15/09/2026
15 กันยายน 1978 — ไอเดอร์ กุดยอห์นเซน
สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 48 ปี ไอเดอร์ กุดยอห์นเซน นักฟุตบอลชาวไอซ์แลนด์ผู้เคยลงสนามแทนพ่อในนามทีมชาติ ก่อนฝ่าช่วงชีวิตที่เกือบหมดอนาคต และก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์กับทั้งเชลซีและบาร์เซโลนา
กุดยอห์นเซนเติบโตในครอบครัวฟุตบอล พ่อของเขา อาร์นอร์ กุดยอห์นเซน เป็นหนึ่งในนักเตะชื่อดังของไอซ์แลนด์ และเคยค้าแข้งกับอันเดอร์เลชท์ในเบลเยียม
พรสวรรค์ของไอเดอร์ปรากฏตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับวาลูร์ ก่อนย้ายร่วมทีมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน และมีโอกาสลงสนามเคียงข้างโรนัลโด กองหน้าชาวบราซิล ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น
วันที่ 24 เมษายน 1996 ไอเดอร์สร้างหนึ่งในเหตุการณ์ที่แปลกที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติ เมื่อเขาประเดิมสนามให้ไอซ์แลนด์ด้วยวัย 17 ปี โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองแทนพ่อของตัวเองในเกมกับเอสโตเนีย
เดิมทีทั้งคู่หวังว่าจะได้ลงเล่นพร้อมกันในเกมต่อไปที่ประเทศไอซ์แลนด์ แต่เหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้น เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ไอเดอร์ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าอย่างรุนแรง ต้องพักเป็นเวลานาน และถูกพีเอสวียกเลิกสัญญา ขณะที่พ่อของเขาแขวนสตั๊ดก่อนลูกชายจะกลับมาฟิตสมบูรณ์
จากดาวรุ่งที่เคยมีอนาคตสดใส กุดยอห์นเซนต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่บ้านเกิด และเข้ารับการทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสรโดยไม่มีใครรับประกันว่าเขาจะกลับมาเล่นในระดับสูงได้อีก
โอกาสสำคัญมาถึงเมื่อโบลตัน วันเดอเรอร์สยื่นมือเข้ามาช่วย เขาค่อยๆ เรียกสภาพร่างกายและความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนทำผลงานจนเชลซียอมจ่ายประมาณ 4 ล้านปอนด์คว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2000
ที่เชลซี กุดยอห์นเซนกลายเป็นคู่หูในแดนหน้าของจิมมี ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงก์ ก่อนแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงกองหน้าตัวจบสกอร์ แต่ยังสามารถถอยลงมาเชื่อมเกม เล่นเป็นกองกลางตัวรุก และสร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างชาญฉลาด
การมาถึงของโชเซ มูรินโญทำให้บทบาทของเขาเปลี่ยนไป แต่แทนที่จะหลุดออกจากทีม กุดยอห์นเซนกลับปรับตัวและกลายเป็นส่วนสำคัญของเชลซีชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสองสมัยติดต่อกัน
ตลอดหกฤดูกาลในลอนดอน เขาลงเล่นให้เชลซี 263 นัด ยิงได้ 78 ประตู ก่อนย้ายไปบาร์เซโลนาในปี 2006 เพื่อรับหน้าที่แทนเฮนริก ลาร์สสัน
แม้ไม่ใช่ตัวจริงถาวรในทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ แต่ความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่งทำให้เขายังคงมีประโยชน์ และเป็นส่วนหนึ่งของบาร์เซโลนาชุดประวัติศาสตร์ที่คว้าทริปเปิลแชมป์ ทั้งลาลีกา โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในฤดูกาล 2008/09
ช่วงปลายอาชีพ กุดยอห์นเซนเดินทางผ่านหลายประเทศและหลายสโมสร รวมถึงโมนาโก ท็อตแนม สโต๊ก ฟูแลม เออีเค เอเธนส์ และคลับ บรูช ก่อนกลับไปเล่นให้โบลตันอีกครั้งหลังจากจากสโมสรไปนานถึง 14 ปี
ในปี 2016 ด้วยวัย 37 ปี เขายังกลับมาติดทีมชาติไอซ์แลนด์ชุดสร้างเทพนิยายในยูโร 2016 และลงสนามในรายการใหญ่ครั้งแรกของประเทศ ซึ่งจบลงด้วยการผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ
จากเด็กหนุ่มที่เคยมีโอกาสเล่นแทนพ่อ จากนักเตะที่เกือบหมดอนาคตเพราะอาการบาดเจ็บ สู่แชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เรื่องราวของไอเดอร์ กุดยอห์นเซนพิสูจน์ว่า บางครั้งเส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้เริ่มจากการพุ่งขึ้นไปข้างหน้า แต่เริ่มจากการลุกขึ้นมาใหม่หลังชีวิตพังลงแล้ว
สำหรับคุณ ไอเดอร์ กุดยอห์นเซนคือนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไอซ์แลนด์หรือไม่?