Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต

Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต อยากเปลี่ยนชีวิต...เริ่มต้นที่ความคิด
ติดต่องานสอน วิทยากร เชิญเยี่ยมบ้าน โปรดแจ้งผ่าน inbox

"หุ่นสวยสร้างได้ในครัว"เพราะการที่เราจะมีสุขภาพดีและรูปร่างสวยงามนั้นเกิดจากการกินนั่นเองถ้าจะพูดว่า หุ่นแล้วก็สร้างได้ใ...
01/09/2026

"หุ่นสวยสร้างได้ในครัว"
เพราะการที่เราจะมีสุขภาพดี
และรูปร่างสวยงามนั้น
เกิดจากการกินนั่นเอง
ถ้าจะพูดว่า หุ่นแล้วก็สร้างได้ในตู้เย็นของเราด้วยเช่นกัน
ถ้าจัดระเบียบตู้เย็น
ก็จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ในการกินได้ดีด้วย
1. เพิ่มสัดส่วนอาหารคลีนให้มาก
ลองกำหนดพื้นที่เพื่อเก็บผักผลไม้ ปลา นม
หรืออาหารที่ดีต่อสุขภาพประมาณ 70-80 %
ของตู้เย็น
2. ใส่กล่องใสช่วยกระตุ้นการมองเห็น
ลองนำผักผลไม้ที่สวยๆ
มาใส่ในกล่องใส
ในจุดที่เราจะมองเห็นได้ง่ายๆ
ทำให้อยากหยิบขึ้นมากิน
3. วางน้ำอัดลมและเบียร์ในจุดที่หยิบยาก
ลองเลือกวางนมโยเกิร์ต
ไว้ตรงแถวบนของช่อง
ส่วนน้ำอัดลม หรือเบียร์
ลองให้วางในส่วนข้างล่าง
ที่ต้องก้มลงไปหยิบหรือ
ไว้ในส่วนที่ลึกเข้าไป
4. แปะสติ๊กเกอร์ให้รู้ว่าต้องเก็บอะไร
ช่วยทำให้รู้ว่าวัตถุดิบอันไหนที่ขาด
แล้วต้องซื้อเพิ่ม
เช่น กล่องผักผลไม้ดูโล่งแล้ว
เราก็ควรจะต้องไปซื้อมาเติม
5. ใช้สีกระตุ้นความอยากอาหาร
โดยส่วนใหญ่กระป๋องน้ำอัดลมน่าจะมีสีสันจึงทำให้ดึงดูดน่าหยิบ เราจึงใช้วิธีนี้มาใช้ในการจัดวางผักผลไม้ที่มีสีสัน เช่น สตรอเบอร์รี่ องุ่น ส้ม แครอท แอปเปิ้ล ก็จะช่วยกระตุ้นทำให้น่าสนใจมากกว่าการเรียงแค่ผักสีเขียวอย่างเดียว

===========
🙂🙂🙂🙂
เพราะผมเชื่อว่า
การเปลี่ยนชีวิต
เริ่มที่ความคิด
และบ้านของคุณ

📄 พินัยกรรมตายดี (Living Will) คืออะไร? ทำไมเราถึงควรทำตั้งแต่วันนี้?​หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้ แต่อาจจะยังสงสัยว่ามันคื...
29/08/2026

📄 พินัยกรรมตายดี (Living Will) คืออะไร?
ทำไมเราถึงควรทำตั้งแต่วันนี้?
​หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้ แต่อาจจะยังสงสัยว่ามันคืออะไร?
​ถ้าเข้าใจง่ายคือ "การเขียนบอกความต้องการล่วงหน้า" ในตอนที่เรายังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ว่าถ้าวันหนึ่งเราป่วยหนักจนอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หายขาด เราจะ "ขอปฏิเสธการยื้อชีวิต"
(เช่น การปั๊มหัวใจ เจาะคอ สอดท่อ หรือใส่เครื่องช่วยหายใจ) ที่ทำไปเพียงเพื่อยืดเวลา แต่ไม่ได้ช่วยให้หายดี 🛑
​แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญและควรทำเตรียมไว้?
​✨ 1. ได้เลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง
เรามีสิทธิเต็มที่ที่จะเลือกได้ว่า ในวาระสุดท้ายเราอยากได้รับการดูแลแบบไหน และไม่ต้องการรับความเจ็บปวดจากการรักษาแบบไหนบ้าง
​✨ 2. ไม่ทิ้งความรู้สึกผิดไว้ให้ครอบครัว
ในยามวิกฤต การต้องมาตัดสินใจว่าจะ "ยื้อ" หรือ "ปล่อย" เป็นเรื่องที่หนักหนาและทำร้ายจิตใจคนเป็นญาติมาก
การที่เราเขียนความต้องการไว้อย่างชัดเจน จะช่วยปลดล็อคความเครียดนี้ ทำให้คนที่เรารักไม่ต้องมาเถียงกัน หรือรู้สึกผิดกับการตัดสินใจ
​✨ 3. ไม่สูญเสียเงินไปกับค่ารักษาที่ไม่จำเป็น
การยื้อสัญญาณชีพในห้อง ICU มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก การทำเอกสารนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ครอบครัวต้องเอาเงินเก็บทั้งชีวิต หรือเป็นหนี้ เพื่อแลกกับการยื้อเวลาที่ทำให้เราต้องนอนเจ็บปวด
​✨ 4. เปลี่ยนเป็นการดูแลเพื่อให้จากไปอย่างสงบ
เมื่อเราปฏิเสธการยื้อชีวิต แพทย์จะเปลี่ยนมาใช้การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือเน้นให้ยาแก้ปวดและดูแลจิตใจ ให้เราได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายอย่างสงบและสมศักดิ์ศรีที่สุด
​💡 ข้อควรรู้สำคัญ: พินัยกรรมตายดี ไม่ใช่การการุณยฆาต (Euthanasia)
การฉีดยาให้เสียชีวิตยังผิดกฎหมายในไทย แต่นี่คือการปล่อยให้ร่างกายดำเนินไปตามธรรมชาติ โดยแพทย์จะช่วยบรรเทาความทรมานให้มากที่สุด 🍃
​เรื่องความตายอาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนไม่อยากพูดถึง แต่การเตรียมพร้อมและสื่อสารเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่เรายังแข็งแรง คือ "ของขวัญชิ้นสุดท้าย" ที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ตัวเองและคนที่เรารัก 🤍

28/08/2026

มีใครทำสมุดเบาใจกันบ้างครับ?

ทำไมเราทุกคนถึงควรทำ "Living Will"​1. หากวันหนึ่งเราอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต ร่างกายไม่สามารถตอบสนองหรือสื่อสารได้แล้ว ...
20/08/2026

ทำไมเราทุกคนถึงควรทำ "Living Will"
​1. หากวันหนึ่งเราอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต ร่างกายไม่สามารถตอบสนองหรือสื่อสารได้แล้ว เราอยากถูกยื้อชีวิตด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่อาจสร้างความเจ็บปวด หรืออยากจากไปอย่างสงบตามธรรมชาติ?
​2. "หนังสือแสดงเจตนาปฏิเสธการรักษาพยาบาลในวาระสุดท้ายของชีวิต" กำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรทำความรู้จักและเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ครับ
​.
3.การทำ Living Will ไม่ใช่การยอมแพ้ต่อโชคชะตา แต่คือการเลือก 'คุณภาพชีวิต' ในช่วงเวลาสุดท้าย และเลือกที่จะจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี
4.​คืนสิทธิในการตัดสินใจให้ตัวเอง: คุณคือเจ้าของร่างกายนี้ 100% การทำ Living Will คือการการันตีว่าเจตนารมณ์ของคุณจะถูกเคารพ แม้ในวันที่คุณไม่สามารถเอ่ยปากบอกใครได้แล้ว
5. ​ในยามวิกฤต การที่ญาติหรือครอบครัวต้องมาตัดสินใจว่าจะ "ยื้อ" หรือ "ปล่อย" เป็นความกดดันที่สร้างความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต การระบุความต้องการไว้ชัดเจน คือการปลดล็อกภาระทางใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
6.​แพทย์ทำงานได้รวดเร็วและตรงจุด แพทย์ผู้ทำการรักษาจะสามารถตรวจสอบเจตนารมณ์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) เริ่มต้นได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
7.​​การเตรียมตัวตายอย่างสงบ คือศิลปะแห่งการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด มาร่วมกันออกแบบวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้งดงามและไร้ความกังวลกันนะครับ
​.

Steve Jobs เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Apple Inc. เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปล...
13/08/2026

Steve Jobs เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Apple Inc. เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลกเทคโนโลยีไปตลอดกาล ประวัติชีวิตของเขามีหลายแง่มุมที่สามารถเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการกล้าทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ นี่คือ 15 ข้อที่ Jobs ทิ้งแล้วรวยหรือประสบความสำเร็จ:

1. **การศึกษามหาวิทยาลัย**: Steve Jobs เลือกที่จะลาออกจากมหาวิทยาลัย Reed College เพื่อค้นหาสิ่งที่เขารักจริง ๆ นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของเขา

2. **ความมั่งคั่งชั่วคราว**: Jobs ยอมทิ้งเงินเดือนและหุ้นของ Apple ในช่วงที่เขาถูกปลดออกจากตำแหน่ง CEO เพื่อเริ่มต้นบริษัทใหม่ชื่อ NeXT ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการกลับมาเป็นผู้นำของ Apple

3. **ความสมบูรณ์แบบในครั้งแรก**: Jobs เชื่อว่าความสมบูรณ์แบบต้องใช้เวลา เขายอมทิ้งผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่สมบูรณ์เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพสูงสุดก่อนที่จะออกสู่ตลาด

4. **การแข่งขันทางธุรกิจ**: Jobs ยอมรับการพ่ายแพ้ทางธุรกิจเมื่อเขาตัดสินใจขาย NeXT ให้กับ Apple ซึ่งช่วยให้เขากลับมาที่ Apple และสร้าง iMac, iPod, และ iPhone

5. **การทำตามความคาดหวังของคนอื่น**: เขาทิ้งการทำตามมาตรฐานทั่วไปของสังคม และเลือกที่จะทำสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นอนาคต

6. **การยึดติดกับการออกแบบเก่า**: Jobs ยอมทิ้งดีไซน์เก่าที่เคยประสบความสำเร็จ เช่น การออกแบบคอมพิวเตอร์ Apple Lisa เพื่อทำให้ Mac คอมพิวเตอร์ใช้งานง่ายขึ้น

7. **ชีวิตส่วนตัวที่มั่งคั่ง**: Jobs มักเลือกทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตส่วนตัว เช่น บ้านหรู เพื่อให้ตัวเองมีเวลามากขึ้นในการทำงานและคิดค้น

8. **การยึดติดกับเทคโนโลยีเก่า**: Jobs มักทิ้งเทคโนโลยีที่ล้าสมัย เช่น การเปลี่ยนจากแผ่นดิสก์มาสู่การใช้ USB และการทำให้ iPhone ไม่มีปุ่ม Home

9. **ความกลัวต่อความล้มเหลว**: Jobs เชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของเขาและไม่กลัวที่จะล้มเหลว การทิ้งความกลัวนี้ทำให้เขาสามารถคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา

10. **การทำงานที่ Apple ในช่วงแรก**: Jobs ถูกปลดออกจาก Apple ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้ง แต่เขายอมทิ้งความผิดหวังนี้เพื่อเรียนรู้และกลับมาทำให้ Apple ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

11. **การยึดติดกับอัตตา**: แม้ว่า Jobs จะมีชื่อเสียงในเรื่องความดื้อดึง แต่เขาได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความคิดเห็นจากผู้อื่นในช่วงท้ายของชีวิตการทำงาน

12. **ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามแผน**: Jobs ไม่กลัวที่จะยกเลิกโครงการหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตรงกับวิสัยทัศน์ของเขา แม้ว่าจะลงทุนไปมากแล้ว เช่น โครงการ Newton

13. **การยึดติดกับอดีต**: Jobs มองไปข้างหน้าเสมอ โดยไม่ยึดติดกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอดีต

14. **การสร้างผลกำไรระยะสั้น**: Jobs เน้นการลงทุนในนวัตกรรมและคุณภาพมากกว่าการสร้างผลกำไรระยะสั้น เช่น การทุ่มเทในการพัฒนา iPhone

15. **สุขภาพ**: ในช่วงท้ายของชีวิต Jobs ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพร้ายแรง แต่เขายังคงทุ่มเทในการทำงานจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เขาทิ้งความกังวลในสุขภาพและมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ของเขา

Steve Jobs สอนให้เราเห็นว่าการยอมทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา สามารถนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้

วันแม่ของคุณปีนี้เป็นยังไงเล่าให้ฟังกันหน่อย
12/08/2026

วันแม่ของคุณปีนี้เป็นยังไงเล่าให้ฟังกันหน่อย

"Wearing unbranded and cheap clothesdoesn’t mean you’re poor.Remember:You have a family to feed, not acommunity to impre...
01/08/2026

"Wearing unbranded and cheap clothes
doesn’t mean you’re poor.
Remember:
You have a family to feed, not a
community to impress.
เอ็มม่า วัตสัน นักแสดงสาว
ที่หลายคนจำเธอได้จากบทเฮอร์ไมโอนี่
จาก แฮร์รี่พอตเตอร์
กล่าวเอาไว้
ถ้าแปลแบบรวมๆ คงได้ความว่า
การใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาถูก
ไม่ได้แปลว่าคุณจน
จำเอาไว้ว่าคุณมีหน้าที่ดูแลครอบครัว
ไม่ต้องทำให้สังคม(คนอื่นๆ)
ต้องมาประทับใจคุณ
สินค้าแบรนด์เนมมีราคาสูง
จึงถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
หลายคนยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายแสน
เพื่อเป็นเจ้าของกระเป๋าสักใบ
กับคำปลอบใจว่า
"ของมันต้องมี"
บางคนใช้ของแบรนด์เนม
แสดงตัวตน อัตลักษณ์
ว่าฉันเป็นคนมีฐานะ มีอำนาจทางการเงิน
มีรสนิยม หรือใช้เป็นหน้าตา
บางคนซื้อเพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง
เพื่อปกปิดบาดแผล
ความอ่อนแอ ความกลัว ความกังวลใจ
มีลูกศิษย์ผมหลายคน
ที่มาเรียนจัดบ้าน
เพราะลึกๆในใจของพวกเขานั้น
เป็นคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก
ไม่มีความมั่นใจในการแสดงตัวตน
จึงต้องฝากชีวิตไว้กับสิ่งของ
ที่อยู่รอบตัวเขาแทน

(เนื้อหาบางส่วนจากบทความ
ตอน "การสวมเสื้อผ้าราคาถูกไม่ได้แปลว่าคุณจน")

คนที่ไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องที่ยากๆซับซ้อน จะมีพฤติกรรมหนึ่งก็คือไม่ยอมทิ้งอะไรเลย เพราะสิ่งที่ง่ายที่สุดก็เป็นเรื่องที่...
30/07/2026

คนที่ไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องที่ยากๆซับซ้อน จะมีพฤติกรรมหนึ่งก็คือไม่ยอมทิ้งอะไรเลย เพราะสิ่งที่ง่ายที่สุดก็เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากที่สุดเช่นกัน

ถ้าคุณอยากเป็นคนที่ฝึกตัดสินใจได้ดี
ไม่ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคอะไรก็ตาม
คุณจะต้องเริ่มต้นจากการทิ้งสิ่งที่ง่ายที่สุดนั่นคือสิ่งของรอบตัวของคุณ
เราอยากแนะนำหนังสือที่จะช่วยให้คุณ
เรียนรู้การตัดสินใจหรือทิ้งให้ดีขึ้น

“จัดบ้าน” ช่วยบำรุงสมองจริงเหรอ?/ โดย Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิตร่างกายของทุกคนต้องการ “บ้านพัก” “สมอง” ก็เช่นกันหากเป...
26/07/2026

“จัดบ้าน” ช่วยบำรุงสมองจริงเหรอ?/ โดย Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต
ร่างกายของทุกคนต้องการ “บ้านพัก”
“สมอง” ก็เช่นกัน
หากเปรียบสมองเป็นคนแล้ว เขาเป็นจอมเจ้าระเบียบ นักวางแผน ชอบเรื่องราวน่าตื่นเต้นมาคอยกระตุ้น
ขณะเดียวกันต้องการเวลาพักจากเรื่องวุ่นวาย แสวงหาที่ปลอดภัยไว้ผ่อนคลายเช่นเดียวกัน
การจัดระเบียบบ้านให้ดี และเหมาะสมต่อสุขภาพของ “สมอง”
จึงต้องทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ
บ้านที่เป็นที่พักเพื่อให้สมองได้พักผ่อน
และเป็นโรงงานในการช่วยสร้างสรรค์ให้สมองได้เติบโตและทำหน้าที่ได้เต็มศักยภาพ
1.สมองสนใจทุกสิ่งรอบตัว
สมองสนใจทั้งสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และสิ่งที่อยู่รอบตัว

นอกจากสิ่งที่ตาเห็นแล้ว สมองยังใส่ใจกับ “กลิ่น” “เสียง” “ความรู้สึก”และ “อารมณ์”อีกด้วย

การจัดบ้านให้เรียบร้อย โปร่งโล่ง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของจนทำให้บ้านรก ย่อมทำให้สมองได้รับการผ่อนคลาย ไม่ฟุ้งซ่าน อารมณ์ดี

การจัดระเบียบบ้าน ไม่จำเป็นต้องจัดให้สวยเหมือนหนังสือแต่งบ้านในนิตยสาร แค่ให้เรียบร้อยและสะอาดก็เพียงพอแล้ว
2.สมองชอบคิดและจัดระเบียบ

สมองคนเราทำงานเป็นระบบ มีแบบแผน
สมองจะทำหน้าที่ช่วยจัดกลุ่มเดียวกัน

เมื่อเราเห็นอะไรเหมือนกันหรือคล้ายกัน
การจัดข้าวของภายในบ้านให้มีระเบียบ ทำให้สมองมีเวลาว่างในการคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

เราสามารถนำมาประยุกต์กับการจัดตู้เสื้อผ้า / ตู้หนังสือ ในการจัดวางสิ่งของไว้ในกลุ่มหรือหมวดหมู่เดียวกัน

เมื่อของคล้ายกันอยู่ด้วยกันแล้ว เราจะมีความคิดสร้างสรรค์ในการช่วยคิด mix & match ได้ง่ายขึ้น
3.สมองรักความท้าทาย

สมองไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ชอบการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

เราจึงต้องหาอะไรทำให้สมองสนุก ไม่เกิดความน่าเบื่อ

เราจึงต้องสังเกตและค้นหาว่าอะไรที่เหมาะกับเรา

การฝึกจัดระเบียบบ้านทำให้ได้เรียนรู้ว่าเบื้องลึกของจิตใจแต่ละคนมีความต้องการสิ่งใด และเหมาะสมกับรสนิยมของตัวเราเองหรือไม่

ทั้งนี้ การสอนคนอื่นจัดระเบียบบ้านควรเป็นการตั้งกฎเกณฑ์ร่วมกัน

การสร้างกติกาจะกระตุ้นให้สมองต้องการจะทำภารกิจให้สำเร็จ

และควรหลีกเลี่ยงการตำหนิ ด่าทอ หรือข่มขู่ เพราะสมองจะหยุดการเรียนรู้ และจดจำเป็นความรู้สึกหรืออารมณ์แง่ลบที่จะเป็นความทรงจำระยะยาว
4. สมองเป็นนักจดจำที่เก่งและนักเรียนรู้ที่ดี
สมองจะจดจำด้วย 2 วิธี คือแบบท่องจำ และแบบลงมือทำ

การจัดระเบียบบ้านจึงไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือแล้วเข้าใจอย่างเดียว แต่ต้องฝึกฝนด้วยตัวเองอีกด้วย

ขณะเดียวกันการจัดวางพื้นที่ภายในบ้าน จึงต้องมีมุมสงบสำหรับการอ่านหนังสือ หรือนั่งสมาธิ และควรมีมุมของบ้านที่สามารถทำกิจกรรมด้วยกันได้ด้วย
นอกจากนี้ สมองเรียนรู้ผ่านจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก สมองจึงไม่เคยนอนหลับแม้กระทั่งในเวลานอน สมองจะคอยบันทึกความจำระยะสั้นไปสู่ความทรงจำระยะยาว

ดังนั้น การจัดระเบียบห้องนอนให้เหมาะต่อการนอน

เราจึงไม่ควรวางเครื่องออกกำลังกาย หรือคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องนอน

เพื่อไม่ให้สมองเกิดความสับสนว่าควรจะเข้าสู่การพักผ่อนมากกว่าการกระตุ้นเพื่อให้นอนหลับลึกและนอนหลับให้เพียงพอจะช่วยบำรุงสมองได้ด้วย
แค่เราเข้าใจว่าสมองต้องการอะไร เราก็จะสามารถจัดบ้านเพื่อบำรุงสมองของเราได้แล้ว
ขอให้ทุกคนสนุกกับการจัดระเบียบบ้าน เพื่อสมองของเรานะครับ.........
✨✨✨✨✨

ข้อมูลอ้างอิง . หนังสือ จัดบ้านใหม่ ถูกใจสมอง

ข้อเสียของการนั่งทำงานใต้คานตามหลักวิทยาศาสตร์ * ส่งผลต่อสุขภาพจิต: การนั่งทำงานใต้คานอาจทำให้รู้สึกอึดอัด กดดัน เครียด ...
16/07/2026

ข้อเสียของการนั่งทำงานใต้คาน
ตามหลักวิทยาศาสตร์
* ส่งผลต่อสุขภาพจิต: การนั่งทำงานใต้คานอาจทำให้รู้สึกอึดอัด กดดัน เครียด ส่งผลต่อสุขภาพจิต
* ส่งผลต่อสุขภาพกาย: คานคอนกรีตอาจปล่อยสารพิษ เช่น สารฟอร์มัลดีไฮด์ ฝุ่นละออง ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ
* ส่งผลต่อคลื่นแม่เหล็ก: คานคอนกรีตอาจรบกวนคลื่นแม่เหล็ก ส่งผลต่อระบบประสาท....
ตามหลักฮวงจุ้ย
* กดทับโชคลาภ: เชื่อกันว่าการนั่งทำงานใต้คานจะถูกกดทับโชคลาภ เงินทอง
* ขัดขวางการงาน: เชื่อกันว่าการนั่งทำงานใต้คานจะขัดขวางการงาน การเลื่อนตำแหน่ง
* ส่งผลต่อสุขภาพ: เชื่อกันว่าการนั่งทำงานใต้คานจะส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ป่วยไข้

ที่อยู่

พญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Proud จัดระเบียบเปลี่ยนชีวิต:

ทางลัด

แชร์

ประเภท