23/06/2020
. สำหรับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาต้องจัดการกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหลายๆด้าน
ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่เป็นภาระให้โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือใหญ่ของทีม ต้องขบคิดให้ตกผลึกอย่างละเอียดก็คือ อนาคตความเป็นไปของคนเฝ้าเสาประตูที่พวกเขามี
เป็นเรื่องที่ใครก็ทราบกันดีว่าปัจจุบัน ตำแหน่งมือหนึ่งของทีมปีศาจแดง ถูกจับจองโดยดาบิด เด เคอา นายด่านสแปนิช ที่อยู่โยงรับใช้ทีมมาตั้งแต่ปลายยุคของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน
โดยดาบิด เด เคอา นั้นมีผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก ในช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งภาพรวมของทีมนั้นเข้าขั้นย่ำแย่จนมีคำๆหนึ่งขึ้นมานิยามความเก่งฉกาจของเขาว่าเป็น"เดอะ แบก" ตัวจริงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดเวลาที่ผ่านๆมา
ทว่าในช่วงหลังๆนั้น โดยเฉพาะฤดูกาลปัจจุบัน
ดาบิด เด เคอา มักก่อความผิดพลาดแบบหมูหกง่ายๆอยู่บ่อยครั้งบ่อยหน
และมันเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะกับ
ที่ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดีวัย 23 ปี
ซึ่งปีศาจแดงปล่อยให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
ยืมตัวไปพอกพูนประสบการณ์ ดันโชว์ฟอร์มเยี่ยมสวนทางขึ้นมาพอดี
จึงเกิดเป็นประเด็นคำถามว่า หรือมันจะถึงเวลาแล้วที่มือหนึ่งปีศาจแดงจะต้องผลัดใบอีกครั้ง?
-
แต่ก่อนที่จะไปว่ากันถึงจุดนั้น เรามาลองดูกันหน่อยว่า ทั้งสองคน เมื่อจับมาชนกันในเรื่องสถิติแล้ว ใครดูดีกว่ากัน
อย่างแรกที่สำคัญสำหรับผู้รักษาประตูคือการออกบอลที่ต้องแม่นยำและสามารถสร้างประโยชน์ให้เพื่อนร่วมทีมนำไปขึ้นเกมต่อได้
ตรงนี้ดาบิด เด เคอา จาก 30 เกมที่เขาลงเล่นในเกมลีกฤดูกาลนี้ เขาทำได้ยอดเยี่ยมมาก เพราะมีค่าเฉลี่ยผ่านบอลสำเร็จ คิดเป็น 71.7%
ขณะที่ดีน เฮนเดอร์สัน นั้นมีค่าเฉลี่ยตรงนี้อยู่ที่เพียง 40.4% เท่านั้นจากการลงสนามในเกมลีก 30 นัด
แน่นอนว่าตัวเลขที่ต่างกันตรงนี้ พอจะมองได้
ว่าดาบิด เด เคอา มีการออกบอลที่แน่นอนมากกว่า ดีน เฮนเดอร์สัน อยู่มาก ซึ่งก็น่าจะมาจากประสบการณ์ความนิ่ง ยามต้องเผชิญกับภาวะกดดัน
ที่เด เคอา มีมากกว่า เพราะผ่านการลงเล่นเกมใหญ่ๆมามากมาย
แต่เมื่อมามองดูที่ตัวเลขการเสียประตู
จะพบว่า ดีน เฮนเดอร์สัน ทำได้ดีกว่า
ดาบิด เด เคอา มากพอสมควร
เพราะจากการลงเล่น 30 นัด
ดีน เฮนเดอร์สัน เสียไปเพียง 28 ลูกเท่านั้น
แถมเก็บคลีนชีตได้ถึง 11 ครั้งด้วยกัน
โดยดาบิด เด เคอา นั้น มีตัวเลขเสียประตู 31 ลูก เก็บคลีนชีตได้ 8 เกม จากการลงเล่น 30 นัด
ในแง่นี้หากต้องมีการให้คะแนน ก็คงต้องเบิ้ลคะแนนให้ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นสองเท่า เพราะต้องไม่ลืมด้วยว่าดีน เฮนเดอร์สัน ลงสนามในบริบทของการอยู่กับทีมที่เล็กกว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
และคุณภาพกองหลังก็ดูด้อยกว่าในภาพรวม
แต่กลับทำได้ดีกว่าดาบิด เด เคอา ที่องค์ประกอบในแนวรับพร้อมกว่า
แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว กองหลังของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้ ดูจะมีความแข็งแกร่งกว่าของปีศาจแดง
หากดูจากตัวเลขต่อมา นั่นก็คือการเซฟประตู
เพราะดีน เฮนเดอร์สัน เซฟไปทั้งสิ้น 68 ครั้ง คิดเป็นค่าเฉลี่ยคือ 2.51 ครั้งต่อเกม ส่วนดาบิด เด เคอา นั้น เซฟไปมากถึง 76 ครั้ง ค่าเฉลี่ย 2.62 ครั้งต่อเกม ซึ่งบ่งชัดว่ากองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นั้นหางานให้ เด เคอา มากกว่าที่กองหลังเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หางานให้ดีน เฮนเดอร์สัน
และตัวเลขอย่างต่อมาก็คือค่าวินเรตทีมชนะ
ที่สูสีกันมากของทั้งสองคนนี้ โดยดีน เฮนเดอร์สัน นั้น จาก 30 เกมที่ลงสนามในพรีเมียร์ ลีก เขาพาทีมชนะ 11 เสมอ 11 แพ้ 8 นัด
ตัวเลขอยู่ที่ 40.7%
ส่วนของดาบิด เด เคอา ลงสนามไป 30 นัดเหมือนกัน แบ่งเป็นชนะ 12 เสมอ 10 แพ้ 8 นัด
ค่าเฉลี่ยวินเรตอยู่ที่ราวๆ 41.4%
จึงไม่แปลกที่ต้นสังกัดของพวกเขาทั้งสองคนจะอยู่ในส่วนพื้นที่ด้านบนของตารางคะแนนพรีเมียร์ ลีก
โดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแต้มนำ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เพียง 2 คะแนนเท่านั้น
จากนั้นลงลึกไปที่รายละเอียดจะพบว่ามีสิ่งที่
ดีน เฮนเดอร์สัน ทำได้ดีกว่า ดาบิด เด เคอา
นั่นก็คือเรื่องการเซฟประตูจากทั้งในและนอกเขตโทษ
จากจำนวนรวมทั้งหมดที่ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟไป 68 ครั้งนั้น เป็นการเซฟจากในกรอบเขตโทษ 43 ครั้ง และเซฟลูกยิงไกลจากนอกกรอบ 25 ครั้ง
โดยเสียประตูในเขตโทษ 24 ลูก เสียจากลูกนอกกรอบเพียง 2 ครั้ง
ขณะที่ดาบิด เด เคอา นั้นมีตัวเลขการเซฟทั้งหมด 76 ครั้ง เป็นการเซฟในกรอบเขตโทษ 46 ครั้ง และนอกกรอบเขตโทษ 30 ครั้ง เสียประตูจากในเขตโทษ 26 ลูก และจากนอกเขตโทษ 5 ลูก
ทว่าในส่วนสำคัญจริงๆก็คือ ความผิดพลาดส่วนบุคคลที่นำไปสู่การเสียประตู ซึ่งตรงนี้แหละครับที่เป็นประเด็นใหญ่ เพราะในขณะที่ดีน เฮนเดอร์สัน ก่อความผิดพลาดแบบหมูหกเพียงหนึ่งครั้ง
ทว่าดาบิด เด เคอา นั้นพลาดง่ายๆจนนำไปสู่การเสียประตูมากถึง 4 ครั้งแล้วในซีซั่นนี้
สำหรับผู้รักษาประตู เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะการก่อความผิดพลาดซ้ำๆ คือหลักฐานที่บ่งบอกว่ามาตรฐานหรือฟอร์มการเล่นของตัวเองนั้นไม่อยู่กับร่องกับรอย
จุดเด่นของนายด่านสองคนนี้ที่มีเหมือนกันก็คือ
ปฎิกิริยาในการตอบสนองต่อลูกบอลที่ว่องไว
และความคล่องตัว รวมถึงการสั่งการกองหลัง
ทว่าสิ่งที่เด เคอา มีเหนือกว่า ดีน เฮนเดอร์สัน
น่าจะเป็นเรื่องชอตเซฟมหัศจรรย์แบบที่เรียกว่าลูกน่าเสียแต่กลับเซฟไว้ได้ ที่เด เคอา มีออกมาโชว์ให้เห็นบ่อยๆ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าดีน เฮนเดอร์สัน จะไม่มีตรงจุดนี้แต่อย่างใด หากเพียงแต่อาจดูน้อยกว่าเด เคอา นิดหน่อยเท่านั้น
ปัจจุบันดาบิด เด เคอา อายุกำลังจะเข้าเลข 30 ปีแล้ว ส่วนดีน เฮนเดอร์สัน นั้นเพิ่งจะอยู่ในวัยกำลังสด 23 ปี ตรงจุดนี้ถือเป็นเรื่องที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องตีโจทย์ให้แตกว่าเขาต้องการจะสร้างทีมให้เดินไปข้างหน้าโดยมีหลังบ้านชื่ออะไร
เพราะมันไม่มีทางแน่ๆที่ดาบิด เด เคอา จะเป็นสำรองให้ใคร ส่วนฝีไม้ลายมือของดีน เฮนเดอร์สัน นั้นก็ไม่เหมาะที่จะนั่งข้างสนามและตัวเขาเองก็คงไม่ยินดีกับตำแหน่งตัวสำรองแน่นอน เพราะมันหมายถึงโอกาสในการช่วงชิงมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษที่ลดลง
ด้วยสัญญายืมตัวที่กำลังจะหมดลงในสิ้นสุดฤดูกาลนี้ อนาคตของดีน เฮนเดอร์สัน กำลังเดินทางมาถึงจุดที่ต้องเลือกว่าจะกลับไปที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในบทบาทฐานะอะไร และสำคัญคือต้องไม่ลืมว่าฟุตบอลยูโร 2020 นั้นถูกเลื่อนจากปีนี้ไปเป็นปีหน้า การที่ดีน เฮนเดอร์สัน จะกลับไปนั่งสำรองในซีซั่นหน้าให้ปีศาจแดง ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อโอกาส
ติดทีมชาติอังกฤษในฐานะมือหนึ่งไปลุยฟุตบอลยูโร
-
สุดท้ายแล้วคำถาม "ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ ดีน เฮนเดอร์สัน จะเข้ามาสืบทอดตำแหน่งมือหนึ่งของทีม?" คือประเด็นสำคัญที่สุด และเป็นเรื่องยากต่อการตัดสินใจมากที่สุดสำหรับโซลชา
แต่เรื่องนี้มีมุมมองจากคนในที่ใกล้ชิดมีประสบการณ์กับการเล่นเป็นผู้รักษาประตูมาทั้งชีวิต
นั่นก็คือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานนายด่านของปีศาจแดง รุ่นทริปเปิ้ล แชมป์ ปี 1999 ที่ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจต่อประเด็นนี้เอาไว้ว่า
"ทีมมีหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกอยู่แล้ว และผมไม่เห็นความจำเป็นเลยว่าเราต้องเปลี่ยนอะไร
อย่าลืมว่า 6 ปีที่ผ่านมา ดาบิด เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสรถึงสี่ครั้ง มันบ่งบอกในตัวแล้วว่าเขามีความสำคัญมากแค่ใหน"
"ผู้รักษาประตูมันลงสนามได้แค่คนเดียว ซึ่งผู้เล่น
อายุน้อยๆ ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมันไม่ได้มีแค่เกมลีก แต่ยังมีบอลถ้วยระดับทวีปด้วย ผมไม่ปฎิเสธว่า ดีน เฮนเดอร์สัน มีฝีมือยอดเยี่ยม แต่เขาจำเป็นต้องมีเกมที่สร้างประสบการณ์ในระดับสูงก่อน ซึ่งผมไม่เห็นเลยว่าเขามีเกมที่กดดันอะไรที่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จากประสบการณ์ของผม เขายังต้องเรียนรู้อีกเยอะในเส้นทางนี้และถ้าถามว่าเมื่อไรเขาถึงจะเหมาะสมกับมือหนึ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผมก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกัน นั่นเพราะเรามี
ดาบิด เด เคอา อยู่แล้ว"
ฟังๆดูก็เหมือนจะเป็นอะไรที่ใจร้ายกับดีน เฮนเดอร์สัน ที่เติบโตมาจากอคาเดมี่ของปีศาจแดงอยู่บ้าง
แต่ก็เป็นความเห็นของบุคคลระดับตำนานผู้รักษาประตูที่มีเหตุมีผล
จริงๆแล้วสัญญาของดีน เฮนเดอร์สัน ยังผูกพันธ์กับปีศาจแดงจนถึงปี 2022 ครับ ฉะนั้นทางออกที่ดูจะเป็นไปได้มากที่สุดและเหมาะสมกับตัวนักเตะที่สุดก็คือการปล่อยให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวไปต่ออีกสักฤดูกาล เพื่อประวิงเวลาและสถานการณ์
สิ่งที่ปีศาจแดงไม่ควรทำคือการเร่งปล่อยขาย
ดีน เฮนเดอร์สัน ออกไป เพราะในประวัติศาสตร์สโมสรที่ผ่านมา พวกเขายังไม่เคยมีนายด่านมือหนึ่งที่โตมาจากอคาเดมี่เลยสักคนเดียว ดังนั้นนี่คือโอกาสดีที่พวกเขาจะได้ภาคภูมิใจกับดาวรุ่งที่เติบโตมาจากอคาเดมี่
ด้วยวัย 23 ปี ดีน เฮนเดอร์สัน ยังมีเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกมากเพื่อรอวันก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งเต็มตัว ยิ่งหากย้อนไปดูอดีตตำนานผู้รักษาประตูของทีมอย่างปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ก็ย้ายมายึดตัวจริง
ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตอนอายุ 27 ปี เข้าไปแล้ว
หรืออย่าง เอ็ดวิน ฟาน เดอซาร์ ก็มีอายุมากถึง 35 ปี ตอนย้ายมาเป็นตัวหลักให้ปีศาจแดง
มันคือหลักฐานยืนยันว่าถ้าดีน เฮนเดอร์สัน ยังคงรักษามาตรฐานได้ดีต่อไปเรื่อยๆ มันไม่มีทางเลย
ที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะไม่เหลียวมามองและให้โอกาสเขาอย่างจริงๆจังๆ ซึ่งโดยนโยบายทำทีมของโซลชา ก็สอดรับกับดีน เฮนเดอร์สัน ตรงที่กุนซือหน้าเด็กนิยมผลักดันเด็กจากอคาเดมี่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่
สรุปแล้วไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร สิ่งที่
ดีน เฮนเดอร์สัน ต้องทำคือการรักษามาตรฐานการเล่นให้ดีและพัฒนาตัวเองขึ้นมา เช่นเดียวกันกับ ดาบิด เด เคอา ที่ช่วงหลังความแน่นอนในการเล่นลดลง ก็ต้องกระตือรือร้นตัวเองให้กลับมาเป็นนายด่านที่ยอดเยี่ยมไว้ใจได้ 100% เหมือนที่เคยทำไว้ เพราะถ้ายังก่อความผิดพลาดง่ายๆเกิดขึ้นอีกบ่อยๆ
ก็มีสิทธิที่จะเสียตำแหน่งให้รุ่นน้องมากฝีมือคนนี้เช่นกัน
............................................................
พบกับบทวิเคราะห์จากกูรู ชี้เป้าจากคนวงใน
กับ การกลับมาเปิดลีกอีกครั้ง หลัง covid-19
ของ บุนเดสลีก้า และ พรีเมียร์ลีก
พลาดไม่ได้กับไฮไลต์ประตูสุดประทับใจ
จากบิ๊กทีมต่างๆ ได้ที่นี่ Add line :
https://bit.ly/2N6H8P2