20/07/2026
งานปฐมนิเทศนิสิตใหม่
ช่วงเช้าไปงานปฐมนิเทศนิสิตใหม่ Shi 87 รับสมัครภาคีสมาชิกเหมือนเดิม เตรียมเข็มและของที่ระลึกจากสมาคมฯ และขอของรางวัลจากพี่ชาย บัตรลด Ne’o Ramen อีกเช่นเคย
เดินไปที่โต๊ะลงทะเบียน น้องนิสิตช่วยงานถามว่า “คุณแม่มากับน้องอะไรครับ” ทิพย์บอก “เปล่าค่ะ พี่มาจากสมาคมนิสิตเก่าค่ะ มารับสมัครสมาชิกกับน้องๆ ค่ะ” (ก็คิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าตอนเรียนจบ ตอนนั้นอายุ 22 แล้วท้องเลย คลอดสักอายุ 23 ตอนนี้ลูกคงอายุ 18 เข้าปี 1 พอดี ตอนนั้นมัวแต่มุ่งมั่นซ้อมกอล์ฟ เลยยังไม่ได้ชายตามองผู้ชายในจุฬาฯ เลยค่ะ 555)
พอทิพย์เดินไปในหอประชุม เห็นนิสิตชายปีที่ 1 คนนึงนั่งอยู่ที่เก้าอี้หอประชุมยกมือไหว้ทิพย์ ทิพย์ก็รับไหว้ เห็นใส่เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงดำก็เข้าใจว่าเป็นเด็กปี 1 มานั่งรอในหอประชุม เลยทักไปว่า “โห นี่ นิสิตปี 1 เหรอเนี่ย” (แอบคิดในใจ ทำไมเด็กปี 1 สมัยนี้ดูโต Mature ดีจัง) ก็เชิญชวนให้น้องสมัครสมาชิก น้องเค้าบอก “สมัครแล้วครับ” ทิพย์เลยแจกบัตรลดราเม็งเนะโอะให้น้องเค้าไปเลย ไม่ต้องไปรอลุ้นจับสลาก
ปรากฏว่า ไม่ใช่เด็กปี 1 เป็นอาจารย์ใหม่ภาควิชาบัญชี อุ๊ตต๊ะ! คือ หน้าเด็กมากอ่ะ
หลังจากที่อาจารย์จอม - รศ.ดร. ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล กล่าวต้อนรับนิสิตเสร็จ ก็เป็นคิวของท่านนายกปี๊ - ธงชัย บุศราพันธ์ Shi 48 CEO NOBLE บัญชีจุฬาฯดีเด่น ปี 2562 ได้มาให้แง่คิดดีๆ กับนิสิตใหม่ในฐานะรุ่นพี่ให้กับน้องๆ ดีมากๆ ขออนุญาตมาแชร์แนวความคิดดีๆ ให้กับเพื่อนๆ เผื่อจะเป็นประโยชน์
ทิพย์นั่งฟังประวัติพี่ปี๊แล้วทึ่ง พี่ปี๊แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้เรียนมาในสายสามัญ คือ เรียนจบม. 6 แล้วเอนทรานส์เข้ามา พี่ปี๊เรียนสายพาณิชย์ แล้วถึงจุดนึงอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ลาออก แล้วมาติวหนังสือเองที่บ้านเพื่อสอบเทียบวุฒิม. 6 แล้วสอบเอนทรานซ์ติดเข้าคณะบัญชี จุฬาฯ เรา (อื้อหรือ ฟังประวัติ ไม่ธรรมดาตั้งแต่เด็กแล้ว สุดยอดมาก)
พอพี่ปี๊เข้ามาก็ภาคภูมิใจในตัวเอง คือ 2 ปี แรก ไม่ได้เข้าห้องเรียนเลย อาศัย lecture เพื่อนนี่แหละเป็นครูของพี่ปี๊ สอบได้ 2 กว่าๆ อยู่ท้ายขบวนของทั้งรุ่น ซึ่งเมื่อพี่ปี๊คิดย้อนกลับไป ถ้าได้กลับไปเรียนอีกครั้ง พี่ปี๊ตั้งใจเรียนให้เต็มที่ และใช้ Facility ทุกอย่างในคณะให้เต็มที่
การเรียนรูู้ไม่มีที่สิ้นสุด (Life long learning)
สิ่งหนึ่งที่พี่ปี๊ย้ำมาก คือ การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ได้จบแค่ป. ตรี ป. โท เราต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้เป็น Life long learning (ดั่งคำอาจารย์วิเลิศ อธิการบดีเราได้กล่าวไว้บ่อยๆ) เราต้องศึกษาและพัฒนาตนเองไปตลอดชีวิต ฟังมาถึงจุดนี้ ทำให้ทิพย์หวนนึกถึง พี่เปิ้ล - ขัตติยา อินทรวิชัย CEO แบงค์กสิกร เมื่อครั้งมาพูดในวันปฐมนิเทศ ปี 65 เป็น motto ของพี่เปิ้ลเลยว่า “ให้เรียนรู้ราวกับว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต” ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมือนกันของรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในชีวิตทั้งคู่
และอีกหนึ่งท่านที่ทิพย์อ่านประวัติแล้วทึ่งอีกเช่นกัน นั่นก็คือ พี่เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ CEO KPMG ดูแลทั้งไทย ลาว พม่า เป็นบัญชีจุฬาฯดีเด่นอีกท่านหนึ่ง
พี่เจริญ เรียนจบม. กรุงเทพ ในป.ตรี แล้วมาต่อ MBA ที่จุฬาฯและธรรมศาสตร์ พี่เจริญก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าทึ่งมากๆ เรานึกย้อนกลับไป ถ้าเราสอบได้ม. กรุงเทพ เราไม่ใช่ทั้งจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตร เราคงสู้เขาไม่ได้หรอก ถ้าความคิดแบบนี้อยู่ในหัวของพี่เจริญ พี่เจริญคงไม่ประสบความสำเร็จมากอย่างทุกวันนี้ พี่เจริญเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดมากๆ ของการ “สู้ไม่ถอย และการเรียนรู้ พัฒนาตนเองตลอดชีวิต”
พี่ปี๊และพี่เจริญ เป็นตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จที่ไม่จำเป็นต้องเป็นดาวรุ่งเรียนเก่งได้เกียรตินิยมแบบพี่เปิ้ลและอาจารย์ชัชชาติตั้งแต่เด็กๆ แต่เป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ ของการมุ่งมั่นพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จบอยู่แค่ในห้องเรียน
ทิพย์อยากให้เป็นกำลังใจสำหรับน้องๆ ที่เอนทรานส์ไม่ติด มันไม่ไช่ the end of the world อย่าจมปลักกับความพ่ายแพ้ ให้เก็บความพ่ายแพ้มาเป็นบทเรียนและเป็นพลังที่จะสู้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง หมั่นพัฒนาตนเองตลอดเวลา
“คนเรา เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้”
สุดท้ายนี้ ทิพย์ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่เอนไม่ติด ถ้าเรายังไม่หยุดพัฒนา ชีวิตของเรายังมีหวังเสมอค่ะ
ทิพย์ สีอัมพรโรจน์
11/7/26
ปล.อีกหนึ่งสิ่งที่พี่ปี๊ฝากน้องๆ นิสิต ปี 1 ไว้ คือ เกียรติภูมิจุฬาฯ คือ เกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน เรามาเรียนหนังสือในรั้วจุฬาฯ เราใช้ภาษีของประชาชน เมื่อเราจบออกไป เราต้องหาโอกาสกลับมาตอบแทนสังคม เป็นความคิดที่ดีมากๆ ที่พี่ปี๊ได้โปรยเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้แก่หน่อเนื้อจามจุรีรุ่นใหม่ หวังว่า เมล็ดพันธุ์ทางความคิดในวันนี้จะบ่มเพาะเจริญเติบโตในตัวน้องๆ และกลับมารับใช้สังคมในภายภาคหน้าค่ะ