27/04/2026
“…การทำงานใดๆไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ควรจะต้องตั้งเป้าหมาย ขอบเขต และหลักการไว้ให้แน่นอน เพราะจะช่วยให้สามารถมุ่งเข้าสู่ผลสำเร็จได้โดยตรง และถูกต้องพอเหมาะพอดี เป็นการป้องกันและขจัดความเมื่อยล้า ความสิ้นเปลือง ความเสียเปล่า ทุกอย่างได้อย่างสิ้นเชิง…“
พระบรมราโชวาท รัชกาลที่ 9
🔥🔥🔥การฝึกความเร็ว (Speed) ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) และความรวดเร็วฉับไว (Quickness)
🥇🥇🥇นักกีฬาหลายประเภทต้องการความคล่องแคล่วว่องไวในการปรับเปลี่ยนจังหวะและทิศทางในการเคลื่อนไหว ดังนั้น จึงต้องการการทำงานของกล้ามเนื้อในลักษณะยืดหยุ่น( Elastic) และปฏิกิริยาการตอบสนอง (Reactive) อย่างรวดเร็วไวภายหลังการยืดยาวออกของกล้ามเนื้อ (Lengthening) ก่อนหดตัวสร้างแรงในการเคลื่อนไหว🔥…ด้วยเหตุนี้ นักกีฬาที่ขาดการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching Exercise) หรือขาดความอ่อนตัว (Flexibility) จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายในปฏิบัติทักษะและการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้กำลัง ความเร็ว และความคล่องแคล่วว่องไว
❤️❤️❤️ในด้านการฝึกความเร็ว (Speed) ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) และความรวดเร็วฉับไว (Quickness) ส่วนใหญ่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า เป็นการเคลื่อนไหวแบบพลัยโอเมตริกด้วยขาข้างเดียวสลับกัน อาทิเช่น การวิ่งซิกแซ็ก การวิ่งเร็ว และการเริ่มต้นออกวิ่ง เป็นต้น โดยเน้นการเคลื่อนไหวในแนวนอนหรือแนวราบ
🔥🔥🔥ดังนั้น ผู้ฝึกสอนกีฬา และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ควรพิจารณาให้ความสำคัญกับการฝึกปฏิกิริยาการตอบสนองการเคลื่อนไหวด้วยขาข้างเดียวสลับกัน ควบคู่ไปกับการฝึกด้วยความต้านทานที่หนัก รวมทั้งทำการทดสอบกำลังระเบิด (Explosive Power) และความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) ของนักกีฬา
ความเร็ว-ความแข็งแรงและความแข็งแรง-ความเร็ว (Speed-Strength and Strength-Speed)
❤️❤️❤️กำลัง (Power) มีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ประการ คือ ความเร็ว(Speed) กับความแข็งแรง (Strength) ดังนั้น ปลายด้านหนึ่งของกำลัง (Power) คือ ความเร็ว (Speed) ในขณะที่ปลายอีกด้านหนึ่งของกำลัง คือ ความแข็งแรง (Strength) เนื่องจากกำลังถูกพัฒนาขึ้นมาจากการผสมผสานกันของความเร็วและความแข็งแรง นักกีฬาที่ได้รับการฝึกกำลังอย่างแท้จริงจึงอยู่ในช่วงระดับกลางๆระหว่างความเร็วกับความแข็งแรง ถ้าหากเราสังเกตดูนักกีฬาประเภทที่ต้องเคลื่อนที่เข้าหาวัตถุ เช่น ลูกบอล ลูกเทนนิส ลูกขนไก่ ลูกปิงปอง หรือเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อเข้าสกัดกั้นคู่ต่อสู้ เช่น รักบี้ อเมริกันฟุตบอล หรือต้องเคลื่อนที่ข้ามแดนไปยังฝ่ายตรงข้าม เช่น กาบัดดี้ หรือแม้กระทั่งต้องผลักดันฝ่ายตรงข้าม เช่น การเข้าสกรัมในกีฬารักบี้
🥇🥇🥇ถ้าหากจะต้องจำแนกประเภทกีฬาส่วนใหญ่ จะพบว่า หลายประเภทกีฬาจะเป็นแบบผสม ไม่ว่าจะเป็น เทนนิส แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส ฟุตบอล ฟุตซอล แฮนด์บอล บาสเกตบอล วิ่งระยะสั้น ฮอกกี้ อเมริกันฟุตบอล รักบี้ และกีฬาประเภททีมทั่วไปอีกหลายประเภท สามารถจัดเป็นหมวดหมู่เพิ่มเติมได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทความเร็ว-แข็งแรง (Speed-Strength) กับประเภทความแข็งแรง-ความเร็ว (Strength-Speed) การแยกหมวดหมู่ของกีฬาในลักษณะนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่า หมายถึง กีฬาที่จัดอยู่ในประเภทความเร็ว-ความแข็งแรง (Speed-Strength) นั้นมาจากความเร็ว (Speed) กับกีฬาที่จัดอยู่ในประเภทความแข็งแรง-ความเร็ว (Strength-Speed) นั้นมาจากความแข็งแรง (Strength) แต่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากกีฬาหลายประเภทมีนิยามที่ทับซ้อนกันในหลายหมวดหมู่ สองหมวดหมู่นี้ครอบคลุมกีฬาประเภทบุคคล ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ และกีฬาประเภททีมเกือบทั้งหมดในระดับหนึ่ง (Sandler,2005)
🔥🔥🔥ถึงแม้ว่า จะเป็นเรื่องจริงที่แต่ละประเภทกีฬาแสดงคุณลักษณะต่างจากประเภทกีฬาที่ระบุไว้ แต่จากการที่ผู้ฝึกสอนกีฬา และบรรดานักวิทยาศาสตร์การกีฬาสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า กีฬาที่นักกีฬาแต่ละประเภทเล่นอยู่นั้น จัดอยู่ในหมวดหมูใดถือว่า เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง (Great Asset) ทั้งนี้ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการฝึกซ้อมกำลัง ( Power Training Strategy) ได้อย่างเจาะจงตรงกับความต้องการและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
🥇🥇🥇ความเร็ว-ความแข็งแรง (Speed-Strebgth) หรือกำลังแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Power)
❤️นักกีฬาแต่ละประเภทที่ต้องใช้กำลังขับเคลื่อนในการปฏิบัติทักษะการเคลื่อนไหว ควรตระหนักไว้เสมอว่า การสร้างแรงผลักดันในขณะวิ่งนั้นไม่เพียงแต่ต้องอาศัยความสามารถในการสร้างแรงในระดับสูงเท่านั้น…❤️ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ 🔥…จะทำอย่างไรให้สามารถให้สร้างแรงเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วระหว่างที่เท้าสัมผัสพื้นในช่วงระยะเวลาที่สั้นที่สุด
🔥🔥🔥จากพื้นฐานนี้ จึงสรุปได้ว่า การวัดคุณสมบัติ “..ความเร็ว-ความแข็งแรงหรือกำลังแบบไม่ใช้ออกซิเจน..” เฉพาะด้านที่สะท้อนถึงความสามารถของนักกีฬาในการสร้างแรงปฏิกิริยากับพื้นดินในลักษณะของ ”…กำลังระเบิด (Explosively)..” นั้น มีความเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพด้านความเร็ว (Speed) และความคล่องแคล่วว่องไว(Agility) ของนักกีฬา และเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ “…กำลังระเบิด (Explosive) หรือความเร็ว-ความแข็งแรง (Speed-Strength)…” ที่มีต่อประสิทธิภาพความสามารถในการเล่นกีฬา (Abernathy et al., 1995) ทำให้มีการนำวิธีการทดสอบที่หลากหลายมาใช้เพื่อประเมินคุณสมบัติเหล่านี้
🥇🥇🥇ความแข็งแรง-ความเร็ว (Strength-Speed)
🔥🔥🔥กล่าวโดยสรุป กีฬาที่อยู่ในกลุ่มนี้ส่วนมากเป็นกีฬาที่ดุเดือด (Rough) และมีการปะทะทางด้านร่างกายเป็นหลัก (Physical Contact) เช่น อเมริกันฟุตบอล ฟุตบอล ฮอกกี้ รักบี้ ยูโด ยูยิตสู มวยปล้ำ มวย เทควันโด เป็นต้น กีฬาเหล่านี้ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายหรือพละกำลังล้วนๆ ( Pure-Strength) ในการปฏิบัติทักษะการเคลื่อนไหว และต้องใช้ความเร็วล้วนๆ (Pure-Speed) เป็นพลังในการเคลื่อนที่ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการจัดกลุ่มกีฬาประเภทนี้ คือ การสัมผัสหรือการปะทะกันนั้น ต้องใช้พละกำลังความแข็งแรงของร่างกาย (Strength) มากกว่าการจัดกลุ่มตามกำลังล้วนๆ( Pure-Power) เล็กน้อย การเคลื่อนย้ายวัตถุหรือบุคคลที่มีน้ำหนักตัวมากด้วยความเร็วที่เพียงพอ เช่น การเข้าปะทะ การสกัดกั้น การเบียดเสียด จะเป็นตัวกำหนดลักษณะกำลังนี้
🔥🔥🔥เทคนิคการเคลื่อนไหว ( Movement Technique)
❤️โปรแกรมการฝึกความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไว และความรวดเร็วฉับไว (SAQ) ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมใดก็ตาม ควรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคนิคการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ใช้บ่อยในกีฬา โดยจัดแบ่งการเคลื่อนไหวเหล่านี้ออกเป็น 2 หมวดหมู่หลัก ได้แก่
1.กลไกในการวิ่ง ( Running Mechanics)
2.กลไกความคล่องแคล่วว่องไว (Agility Mechanics)
❤️❤️❤️ที่สำคัญ การที่นักกีฬาจะสามารถเคลื่อนที่หรือวิ่งได้เร็วขึ้น จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาความยาวในการก้าวเท้า (Stride Length) หรือความถี่ในการก้าวเท้า (Stride Frequency) อย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าหากสามารถพัฒนาองค์ประกอบทั้ง 2 ประการนี้ได้ควบคู่พร้อมกันไป ก็จะยิ่งทำให้บังเกิดผลความสามารถในขั้นสูงสุด กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ถ้าหากต้องการวิ่งให้เร็วขึ้นกว่าเดิม จะต้องพยายามปรับความยาวในการก้าวเท้าให้ยาวขึ้นกว่าเดิม โดยที่ความถี่หรืออัตราความเร็วในการก้าวเท้าไม่เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มอัตราความเร็วหรือความถี่ในการก้าวเท้าให้เร็วขึ้น โดยที่ความยาวของช่วงก้าวในการวิ่งไม่เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มทั้งความยาวของช่วงก้าวและอัตราความเร็วในการก้าวเท้าวิ่งในเวลาเดียวกัน 🔥…ซึ่งผู้ฝึกสอนกีฬาจำเป็นต้องอาศัยพื้นฐานการเคลื่อนไหวและรูปแบบการฝึกที่หลากหลายในการพัฒนาความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไวอย่างเป็นระบบตามลำดับขั้นตอน
สรุป
🔥🔥🔥ความสามารถในการลดหรือชะลอความเร็ว ( Decelerate) เปลี่ยนทิศทาง (Direct) และเร่งความเร็ว (Accelerate) อย่างรวดเร็ว รวมถึงการบรรลุถึงความเร็วสูงสุดนั้น ขึ้นอยู่กับพละกำลังหรือความแข็งแรงระเบิด (Explosive Strength) ของนักกีฬา👍…นอกจากนี้ ทักษะกลไกการเคลื่อนไหว (Motor Skill) ที่พัฒนาและการประเมินความเร็ว-ความแข็งแรง ( Functional Speed-Strength) ในการทำงานของกล้ามเนื้อเป็นรากฐานของการฝึก และการทดสอบความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไว ความรวดเร็วฉับไว (SAQ) …ที่สำคัญ ควรนำไปปฏิบัติโดยคำนึงถึงกลไกการชะลอความเร็ว (Deceerative) และการเร่งความเร็ว( Accelerative) ด้วย และควรค่อยๆเพิ่มการเคลื่อนไหวแบบปฏิกิริยาการตอบสนอง ( Reactive Movements) และแบบกำลังระเบิด (Explosive Movements) เข้าไปในการฝึกซ้อมมากขึ้น นอกเหนือจากการออกกำลังกายด้วยแรงต้านทานพื้นฐาน และการฝึกสมรรถภาพของระบบการเผาผลาญพลังงานเฉพาะประเภทกีฬา
“…กีฬาแพ้ได้ แต่ต้องไม่หยุดการพัฒนา…”
“….ขอให้สิ่งที่ตั้งใจ สำเร็จด้วยเหตุแห่งความดี…”
ศ.เจริญ กระบวนรัตน์.
27 เมษายน 2568