FitFab Start Today, Live Better กินดี | เคลื่อนไหวดี | อายุยืนแบบแข็งแรง

อยากลอง HYROX, DEKA หรือ REDLINE แต่กลัวว่าตัวเองยังฟิตไม่พอ?จริง ๆ แล้วคุณอาจกำลังคิดกลับด้านอยู่ครับเพราะเราไม่จำเป็นต...
25/08/2026

อยากลอง HYROX, DEKA หรือ REDLINE แต่กลัวว่าตัวเองยังฟิตไม่พอ?

จริง ๆ แล้วคุณอาจกำลังคิดกลับด้านอยู่ครับ

เพราะเราไม่จำเป็นต้อง “ฟิตก่อน แล้วค่อยมีเป้าหมาย”

บางครั้งการมีเป้าหมายก่อน
ต่างหากที่ทำให้เราเริ่มฟิตขึ้นจริง ๆ

ช่วงหลังเราเห็นคนสนใจการแข่งขันสาย Hybrid มากขึ้น

ทั้ง HYROX, DEKA, REDLINE หรือ Functional Fitness Event ต่าง ๆ

แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นบ่อยคือ

หลายคนสนใจแต่ไม่กล้าสมัคร

เพราะคิดว่า…

“ต้องวิ่งเก่งก่อนหรือเปล่า?”
“ต้องยกหนักมากไหม?”
“ต้องหุ่นดีถึงจะลงได้หรือเปล่า?”
“คนธรรมดาจะรอดไหม?”

คำตอบคือ

คุณไม่จำเป็นต้องเป็น Athlete เพื่อเริ่มฝึกแบบ Athlete

Hybrid Training ไม่ได้หมายถึงการซ้อมหนักทุกวัน

แก่นของมันคือการสร้างร่างกายที่ทำได้หลายอย่าง

🏃 วิ่งได้
🏋️ มีแรง
❤️ ระบบหัวใจดี
💨 เหนื่อยแล้วฟื้นกลับมาได้
🎯 และยังควบคุมการเคลื่อนไหวได้ตอน Fatigue

ตรงนี้ต่างหากที่น่าสนใจ

เพราะทั้งหมดไม่ได้มีประโยชน์แค่ตอนแข่ง

แต่มันคือคุณสมบัติของร่างกายที่เราอยากรักษาไว้เมื่ออายุมากขึ้นด้วย

⸻

ถ้าอยากเริ่ม Hybrid ต้องมีอะไรบ้าง?

ผมแบ่งง่าย ๆ เป็น 4 เสาหลัก

1. Strength — ต้องมีแรง

ไม่ต้อง Squat 200 กิโล

แต่ควรสร้างพื้นฐาน Squat, Hinge, Push, Pull และ Carry ให้แข็งแรง

เวทประมาณ 2–3 วัน/สัปดาห์ ก็สามารถพัฒนาได้แล้ว

⸻

2. Aerobic Base — ต้องมีฐานที่ดี

ถ้าวิ่งไม่เคยเลยไม่ต้องเริ่มด้วย Interval โหด ๆ

เริ่มจากเดินเร็ว สลับวิ่ง หรือ Zone 2

สะสมประมาณ 30–45 นาที 2 ครั้ง/สัปดาห์

สร้างฐานก่อน แล้วความเร็วจะตามมา

⸻

3. Work Capacity — ต้องทำงานต่อได้ตอนเหนื่อย

นี่คือสิ่งที่ Hybrid ต่างจากเวททั่วไป

เพราะในสนามจริงเราไม่ได้ Deadlift แล้วนั่งพัก 5 นาที

แต่ต้องออกแรงต่อเนื่องขณะที่ Heart Rate ยังสูงอยู่

ตัวอย่างง่าย ๆ

วิ่ง 500 เมตร
→ Farmer Carry
→ วิ่ง 500 เมตร
→ Row
→ พัก

นี่คือการฝึกให้ร่างกาย เปลี่ยนจาก Cardio ไป Strength และกลับมา Cardio

4. Movement Skill — เหนื่อยแล้วท่ายังต้องไม่ผิดฟอร์ม

หลายคนแข็งแรงตอนเริ่ม

แต่พอหัวใจขึ้น 170 bpm ท่าเริ่มเสีย

ตรงนี้สำคัญมากเพราะ Performance ที่แท้จริงคือ

“ตอนเหนื่อยแล้ว เรายังควบคุมร่างกายได้ดีแค่ไหน”

⸻

ถ้าวันนี้ยังวิ่งช้า
ยกไม่หนัก
หรือทำ Burpee ได้ไม่กี่ครั้ง

ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เหมาะกับ Hybrid

มันแปลว่า…ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าตัวเองต้องพัฒนาอะไร

และนั่นคือข้อดีของการมี Event เป็นเป้าหมาย

การแข่งขันไม่ได้มีไว้บอกว่าใครเก่งกว่าเรา

บางครั้งมันมีไว้บอกว่า

“เราในวันนี้ เก่งกว่าเราเมื่อ 6 เดือนก่อนได้แค่ไหน”

ถ้ายังลังเลว่าจะเริ่มดีไหม

ไม่ต้องรอให้พร้อม 100%

เพราะหลายครั้ง
ความพร้อมไม่ได้มาก่อนการเริ่มต้น แต่มันเกิดขึ้นระหว่างที่เราฝึก
💪🔥

ถ้าใครรู้จักการออกกำลังกายแบบ Hybrid จาก HYROX แล้วเริ่มรู้สึกว่า...“การซ้อมมีเป้าหมายแบบนี้ มันสนุกกว่าการเข้ายิมเฉย ๆ”...
24/08/2026

ถ้าใครรู้จักการออกกำลังกายแบบ Hybrid จาก HYROX แล้วเริ่มรู้สึกว่า...

“การซ้อมมีเป้าหมายแบบนี้ มันสนุกกว่าการเข้ายิมเฉย ๆ”

ปลายปี 2026 นี้ในไทยยังมีอีก 2 งานที่น่าสนใจมาก คือ DEKA FIT และ REDLINE Fitness Games

💥ผมแนบลิ้งค์สมัครอยู่ใต้โพสต์นะครับ

และสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับ Fitness Racing คือ
เราไม่จำเป็นต้องลงแข่งเพื่อเอาชนะคนอื่นเสมอไป

แต่สามารถใช้สนามเหล่านี้เป็น Performance Test ของตัวเอง

ดูว่า Cardio เราดีแค่ไหน
Strength Endurance เป็นยังไง
เวลาหัวใจเต้นสูง เรายังออกแรงได้ดีหรือไม่
และเราจัดการ Pace ของตัวเองได้ดีแค่ไหน

พูดง่าย ๆ คือซ้อมในยิมว่าเหนื่อยแล้ว แต่ลงสนามจะทำให้รู้ว่า “ร่างกายเราไปได้แค่ไหนจริง ๆ”

🔥 งานที่ 1 : FIT Bangkok

31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2026
📍 Siam Paragon

นี่คือ DEKA FIT ครั้งแรกในประเทศไทย

รูปแบบของ DEKA เข้าใจง่ายมาก

วิ่ง 500 เมตร → ทำ Fitness Zone 1 → วิ่ง 500 เมตร → Zone 2

ทำแบบนี้ต่อเนื่องจนครบ 10 Zones

รวมระยะวิ่งทั้งหมด 5 กิโลเมตร

10 Zones ของ

1. RAM Alternating Reverse Lunge – Reverse Lunge พร้อมน้ำหนัก
2. Row – พาย 500 เมตร
3. Box Jump / Step Over
4.Med Ball Sit-Up & Throw
5. Ski Erg – 500 เมตร
6. Farmer’s Carry – 100 เมตร
7. Air Bike
8. Dead Ball Over
9. Sled Push & Pull
10. RAM Burpee

รูปแบบนี้จึงวัดค่อนข้างครบทั้ง Running Capacity, Lower-body Strength, Grip, Core, Power และ Cardiovascular Endurance

และความสนุกคือ ทุกคนผ่าน Sequence เดียวกัน ทำให้เวลาที่ได้สามารถใช้เป็น Benchmark กลับมาทดสอบตัวเองในอนาคตได้ด้วย

---

🔴 งานที่ 2 : Fitness Games Bangkok

22 พฤศจิกายน 2026
📍 Queen Sirikit National Convention Center

REDLINE จะมีคาแรกเตอร์ต่างจาก DEKA และ HYROX พอสมควร

เพราะไม่ได้วิ่งสลับทุก Workout

แต่เป็นการแข่งขันต่อเนื่องผ่าน 12 Functional Fitness Stations โดยมี Run 500 เมตรเป็น Station แรก แล้วไล่ทำฐานต่อไปจนจบ

12 Stations ของ REDLINE 2026

1. Run – 500 เมตร
2. Ski Erg
3. Deadball Over Shoulder
4. Bike Erg
5. Farmer’s Carry
6. Shuttle Run
7. Plank Pull
8. Sandbag Gauntlet
9. Row Erg
10. Burpee Thruster
11. The Mule – การแบก Sandbag หลายช่วง
12. Sled Push & Pull

จุดที่น่าสนใจมากของ REDLINE คือประเภท Singles แบ่งความยากออกเป็น

**Level 1 – Beginner**
**Level 2 – Intermediate**
**Level 3 – Advanced**

จำนวนครั้ง ระยะทาง และน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นตามระดับ

เพราะฉะนั้นคนที่เพิ่งเริ่ม Fitness Racing ก็สามารถเลือก Level ให้เหมาะกับความสามารถของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเอง “ฟิตมาก” ก่อนถึงจะลงสนามได้

นอกจาก Singles ยังมี Doubles และ Team Relay สำหรับคนที่อยากลงกับเพื่อนด้วย

#แล้วควรลงไหม ถ้าไม่ได้เป็นนักกีฬา?

ถ้าร่างกายแข็งแรงและมีพื้นฐานออกกำลังกายอยู่แล้ว ผมมองว่า ควรลองสักครั้ง

เพราะเป้าหมายไม่จำเป็นต้องเป็น Podium

อาจเป็นแค่วันนี้เราทำได้เท่าไร แล้วอีก 6 เดือนเราจะกลับมาทำให้ดีกว่าเดิมได้ไหม

นี่คือสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับกีฬา Hybrid

มันทำให้การออกกำลังกายเปลี่ยนจาก
"วันนี้ต้องมาออกกำลังกายอีกแล้ว”

กลายเป็น

วันนี้เรากำลังซ้อมเพื่อทำบางอย่างที่เมื่อก่อนเราทำไม่ได้

Fitness ที่ดีไม่ได้วัดแค่รูปร่าง

แต่วัดจากว่า ร่างกายของเราสามารถทำอะไรได้มากแค่ไหน

ปลายปีนี้ ใครอยากหา Challenge สนุก ๆ ให้ตัวเอง
DEKA และ REDLINE เป็นอีก 2 สนามที่น่าลองมากครับ 🔥

#ออกกำลังกาย

 #น้ำหนักลด ไม่ได้แปลว่าร่างกายดีขึ้นเสมอไปลดไป 5 กิโล อย่าเพิ่งดูแค่ตัวเลขบนตาชั่งคำถามที่สำคัญกว่าคือ…5 กิโลที่หายไป ค...
23/08/2026

#น้ำหนักลด ไม่ได้แปลว่าร่างกายดีขึ้นเสมอไป

ลดไป 5 กิโล อย่าเพิ่งดูแค่ตัวเลขบนตาชั่ง

คำถามที่สำคัญกว่าคือ…

5 กิโลที่หายไป คุณเสีย “อะไร” ไป?

เพราะเวลาน้ำหนักลดสิ่งที่หายไปไม่ได้มีแค่ “ไขมัน”

มันอาจประกอบด้วย

* ไขมัน
* น้ำและ Glycogen
* และบางส่วนอาจเป็น Lean Mass รวมถึงกล้ามเนื้อ

นี่คือเหตุผลที่คนสองคนสามารถ น้ำหนักลดเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ทางสุขภาพและรูปร่างต่างกันมาก

คนหนึ่งน้ำหนักลด 5 กิโล
ไขมันลดลงเป็นหลัก กล้ามเนื้อยังรักษาไว้ได้ดี
เอวเล็กลง แข็งแรงขึ้น ออกกำลังกายได้ดีขึ้น

อีกคนลด 5 กิโลเหมือนกัน
แต่ใช้วิธีอดอาหารหนัก กินโปรตีนน้อย และไม่ฝึก Resistance Training

น้ำหนักลงเร็วก็จริงแต่กล้ามเนื้ออาจหายไปด้วย

ตัวเลขบนตาชั่งเหมือนกัน แต่คุณภาพของการลดน้ำหนักไม่เหมือนกันเลย

และนี่คือจุดที่หลายคนพลาด

เราให้รางวัลตัวเองกับคำว่า

น้ำหนักลงเร็วมากเกินไป

ทั้งที่เป้าหมายจริง ๆ ควรเป็น

“ #ลดไขมันให้ได้มากที่สุด และ #รักษากล้ามเนื้อให้ได้มากที่สุด”

เพราะกล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้แค่ทำให้รูปร่างดูดี

กล้ามเนื้อคือเนื้อเยื่อสำคัญต่อการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง การรักษาความสามารถในการใช้ชีวิต และสุขภาพระยะยาว

โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น

ถ้าลดน้ำหนักไปพร้อมกับเสียกล้ามเนื้อจำนวนมาก
คุณอาจตัวเบาลง แต่ไม่ได้หมายความว่า **ร่างกายแข็งแรงขึ้น**

แล้วถ้าอยาก #ลดไขมัน โดยรักษากล้ามเนื้อ ควรทำอย่างไร?

จำง่าย ๆ 3 เรื่อง

1. อย่าทำ Calorie Deficit หักดิบเกินไป

ยิ่งตัดอาหารหนัก ไม่ได้แปลว่าจะยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ

เป้าหมายคือสร้างการขาดพลังงานในระดับที่ทำต่อเนื่องได้
ไม่ใช่กินให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทนไหว

---

2. โปรตีนต้องถึง

โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายและกำลังลดไขมัน

โปรตีนช่วยสนับสนุนการรักษามวลกล้ามเนื้อ และช่วยเรื่องความอิ่ม

สำหรับคนออกกำลังกาย ตัวเลขประมาณ 1.6 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน** เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้งานได้ดีสำหรับหลายคน ก่อนปรับตามบริบทของแต่ละคน

---

3. ต้องมี Resistance Training

ถ้าเราอยากให้ร่างกายรู้ว่ากล้ามเนื้อนี้ยังจำเป็น อย่าเพิ่งทิ้งมัน

เราต้องให้ร่างกายรู้จักการฝึกแรงต้าน

เช่น Squat, Hinge, Push, Pull และ Carry

ประมาณ 2–4 วันต่อสัปดาห์ ตามความพร้อม

Cardio ยังมีประโยชน์มากต่อสุขภาพและช่วยเพิ่ม Energy Expenditure
แต่ถ้าเป้าหมายคือรักษากล้ามเนื้อระหว่างลดไขมัน **การฝึกแรงต้านไม่ควรถูกตัดออก**

และอีกเรื่องที่อยากให้เลิกทำคือ

ตัดสินความสำเร็จจากตัวเลขบนตาชั่งเพียงอย่างเดียว

ลองสังเกต 4 อย่างพร้อมกัน

น้ำหนักเฉลี่ยรายสัปดาห์ + รอบเอว + รูปร่าง + Performance ในการฝึก

ถ้าน้ำหนักค่อย ๆ ลด
รอบเอวลด รูปร่างดีขึ้น และ Strength ยังรักษาได้ดี

นี่เป็นสัญญาณที่มีความหมายมากกว่า
“วันนี้เบากว่าเมื่อวาน 1 กิโล”

เพราะสุดท้ายแล้ว…

เป้าหมายของการลดน้ำหนัก ไม่ใช่ทำให้ตัวเราเบาที่สุด

แต่คือการทำให้ ไขมันลดลง โดยยังรักษาร่างกายที่แข็งแรงและใช้งานได้ดีเอาไว้

อย่าวัดความสำเร็จแค่ว่าลดไปกี่กิโล

เซฟโพสต์นี้ไว้เช็กเป้าหมายของตัวเอง ก่อนเริ่ม Diet ครั้งต่อไป
#ลดไขมันสร้างกล้ามเนื้อ #ลดความอ้วน

“ดูแลสุขภาพตอนที่ยังเลือกได้ ดีกว่ารอให้ร่างกายเป็นคนเลือกให้เรา”           #ลดไขมันสร้างกล้ามเนื้อ
22/08/2026

“ดูแลสุขภาพตอนที่ยังเลือกได้ ดีกว่ารอให้ร่างกายเป็นคนเลือกให้เรา”
#ลดไขมันสร้างกล้ามเนื้อ

โรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียวคราบไขมันในผนังหลอดเลือดหรือ Atherosclerotic Plaque สามารถค่อย ๆ สะสมเป็นเวลานา...
21/08/2026

โรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียว

คราบไขมันในผนังหลอดเลือดหรือ Atherosclerotic Plaque สามารถค่อย ๆ สะสมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเร่งอย่าง LDL สูง ความดันสูง น้ำตาลสูง การสูบบุหรี่ น้ำหนักเกิน และการไม่ออกกำลังกาย

เพราะฉะนั้น วิธีดูแลหัวใจที่ดีที่สุด
ไม่ใช่รอให้มีอาการแล้วค่อยรักษา

แต่คือ ลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วันที่เรายังรู้สึกว่า “ร่างกายปกติดี”

สุขภาพหัวใจแบบองค์รวม ทั้งอาหาร การเคลื่อนไหว การสูบบุหรี่ การนอน น้ำหนัก ไขมันในเลือด น้ำตาล และความดัน ไม่ใช่ดูเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

1. กินเพื่อดูแล “หลอดเลือด” ไม่ใช่แค่กินเพื่อไม่ให้อ้วน

อย่ามองอาหารแค่ Calories อย่างเดียว

สิ่งที่ควรทำคือสร้าง Eating Pattern ที่ทำได้ระยะยาว

🥦 เพิ่มผัก ผลไม้ ถั่ว และอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย
🌾 เลือก Whole grains เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต แทนแป้งขัดสีบ่อยขึ้น
🐟 มีโปรตีนจากปลา เนื้อไม่ติดมัน ไข่ ถั่ว และผลิตภัณฑ์นมตามความเหมาะสม
🥜 ใช้ไขมันไม่อิ่มตัวจากปลา ถั่ว เมล็ดพืช อะโวคาโด หรือน้ำมันพืช แทนไขมันอิ่มตัวบางส่วน
🥤 ลดน้ำหวาน อาหารแปรรูปสูง เนื้อแปรรูป และอาหารที่มีน้ำตาลเติมสูง

หัวใจสำคัญไม่ใช่การหา “Superfood บำรุงหัวใจ”

แต่คือ ภาพรวมของสิ่งที่เรากินซ้ำ ๆ ทุกวัน

และถ้าต้องการคุม LDL ให้จริงจัง การลด Saturated Fat มีความสำคัญ โดย AHA แนะนำรูปแบบอาหารที่จำกัด Saturated Fat ไว้ประมาณไม่เกิน 6% ของพลังงานทั้งหมดในกลุ่มที่ต้องการลดความเสี่ยงหัวใจและ LDL

2. ระวัง “โซเดียมที่มองไม่เห็น”

กินไม่เค็ม ไม่ได้แปลว่าโซเดียมน้อยเสมอไป

อาหารแปรรูป
ไส้กรอก แฮม
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
อาหารสำเร็จรูป
ซอสและเครื่องปรุง

สามารถทำให้เราได้รับโซเดียมสูงโดยไม่รู้ตัว

WHO แนะนำผู้ใหญ่ให้จำกัด Sodium ต่ำกว่า 2,000 mg/วัน หรือเทียบประมาณเกลือ 5 กรัม เพื่อช่วยควบคุมความดันและลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. อย่าให้หัวใจแข็งแรง แต่กล้ามเนื้อหาย

การออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคหัวใจ
ไม่ควรมีแค่ Cardio

เป้าหมายพื้นฐานคือ

Aerobic 150–300 นาที/สัปดาห์ ในระดับ Moderate intensity
หรือ 75–150 นาที/สัปดาห์ ถ้าเป็น Vigorous intensity

ควบคู่กับ

Strength Training อย่างน้อย 2 วัน/สัปดาห์

เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่หัวใจที่สูบฉีดเลือดดี
แต่ต้องการกล้ามเนื้อที่ช่วยจัดการ Glucose รักษาความสามารถในการใช้ชีวิต และช่วยควบคุม Body Composition ไปพร้อมกัน

มือใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากวิ่ง 10 กิโลเมตร

เดินเร็ว
ปั่นจักรยาน
ลุก-นั่งจากเก้าอี้
Wall Push-up
Squat
ฝึกด้วยยางยืด

เริ่มจากระดับที่ทำได้ แล้ว Progressive อย่างสม่ำเสมอ ดีกว่าหักโหม 2 อาทิตย์แล้วเลิก

4. อย่าดูแค่น้ำหนัก — ดู “ไขมันช่องท้อง” ด้วย

บางคน BMI ไม่ได้สูงมาก
น้ำหนักดูปกติ

แต่เอวใหญ่ กล้ามเนื้อน้อย และมี Visceral Fat สูง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการดูสุขภาพจากตัวเลขบนเครื่องชั่งเพียงอย่างเดียวไม่พอ

เป้าหมายจึงควรเป็น

ลดไขมันส่วนเกิน + รักษาหรือเพิ่มกล้ามเนื้อ + เพิ่ม Fitness

ไม่ใช่แค่ “ทำให้น้ำหนักเบาที่สุด”

5. นอนให้พอ เพราะหัวใจไม่ได้ Recovery แค่ตอนออกกำลังกาย

ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมง/คืน

การนอนที่ดีไม่ได้วัดแค่จำนวนชั่วโมง แต่รวมถึงคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และการตื่นมาแล้วสดชื่นด้วย

ถ้านอน 8 ชั่วโมงแต่

กรนดังมาก
มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ
ตื่นมาไม่สดชื่น
ง่วงผิดปกติระหว่างวัน

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ควรประเมินภาวะ Sleep Apnea เพราะปัญหาการนอนสามารถเชื่อมโยงกับความดัน เบาหวาน โรคอ้วน และความเสี่ยง Cardiovascular ได้

6. บุหรี่และแอลกอฮอล์ ไม่มีความจำเป็นต่อ “สุขภาพหัวใจ”

บุหรี่ควรเลิก
รวมถึงพยายามลดการได้รับควันบุหรี่มือสอง

ส่วนแอลกอฮอล์ ไม่ควรเริ่มดื่มเพราะเชื่อว่า “วันละแก้วดีต่อหัวใจ”

AHA ระบุชัดว่า หากไม่ได้ดื่มอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มเพื่อหวังผลด้านสุขภาพหัวใจ และหากดื่มควรจำกัดปริมาณ

7. สิ่งที่สำคัญมาก แต่คนมักลืม — “รู้ค่าของตัวเอง”

อย่ารอให้เจ็บหน้าอกก่อนถึงจะสนใจ

ตรวจเป็นระยะว่า

❤️ ความดันเท่าไร
🩸 LDL / Non-HDL Cholesterol เป็นอย่างไร
🍚 Fasting Glucose / HbA1c เริ่มสูงหรือไม่
📏 น้ำหนักและรอบเอวเปลี่ยนไปแค่ไหน

โดยเฉพาะคนที่มี เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคไต หรือมีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว การควบคุมโรคและติดตามกับแพทย์สำคัญกว่าการพึ่ง Supplement หรือเทคนิคสุขภาพใด ๆ

โรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้เกิดเพราะเรากินของทอด “มื้อเดียว”

แต่มักเป็นผลของความเสี่ยงเล็ก ๆ
ที่สะสมจากพฤติกรรมเดิม ๆ เป็นเวลานาน

พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำถูกซ้ำ ๆ ก็สามารถสะสมเป็น “เกราะป้องกัน” ให้หัวใจได้เหมือนกัน

อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณแรง
แล้วค่อยหันกลับมาดูแลสุขภาพ

ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
ดูแลหลอดเลือดตั้งแต่วันที่เรายังแข็งแรง
#ลดไขมันสร้างกล้ามเนื้อ #ชะลอวัย

20/08/2026

ถ้าเข้าใจว่าการพยายาม “นั่งหลังตรง” ทั้งวัน เพื่อแก้อาการ “ปวดหลัง” ❌
ผมอยากให้เปลี่ยนความคิดเรื่องนี้ใหม่

เวลาเราพูดถึงการออกกำลังกายเพื่อชะลอวัยคนส่วนใหญ่จะคิดถึงคำว่า Muscle Massซึ่งสำคัญครับแต่มีอีกสิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กันน...
19/08/2026

เวลาเราพูดถึงการออกกำลังกายเพื่อชะลอวัย

คนส่วนใหญ่จะคิดถึงคำว่า Muscle Mass

ซึ่งสำคัญครับแต่มีอีกสิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กัน

นั่นคือ Muscle Power

Strength กับ Power ไม่เหมือนกัน

Strength คือคุณสร้างแรงได้มากแค่ไหน

แต่ Power คือคุณสร้างแรงนั้นได้เร็วแค่ไหน

เช่น การลุกจากเก้าอี้ช้า ๆ ต้องใช้แรง

แต่ถ้าคุณกำลังจะล้ม แล้วต้องก้าวขาออกไปเร็ว ๆ เพื่อรับตัวเอง

คุณไม่ได้ต้องการแค่แรง แต่คุณต้องการแรงที่ออกมาได้ทันเวลา

นี่คือเหตุผลที่ผมไม่อยากให้คนอายุ 40–50 ปีขึ้นไป
คิดว่าแค่เดินวันละหมื่นก้าวก็เพียงพอแล้ว

การเดินดีมาก Cardio ก็สำคัญมาก

แต่การเดินเพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้ เกิดแรงกระตุ้น มากพอสำหรับการรักษาความสามารถทุกด้านของระบบกล้ามเนื้อ

โดยเฉพาะ Strength และ Power

ลองสังเกตคนสูงอายุบางคน

เขาอาจยังเดินได้

แต่พอจะลุกจากพื้น
ขึ้นบันไดเร็ว ๆ
ยกกระเป๋าหนัก
หลบสิ่งกีดขวาง
หรือเสียการทรงตัวกะทันหัน

จะเริ่มเห็นข้อจำกัดทันที

ดังนั้น ถ้าเป้าหมายคือ Longevity

ผมให้ความสำคัญ 3 อย่างใน Resistance Training

1. รักษา Muscle Mass

ใช้ Resistance Training อย่างสม่ำเสมอ

Squat
Hinge
Push
Pull
Carry

ไม่จำเป็นต้องใช้ท่ายาก

แต่ต้องมีแรงต้านที่มากพอให้กล้ามเนื้อมีเหตุผลที่จะ Adapt

2. สร้าง Strength

อย่าฝึกแต่น้ำหนักเบา 20–30 ครั้งเพราะกลัวว่าอายุเยอะแล้วจะยกหนักไม่ได้

คำว่า “หนัก” ต้องเทียบกับความสามารถของแต่ละคน

สำหรับบางคน Goblet Squat 10 กิโลกรัมก็หนัก

สำหรับบางคน Barbell Squat 80 กิโลกรัมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

สิ่งสำคัญคือ **Progressive Loading**

ค่อย ๆ เพิ่ม Capacity ให้ร่างกาย

3. อย่าลืม Power

เมื่อมีพื้นฐาน Movement และ Strength ที่ดีแล้ว

บางท่าสามารถฝึกโดยตั้งใจเคลื่อนที่เร็วขึ้น

เช่น

Sit-to-Stand แบบลุกเร็วแต่ลงควบคุม
Medicine Ball Throw
Kettlebell Swing
Step-up แบบตั้งใจดันตัวขึ้นเร็ว
หรือ Jump ในคนที่มีความพร้อม

ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องกระโดด

แต่หมายความว่า

เราควรรักษาความสามารถในการสร้างแรงอย่างรวดเร็วไว้ด้วย

เพราะสิ่งที่เราไม่ใช้
ร่างกายไม่มีเหตุผลที่จะรักษามันไว้

และนี่คืออีกเหตุผลที่ผมชอบการฝึก Strength & Conditioning

เพราะเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่ทำให้เรา “ดูแข็งแรง”

แต่ทำให้เรา มีความสามารถจริง

ยกของได้
ขึ้นบันไดได้
วิ่งได้
รับแรงได้
ทรงตัวได้
และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้เร็ว

เป้าหมายของการออกกำลังกายตอนอายุ 40

ไม่ควรเป็นแค่การทำให้หุ่นดูดีตอนอายุ 40

แต่ควรเป็นการสร้างร่างกายที่

ตอนอายุ 70 เรายังลุก เดิน วิ่ง ยก และใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้

เพราะ Longevity ที่มีคุณภาพ

ไม่ใช่แค่การมีชีวิตให้นานขึ้น

แต่คือ **การรักษาความสามารถของร่างกายให้อยู่กับเราให้นานที่สุด**

#ชะลอวัย #สร้างกล้ามเนื้อ

ช่วงนี้   มีกระแสแรงมากมีทั้งคนชอบคนไม่ชอบมีทั้งดราม่า มีทั้งคนแซะว่า “ตามกระแส” หรือ “ออกกำลังกายเอาคอนเทนต์”แต่สำหรับผ...
18/08/2026

ช่วงนี้ มีกระแสแรงมาก

มีทั้งคนชอบ
คนไม่ชอบ
มีทั้งดราม่า มีทั้งคนแซะว่า “ตามกระแส” หรือ “ออกกำลังกายเอาคอนเทนต์”

แต่สำหรับผม สิ่งที่น่าสนใจกว่าดราม่าคือ…

**มันทำให้คนจำนวนหนึ่ง “อยากเริ่มออกกำลังกาย”**

และแค่นี้ก็เป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว

เพราะถ้ากีฬาสักชนิดหนึ่งทำให้คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องสุขภาพ
เริ่มวิ่ง
เริ่มเข้ายิม
เริ่มยกเวท
เริ่มสนใจว่าตัวเองฟิตแค่ไหน

ผมมองว่านี่คือเรื่องดีมากกว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องแอนตี้

ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร
ไม่จำเป็นต้องทำเวลาให้ดีกว่าใคร
และไม่จำเป็นต้องเล่นเพราะอยากเกาะกระแส

คุณใช้ HYROX เป็น “เป้าหมาย” เพื่อพัฒนาร่างกายของตัวเองก็พอ

เพราะรูปแบบของมันบังคับให้เราใส่ใจกับสมรรถภาพหลายด้านพร้อมกัน

คุณจะวิ่งอย่างเดียวไม่ได้
เพราะยังต้องมี Strength และ Muscular Endurance

คุณจะแข็งแรงอย่างเดียวก็ไม่ได้
เพราะถ้าระบบหัวใจและปอดไปไม่ไหว Performance ก็ร่วงเหมือนกัน

ระหว่างเตรียมตัว เราจึงต้องฝึกทั้งการวิ่ง Resistance Training และความสามารถในการทำงานต่อเนื่องภายใต้ความเหนื่อยล้า

แน่นอนว่า HYROX ไม่ใช่โปรแกรมที่ “สมบูรณ์แบบที่สุด” สำหรับการเพิ่มกล้ามเนื้อ
และไม่ได้หมายความว่าแค่ลงแข่งแล้ว VO₂max จะพุ่งขึ้นโดยอัตโนมัติ

แต่ถ้ามันทำให้คุณเริ่มฝึกอย่างเป็นระบบ
วิ่งสม่ำเสมอขึ้น
ทำ Interval Training
ยกเวทจริงจังขึ้น
และดูแล Recovery มากกว่าเดิม

ผลลัพธ์ที่ได้มันไปไกลกว่าแค่วันแข่ง

เพราะเมื่อเราพูดถึงการแก่แบบยังมีคุณภาพชีวิตดี ที่ผมให้ความสำคัญมากคือ

1. Cardiorespiratory Fitness

ความสามารถของระบบหัวใจ ปอด หลอดเลือด และกล้ามเนื้อในการรับและใช้ Oxygen

VO₂max เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของสมรรถภาพด้านนี้

ยิ่งระบบนี้ดี
เรายิ่งมี “พื้นที่สำรอง” ของร่างกายมากขึ้นสำหรับการใช้ชีวิต

เดินขึ้นบันไดง่ายขึ้น
เดินทางได้
ทำกิจกรรมกับครอบครัวได้
และเมื่ออายุมากขึ้น เราก็มี Capacity ให้เสียก่อนที่จะลงมาถึงระดับที่ชีวิตประจำวันเริ่มลำบาก

2. กล้ามเนื้อและความแข็งแรง

กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง

มันคือระบบที่ช่วยให้เราลุก เดิน ยกของ ทรงตัว รับแรง และรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเองเมื่ออายุมากขึ้น

3. การกิน

คุณฝึกดีแค่ไหน ถ้าร่างกายไม่มีสารอาหารช่วยฟื้นตัว ผลลัพธ์ก็ถูกออกมาไม่ดี

การกินที่ดีสำหรับผมไม่ใช่การกินคลีนตลอดเวลา

แต่คือการกินที่ทำให้ร่างกายได้รับ

พลังงานเพียงพอกับการฝึก
Protein เพียงพอสำหรับรักษาและสร้างกล้ามเนื้อ
Carbohydrate เพียงพอสำหรับ Performance
รวมถึงวิตามิน แร่ธาตุ Fiber และอาหารที่มีคุณภาพในภาพรวม

โดยเฉพาะคนที่เริ่มออกกำลังกายหนักขึ้น

อย่าฝึกเหมือนนักกีฬา แต่กินเหมือนคนกำลังอดอาหาร

เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่งลดลง

แต่คือการลดไขมัน โดยยังรักษากล้ามเนื้อ Performance และสุขภาพไว้ให้ได้มากที่สุด

4. การนอน

หลายคนจริงจังกับ Training Program มาก
แต่กลับมอง Sleep เป็นเรื่องรอง

ทั้งที่การนอนคือช่วงเวลาสำคัญของ Recovery

ถ้านอนน้อยต่อเนื่อง
คุณอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น
คุณภาพการฝึกลดลง
การฟื้นตัวแย่ลง
ความหิวและการควบคุมอาหารยากขึ้น

สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ การมีโอกาสนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน และรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอ เป็นพื้นฐานที่คุ้มค่ามาก

เพราะต่อให้โปรแกรมดีแค่ไหน

ถ้าฝึกหนัก กินไม่พอ และนอนไม่พอ ร่างกายก็ไม่มีเหตุผลที่จะ Adapt ได้เต็มที่

และทั้งหมดนี้ไม่ได้สร้างตอนแก่แล้วค่อยคิดจะทำ

เราต้องสะสมมันตั้งแต่วันนี้

**เหตุผลที่ทำให้คุณเริ่ม อาจไม่สำคัญเท่ากับการที่คุณได้เริ่ม**

จากนั้นค่อยเปลี่ยนจาก “ตามกระแส”
ให้กลายเป็น “พฤติกรรมที่ทำต่อเนื่อง”

ไม่ต้องแข่งกับคนข้าง ๆ ก็ได้

ลองแข่งกับตัวเองเมื่อ 6 เดือนก่อน

วิ่งได้นานขึ้นไหม
แข็งแรงขึ้นไหม
Recover เร็วขึ้นไหม
เหนื่อยน้อยลงไหม
ใช้ชีวิตได้ดีขึ้นไหม

ถ้าคำตอบคือใช่

ต่อให้ไม่มีเหรียญ ไม่มีอันดับ และไม่มีรูปบน Podium

**ร่างกายที่แข็งแรงขึ้นก็คือรางวัลของคุณแล้ว**

กระแสของกีฬาอาจมาแล้วก็ไป

แต่ถ้ากระแสนั้นทำให้ใครสักคนเริ่มดูแลร่างกาย
และเปลี่ยนมันเป็น Lifestyle ที่ทำต่อเนื่องไปอีกหลายสิบปี

สำหรับผม นั่นมีค่ากว่าผลการแข่งขันเยอะ

#เราไม่ได้ฝึกเพื่อแค่แข่งในวันนี้แต่กำลังสร้างร่างกายที่ยังใช้งานได้ดีในวันที่เราแก่

18/08/2026

Hyrox Bangkok 26/27

 #วันแม่ปีนี้ ของขวัญที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ของที่แพงที่สุดดอกไม้สวย ๆ พาไปกินข้าว หรือซื้อของที่แม่อยากได้ เป็นเรื่องดีแต...
12/08/2026

#วันแม่ปีนี้ ของขวัญที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ของที่แพงที่สุด

ดอกไม้สวย ๆ พาไปกินข้าว หรือซื้อของที่แม่อยากได้ เป็นเรื่องดี

แต่ถ้าถามว่า “ของขวัญอะไรที่มีค่ากับแม่ในระยะยาวที่สุด”

คำตอบของผมคือ

ช่วยให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรงพอที่จะใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้นานที่สุด

เพราะเมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่ค่อย ๆ หายไปไม่ใช่แค่ความฟิต

แต่คือ Strength, Muscle Function, Balance และความสามารถในการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

วันแม่ปีนี้ ผมเลือกให้ “สุขภาพที่ดี” เป็นของขวัญ

ผมชวนแม่มาลอง Ice Bath และได้ใช้เวลาดูแลสุขภาพไปด้วยกัน

เพราะยิ่งเราโตขึ้น เราจะเริ่มเข้าใจว่า
ของขวัญบางอย่างใช้ไม่นานก็หมดไป

แต่ถ้าเราช่วยให้คนที่เรารัก
แข็งแรงขึ้น เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และดูแลตัวเองได้ไปอีกนาน

ของขวัญแบบนี้มีค่ากว่ามาก

แน่นอนว่า Ice Bath ไม่ใช่ยาวิเศษ
ไม่ได้ทำให้สุขภาพดีขึ้นจากการลงน้ำเย็นไม่กี่นาที
และไม่สามารถแทนการออกกำลังกาย อาหาร หรือการนอนหลับได้

พื้นฐานสุขภาพของแม่ยังคงเป็น

ขยับร่างกายทุกวัน
ฝึก Strength Training
กินโปรตีนและอาหารให้เพียงพอ
นอนหลับให้ดี
และรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบตัว

ส่วน Ice Bath ผมมองว่าเป็นอีกหนึ่ง Recovery & Wellness Tool

โดยเฉพาะหลังวันที่มีกิจกรรมหรือออกกำลังกาย ความเย็นอาจช่วยลดความรู้สึกเมื่อยล้าและ Muscle Soreness ในระยะสั้นได้ในบางบริบท

แต่สำหรับผม สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ

การพาแม่ออกมาลองประสบการณ์ใหม่ ๆ

ตอนยืนอยู่หน้าถังน้ำเย็น
สิ่งที่ต้องชนะไม่ใช่ความเย็น

แต่คือเสียงในหัวที่บอกว่า
“ไม่เอาหรอก ทำไม่ได้หรอก”

แล้วพอได้ลองจริง

เรากลับค้นพบว่า
ร่างกายของเรายังปรับตัวได้
เรายังเรียนรู้สิ่งใหม่ได้
และอายุก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุดท้าทายตัวเอง

นี่คือแนวคิดที่ผมอยากให้แม่มีมากกว่าเรื่อง Ice Bath เสียอีก

เราไม่จำเป็นต้องรอให้สุขภาพแย่ลง แล้วค่อยเริ่มดูแลตัวเอง

เราเริ่มตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรงได้เลย

แต่การสัมผัสความเย็นก็ต้องทำอย่างมีสติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากน้ำเย็นจัด
ไม่ต้องแข่งว่าใครอยู่ได้นานกว่า
และไม่ควรฝืนอาการผิดปกติ

ถ้ามีอาการเวียนศีรษะมาก เจ็บหน้าอก หายใจผิดปกติ หรือรู้สึกไม่ดี ต้องออกจากน้ำทันที

คนที่มีโรคหัวใจ ปัญหาความดันที่ควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือมีปัญหาต่อความเย็น ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนทำ Cold Immersion

เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่การพิสูจน์ว่า
“แม่ทนความเย็นได้แค่ไหน”

แต่คือการทำให้แม่รู้ว่า

เรายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ทำเพื่อสุขภาพของตัวเองได้

วันแม่ปีนี้ ของขวัญของผมจึงไม่ใช่แค่ Ice Bath

แต่มันคือการบอกแม่ว่า

“เดี๋ยวเราดูแลสุขภาพไปด้วยกันนะ”

เพราะสุดท้ายแล้ว
สิ่งที่ผมอยากเห็นที่สุดไม่ใช่แค่แม่อายุยืน

แต่คือเห็นแม่ยังเดินได้เอง
ออกกำลังกายได้
ไปเที่ยวได้
ทำสิ่งที่ตัวเองชอบได้

และมีแรงใช้ชีวิตกับคนที่รักไปอีกนาน ๆ ❤️

วันแม่ปีนี้ ให้ “สุขภาพที่ดี” เป็นของขวัญ
#วันแม่

ที่อยู่

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FitFabผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง FitFab:

ทางลัด

แชร์

ประเภท