผ้า Coating มาก

ความหมายคือ เป้ผ้ายุคใหม่ ทิ้งไว้เฉยๆจะไม่ค่อยเสื่อม แต่ถ้าใช้บ่อยๆ ก็อาจจะเสื่อมได้ไวกว่า

อย่างไรก็ตาม ในผ้า Ultra รุ่นใหม่ๆ อย่าง Ultra X ผู้ผลิตได้พยายามแก้ปัญหานี้โดยการเพิ่มโครงสร้างตาข่ายเส้นใยไขว้ (Cross-ply) และปรับปรุงชั้นกาวประกบให้ยึดเกาะหนาแน่นขึ้น เพื่อกระจายการรับแรงและยืดระยะเวลาการเกิด Delamination ออกไป (พร้อมราคาที่สูงขึ้นตาม)

แต่สุดท้ายเมื่อผ่านการใช้งานหนัก ช้าหรือเร็ว ผ้าลามิเนตก็ต้องแยกชั้นอยู่ดีครับ ไม่ว่าจะเป็นชั้นกันน้ำ ชั้นเสริมความแข็งแรง จะค่อยๆแยกตัวออก จนสุดท้ายก็จะเหลือแต่ส่วนที่เป็นผ้าที่ไม่กันน้ำและความแข็งแรงลดลง

🟩 ความเห็นส่วนตัว

เอาจริงๆ ในความเห็นผม ผ้าที่ใช้มีประเด็นที่ควรพิจารณาประกอบอยู่ ทั้งในแง่ความแข็งแรงทนทาน น้ำหนัก และราคา แต่เรื่องการกันน้ำของตัวผ้าโดยตรง ส่วนตัวผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะนักเดินป่าที่รอบคอบจะป้องกันน้ำในเป้ไว้อยู่แล้ว เช่น การใส่ถุง Backpack Liner ซ้อนไว้อีกชั้นเพื่อป้องกันของด้านใน เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะใช้ผ้าอะไร เป้แบ็คแพ็คมันก็ไม่ได้ซีลตะเข็บกันน้ำไว้ทั้งหมด ถ้าฝนตกหนักๆ น้ำก็ซึมเข้าตามรอยเย็บตะเข็บเป้ได้อยู่ดีครับ

สำหรับผมในการเลือกเป้ เรื่องผ้าผมดูเป็นประเด็นรอง แต่สิ่งที่สนใจเป็นหลักคือ ระบบถ่ายเทน้ำหนัก (Suspension System) และโครงหลัง ที่สามารถกระจายน้ำหนักลงสู่สะโพกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอทิ้งท้ายไว้ว่า เป้ที่เบานั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นเป้ที่ดี แต่เป้ที่ดีคือเป้ที่เมื่อเราใส่ของหนักแล้ว คนแบกยังรู้สึกสบายครับ

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#เป้เดินป่า #อุปกรณ์เดินป่า

อย่าออกนอกเชือกที่เค้ากั้นไว้เนื่องจากช่วงนี้คนไทยไปเดินป่ากันที่ญี่ปุ่นกันเยอะ และมีหลายคนที่ไม่เคารพกฏกติกาของเจ้าของบ...
19/08/2026

อย่าออกนอกเชือกที่เค้ากั้นไว้

เนื่องจากช่วงนี้คนไทยไปเดินป่ากันที่ญี่ปุ่นกันเยอะ และมีหลายคนที่ไม่เคารพกฏกติกาของเจ้าของบ้าน ที่เห็นบ่อยๆ เลยคือ การออกไปนอกเชือกหรือทางเดินที่เค้ากำหนดไว้

จริงๆ เป็นหลักปฏิบัติในการเดินป่าที่ใช้กันทั่วโลก แต่ทางญี่ปุ่นจะเคร่งครัดมาก เพราะลักษณะผู้คนเป็นคนมีระเบียบวินัยสูง การออกไปนอกเชือก เพื่อถ่ายภาพหรือทำอะไรก็ตาม มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เลยในสายตาคนญี่ปุ่น บางทีอาจจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เชื่อเถอะครับว่า มันลามไปจนทำให้ภาพลักษณ์ของคนไทยทั้งประเทศดูแย่ลงไปด้วย

ส่วนตัวผมเองก็เคยโดนตักเตือนเหมือนกัน เพราะมีครั้งนึงผมเดินชิดกับเชือก เพราะทางเดินมันเรียบเดินง่ายกว่า นอกเชือกเป็นแปลงปลูกต้นไม้ ขนาดยังไม่ได้ออกนอกเชือกเลยด้วยซ้ำ ยังมีชาวญี่ปุ่นเดินเข้ามาเตือน ซึ่งผมก็รับฟังไว้ แล้วก็ปฏิบัติตามครับ

เพราะฉะนั้น อย่าออกนอกเชือกหรือทางเดินที่เค้ากั้นไว้นะครับ ... นิดเดียวก็ไม่ได้เลยจริงๆ

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#การเดินป่า #เดินป่าญี่ปุ่น

เอด วีสเตอส์ (Ed Viesturs) ชายผู้ตัดสินใจหันหลังกลับ แม้จะห่างจากยอดเขาเอเวอร์เรสเพียงแค่ 100 เมตรถึงผมจะเขียนพาดหัวแบบน...
18/08/2026

เอด วีสเตอส์ (Ed Viesturs) ชายผู้ตัดสินใจหันหลังกลับ แม้จะห่างจากยอดเขาเอเวอร์เรสเพียงแค่ 100 เมตร

ถึงผมจะเขียนพาดหัวแบบนั้น แต่ว่า เเอด วีสเตอส์ นั้นเป็นนักปีนเขาระดับตำนาน ผูีมีเกียรติประวัติ เป็น ชาวอเมริกันคนแรกและคนเดียว (จนถึงปัจจุบัน) ที่ปีนยอดเขาที่มีความสูงเกิน 8,000 เมตรทั้ง 14 แห่งทั่วโลกโดยไม่ใช้ออกซิเจนเสริมช่วย เขาใช้เวลายาวนานถึง 18 ปี ถ้าเทียบ Nimdai ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 189 วัน แล้วมันต่างกันมากมายนัก แต่ถ้าคุณเข้าใจแนวคิดของเค้า คุณก็จะเข้าใจเหตุผลว่าทำไม ? และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมหยิบเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังครับ

ตัวของ วีสเตอส์ นั้นเป็นคนที่ได้รับความเคารพยกย่องอย่างสูงในวงการอัลไพนิสต์คลาสสิก (Classic Alpinist) คือ เป็นกลุ่มนักปีนเขาที่ยึดถือแนวทางและจริยธรรมการปีนเขาแบบดั้งเดิม เน้นการพึ่งพาตนเอง เคารพธรรมชาติ และเน้นหลักปรัชญาประจำตัวที่ว่า
Getting to the top is optional. Getting down is mandatory
"การขึ้นไปถึงยอดเขาเป็นเพียงทางเลือก แต่การกลับลงมาอย่างปลอดภัยคือเป้าหมายหลัก"

เขาเป็นคนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงที่เกิดจากความบ้าบิ่นมุทะลุ เขาไม่ใช่คนที่แสดงหาความตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยความประมาท ครั้งนึงเขาเคยตัดสินใจหันหลังกลับ ทั้งๆที่ยอดเขาเอเวอเรสต์ห่างออกไปแค่ 100 เมตร เพราะว่าสภาพอากาศเริ่มแย่ลง

ผมขอยกบทสัมภาษณ์ที่ เอด วีสเตอส์ ให้สัมภาษณ์ใน Investor's Business Daily ซึ่งเป็นเว็บไซด์นักลงทน มาให้อ่านกันครับ ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมมันไปเขียนอยู่ใน website การลงทุน แต่พอลองอ่านดูก็พอจะเข้าใจได้ เพราะแนวคิดของเค้านั้นมันใช้กับการทำธุรกิจ การลงทุน หรือการใช้ชีวิต ได้ด้วย

"คุณเร่งรีบไม่ได้หรอก" วีสเตอส์ ในวัย 67 ปี กล่าว "คุณอาจจะอยากได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและทันใจ แต่คุณต้องอดทนและปล่อยให้สิ่งต่างๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป"

เขาเล่าถึงเป้าหมายในการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 14 แห่งโดยไม่ใช้ออกซิเจนเสริมว่า

มันเริ่มต้นมาจากการปีนเขาในยุคแรกๆ แล้วเขาพบว่าตัวเองชอบการปีนเขาโดยไม่ใช้ออกซิเจนเสริมมากกว่า

" ผมไม่เคยสวมหน้ากากออกซิเจนมาก่อน แต่ผมมีความคิดว่าการเอาหน้ากากมาครอบหน้าไว้คือการแยกตัวเองออกจากภูเขา" เขานำเสนอไว้ในหนังสือ "No Shortcuts to the Top" ซึ่งเขียนร่วมกับ เดวิด โรเบิร์ตส์ (David Roberts)

ในฐานะนักวางแผนที่เน้นการปฏิบัติจริง เขารู้ว่าการแบกหน้ากาก อุปกรณ์ปรับแรงดันดันอากาศ และถังออกซิเจนชุดหนึ่งนั้นจะเป็นเรื่องที่ขาดความคล่องตัว และหากส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบล้มเหลว มันก็อาจส่งผลถึงชีวิตได้

🔶 อย่าขีดเส้นตาย

เขาปฏิเสธแนวคิดเรื่องการขีดเส้นตายในการบรรลุเป้าหมาย
" ภายในปี 1993 ผมทำสำเร็จไปสามยอดเขา และ ผมจะไปทั้งหมด 14 ยอด ผมไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน และผมเองก็ไม่ได้กังวลว่าจะทำเสร็จเมื่อไหร่ "

เขาดื่มด่ำกับระหว่างทางมากพอๆ กับการไปถึงยอดเขาแต่ละแห่ง เขาเพลิดเพลินกับกระบวนการในแต่ละวันของการวางแผนปีนเขา
" ส่วนที่ยากที่สุดคือการคิดหาว่าจะหาเงินมาจุนเจือตัวเองได้อย่างไร" เขากล่าว "ไม่มีใครส่งเงินมาให้ผมแล้วพูดว่า 'ไปปีนเขาซะ พวกเราชอบสิ่งที่นายกำลังทำอยู่นะ'

🔶 แข่งขันภายในจิตใจของตัวเอง
เช่นเดียวกับผู้ประกอบการมือใหม่คนอื่นๆ ในตอนแรกวีสเตอส์ต้องเผชิญกับการปฏิเสธ เขาโทรหาบริษัทต่างๆ โดยตรงเพื่อพยายามโน้มน้าวให้พวกเขาสปอนเซอร์การปีนเขาของเขา
"ผมจะเอาสมุดโทรศัพท์มาเปิดดูและพยายามติดต่อหัวหน้าฝ่ายการตลาดของบริษัทนั้น " เขากล่าว "ผมมีช่วงเวลาที่สงสัยในตัวเอง ขณะนั่งอยู่ในอพาร์ตเมนต์เพื่อโทรศัพท์เหล่านั้น"
หลังจากแนะนำตัวเอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมักจะตอบกลับมาว่า "เอด ใครเหรอ ?"
"ผมได้ยินคำว่า 'เอด ใครเหรอ ?' บ่อยมากจนมันกลายเป็นเรื่องตลกไปเลย" "มันใช้เวลาสามถึงห้าปีที่ผมต้องดิ้นรนและหาเงินไม่ได้เลย" ก่อนที่จะมีสปอนเซอร์และโอกาสทางธุรกิจเข้ามาในภายหลัง

🔶มีแผนสำรองไว้เสมอ

ก่อนที่จะอุทิศตนให้กับการปีนเขาแบบเต็มเวลา วีสเตอส์ได้เตรียมพร้อมสำหรับอาชีพสัตวแพทย์ เนื่องจากเขาได้รับปริญญาเอกด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Washington State University

"มันเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่จะก้าวออกจากอาชีพที่มั่นคงและสร้างอาชีพใหม่ขึ้นมาเองระหว่างทาง" เขากล่าว "แต่ผมก็ทำตามสิ่งที่ผมรักที่จะทำ แม้ว่าในตอนแรกมันจะไม่ใช่เรื่องปกติที่จะทำก็ตาม"
ด้วยแรงจูงใจภายใน วีสเตอส์ไม่เคยแสวงหาความโดดเด่นเหนือกว่านักปีนเขาคนอื่น หรือทำลายสถิติ เขาเพียงแค่อยากจะทุ่มเทตัวเองให้กับความท้าทายและวิ่งตามเป้าหมายของตัวเอง
ตั้งแต่แรกเริ่มเขาแข่งขันกับตัวเองเท่านั้น เขารู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหนหากมองเพื่อนร่วมอาชีพเป็นคู่แข่ง
เมื่อตอนปีนยอดเขา K2 ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของโลก เขาได้ท้าทายตัวเองให้ปีนขึ้นไป 7,000 ฟุต (2133 เมตร) จากเบสแคมป์ไปยังแคมป์ถัดไปที่สูงกว่าภายในเวลา 10 ชั่วโมง
"มันไม่ได้เป็นการทำเพื่อเอาชนะใคร— ผมแค่ทำตามเวลาที่ผมตั้งไว้ให้ตัวเองเท่านั้น"

🔶 เอาชนะความกลัวของคุณ
หลังจากพิชิตได้ 13 ยอดเขา วีสเตอส์ต้องการอีกเพียงแห่งเดียวเท่านั้น นั่นคือ ยอดเขาอันนาปุรณะ (Annapurna) ซึ่งเป็นยอดเขาที่ยากและอันตรายที่สุด

"ผมเคยพยายามมาแล้วสองครั้ง" "ผมรู้ว่ามันอันตรายที่สุดด้วยความเสี่ยงเรื่องหิมะถล่มที่ผมไม่สามารถควบคุมได้"

ในฤดูใบไม้ผลิปี 2005 เขารออยู่ที่เบสแคมป์เพื่อประเมินสภาพอากาศ ในวันที่ 7 พฤษภาคม เขาตัดสินใจว่ามันคือ 'ตอนนี้หรือไม่ก็ไม่มีอีกแล้ว' เขากดข่มความกลัวและความคลางแคลงใจเอาไว้ แล้วเริ่มปีนขึ้นไป
"การเตรียมตัวทางจิตใจสำหรับบททดสอบเช่นนี้มักมาพร้อมกับความวิตกกังวลเสมอ" "ผมจะแข็งแกร่งพอไหม? ผมฝึกซ้อมมาหนักพอหรือเปล่า?"
เมื่อเขาไปถึงยอดเขาอันนาปุรณะ เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงบนยอดเขา ซึ่งเป็นเวลาที่นานกว่าปกติที่เขาเคยทำ เขาต้องการลิ้มรสชัยชนะครั้งสุดท้ายของการค้นหาและเดินทางยาวนาน 18 ปี

วีสเตอส์ไม่เคยเป็นพวกแสวงหาชื่อเสียง เขาได้แสดงตัวตนที่แท้จริงของเขาในหลายปีต่อมา เมื่อมีรายงานปรากฏว่า นักปีนเขาผู้นี้ได้รับการรับรองจากกินเนสส์บุ๊ก (Guinness Book of World Records) ว่าเป็นคนแรกที่พิชิตยอดเขาทั้ง 14 แห่งที่มีความสูงเกิน 8,000 เมตรโดยไม่ใช้ออกซิเจนเสริม เนื่องจาก ไรน์โฮลด์ เมสเนอร์ (Reinhold Messner) นักปีนเขาชาวอิตาลีไม่ได้ไปถึงจุดสูงสุดอย่างแท้จริงของอันนาปุรณะ

อันนี้ต้องเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า อันนาปุรณะนั้นเป็นสันเขาที่ยาว 300 เมตรและมีจุดย่อยสูง 8 จุด และจุดที่สูงที่สุดจะสูง 8,091 เมตร เรื่องคือมีนักวิจัยไปค้นพบว่า ไรน์โฮลด์ เมสเนอร์ หยุดพักที่บริเวณ รอยต่อสันเขาซึ่งอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดจริงประมาณ 5 เมตร โดยจุดสูงสุดจริงห่างออกไปอีกราว 65 เมตร เนื่องจากทัศนวิสัยที่ย่ำแย่และสภาพภูมิประเทศบนสันเขายาวที่ในอดีตการระบุตำแหน่งคลาดเคลื่อนได้ง่าย

วีสเตอส์ เล่าต่อว่า "ทีมงานกินเนสส์ติดต่อผมมา พวกเขาบอกว่าจะปลดฉายานั้นออกจาก ไรน์โฮลด์ เมสเนอร์ และจะให้ฉายานั้นกับผมแทน"

วีสเตอส์สามารถดื่มด่ำกับชื่อเสียงนั้นได้ แต่เขากลับปฏิเสธ
"ไม่มีทาง" เขาตอบกลับ "ไรน์โฮลด์ไม่ได้ปลอมแปลงอะไร เขาไม่ได้พยายามหลอกลวงผู้คน ผมไม่เคยอยากเป็นอันดับ 1 มันไม่ได้สำคัญอะไรกับผมเลย มันดูไม่ยุติธรรมเลย" สุดท้าย นักวิจัยจึงถอนคำกล่าวอ้างนั้นออกไป

🔶 กำหนดจังหวะของตัวเอง
แม้จะถ่อมตัวและไม่ทำตัวโดดเด่น แต่วีสเตอส์ก็เป็นนักปีนเขาที่มีความมุ่งมั่นและมีวินัย ร่างกายและจิตใจของเขาสมบูรณ์แบบเกินมาตรฐานทั่วไป
เมื่อปีนเขาเอเวอเรสต์ เขากำหนดจังหวะของตัวเองด้วยการนับหายใจ หลังจากหายใจถี่ๆ 15 ครั้ง เขาจะก้าวเดินก้าวต่อไปขึ้นไปบนภูเขา
"ผมเคยลอง 14 และ 16 (ครั้งการหายใจ) แต่ 15 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผมจะก้าวต่อไปได้" เขากล่าว "คุณกำลังหายใจเร็วมากเพื่อดึงอากาศให้เพียงพอ"
มันเป็นความก้าวหน้าที่ช้า สำหรับวีสเตอส์ มันคือบททดสอบความอดทน
"ผมรู้อยู่เสมอว่าจะมีความเจ็บปวดทางร่างกาย" เขากล่าว "นี่มันยาก นี่ไม่ใช่เรื่องสนุก ดังนั้นผมจะค่อยๆ ย่อยมันและกัดกินมันทีละนิด แทนที่จะอ้าปากกัดคำโต"
ความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าของวีสเตอส์ในการก้าวไปทีละก้าวสร้างความประทับใจให้เพื่อนนักปีนเขา เขาขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันภายใน ไม่ใช่การยอมรับจากภายนอก

ในบทสัมภาษณ์ทิ้งท้ายไว้ได้จับใจ ถึงบทเรียนที่เราได้จาก เอด วีสเตอส์

คุณไม่ได้ 'พิชิต' อะไรเลย ภูเขาไม่ได้ถูกพิชิตและควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและความอ่อนน้อมถ่อมตน หากเรารับสิ่งที่ภูเขามอบให้ มีความอดทน ความมุ่งมั่น และมีการเตรียมตัวที่ดี เมื่อนั้นภูเขาก็จะยินยอมให้เราไปถึงยอดที่สูงที่สุดของพวกมัน"

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน

พีท

อ้างอิงบทความ
https://www.investors.com/news/management/leaders-and-success/ed-viesturs-summited-14-peaks-without-supplemental-oxygen/

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]
รายละเอียดสินค้าของทางร้าน สามารถดูได้ที่นี่
https://www.petenpaul.com/

#การเดินป่า #การปีนเขา

ที่อยู่

1089/5-6 (ชั้น 3) ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 39
Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

+66816397575

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paulผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul:

ทางลัด

แชร์