05/06/2020
🙋🏻♂️ งงไปตามๆกัน
สำหรับแฟนเพจที่ตื่นมาแล้วงง ๆ ผมจะทิ้งสรุป #แวร์เนอร์ล่ม ไว้ให้ครับ
- ราว ๆ ตีหนึ่งครึ่ง เริ่มมีการทวีตว่า เชลซีจะจ่ายค่าฉีกสัญญา ทีโม แวร์เนอร์
- หลังจากนั้นข่าวก็รัวมาเป็นปืนกล เชลซีตกลงจ่ายค่าฉีกสัญญาประมาณ 49.7 ล้านปอนด์ให้ไลป์ซิก
- ฝั่งเอเย่นต์นักเตะรับรู้ และแจ้งว่าหากลิเวอร์พูลไม่บิดราคาสู้ พวกเขาจะตอบรับเชลซี
- ลิเวอร์พูลซึ่งไม่ชอบความกดดันและ no more panic buy ตัดสินใจแจ้ง งั้นถอนตัว
- ตัวแทนแวร์เนอร์คุยกับเชลซี ตกลงค่าเหนื่อย 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ค่าเอเย่นต์ 12 ล้านปอนด์ ค่าตัวเกือบ 50 ล้านปอนด์
- ลิเวอร์พูลไม่สามารถการันตีตัวจริงได้ แต่ที่เชลซี แวร์เนอร์จะเป็นตัวหลัก เนื่องจากเชลซีมีค่า xG ที่ต่ำมาก และแลมพาร์ดต้องการปฏิวัติแนวรุก พวกเขาได้เซ็นล่วงหน้า ฮาคิม ซิเย็ก มาก่อนหน้านี้ และกำลังเล็ง เบน ชิลล์เวล นั่นอาจทำให้เชลซีเป็นสโมสรที่ใช้จ่ายมากสุดในพรีเมียร์ลีกในซัมเมอร์นี้
- เคสนี้คล้ายกับตอนอลิสซอน เบ็คเกอร์ ที่โรม่าเซ็ตเดดไลน์ไว้แล้วเชลซีไม่สู้ แต่คราวนี้เป็นลิเวอร์พูลที่ไม่สู้ ตอนนั้นเราต้องการปฏิวัติแนวรับ ตอนนี้เชลซีต้องการปฏิวัติแนวรุก
- FSG ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านกีฬาล้วน ๆ แน่นอนว่าได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปเต็ม ๆ ประกอบกับนโยบายให้สโมสรเติบโตได้ด้วยผลงาน (ไม่เน้นอัดฉีด) สโมสรต้องแบกรายจ่าย ในขณะที่รายรับนั้นยังไม่แน่นอนตามสถานการณ์ พวกเขาจึงยังไม่พร้อมจะจ่ายเงินระดับ 50 ล้านปอนด์ในตอนนี้
- ลิเวอร์พูลยังคงมีภารกิจในการต่อสัญญา อลิสซอน เบ็คเกอร์, เฟอร์กิล ฟาน ไดก์, รวมถึง ไวนัลจ์ดุม ซึ่งมันก็เป็นเม็ดเงินที่ไม่น้อยไปกว่าการซื้อนักเตะใหม่
- ลิเวอร์พูลขอให้นักเตะรอ แต่นักเตะไม่ต้องการรอ เพราะเขารอย้ายทีมมา 12 เดือนแล้ว เมื่อความต้องการไม่ตรงกัน เส้นทางถึงมาถึงทางแยกในที่สุด
สงสัยเพิ่ม ทิ้งคำถามไว้ได้ครับ ยกเว้นคำถามว่า ตัวเลือกรองคือใคร ไม่รู้จริง ๆ
เสียดายโคตร แต่ก็ต้อง move on