29/08/2026
"ให้กำลังใจนะครับ"พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี
#ให้กำลังใจโค้ชไทยทุกคน
: เมื่อความไว้วางใจในการทำงานไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน
ผมขอใช้พื้นที่นี้ชี้แจงถึงเหตุการณ์จากการรับหน้าที่คุมทีม เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และเพื่อเป็นบทเรียนให้กับเพื่อนร่วมอาชีพโค้ชทุกคน
ก่อนรับงาน ผมได้รับการพูดคุยถึงเป้าหมายของสโมสรอย่างชัดเจนว่า ต้องการสร้างทีมเพื่อแข่งขันในระดับ T3 และลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกเพื่อเลื่อนชั้นสู่ T2 พร้อมได้รับคำยืนยันจากผู้บริหารว่า
“พี่ทำเต็มที่เลย ผมไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลเท่าพี่ และผมซัปพอร์ตพี่”
ด้วยความเชื่อมั่นในคำพูดดังกล่าว ผมจึงตัดสินใจรับงาน แม้จะได้รับคำเตือนจากคนในวงการถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในทีมระดับT3
แต่หลังจากเริ่มงาน แนวทางกลับเปลี่ยนไปหลายครั้ง
จากการให้โค้ชมีส่วนร่วมในการเลือกผู้เล่น กลายเป็นการหาผู้เล่นเองทั้งหมดจากฝ่ายบริหาร ขณะที่ผู้เล่นที่โค้ชเสนอ ทั้งคนไทยและต่างชาติ ถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับการสนับสนุนตามที่พูดไว้
กรณีนักเตะต่างชาติเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
ผู้เล่นรายนึงเข้ามาทดสอบโดยไม่มีค่าเหนื่อย สโมสรรับทราบและให้การสนับสนุนทั้งที่พัก ชุดฝึกซ้อม และเรื่องวีซ่า อีกทั้งเคยมีการพูดคุยว่าจะเก็บไว้ใช้งาน
แต่หลังจากฝึกซ้อมเกือบหนึ่งเดือน กลับมีคำสั่งให้ยุติการใช้งานเพราะต้องการใช้ผู้เล่นไทย 100%
เมื่อผมอธิบายถึงเหตุผลทางฟุตบอลว่า นักเตะรายนี้สามารถเป็นตัวเลือกในการเปลี่ยนเกม และไม่มีภาระค่าเหนื่อย สโมสรกลับตั้งคำถามถึงความบริสุทธิ์ใจของผมว่า
“ได้รับเงินจากเอเย่นต์หรือเปล่า ทำไมถึงเชียร์นักเตะต่างชาติมาก”
สำหรับผม คำพูดนี้ถือเป็นการตั้งคำถามต่อจรรยาบรรณและความเป็นมืออาชีพของโค้ชอย่างรุนแรง
ผมจึงเลือกที่จะพูดตรง ๆ ว่า หากสโมสรไม่เชื่อมั่นในตัวโค้ช ไม่ไว้วางใจการตัดสินใจ และตั้งข้อสงสัยในทุกเรื่อง การทำงานร่วมกันย่อมเป็นเรื่องยาก
แม้ในช่วงหนึ่งผมเคยตัดสินใจลาออก แต่ได้รับการขอร้องให้กลับมาทำงานต่อ และมีการพูดคุยทำความเข้าใจกัน โดยผู้บริหารยืนยันว่าจะสนับสนุนผมในการทำงาน
ผมจึงกลับมาทำหน้าที่ต่อ เพราะผมเชื่อในความรับผิดชอบและไม่ต้องการทิ้งทีมกลางทาง
เหตุการณ์สุดท้ายก็คือการหมุนเวียนทดลองตัวนักเตะไม่ได้ประธานไม่โอเคเน้นแต่ผลการแข่งขันในการอุ่นเครื่องแพ้ไม่ได้จึงเป็นเหตุให้เกิดความไม่พอใจ
นี่ยังไม่รวมอีกหลายๆเรื่องที่เค้าบอกไม่ยุ่งการทำงานของโค้ช
แต่ท้ายที่สุด ผมได้รับแจ้งจากผู้จัดการทีมว่า ประธานสโมสรมีคำสั่งให้ผมหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้เหตุผลว่าแนวทางการทำทีมของผมไม่สามารถพาทีมไปสู่เป้าหมายแชมเปี้ยนส์ลีกได้
ทั้งที่การแข่งขันอย่างเป็นทางการยังไม่ได้เริ่มต้น
อีกเหตุผลหนึ่งคือมีการสอบถามนักเตะบางคน และได้รับคำตอบว่าไม่สามารถเล่นตามแผนของโค้ชได้ รู้สึกอึดอัด และขาดความมั่นใจ
ผมขอถามตรง ๆ ว่า
ถ้านักเตะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแท็กติกของโค้ช แล้วเราจะจ้างโค้ชมาทำไม?
ฟุตบอลอาชีพต้องมีระบบ ต้องมีวินัย และต้องมีผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจ
หากทุกครั้งที่โค้ชตัดสินใจแล้วไม่ถูกใจผู้บริหาร ต้องเปลี่ยนวิธีคิดตามผู้บริหารทั้งหมด ผมมองว่านั่นไม่ใช่การให้อำนาจโค้ชในการทำทีม
ถ้าผู้บริหารต้องการเลือกนักเตะเอง วางแนวทางเอง ตัดสินใจแทนโค้ชเองทุกเรื่อง และให้โค้ชเพียงออกหน้าในสนาม ผมขอถามว่า แล้วตำแหน่ง “โค้ช” มีไว้เพื่ออะไร?
อีกประเด็นที่ผมต้องพูดถึงคือเรื่องการยุติการทำงาน
หลังจากผมถูกยุติบทบาท มีการติดต่อมายังผมและแจ้งสรุปว่าจะจ่ายค่าชดเชย 2 เดือน โดยมีเงื่อนไขให้ผมเซ็นรับว่าเป็นการลาออกเอง และจะไม่โพสต์ถึงสโมสรในทางที่เสียหาย
ซึ่งถ้าเค้าทำตามคำพูดที่ได้พูดไว้ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดีทั้งสองฝ่าย
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังกลับไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกัน
สโมสรมีการประกาศข่าวในลักษณะที่ระบุว่าเราจบกันด้วยดี และผมออกจากตำแหน่ง โดยรายละเอียดบางส่วนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ประธานได้ให้ข่าวกับเพจดังรายนึง
และจนถึงขณะนี้ เรื่องค่าชดเชยที่มีการพูดคุยกันไว้ก็ยังไม่ได้รับการดำเนินการตามที่ตกลง
ผมไม่ได้ออกมาพูดเพราะต้องการทำลายสโมสร
แต่ผมออกมาพูดเพราะผมเชื่อว่า คนทำงานทุกคนควรได้รับความเป็นธรรม
โดยเฉพาะ “โค้ชฟุตบอล” ที่นำชื่อเสียง ประสบการณ์ และวิชาชีพของตัวเองเข้าไปทำงานให้กับสโมสร
สิ่งที่ผมเสียไปครั้งนี้ไม่ใช่เพียงค่าตอบแทน
แต่คือ เวลา โอกาสในอาชีพ และชื่อเสียงที่ผมสร้างมาทั้งชีวิต
สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากถึงโค้ชทุกคนคือ
อย่าทำงานโดยที่ไม่มีการเซ็นสัญญาที่ชัดเจน
อย่าเชื่อเพียงคำพูดว่า “เดี๋ยวคุยกันได้” หรือ “ผมซัปพอร์ตพี่”
เพราะเมื่อเกิดปัญหา สิ่งที่เหลืออยู่คือเอกสารและหลักฐาน ไม่ใช่คำพูด
ผมยังยืนยันในจุดยืนของตัวเองว่า
ผมเป็นโค้ช และผมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อทีมด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ผมมี
ผมพร้อมรับผิดชอบหากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
แต่ผมไม่สามารถรับผิดชอบในสิ่งที่ผมไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจตั้งแต่ต้น
สุดท้ายนี้ ผมฝากเรื่องราวทั้งหมดไว้เป็นบทเรียนให้กับเพื่อนร่วมอาชีพ และขอให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยลีก ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการจ้างงานและสิทธิของบุคลากรฟุตบอล โดยเฉพาะโค้ช
เพราะถ้าเราต้องการให้ฟุตบอลไทยพัฒนา
เราไม่ควรพัฒนาแค่ในสนาม แต่ต้องพัฒนามาตรฐานการบริหารและการให้เกียรติคนทำงานในวงการฟุตบอลไปพร้อมกัน
ผมไม่เสียใจที่ยืนหยัดในหลักการของตัวเอง
และไม่เสียใจที่ทำหน้าที่ของผมอย่างเต็มที่
สิ่งเดียวที่ผมเสียใจคือ
ผมไม่น่าเชื่อในคำพูดและการรับปากส่งๆ
แต่สุดท้ายคำพูดกับการกระทำกลับไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกออกมาพูดความจริงในวันนี้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
ถ้าเพจไหนอยากสัมภาษณ์อยากรู้ความจริงติดต่อผมมาได้เลยยินดีตอบทุกคำถาม
พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี