22/10/2025
เบิ้ดคำสิเว้า 🙃🤬
มาดามแป้ง อยู่ในวงการฟุตบอลไทยมา 2 ทศวรรษ เคยเป็นทั้งผู้จัดการทีมชาติ, ประธานสโมสร และไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงตำแหน่งสูงสุด นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ดังนั้นเธอควรจะเข้าใจบอลไทยมากที่สุด แต่คำแถลงในวันนี้ ดูเหมือนเธอแบ่งความสำคัญของแต่ละสิ่งไม่ออกเลย
แน่นอน ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน และ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เป็นฝ่ายเทคนิค สามารถให้คำแนะนำได้ ว่าจะปลดมาซาทาดะ อิชิอิ ดีหรือไม่ แต่สุดท้ายคนที่ต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาดคือมาดามแป้ง
ปรากฏว่าเธอเห็นด้วยตามนั้น และเลือกไล่อิชิอิออก โดยไม่พิจารณาอย่างเป็นธรรมต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเลย
ในการแถลงของเธอ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย มีการอธิบายว่าทำไมถึงปลดอิชิอิ แต่มีอยู่ 3 ประเด็น ที่รู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผลเหลือเกิน
------------------
[ เหตุผลไล่ออกจากมาดามแป้ง ข้อ 1 : อิชิอิ มี win rate 53% น้อยกว่ามาโน่ โพลกิ้งที่ 56% ]
มาดามแป้งมองแต่ตัวเลขไม่ได้สิครับ ที่ win rate มาโน่เยอะกว่า เพราะได้คุมทีมใน AFF สองรอบ สถิติชนะส่วนใหญ่ ก็มาจากการเจอทีมในอาเซียนทั้งนั้น
แต่พอมาโน่พาทีมไทยไปเจอของจริงในระดับเอเชีย หรือยุโรป เช่น จอร์เจีย, ยูเออี, ซีเรีย, บาห์เรน ก็โดนตบหมด ไม่มีเหลี่ยมจะพลิกชนะ หรือยันเสมอได้เลย
แต่อิชิอิ เจอโปรแกรมที่หนักกว่ามาก เจอเกาหลีใต้, เยือนจีน, โอมาน, คีร์กีซสถาน, ซาอุดิอาระเบีย และ ซีเรีย ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ อิชิอิไม่แพ้เลยสักเกมเดียว
ดังนั้นการตัดสินใครจาก win rate มันตื้นเขินมาก มันวัดอะไรไม่ได้ขนาดนั้น
50 เกมแรกของอาร์เน่อ สล้อธ กับลิเวอร์พูล มีค่า win rate ที่ 72% ส่วน 50 เกมแรกของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับแมนฯ ยูไนเต็ด มีค่า win rate ที่ 42%
แปลว่า สล้อธ เริ่มต้นได้ดีกว่าแบบนี้ เขาจะประสบความสำเร็จมากกว่าเฟอร์กี้สองเท่าแบบนั้นหรอครับ? ก็ไม่ใช่จริงไหม
ดังนั้น นี่เป็นตัวเลขที่เอาไปเทียบอะไรไม่ได้ คู่แข่งก็ต่างกัน นักเตะในทีมก็ไม่เหมือนกัน คือพอดูคร่าวๆ ได้ แต่อย่าเอาไปจริงจังอะไรขนาดนั้น
มาดามแป้งอ้างว่า ข้อมูลและสถิติ คือสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่มันจะเทียบกันได้หรอครับ เมื่อตัวแปรที่อิชิอิกับมาโน่เจอก็ไม่เหมือนกันแล้ว
------------------
[ เหตุผลไล่ออกจากมาดามแป้ง ข้อ 2 : อิชิอิ ทำทีมชาติไทยชนะสิงคโปร์ 3-1 ขาดไปแค่ลูกเดียว ทำให้ไทยตกรอบฟุตบอลโลก ต้องรออีก 4 ปี ]
มาดามแป้งคิดไหมครับ ว่าโค้ชที่ต้องมา "แก้งาน" จากที่ไทยแพ้จีนคาบ้านตั้งแต่นัดแรก มันจะทำได้ยากขนาดไหน
แต่อิชิอิ ก็ทำดีที่สุด เท่าที่จะทำได้แล้ว เสมอเกาหลีใต้ที่โซล ในเกมที่ไทยควรแพ้ 4-5 ลูก ตามหน้าเสื่อ, เสมอจีนที่เสิ่นหยาง ในเกมที่เขาจงใจเลือกสนามศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ที่ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน แถมยังบีบบังคับให้เราเดินทางไกลๆ จะได้เหนื่อยมากๆ แต่เราก็ยังเอาแต้มออกมาได้
ในเกมที่ไทยชนะสิงคโปร์ 3-1 อิชิอิเซ็ตทีมจนได้โอกาสยิงเกิน 30 ครั้งเลยนะครับ ในเมื่อผู้เล่นไทยมันคมได้แค่นี้ โค้ชจะทำอะไรได้มากกว่านี้ จริงไหมครับ
มาดามแป้ง ควรมองโดยรวม ว่าถ้าไทยไม่แพ้จีนคาบ้านนัดแรก อิชิอิไม่ต้องลำบากถึงขนาดนี้ด้วยซ้ำไป เขาแก้ไขจนไทยตกรอบด้วยลูกได้เสียแค่ 1 ลูก ก็ดีขนาดไหนแล้ว
------------------
[ เหตุผลไล่ออกจากมาดามแป้ง ข้อ 3 : "ฟุตบอลระดับทีมชาติ ไม่ใช่ห้องทดลอง" ]
ไม่จริงเลยครับ ฟุตบอลทีมชาติ มีโปรแกรมที่ "ทดลองได้" และ "ห้ามทดลอง"
เกมสำคัญจริงๆ อย่างฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก หรือ เอเชียน คัพ อันนี้ห้ามทดลอง เพราะคะแนนฟีฟ่ามันสูงมาก แต่เกมในถ้วยอื่น มันลองได้หมดครับ คิงส์คัพ, AFF หรือ เกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์
ถ้าเราไม่เอาโปรแกรมเหล่านี้มาทดลอง ใช้แผนใหม่ๆ ใช้ตัวผู้เล่นใหม่ๆ แล้วจะมีเวทีไหน ให้เราได้เทสต์คุณภาพของผู้เล่นล่ะครับ ไม่งั้นเราก็ต้องยึดตัวเดิมๆ ไปจนนักเตะชราภาพกันไปข้างหรอครับ
เกมเสมอลาว 1-1 มีบางคนโวยวาย ว่าโอ๊ย เสมอลาว ผมก็สงสัยว่า แล้วไงล่ะ มันแค่เกมอุ่นเครื่อง
นัดนั้น อิชิอิ ทดลองผู้เล่นใหม่ๆ เช่น กรกฎ พิพัฒน์นัดดา, วันชัย จารุนงคราญ, ชิษณุพงษ์ โชติ, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย, วิลเลียม ไวเดอเฌอ, อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ, ทิตาธร อักษรศรี ฯลฯ
เขาลองจับเอาคนนี้ คนนั้น มาใช้งานดู ว่าเล่นได้ไหม แพ้-ชนะ มันจะสำคัญอะไร ในแมตช์แบบนี้ ที่ควรมีไว้ทดลอง
เราเลยพูดกันเสมอว่า อย่าไปให้ความสำคัญอะไรกับบอลอาเซียนขนาดนั้น เราได้แชมป์มาจนเหนื่อยแล้ว รวมถึงบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ด้วย คิงส์คัพนี่มันควรจะถูกนำมาเป็น KPI หรอ?
รายการเหล่านี้ ควรใช้เป็นเวทีทดลองนักเตะ ลองไปเลย แพ้ ชนะ ช่างมัน ส่วนรายการสำคัญอย่าง เอเชียน คัพ หรือ ฟุตบอลโลก อันนี้ต้องจัดเต็มแน่นอน
การแบ่งความสำคัญ คือสิ่งจำเป็น แต่สมาคมฟุตบอลกลับให้น้ำหนักทุกรายการสำคัญหมด ต้องชนะ ชนะ ชนะ คำถามคือถ้าหวังแค่เสพชัยชนะ บอลอาเซียน บอลซีเกมส์ อะไรก็เอาหมด แล้วจะเอาเวลาไหนมาสร้างทีม?
------------------
เหตุผลทุกข้อที่มาดามแป้งยกมา แน่นอน ว่าฟังไม่ขึ้น
สิ่งที่เซอร์ไพรส์ คือ ประโยคแรกๆ ในโพสต์ของเธอ ใช้คำว่า "การยกเลิกสัญญา (อย่างถูกต้องตามสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง และ สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย) กับโค้ช มาซาทาดะ อิชิอิ"
เป็นคำตอบคลาสสิคแบบหน่วยงานรัฐเลยนะครับ "สามารถทำได้ตามกฎหมาย" คือทุกคนรู้ครับ ว่าสมาคมปลดโค้ชได้อยู่แล้ว และมันก็ชอบธรรมด้วย แต่ประเด็นที่เขาถกกันอยู่คือ
"ปลดทำไม" ไม่ใช่ "ปลดได้ไหม" มันคนละเรื่องกันครับ
ผมว่าเกมนี้ มาดามแป้งพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง ถือว่าผิดคาด กับคนที่เล่นเกมอยู่ในกระแสของมวลชนอยู่ตลอด
เธอจะไม่รู้ได้ไง ว่าปลดอิชิอิในเวลานี้ ที่เพิ่งถล่มไต้หวัน 6-1 ทุกอย่างกลับมาเข้าที่เข้าทางแล้ว มันต้องเจอฟีดแบ็กแบบนี้ Timing แย่มาก
เธอจะไม่รู้ได้ไง ว่ารายการอย่างคิงส์คัพ หรือ AFF คะแนนฟีฟ่าต่ำมาก ต่อให้ได้แชมป์ AFF เล่น 8 นัด ยังได้แต้มไม่เท่าชนะไต้หวัน เหย้า-เยือนเลยด้วยซ้ำ
เธอต้องรู้อยู่แล้วทุกๆ อย่าง ว่าการปลดครั้งนี้ มันไม่ Make Sense มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลย
แต่ใครจะเชื่อ ว่ายังกล้าจะลุยไฟ เอาเหตุผลสารพัดมาเด้งอิชิอิอยู่ดี
เคสนี้ ถ้าเธอไม่ประเมินกระแสสังคมผิด ก็แสดงว่าคอนฟลิกต์ที่มีกับอิชิอิ มันมากเกินกว่าที่จะยอมปล่อยผ่านได้
ต่อให้อิชิอิมีผลงานที่โอเคขนาดไหน ต่อให้โค้ชคนใหม่ที่มาแทนจะมีเวลาเตรียมตัวน้อยเท่าไหร่ก่อนเจอศรีลังกา ก็ไม่สน ต้องปลดอิชิอิทันที ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เลย
ผมไม่ปฏิเสธที่เธอบอกนะครับ ว่ายุคของเธอ ได้แก้ปัญหาเรื่องผู้สนับสนุน เรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดบอลไทย จุดนี้เธอทำได้ดีมาก คู่ควรกับคำชม
แต่กับการไล่อิชิอิครั้งนี้ มันคนละเรื่องกันครับ มองไม่เห็นมุมไหนเลย ที่เธอจะตัดสินใจถูกได้
เอาล่ะครับ สิ่งเดียวที่มาดามแป้งจะรอดไปจากวิกฤติตรงนี้ได้ คือ โค้ชคนใหม่ แอนโธนี่ ฮัดสัน มีผลงานที่ดีมากๆ แบบเห็นได้ชัดจริงๆ ว่าดีกว่าอิชิอิ
ขั้นแรกต้องชนะทั้งศรีลังกา และ เติร์กเมนิสถานเข้ารอบเอเชียนคัพให้ได้ก่อน จากนั้น AFF ปี 2026 ก็ต้องได้แชมป์ และในเอเชียนคัพรอบสุดท้าย ก็ต้องทำทีมให้ได้ขั้นต่ำคือ 16 ทีมสุดท้าย
ถ้าทำได้ตามนี้ ก็เสมอตัว แต่ถ้าต่ำกว่านี้ โดยเฉพาะในเอเชียนคัพ รอบแบ่งกลุ่ม ถ้าผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายไม่ได้ รับรองได้ว่ามาดามแป้งจะโดนสังคมประชาทัณฑ์ยิ่งกว่านี้อีก
ณ เวลานี้ มาดามแป้งก็ต้องอดทน ยอมรับในคำวิจารณ์ไปก่อน แล้วให้เวลาพิสูจน์ ว่าการตัดสินใจของเธอถูกต้องแล้ว
ถ้าสมมุติ แอนโธนี่ ฮัดสัน เป็นยอดโค้ชที่คนไทยรอคอยมาทั้งชีวิต แบบนี้มาดามแป้งจะได้หัวเราะทีหลังแน่นอน
ซึ่งถ้าฮัดสันทำได้แบบนั้นจริง ผมว่าแฟนบอลไทยทุกคนจะยอมขอโทษมาดามแป้ง พร้อมกับซูฮกว่าเธออ่านเกมขาดจริงๆ ซึ่งก็หวังว่าฮัดสันจะทำได้ถึงขนาดนั้นครับ
บทสรุปของเรื่องอิชิอิคือ เราไม่มีทางย้อนเวลาได้แล้ว การตัดสินใจมันเกิดขึ้นไปแล้ว
อิชิอิก็ต้องไปหาเส้นทางการทำงานใหม่ๆ ส่วนเรื่องทีมชาติก็คงต้องคาใจไปอีกนาน ว่าเขาทำอะไรผิดพลาดขนาดนั้นเลยหรือ
ส่วนพวกเราแฟนบอลไทย สิ่งเดียวที่ทำได้ คือทำใจ แล้วก้าวต่อไปกับโค้ชคนใหม่ ภาวนาให้เขาไปได้สวยกับทีมชาติ ขอให้ทำผลงานได้ดีกว่า หรือเทียบเท่าอิชิอิก็ยังดี
ขณะที่ตัวมาดามแป้ง นี่คือการเดิมพันที่สำคัญที่สุด ในการเป็นนายกสมาคมของเธอ และมันคือครั้งแรกที่เธอโดนคนทั้งประเทศรุมด่าพร้อมเพรียงกัน แบบไม่มีคนปกป้องเลยด้วย
ในโพสต์อธิบายของมาดามแป้ง ทิ้งท้ายว่า "แป้งขอให้คำมั่นอีกว่า แป้งจะนำพาฟุตบอลไทยไปให้เจริญรุ่งเรืองให้ได้"
ได้แต่หวังว่าเธอจะทำได้จริงตามที่พูดล่ะครับ เพราะอย่าลืมว่า ศรัทธาของแฟนบอล เมื่อสูญสิ้นไปแล้วเมื่อไหร่ ไม่รู้ต้องใช้เวลามหาศาลแค่ไหนในการเรียกคืนกลับมาอีกครั้ง