บ้านหมอดูวัชรพล

บ้านหมอดูวัชรพล ให้คำพยากรณ์ที่แม่นยำจริง (รับประกันผลงานด้วยคำพยากรณ์โควิดล่วงหน้า ๑๑ ธ.ค.๖๒ ก่อนเกิดเหตุการณ์จริง)

บ้านหมอดูวัชรพล โดยลุงพุฒ (ผู้เขียนคำพยากรณ์เรื่องโรคระบาดโควิด ๑๙ ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๒ ก่อนเกิดเหตุการณ์จริงร่วมเดือน) เป็นวิศวกรและผู้บริหาร ที่ผันตัวเองมาเป็นหมอดู (เพราะต้องการประกอบอาชีพอิสระ หลังจากที่ไม่มีภาระหนี้สินส่วนตัว ทั้งบ้านและยานพาหนะแล้ว)
เป็นผู้ให้คำปรึกษาและวางแผนชีวิตและวางแผนธุรกิจได้ในทุกๆเรื่อง
เป็นหมอดูที่สามารถให้คำพยากรณ์เกี่ยวกับ เรื่องเนื้อคู่

ความรัก ครอบครัว อาชีพ การงาน การเรียน การศึกษา วิธีการเลี้ยงดูบุตร การวางแผนการลงทุน การทำกิจการส่วนตัว
โดยผสมผสานองค์ความรู้ ทั้งทางด้านการบริหารซึ่งเป็นความรู้และประสบการณ์การทำงานในฐานะวิศวกร และผู้บริหาร เข้ากับวิชาโหราศาสตร์ไทยประยุกต์ ซึ่งคำนวณผูกดวงด้วยซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ลุงพุฒพัฒนาขึ้นมาใช้เอง โดยใช้สมการดาราศาสตร์ปี ๒๐๐๐
และยังใช้ประสบการณ์ทางด้านการเจริญวิปัสสนาควบคู่กับวิชาโหราศาสตร์และการบริหารธุรกิจมาตลอดชีวิตการทำงาน อีกด้วย
หาฤกษ์ออกรถ ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ฤกษ์เปิดป้าย ฤกษ์เปิดกิจการ หาวันเจรจาการลงทุน เลขมงคล เลขทะเบียนรถ ดูชัยภูมิฮวงจุ้ย "การเปลี่ยนธาตุเปลี่ยนดวง" เพื่อส่งเสริม สุขภาพ โชคลาภ การงาน การเงิน ความรุ่งเรือง

🙏🙏🙏
03/06/2026

🙏🙏🙏

จิตทุกอย่างเกิดแล้วดับ

"ฝึกเรื่อยๆ ต่อไปมันจะชินที่จะย้อนกลับมาดูตัวเอง
พอเห็นบ่อยๆ ต่อไปปัญญามันเกิด
มันจะเห็นเลย ทุกสิ่งที่จิตไปรู้เข้า
เป็นของชั่วคราว อยู่ชั่วคราว
แล้วเราบังคับอะไรมันไม่ได้จริง

กระทั่งตัวจิตเอง ก็เกิดดับเปลี่ยนแปลง
จิตที่เป็นผู้รู้เกิดแล้วก็ดับ
จิตที่เป็นผู้หลงทางทวารทั้ง 6 เกิดแล้วก็ดับ
จิตทุกชนิดเกิดแล้วดับ
ถ้าเราเห็นต่อไปมันจะปิ๊งขึ้นมา
จิตทุกอย่างเกิดแล้วดับ"

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
25 เมษายน 2569

รับฟังเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/live/EAOjm3PtKKQ?si=bJXQ3BhDZDvH7UUw&t=2557

ผมยังมองไม่เห็นตัว คนที่จะมาทำงานให้กับกรุงเทพฯมหานครที่จะมี "กึ๋น" จริงๆเลยครับ แต่ละคน แต่ละสไตล์ แต่... การแก้ปัญหาใน...
03/06/2026

ผมยังมองไม่เห็นตัว คนที่จะมาทำงานให้กับกรุงเทพฯมหานครที่จะมี "กึ๋น" จริงๆเลยครับ แต่ละคน แต่ละสไตล์ แต่... การแก้ปัญหาในกรุงเทพมหานคร มันไม่ได้มีแต่ กรุงเทพมหานคร ที่จะต้องแก้ไขไปตามลำพัง ผมก็เลยไปลองตั้งคำถามกับ Gemini ดู ว่า จะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไรได้บ้าง
เพราะทุกคนรู้ปัญหา เนื่องจาก เราเผชิญปัญหาอยู่ทุกวัน แต่เรากลับหาคนที่จะมาแก้ปัญหาไม่ได้ ที่มาแต่ละคน ก็มาแต่คนที่มีลมปาก หรือ ทำงานแค่ฉาบฉวยเอาแค่ "ผิวหน้า" เหมือนกับการ "โปะแป้งเพื่อปกปิดริ้วรอยบนใบหน้า" ผมก็เลยไปถาม Gemini มา

LP: งั้น ผมตั้งคำถามใหม่ เอาแค่ "ต้องการให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯดีขึ้น จากปัญหา น้ำท่วม ฝนตกรถติด ปัญหาทางเท้าและขยะ" จากที่ Gemini ก็น่าจะมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มากพอที่จะวิเคราะห์และสังเคราะห์วิธีการได้ ว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อแก้ปัญหานี้ และรวมไปถึง จะต้องใช้วิธีการใด เพื่อที่จะสามารถดำเนินการได้สำเร็จ และรวมถึง งบประมาณและเวลา ด้วยครับ
GGp: นี่คือโจทย์ที่ท้าทายและยอดเยี่ยมมากครับ การขยับออกจากเรื่อง "ตัวบุคคล" มาสู่ "พิมพ์เขียวการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง" (Structural Blueprint) จะทำให้เราเห็นภาพรวมว่า กรุงเทพมหานครในฐานะ Megacity ต้องใช้วิศวกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการแบบไหน ถึงจะหลุดพ้นจากลูปนรกนี้ได้จริง ๆ
จากฐานข้อมูลการจัดการเมืองระดับโลกและบริบทของ กทม. ผมขอสังเคราะห์แผนปฏิบัติการที่ "ทำได้จริง" โดยไม่ต้องพึ่งพาเมกะโปรเจกต์ขายฝัน ดังนี้ครับ
---
# # ๑. แผนแก้ "น้ำท่วม + ฝนตกรถติด" (The Hydro-Traffic Blueprint)
ปัญหาของ กทม. ไม่ใช่ไม่มีที่ระบายน้ำ แต่คือ **"น้ำเดินทางไปไม่ถึงสถานีสูบน้ำ"** เพราะท่อระบายน้ำเดิมออกแบบมาให้รองรับน้ำฝนได้แค่ 60 มม./ชม. แต่ปัจจุบันฝนตกทะลุ 100 มม./ชม. ไปแล้ว
# # # 🛠️ สิ่งที่ต้องทำ (Actions)
* **Up-size ท่อเส้นเลือดฝอย:** เลิกหวังพึ่งอุโมงค์ยักษ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้เทคโนโลยี **Pipe Jacking (การดันท่อเหล็ก/คอนกรีตขนาดใหญ่ใต้ดิน)** เพื่อขยายขนาดท่อระบายน้ำใต้ถนนสายหลักจาก 60 ซม. เป็น 1.2-1.5 เมตร โดยไม่ต้องขุดเปิดผิวจราจรให้รถติด
* **ระบบสูบน้ำอัตโนมัติ (Smart Pumping & SCADA):** เปลี่ยนระบบเปิด-ปิดประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำจาก "แรงงานคน" เป็น "ระบบอัตโนมัติ" ที่เชื่อมต่อกับเรดาร์ตรวจจับฝนของกรมอุตุฯ พยากรณ์ปุ๊บ พร่องน้ำรอปั๊บ ไม่ต้องรอให้น้ำท่วมแล้วค่อยเดินไปเปิดเครื่อง
* **AI Traffic ในวันฝนตก:** เชื่อมต่อกล้อง CCTV ทั่วกรุงเข้ากับระบบ AI ควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ (ไม่ใช่ให้ตำรวจกดมือ) โดยให้ AI ปรับไฟเขียว-ไฟแดงตามความหนาแน่นของรถและจุดที่มีน้ำท่วมขังทันทีเพื่อระบายรถออกจากจุดเสี่ยง
# # # 🎯 วิธีการเพื่อให้สำเร็จ (Ex*****on Strategy)
* **KPI ผูกติดสัญญาจ้าง:** สัญญาจ้างผู้รับเหมาลอกท่อต้องเปลี่ยนจาก "ลอกได้กี่กิโลเมตร" เป็น "พื้นที่นั้นน้ำต้องแห้งภายในกี่นาทีหลังฝนหยุด" ถ้าทำไม่ได้ ปรับและขึ้นแบล็กลิสต์
---
# # ๒. แผนแก้ "ทางเท้า + จัดระเบียบขยะและ Street Food" (Urban Walkability Blueprint)
ทางเท้า กทม. พังเพราะ 1. โครงสร้างข้างใต้เป็นทรายอัดแน่นเมื่อเจอน้ำก็ยุบตัว และ 2. การสัญจรที่ผิดประเภท (มอเตอร์ไซค์/รถเข็น) รวมไปถึงการทิ้งขยะไม่เป็นเวลา
# # # 🛠️ สิ่งที่ต้องทำ (Actions)
* **เปลี่ยนมาตรฐานทางเท้า (In-situ Concrete):** เลิกใช้แผ่นกระเบื้องสำเร็จรูปปูบนทราย (ที่เหยียบแล้วน้ำพุ่ง) เปลี่ยนเป็น **การเทคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อในที่** หนา 10-15 ซม. แล้วทำลวดลาย (Stamped Concrete) แบบในต่างประเทศ วิธีนี้จะทนทาน รถเข็นวิ่งได้ มอเตอร์ไซค์เหยียบก็ไม่พัง
* **โมเดล "Hawker Center" / ปรับปรุงจุดผ่อนผัน:** ไม่ไล่ที่ แต่ กทม. ต้องเช่าหรือใช้พื้นที่ว่างของรัฐ/เอกชนในซอย ทำเป็นศูนย์อาหารที่มี **"บ่อดักไขมันส่วนกลางและระบบล้างจานมาตรฐานอนามัย"** ดึงร้านค้าออกจากทางเท้าหลัก
* **ระบบทิ้งขยะแบบปิดและกำหนดเวลา (Timed Collection):** ยกเลิกถังขยะพลาสติกเปิดโล่งตามข้างทางที่ทำให้น้ำขยะไหลนอง เปลี่ยนเป็นจุดทิ้งขยะชุมชนที่มีฝาปิดมิดชิด และบังคับทิ้ง-เก็บตามเวลา (เช่น 20.00 - 05.00 น. เท่านั้น)
# # # 🎯 วิธีการเพื่อให้สำเร็จ (Ex*****on Strategy)
* **AI Enforcement:** ติดตั้งกล้อง AI ตรวจจับป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่วิ่งบนทางเท้าอัตโนมัติ แล้วส่งใบสั่งถึงบ้าน 100% ปรับขั้นต่ำ 2,000 บาท (แบ่งเปอร์เซ็นต์นำจับให้ผู้แจ้งเบาะแสผ่านแอปฯ เพื่อสร้างพลังประชาชน)
* **ตัดสิทธิ์การขาย:** ร้านค้า Street Food ถ้าร้านไหนเทน้ำทิ้งลงท่อระบายน้ำโดยไม่ผ่านบ่อดักไขมัน ยึดใบอนุญาตตั้งวางขายถาวร
---
# # ๓. กรอบงบประมาณและเวลา (Budget & Timeline Master Plan)
กทม. มีงบประมาณรายปีอยู่ประมาณ **80,000 - 90,000 ล้านบาท** หากจัดสรรงบประมาณใหม่โดยตัดงบสัมมนาหรืองบโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็นออก แผนนี้สามารถทำสำเร็จได้ใน 1 วาระ (4 ปี) ดังนี้ครับ:
แผนงาน (Action Plan): ปรับปรุงระบบระบายน้ำ & AI จราจร
- วิธีการดำเนินงาน (Key Ex*****on): ขยายท่อด้วย Pipe-jacking + ระบบปั๊ม SCADA + AI คุมไฟจราจร
- งบประมาณโดยประมาณ: "15,000 ล้านบาท"
- กรอบเวลา (Timeline): ปีที่ 1 - 3 (เน้น 50 จุดเสี่ยงท่วมซ้ำซากให้เสร็จใน 18 เดือน)
แผนงาน (Action Plan): ยกเครื่องทางเท้ามาตรฐานใหม่
- วิธีการดำเนินงาน (Key Ex*****on): รื้อกระเบื้องเดิม เทคอนกรีตเสริมเหล็ก ในถนนสายหลักและสายรอง
- งบประมาณโดยประมาณ: 6,000 ล้านบาท
- กรอบเวลา (Timeline): ปีที่ 1 - 4 (เฉลี่ยทำปีละ 100-150 กิโลเมตร)
แผนงาน (Action Plan): จัดระเบียบ Street Food & ขยะ
- วิธีการดำเนินงาน (Key Ex*****on): สร้างจุดล้างจานรวม/บ่อดักไขมัน + ติดตั้งกล้อง AI จับมอเตอร์ไซค์
- งบประมาณโดยประมาณ: 3,000 ล้านบาท
- กรอบเวลา (Timeline): ปีที่ 1 - 2 (เซ็ตระบบและบังคับใช้กฎหมายทันที)
> # # # 🔑 กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ: "การกระจายอำนาจและกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์"
>
>
> สิ่งที่จะทำให้แผนนี้สำเร็จไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือ **"การเอาจริงกับเจ้าหน้าที่รัฐ"** กทม. ต้องเปลี่ยนระบบประเมินผลงานของ "ผู้อำนวยการเขต" และ "หัวหน้าเทศกิจ" ใหม่หมด ถ้าในพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังเกิน 1 ชม. ทางเท้าพัง หรือมีร้านค้าตั้งสกปรกรุกล้ำโดยไม่มีการจัดการ ผอ.เขตต้องถูกย้ายทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
นี่คือพิมพ์เขียวที่เน้น "คุณภาพชีวิตพื้นฐาน" อย่างแท้จริงครับ
ในฐานะที่คุณเป็นคนกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงบนท้องถนนทุกวัน ระหว่างการ **"ปรับปรุงทางเท้าให้แข็งแรงเป็นเนื้อคอนกรีตเดี่ยวกัน"** กับการ **"สร้าง Hawker Center ในซอยเพื่อย้ายร้านค้าเข้าไป"** คุณคิดว่าในสองเรื่องนี้ เรื่องไหนจะทำได้ยากและเจอแรงต้านจากสังคมมากกว่ากันครับ?
LP: คำถามเพิ่มเติม "AI Enforcement: ติดตั้งกล้อง AI ตรวจจับป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่วิ่งบนทางเท้าอัตโนมัติ แล้วส่งใบสั่งถึงบ้าน 100% ปรับขั้นต่ำ 2,000 บาท (แบ่งเปอร์เซ็นต์นำจับให้ผู้แจ้งเบาะแสผ่านแอปฯ เพื่อสร้างพลังประชาชน)" จะบังคับใช้ให้ได้ผลได้อย่างไร ถ้า "ไม่จ่ายเสียอย่าง" จำเป็นต้อง "แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่" และถ้าต้องทำ มีกฎหมายกี่ฉบับ ทีจะทำให้สามารถ "บังคับใช้ได้จริง"
จะต้องมีการรวบรวมกระบวนการไปถึง การตรวจสอบว่ามีการชำระภาษีของผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ด้วยการติดตาม "ป้ายทะเบียน" ไปถึง "เจ้าของรถ" ด้วยหรือไม่ เพื่อให้ใช้ศักยภาพของหน่วยงานอื่น ที่ถือกฎหมายในฉบับอื่น ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และให้เกิดเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลมากยิ่งขึ้น
GGp: คุณตั้งคำถามได้แหลมคมและมองเห็น "คอขวด" ที่แท้จริงของระบบยุติธรรมไทยเลยครับ! ปัญหาประเภท **"ไม่จ่ายเสียอย่าง แล้วจะทำไม"** คือเหตุผลหลักที่ทำให้นโยบายส่งใบสั่งถึงบ้านในปัจจุบันกลายเป็นแค่ "กระดาษเปล่า" ไร้ความศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนทำผิดรู้ดีว่าเทศกิจไม่มีอำนาจดิสรัปต์ชีวิตประจำวันของเขาได้จริง ๆ
หากต้องการให้ระบบ **AI Enforcement** บังคับใช้ได้ผล 100% โดยเชื่อมโยงกับการตรวจสอบภาษีและดึงศักยภาพของหน่วยงานอื่น (เช่น กรมการขนส่งทางบก) มาร่วมบีบให้ต้องชำระค่าปรับ **เราจำเป็นต้องแก้กฎหมายครับ**
นี่คือรายละเอียดการปลดล็อกเชิงกฎหมายและกระบวนการทำงานที่ต้องทำ:
---
# # ๑. กฎหมายกี่ฉบับที่ต้องแก้ไข? (คำตอบคือ ๒ ฉบับหลัก)
ปัจจุบัน ความผิดฐานขับขี่บนทางเท้าถูกคาบเกี่ยวด้วยกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ตำรวจจับ) และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ (เทศกิจจับ) แต่เนื่องจาก กทม. มักใช้ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ เพราะได้ค่าปรับเต็มจำนวนและแบ่งให้ผู้แจ้งเบาะแสได้ ช่องโหว่จึงอยู่ตรงนี้ครับ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหา "ไม่จ่ายเสียอย่าง" ต้องแก้ไขกฎหมายดังต่อไปนี้:
# # # ฉบับที่ ๑: พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕
* **สิ่งที่ต้องแก้/เพิ่มเติม:** เพิ่มบทบัญญัติให้ **"พนักงานเจ้าหน้าที่ (เทศกิจหรือระบบ AI ของท้องถิ่น) มีอำนาจส่งข้อมูลผู้ค้างชำระค่าปรับไปยังนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ได้โดยตรง"** และให้ถือว่าคดีจะระงับก็ต่อเมื่อได้ชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว (ปัจจุบันกฎหมายนี้ไม่ได้ให้อำนาจเชื่อมโยงไปถึงการงดต่อภาษีรถยนต์เหมือน พ.ร.บ.จราจรทางบก)
# # # ฉบับที่ ๒: พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒)
* **สิ่งที่ต้องแก้/เพิ่มเติม:** เพิ่มข้อกำหนดในหมวดการเสียภาษีประจำปี (ลักษณะเดียวกับมาตรา 141/1 ของ พ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ตำรวจใช้ร่วมกับกรมขนส่งฯ) ว่า **"ให้นายทะเบียนมีอำนาจงดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายภาษี/ป้ายวงกลม) แก่รถที่มีคะแนนความผิดค้างชำระ หรือมีค่าปรับค้างชำระตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ของท้องถิ่น"**
---
# # ๒. กระบวนการติดตามจาก "กล้อง AI" สู่ "การล็อกภาษี" (Step-by-Step)
เพื่อใช้ศักยภาพของหน่วยงานรัฐอื่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระบวนการจะถูกร้อยเรียงแบบอัตโนมัติ (Automated Workflow) ดังนี้ครับ:
```
[กล้อง AI จับภาพบนทางเท้า] . . .⬇️
[สแกนป้ายทะเบียนอัตโนมัติ] . . .⬇️ (เชื่อมต่อ API ข้ามกระทรวง)
[ดึงข้อมูลเจ้าของรถจาก กรมการขนส่งทางบก] . . .⬇️
[ส่งใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ถึงบ้าน] . . .⬇️
(หากไม่จ่ายภายใน 30 วัน) . . .⬇️
[ระบบส่งชื่อขึ้นบัญชีดำ "Hold ภาษี"] . . .⬇️
[เจ้าของรถไปต่อภาษีประจำปีที่ขนส่งฯ] . . .⬇️
[ระบบบล็อก! ไม่ยอมออกป้ายภาษีตัวจริงให้]
` ` ` `
# # # มาตรการขั้นเด็ดขาดเมื่อ "ไม่จ่าย" ในวันต่อภาษี:
เมื่อเจ้าของรถที่ทำผิดไปต่อภาษีประจำปีที่กรมการขนส่งทางบก หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLT:
1. **ได้แค่ใบแทนชั่วคราว:** ขนส่งฯ จะรับเงินค่าภาษีไว้ แต่จะ**ไม่ออกป้ายภาษีตัวจริงให้** โดยจะออกใบแทนให้ชั่วคราวมีอายุแค่ 30 วัน เพื่อให้ไปเคลียร์ค่าปรับบนทางเท้ากับ กทม.
2. **โดนข้อหาหนักเพิ่มขึ้น:** หากพ้น 30 วันแล้วยังไม่จ่ายค่าปรับ แล้วยังฝืนขับรถโดยไม่มีป้ายภาษีตัวจริง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (ซึ่งตำรวจเรียกตรวจและจับกุมได้ทันทีบนท้องถนน)
3. **โดนระงับทะเบียน:** หากยื้อไม่จ่ายค่าปรับ จนลากยาวไม่ต่อภาษีรถยนต์ติดต่อกันครบ 3 ปี ทะเบียนรถคันนั้นจะถูก **"ระงับ" (ยกเลิกป้าย) ทันที** กลายเป็นรถผิดกฎหมายที่ไม่สามารถซื้อขายหรือขับขี่ได้อีกต่อไป
---
# # ๓. ประโยชน์ที่รัฐบาลและเมืองจะได้รับร่วมกัน (Win-Win)
> * **กทม. และ ท้องถิ่น:** ได้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยกลับคืนมา และมีรายได้จากค่าปรับมาพัฒนาทางเท้าโดยตรง โดยไม่ต้องเปลืองแรงเทศกิจไปยืนตากแดดไล่จับ
> * **รัฐบาลกลาง (กรมการขนส่งทางบก):** สามารถบีบให้เจ้าของรถที่ "เหนียวหนี้" ทั้งค่าปรับและชอบเนียนไม่ยอมจ่ายภาษีรถยนต์ประจำปี ต้องเข้าสู่ระบบเพื่อจ่ายเงินให้ถูกต้อง เพราะถ้าไม่จ่าย รถจะกลายเป็นเศษเหล็กที่วิ่งบนถนนไม่ได้
> * **ภาคประชาชน:** เกิดความเกรงกลัวกฎหมายเพราะรู้ว่า **"หนีไม่พ้น"** คุณภาพชีวิตคนเดินเท้าจะปลอดภัยขึ้นทันตาเห็น
>
>
การแก้กฎหมาย 2 ฉบับนี้เพื่อเชื่อม "กลไกท้องถิ่น" เข้ากับ "กลไกความมั่นคงของรัฐบาลกลาง" คือคำตอบเดียวที่จะทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ครับ ไม่อย่างนั้น ต่อให้ติดกล้อง AI อัจฉริยะราคาตัวละล้านรอบกรุงเทพฯ มันก็ทำได้แค่เป็น "กล้องบันทึกภาพความมักง่าย" ที่เอาผิดใครไม่ได้จริง ๆ ครับ
ผม ลุงพุฒ ก็จะรอดู ว่าจะมีใครในผู้สมัครผู้ว่า กทมฯ ที่จะกล้าเสนอ action plan อย่างนี้มั้ย (action plan มันไม่ใช่แค่บอกว่า จะทำอะไรแบบกว้างๆ แต่มันต้องบอกว่า จะทำอะไรที่มันเป็นรูปธรรม ทำแล้วจะเสร็จเมื่อไหร่ สามารถติดตามความคืบหน้าได้อย่างไร ต้องมีตัววัดที่วัดผลประเมินออกมาเป็น "รูปธรรม"

02/06/2026

🙏​🙏​🙏

🙏​🙏​🙏
02/06/2026

🙏​🙏​🙏

ขันธ์ 5 เป็นทุกข์ล้วนๆ

"เรียนรู้กายรู้ใจมาตามลำดับ
พอรู้กายถูกต้องแจ่มแจ้งได้พระ อนาคามี
จิตใจก็จะสบายขึ้นเยอะเลย
จะไม่แส่ส่ายไปทางตา หู จมูก ลิ้น กายแล้ว
จะเหลือแต่ความสงบสุขอยู่ภายใน เพลิดเพลินอยู่กับความสงบสุขภายในจิตในใจของเรานี้เอง

ต่อมาสติปัญญาแก่รอบลงมาอีก
ก็จะเห็นเลยว่าตัวจิตตัวใจที่เห็นว่าสงบสุขนี้
ความจริงแล้วเป็นทุกข์ล้วนๆ
ตัวนี้ไม่รู้จะพูดภาษามนุษย์อย่างไร ฟังไว้ก็แล้วกัน
มันเห็นเป็นทุกข์ล้วนๆ เมื่อใดมันจะทิ้งแล้วมันจะวาง
ถ้าเห็นเป็นทุกข์บ้างสุขบ้างมันไม่วางหรอก

มันทุกข์ล้วนๆ ขันธ์ 5 เป็นทุกข์ล้วนๆ
ตัณหาจะดับทันทีเลย
เมื่อมันเป็นทุกข์ล้วนๆ แล้วจะอยากให้มันเป็นสุขได้อย่างไร
ของเรามีตัณหาขึ้นมาเพราะอยากให้ขันธ์ 5 มีความสุข
อยากให้ขันธ์ 5 พ้นทุกข์
แต่วันหนึ่งเรียนจนกระทั่งรู้ชัดเลยว่าขันธ์ 5 นี้ทุกข์ล้วนๆ
ไม่มีทางอยากให้มันมีความสุขแล้ว
ไม่มีทางอยากให้มันพ้นทุกข์อีกต่อไปแล้ว
มันไม่สมหวัง มันทุกข์ล้วนๆ

ใจเข้าถึงตรงนี้ ใจยอมรับตรงนี้จะสลัดคืนเลย
จะหมดตัณหาแล้วก็สลัดคืนความยึดถือกายยึดถือใจให้โลก
คืนเจ้าของเดิม
จิตใจก็จะเข้าถึงความสงบสันติที่แท้จริงคือนิโรธหรือนิพพาน"

หนังสือ ประมวลธรรมเทศนา เล่ม 1
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หนังสือประมวลธรรมเทศนา ของหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช เล่ม 1-3 เป็นการรวบรวมพระธรรมเทศนาของหลวงปู่ปราโมทย์ที่แสดงธรรมไว้ในวาระต่างๆ มีการแยกแยะหมวดหมู่ไว้ชัดเจน โดย อ.สุรพล สายพานิช และคณะ ซึ่งได้รวบรวมและจัดพิมพ์ไว้เมื่อหลายปีแล้ว
ในเวลาต่อมาหนังสือชุดดังกล่าวหมดลง ทำให้ญาติธรรมที่สนใจภาวนาในแนวทางของหลวงปู่ปราโมทย์ ไม่สามารถหาได้อีก และถามหาหนังสือชุดนี้เข้ามาเป็นจำนวนมาก
ทางมูลนิธิฯ จึงจัดพิมพ์เพิ่มเติม
โดยมีรายละเอียดของหนังสือดังนี้
📘 เล่ม 1 หนา 640 หน้า
📕 เล่ม 2 หนา 464 หน้า
📙 เล่ม 3 หนา 368 หน้า
ขนาดเล่ม 26.5 x 19 ซม. ปกแข็ง เคลือบด้าน spot uv น้ำหนักรวม 4.5 กก.
เปิดให้ทำบุญขอรับหนังสือได้ในราคาต้นทุน ชุดละ 450 บาท (รวมค่าส่งลงทะเบียนตามน้ำหนักแล้ว)

สามารถติดต่อขอทำบุญรับหนังสือโดยตรงได้ทาง
🍀 กล่องข้อความ (Facebook inbox message มูลนิธิสื่อธรรมหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช)
🍀 email: media .org
🍀 โทร. 02-0126999 (ในเวลาทำการ)

🙏🙏🙏
02/06/2026

🙏🙏🙏

ฝึกจนได้จิต

"พอจิตเราตั้งมั่น อย่ารักษาจิตที่ตั้งมั่น
เห็นไหม ไม่มีอะไรต้องรักษาหรอก
แล้วพอมีสิ่งเร้าทางตา เห็นอะไรไหวๆ ทางตา
จิตที่ตั้งมั่นก็จะดับ เกิดจิตที่ไปรู้รูป
พอจิตไปรู้รูปเกิดประเดี๋ยวหนึ่ง เราเคยฝึกสติชำนาญ
จิตไหลไปทางตา สติรู้ทันปุ๊บมันจะดับ
มันจะเกิดจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นอยู่ชั่วคราว
พอมีสิ่งเร้าทางหู มีเสียง อย่างเสียงนกร้องอย่างนี้
จิตสนใจ จิตก็จะวิ่งไปฟังเสียง
จิตที่ตั้งมั่นก็ดับ เกิดจิตที่ไปฟังเสียง
ฟังเสียงชั่วคราว เราเคยฝึกจิตตั้งมั่นจนชำนาญ
จิตที่หลงไปฟังเสียงก็จะดับ จิตที่ตั้งมั่นก็จะเกิด
จะสลับกันไปเรื่อยๆ
จิตตั้งมั่นอยู่ แล้วก็หลงไปคิด
จิตหลงไปคิดก็เป็นดวงหนึ่ง
จิตที่ตั้งมั่นเป็นดวงหนึ่ง
พอสติรู้ทันว่าจิตหลงคิด
จิตหลงคิดดับ จิตตั้งมั่นก็เกิดขึ้นอีก

ต้องฝึกจนได้จิต
ครูบาอาจารย์วัดป่าเรียกว่าจิตผู้รู้
จิตผู้รู้จริงๆ ก็คือจิตที่ประภัสสร
จิตที่เป็นธรรมชาติเดิมของจิตนั่นล่ะ
ธรรมชาติเดิมของจิตประภัสสร ผ่องใส
แล้วมันเศร้าหมองเพราะกิเลสแทรกเข้ามา
เราต้องฝึกจนกระทั่งเข้ามาถึงตัวจิตจริงๆ
จิตที่รู้ตื่นเบิกบาน ผ่องใส
ไม่ใช่เพื่อรักษา ไม่ใช่เพื่อเอาสิ่งนี้
สิ่งนี้เป็นเหมือนเรือที่จะใช้เดินทางข้ามมหาสมุทร
เป็นแค่เครื่องมือของการปฏิบัติ"

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
30 พฤษภาคม 2569

🙏​🙏​🙏
01/06/2026

🙏​🙏​🙏

“บางคนบอกว่า ไม่มีเงินจะทำอย่างไรบุญไม่ใช่แค่เรื่องเสียเงิน ไม่มีเงินก็ทำบุญได้เพราะบุญมีตั้ง 10 ชนิดอย่...

🙏​🙏​🙏
01/06/2026

🙏​🙏​🙏

ที่อยู่

17 (45917) ซ. รามอินทรา 99 แยก 2 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
อังคาร 10:00 - 20:00
พุธ 10:00 - 20:00
พฤหัสบดี 10:00 - 20:00
ศุกร์ 10:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66814312301

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านหมอดูวัชรพลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านหมอดูวัชรพล:

แชร์

ประเภท