24/02/2026
วิจัยชี้! รถ EV มือสอง แบตไม่ได้เสื่อมไวอย่างที่คิด ใช้งาน 10 ปี ความจุลดลงนิดเดียว!
🔻 Generational บริษัทจากสหราชอาณาจักร วิจัยเกี่ยวกับสุขภาพของแบตเตอรี่รถไฟฟ้ากว่า 8,000 คัน และทดสอบในปี 2025 พบว่ารถส่วนใหญ่ที่ทดสอบยังมีความจุใกล้เคียงความจุเดิม
🔻 งานวิจัยนี้ครอบคลุมรถกว่า 8,000 คันจาก 36 แบรนด์ อายุของตัวรถมีตั้งแต่ไม่ถึง 1 ปี ไปจนถึงรถ 12 ปีที่มีเลขไมล์ 160,000 ไมล์ (~257,500 กม.) โดยความจุแบตเตอรี่เฉลี่ยอยู่ที่ 95.15% เลยทีเดียว
🔻 แม้ว่าชุดข้อมูลนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรถไฟฟ้าอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่เมื่อดูแยกตามอายุจะพบว่า รถไฟฟ้าที่เก่ากว่าก็ยังรักษาความจุแบตได้ดี
🔻 จากภาพจะพบว่า ค่าเฉลี่ยของสุขภาพแบตรถไฟฟ้าที่มีอายุ 2-3 ปี อยู่ที่ 96.94% และเมื่ออายุ 3-4 ปี จะอยู่ที่ 95.17% และลงไปถึง 85.04% สำหรับแบตรถไฟฟ้าอายุ 8-12 ปี แต่ในภาพก็แสดงให้เห็นว่า ยังมีรถไฟฟ้าเก่าที่มีแบตสภาพดีอยู่ไม่น้อย
👉 อย่างไรก็ตาม บริษัท Generational ยังชี้ให้เห็นว่า เมื่อรถอายุมากขึ้น สภาพแบตเตอรี่ก็มีแนวโน้มแตกต่างกันมากขึ้น สังเกตได้จากช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 25 และ 75
👉 ผลวิจัยนี้สอดคล้องกับงานวิจัยอื่นๆ ที่พบว่า แบตเตอรี่รถไฟฟ้าโดยรวมยังคงความจุโดยรวมได้ดี และแม้อายุแบตจะบอกแนวโน้มการเสื่อมสภาพได้ แต่ไม่ได้แปลว่าแบตเก่าจะใกล้เสียเสมอไป
📌 แต่มีปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่รถไฟฟ้าเสื่อมเร็วอยู่ เช่น
- ความถี่ในการชาร์จเร็ว (Fast Charge)
- การปล่อยให้แบตใกล้หมดบ่อยๆ
- สภาพภูมิอากาศในการใช้งาน
โดยเฉพาะในแบตรุ่นเก่าๆ ที่เทคโนโลยียังไม่ล้ำเท่าปัจจุบัน
🔻 Generational ระบุว่า อย่าเพิ่งตัดสินรถไฟฟ้าจากเลขไมล์เพียงอย่างเดียว โดยรถ EV ที่วิ่งเกิน 100,000 ไมล์ (~160,000 กม.) หลายคันยังมีความจุแบตอยู่ระหว่าง 88–95% ของความจุเดิม ไม่ว่าอายุรถจะเท่าไหร่ก็ตาม
✅ สรุปของงานวิจัยนี้ Generational ระบุว่า ควรมีการเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health Testing) ก่อนซื้อรถไฟฟ้ามือสอง เพื่อให้มีความโปร่งใสมากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มราคาขายต่อของรถอีกด้วย
👉 อีกมุมหนึ่งคือ ถ้าเราต้องการรถไฟฟ้ามือสองที่มีอายุไม่กี่ปี เราอาจไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องแบตเสื่อมขนาดนั้นก็ได้
🤔 ทุกคนคิดว่า รถไฟฟ้ามือสองเป็นทางเลือกที่ดีหรือเปล่าครับ?
ขอบคุณข่าวจาก Insideevs
เรียบเรียงโดย แอดก้อง
#แบตเตอรี่ #แบตเตอรี่รถไฟฟ้า #รถไฟฟ้า #รถมือสอง #รถไฟฟ้ามือสอง
#ที่สุดของเรื่องรีวิว