Frank Muscle Work

Frank Muscle Work เสื้อรัดกล้ามเนื้อ อุปกรณ์ฟิตเนสแนวสตรีท เวิคเอาท์ คุณภาพดี ราคาถูก

06/09/2018
10/08/2018

"เกิดมาจนไม่รวย ไม่ผิด... แต่ไม่สู้อะ ผิดแน่"

มีคนมาเม้นใน Youtube ว่าเขาไม่มีเงินเข้าฟิตเนส จะหุ่นดีได้อย่างไร
ผมเลยตอบไป แบบนี้ครับ ยาวนะ แต่รับรอง... มีพลัง


คุณ P.O: คุณมีเงินมีเวลาเข้าฟิตเน็ตคุณก็ทำได้.แต่คนที่ไม่มีแม้เงินจะกินข้าวแต่อยากเป็นแบบคุณมันก็ยาก. อย่าว่าผมนะมันคือเรื่องจริง

พี่ฟ้าใส: บ้านผมไม่จนครับ แต่ไม่ได้รวย

ผมโชคดีนะ ที่พ่อแม่เห็นค่าของ 2 อย่าง
คือการศึกษา และการทำงานหนัก
อย่างน้อยผมได้รับการศึกษาที่ดี และถูกสอนให้ทำงานตั้งแต่เด็ก นี่คือต้นทุนชีวิตที่ผมมี

แต่นอกจากนั้น ผมโตมากับคำว่า หนี้ และฟองสบู่แตก
และในหัว ผมมีแต่คำว่า ต้องประสบความสำเร็จให้ได้ เพื่อให้พ่อแม่ สบาย

เด็กยุค 40 น่าจะพอจำกันได้

คุณรู้ไหม ผมเริ่มออกกำลังกาย จากการออกที่บ้านมาก่อน
และเข้ายิมถูกๆ ไม่ได้หรูหราอะไร
และมี 2-3 ปีในชีวิต ที่ผมไม่เข้ายิม แต่ออกกำลังกายที่สวน
(สวนใต้สะพานตากสิน และสวนเบญจสิริ)

ตอนอายุ 18 ผมเปิดธุรกิจ ทำแซนวิช และทำอาหารขายนักกล้าม ส่งถึงบ้าน
ตอนอายุ 20 ผมสมัครงานเรือสำราญ ไปตายเอาดาบหน้า
และหาทุนเรียนหนังสือ จนจบ ปตรี ช้ากว่าใครเขา
ผมย้ายกลับมาไทย ซื้อตั๋วกลับไทย ด้วยเงิน 50000 บาทที่เก็บสะสมจากการทำงาน ระหว่างเรียน

ตอนแรกๆก็สอนตามฟิตเนสมหาวิทยาลัย
จนเค้าไล่ออกมา เพราะเราไม่ใช่นักศึกษา

พอเก็บตังได้ ก็เปิดสตูเล็กๆ สอนคนออกกำลังกาย
ห้องเล็กมากๆๆๆ อุปกรณืมีแค่ Squat Rack อันเดียว

จากสตูเล็กๆ มาถึงทุกวันนี้ ผมใช้เวลาตั้งแต่อายุ 26 จนตอนนี้ 32

พูดตรงๆ ผมก็เคยคิดนะ ว่าทำไมผมไม่มีมรดกเยอะๆ จากปู่ จากย่า
จะได้สบาย

แต่ผมกลับภูมิใจนะ ที่ทุกวันนี้ ผมพูดได้เต็มปาก ว่าผมสร้างตัวเอง
และตอนนี้ ผมพูดได้เต็มปาก ว่าผมช่วยเหลือ ทุกคนในครอบครัวผม

สร้างจาก ความขยัน ไม่เคยหยุด

และผมไม่เคยอ้าง
ไม่บ่นด้วย ว่าเหนื่อย

เพราะถ้าคุณจะอ้างนู่นอ้างนี่
หรือบ่น ตัดพ้อชีวิต

คุณก็จะไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย
และคงจะสำเร็จอะไรเป็นกอบเป็นกำในชีวิตได้ยาก

ผมไม่ว่าคุณเลย
แต่ขอให้คุณ อ่านที่ผมเขียน
และย้อนกลับไปดู Fit Junctions Channel ที่ผมทำคลิป สัปดาห์ละคลิป มาหลายร้อยคลิป

คุณกลับไปดูคลิปแรกนะ ว่ามันกากแค่ไหน จะได้รู้ว่าจุดเริ่มต้น ผมไม่ได้สวยงาม

ทุกคนพัฒนากันได้เสมอ

จะได้เป็นกำลังใจ
สู้ๆนะครับ

06/08/2018

หลายคนคงรู้จัก Testosterone ในฐานะฮอร์โมนแห่งความเป็นชาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า Testosterone ยังมีประโยชน์ต่างๆ ต่อสุขภาพ

11/06/2018
05/06/2018
04/06/2018

📌ABOUT FAT LOSS 😤
ลดไขมัน ไดเอ็ท ทำยังไง แบบไหนดีที่สุด

📍1.ไม่ว่าจะไดเอ็ทแบบไหน ทำการบ้านกันก่อน Learn Math, Dude!

มี 3 อย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับตัวเองคือ a. พลังงานต่อวันกินเท่าไหร่ b. พลังงานต่อวันใช้เท่าไหร่ c.เป้าหมายคือต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อหรือลดไขมัน

a. พลังงานต่อวันกินเท่าไหร่คือ BMR หรือ ค่าพลังงานเผาพลาญต่อวัน ดูว่า ถ้าวันนึงจะมีชีวิตรอดโดยร่างกายไม่เดือดร้อนเนี่ยต้องกินเท่าไหร่ ( ที่ใช่คำว่าไม่เดือดร้อนเพราะ ถ้าต่ำกว่านี้ก็ยังไม่ตายนะ อยู่ได้ แต่ร่างกายเริ่มเดือดร้อนและ ข้างในต้องเกิดการปรับตัว และส่งผลต่างๆตามมาเป็นขบวน) อยากรู้ BMR เข้าเว็ปไปกดตัวเลขเลย เว้ปไหนดีผมไม่รู้นะ เอาเป็นว่า ลองสักอัน แล้วเชื่อมันสักหน่อย เพราะถ้ามัวแต่หาว่าเว็ปไหนเป๊ะสุด 10 เว้ปมันก็ไม่ตรงกันสักเว็ป เอาเป้นว่า ลองดูสักเว็ปให้สุดไปเลย

b. พลังงานต่อวันใช้ไปเท่าไหร่ อันนี้บอกว่า BMR อย่างเดียวไม่พอ เพราะวันนึงเรามีกิจกรรมอย่างอื่นที่ต้องทำด้วย เช่น ออกกำลังกาย cardio/ weight training ต่างๆ ถ้ารู้ไว้ก็ดีว่าเราใช้พลังงานส่วนนี้เท่าไหร่ เพราะเราต้องเอามันไป + กับ BMRยกตัวอย่างนะ คร่าวๆคือ คาดิโอ zone2 ประมาน1ชมจะได้สัก 350แคลโดยประมาณ ถ้าเล่นเวทเทรนนิ่งแบบ high intensity จัดๆพักน้อยๆเลย 1 ชมจะใช้ประมาน500แคล เป้นต้น ก็เอามันไป +กับ BMR ด้วย จะได้รู้ตัวเลขรวมๆทั้งหมด

c. เป้าหมายคืออะไร เพิ่มหรือลด สมมุด น้องผญคนนึง BMR 1200 คาดิโอ 150แคล + โยคะ 200แคล รวมๆ วันนึง caloric need = 1200+150+200 = 1550 แคล เป็นต้น ถ้าจะลด ก็ต้องกินน้อยกว่า 1550 ถ้าจะเพิ่มก้ต้องกินมากกว่า1550 ไม่มีอะไรสับสนเลย แค่นี้เอง

😅****ดอกจัน100ล้านอัน**** อันนี้ผมยกตัวอย่างวิธีคิดคร่าวๆนะ คุณจะไปกิน ตัวเลขจากเว็ปไหนก็ได้แล้วแต่ วิธีคิดอาจจะต่างกันออกไป ไม่ได้แปลว่าคุณต้องคิดแบบที่ผมคิดเสมอไปเพื่อให้ได้ตัวเลขพลังงานต่อวันนะ อันนี้ตัวอย่างวิธีของผมเท่านั้น

📍2. พอรู้ตัวเลขแล้ว ก็ค่อยมาเลือกวิธีว่าจะใช้ diet protocol ไหน

a) Low carb – High fat
b) High protein diet
c) Low fat diet
d) Balance diet
e) Ketogenic diet
f) IF – (Lean Gain/Fast-5/Alternate day)
g) Carb Cycling (สลับHigh carb-Moderate carb- Low carb)
h) IIFYM – (กินอะไรก็ได้ขอแค่ fit macros พอดี)
i) Calories counting ( นับแคลเอา ขอแค่กินแคลไม่เกิน ไม่สนใจ macros)

😌เนี่ย ที่เขียนมาทั้งหมด เลือกเอาสักอัน อย่าทำอันนั้นเดือนนึงอันนี้เดือนนึง แนะนำว่า เลือกแล้วก็ให้เวลามันสัก 2-3 เดือน อยู่กับมันหน่อย ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ถามว่าวิธีไหนจะ “ได้ผลที่สุด” ผมไม่รู้😅 แต่ถ้าถามผมว่า “วิธีไหนที่จะไม่ได้ผล” ตอบเลยว่า วิธีที่เอ็งทำแล้วอยู่กับมันไม่ได้นานนะ ทำแล้วเลิก ทำได้พักๆ ทำแล้วเยาะๆแยะๆ ทำบ้างไม่ทำบ้าง สักพักหยุดไป อันนี้ต่อให้วิธีไดเอ็ทที่เทพที่สุดในโลกนะ ก็ไม่ได้ผลแน่นอน ปัญหาแมงไม่ได้อยุ่ที่วิธีการ ปัญหาอยู่ที่คนทำแม่งไม่จริงจัง 🙄

ถ้าให้แนะนำมือใหม่นะ เอาแค่ i ก่อน หัดนับแคลให้เป็นก่อนว่า วันนี้กินไปกี่แคล แล้วคำนวณดูว่าเราใช้ไปกี่แคล แล้วลองปรับๆดู อย่าเพิ่งไป ทำพวก a-g ก็ได้ แต่ถ้าใครพอมีประสบการณ์แล้ว อยากลองก็เอา จำไว้เหอะ ทุกวิธีได้ผลหมด มันมีคนทำสำเร็จหมด และทุกคนที่แม่งสำเร็จ คือแมงไปจนสุดจริงๆ น้อยคนมากที่จะทำครึ่งๆกลางๆแล้วเห็นผล ถ้าจะทำแล้ว เต็มที่ อย่าเสียเวลา

📍3. ต่อไปเรื่อง cardio ดูเป้าหมายหน่อย เคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า cardio ต้องทำแบบมีจุดหมาย ไม่ใช่แค่ขึ้นลู่วิ่งไปสับๆๆๆๆๆ เหงื่อแตกเป็นน้ำแล้วจบกัน ไม่ง่ายขนาดนั้น ตรรกะคือเรื่องของพลังงานที่ร่างกายจ่าย ระหว่างทำกิจกรรมที่ต้องเข้าใจสักหน่อย

🚶🏽ถ้าจะ cardio เพิ่มลดไขมัน ก็ควร ติดอยู่กับ patternของกิจกรรมทีร่างกายจะใช้ไขมันเป็นหลังเช่น การคาดิโอในโซน 2 กิจกรรมต่างๆ ที่หัวใจเต้นประมาน 120-130ครั้งต่อนาที เป็นกิจกรรมเบา แต่เน้นทำต่อเนื่อง เช่น การเดินชัน การปั่นจักรยานเนิบๆ การจ๊อกกิ้ง หรือแม้กระทั้ง class บางอย่างเช่น yoga ร้อนก็จัดเป็นกิจกรรมที่ร่างกายทำงานในโซน2 ที่ร่างกายใช้พลังงานจากไขมันได้ดีที่สุด

🏃🏾ถ้าจะ cardio เพิ่มเป้าหมายเรื่องของ hormone หรือ เรื่องของ specific performance ก้ควรเลือก cardio ในโซนที่ยากขึ้นไปเช่น กิจกรรมแบบ HIIT / Circuit/ Class danceต่างๆ การทำกิจกรรมหนักพวกนี้มีผลต่อการหลั่งของฮอโมนที่จำเป็นต่อการพัฒนา ฟื้นตัว และ รักษาร่างกาย เช่น testosterone / growth hormone และยังช่วยพัฒนาเรื่องของ performance การทำงานของหัวใจที่แข็งแรงขึ้นด้วย

กลับมาที่ประเด็นของเรา ถ้าจะไดเอ็ทลดไขมันเนี่ย มันก็ควร เน้นหนักไปที่ การทำ zone 2 training มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจจะผสานการทำ high intensity cardio แบบที่บอกไปด้วยเพราะประโยชน์เรื่องของฮอโมนต่างๆ ฉะนั้น อาจจะทำ zone 2 สัก 3-4วัน และพวก hiit หรือ circuit อีกสัก 1-2ครั้งต่ออาทิตย์ก็ได้

📍4. การซ้อม ใครที่ยังไม่มีตารางซ้อมที่แน่นอนหรือตายตัวอันนี้ไม่ยากเลย พูดจริงๆคือ ซ้อมไปเหอะ แบบไหนก็ได้ ขอแค่ให้ร่างกายได้ ขยับกล้ามเนื้อ ให้กล้ามเนื้อมันบีบตัว ยืดตัว มีการออกแรง มีการใช้พลังงาน มันก็บรรลุเป้าหมายของการลดไขมันแล้ว อันนี้สำหรับมือใหม่นะ

แต่สำหรับใครที่ต้องการอะไรที่มันเป็นหลักเป็นแหล่ง ดูเป็นระเบียบหน่อย ลองศึกษาเรื่อง periodization หรือการ วางตารางซ้อมเป็นระยะ เพื่อการพัฒนาสูงสุดของร่างกาย อธิบายง่ายๆ ยกตัวอย่างคร่าวๆ อาจจะเป็น การperiodization เรื่องของ ใยกล้ามเนื้อ เช่น 4 อาทิตย์แรกฝึก fast twist fibers โดยการซ้อม แบบ เล่นหนัก ยกน้อยครั้ง เพราะกล้ามเนื้อ fast twist ออกแรงได้เยอะ แต่ทำงานได้น้อย จากนั้น 4 อาทิตย์ต่อมาก็เปลี่ยนมาฝึก slow twist fiber คือ เล่นเบา แต่ยกจำนวนเยอะ เพราะกล้ามเนื้อ slow twist ออกแรงได้น้อยแต่ทำงานได้นาน

อันนี้เป็นตัวอย่าง การperiodizationโดยจับจากใยกล้ามเนื้อเป็นหลัก อันที่จริงมีวิธีวาง periodizationอีกเยอะมากๆ ลองศึกษาดู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ย้ำอีกที พูดความจริงกันเลยคือ ถ้าไม่คิดมากอะนะ อยากจะแค่ไดเอท ลดไขมันลงไป ไม่ต้องคิดมาก เครื่องไหนว่างๆก็ลงไปเหอะ เล่นให้หนัก เล่นให้หมด ใช้พลังงานให้เยอะที่สุด ไม่ต้องสนใจมากมายหรอก ขอแค่มีการcontractของกล้ามเนื้อก็มีการใช้พลังงานแล้ว แคลติดลบเมื่อไหร่ มันก็ใช้ไขมันหมดแหละ ถ้าไม่ได้โปรถึงขั้นวางแผนแข่งขันอะไรมากมาย เป็นแค่คนอยากสุขภาพดีขึ้น หุ่นดีขึ้น ก็เล่นๆไปเหอะ จริงๆ ขอแค่มายิมร่างกายก็ขอบคุณเราและ

📍5. การปรับตาราง อันนี้สำคัญ ผมเคยสงสัยว่า บางคนทำวิธีเดิมๆ มาเป็นปีๆ แต่ไม่เห็นผล ทำไมเขาถึงไม่เอะใจว่าที่เขาทำอยู่มันไม่ได้ผล หรือว่ามันอาจจะไม่เหมาะกับเขา อันนี้สำคัญนะ

Progress tracking คือสิ่งที่มือใหม่ละเลย เอาจริงๆทุกวันนี้ผมยังแอบจดเลยว่า วันนึงกินไรไปบ้าง บางทีผมก็ใช้เว็ปพวก fatsecretในการtrack นะว่าวันนีกินไปเท่าไหร่ๆๆ okแหละมันอาจจะไม่ตรง100% แต่มันทำให้ผมเห้นภาพรวมคร่าวๆว่าพรุ่งนี้ควรจะปรับอะไรหรือว่า 1วีคที่ผ่านมาแครอรี่เป็นยังไงใช้เท่าไหร่ บลาๆๆ สมมุดผม TDEE 2000 แคล แล้วผมกิน 1800 มาตลอด 7 วัน แต่ผมน้ำหนักไม่ลงเลยสักขีด นั้นแหละ ผมอาจจะต้องทบทวนตัวเองใหม่ละ ว่าผมพลาดตรงไหน อาจจะลด แคลมากขึ้นหรือคามากขึ้นหรือซ้อมมากขึ้น อะไรก็ว่าไป อย่างน้อยการ tracking จะช่วยให้เรารู้ว่าเราควรแก้อะไร ดีกว่ามาจำแล้วหลงๆลืมๆ สุดท้ายก็ไม่รุ้ว่าตรงไหนทีควรแก้ ตรงไหนที่ควรเพิ่ม กลายเป็นเสียเวลาไปอีก

📍6. อ่านเยอะๆ ถามเยอะๆ อันนี้แนะนำเลย ถ้าไม่อ่านก็ไม่รู้ ถ้าไม่รู้ก็ไม่เกิดการตระหนักถึงสิ่งที่ทำว่าผิดไหม หรือพลาดตรงไหน การ fight ฝืนทำเพื่อ defend egoของตัวเอง อาจจะชนะ แต่ไม่บรรลุผล ไม่คุ้มนะผมว่า การถามผู้รู้ก็ดี ผมไปเจอ ประโยคนึงมาผมชอบมากเลย เขาบอกว่า เวลาเราถามคำถามหรือค้นหาคำตอบของสิ่งที่เราไม่รู้ เราอาจจะดูโง่ไป 5 นาที แต่ถ้าเราไม่ถามหรือไม่ศึกษาเลย เราจะโง่ไปตลอดชีวิต ฉะนั้นก็นะ อ่านเยอะๆๆ ถามเยอะๆ ลองผิดลองถูก เพราะรู้อย่างเดียวไม่พอ มันต้องลอง ทำจริงๆด้วย ถึงจะรู้ว่าอะไรดีกับเราที่สุด

📚KNOWLEDGE WITHOUT MILAGE IS BU****IT – เขาว่า รู้เยอะไปก็เท่านั้น ไม่ลงมือทำสักที แมงก็ไม่ได้อะไร

กอล์ฟ (Fitness writer, Muscle Clinicz)

29/05/2018

📌MAXIMUM OVERLOAD TRAINING 📌
MAX OT โปรแกรมเอาใจสายแข็ง


29/05/61

สวัสดีครับ😁🙏🏼

เกริ่นสักหน่อย เมื่อวานไปนั่งdiscussกับพี่สาวนักกีฬามา 555ว่า อยากได้แมสไวๆ ต้องเก้บทั้งปีเลย อยากไดเอ็ท แกบอก "พี่ว่า max-ot โคตรดีนะถ้าสร้างกล้ามสำหรับพี่" ผมเลยกลับมาศึกษาดูไอเดียลึกๆว่า max-ot นี่ยังไง conceptคืออะไร เลยเป็นที่มาของบทความวันนี้ครับ

😁ใช่ครับเป็นบทความเทรนนิ่งอีกแล้วครับ จะพูดกี่ยวกับ Training strategies หรือวิธีจัดตารางซ้อมแบบหนึ่ง เรียกว่า Max OT หรือว่า Maximum Overload Training ครับ เกริ่นไว้ก่อนเลยว่า สายแข็งน่าจะชอบ หนักถึงใจแน่นวล

🤔Max OT คือโปรแกรมอะไร

Max OT training เป็นโปรแกรมที่ตั้งอยู่บนทฤษฏีที่ว่า ยิ่งเรา overload กล้ามเนื้อระหว่างซ้อมด้วยLoad(น้ำหนัก) ได้มากเท่าไหร่ เส้นใยกล้ามเนื้อ(Muscle Fibers)ต่างๆยิ่งถูกกระตุ้นด้วย mechanical stress มากเท่านั้น

😎อธิบาย Mechanical stress คือ ความตึงที่กล้ามเนื้อได้รับ ตอนที่มีการออกกแรงกล้ามเนื้อให้มันยืดหด โดยที่มีน้ำหนักจากภายนอกมาช่วยต้าน = ยิ่งLoadหนักมาก = แรงต้านยิ่งมาก = ยิ่งต้องออกแรงดันมาก = Tension ในกล้ามเนื้อยิ่งสูง ผลลัพธ์คือ Mechanical stress ยิ่งมาก
ฉะนั้น โปรแกรม Max OT จะใช้คอนเซ็ปของ High Intensity - Low Volume เป็นหลักเลย เรียกว่า เล่นหนัก แต่ยกน้อยครั้ง

จุดเด่นของ Max OT ไม่ใช่เพียงแต่พัฒนาเรื่องของการพัฒนาของ Muscle fiber แต่ยังช่วยพัฒนาเรื่องของ strength หรือพละกำลังด้วย เพราะเป็นโปรแกรมที่ต้องบังคับให้เรา overload อยู่ตลอดเวลา ถ้าทำได้ ฉะนั้นเรื่องของ strength gain (ถ้าเทียบในvolumeที่เท่ากัน) จะมากกว่าพวกโปรแกรมแนว hypertrophy ทั่วไปแน่นอน 💪🏿🔥

👍🏽ลักษณะเฉพาะของ Max OT

📍ระยะเวลาซ้อมจะถูกบีบให้อยู่แค่ 45นาทีเท่านั้น – สำหรับ max ot สาเหตุที่แนะนำให้ซ้อมให้จบภายใน45นาทีเพราะว่า การที่เราซ้อมแบบ long training session หรือใช้เวลาออกำลังกายนานเกินไปทำให้ ระดับ cortisol ของร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งระดับ cortisol สูงมาก อัตราการ breakdownของ muscle proteinยิ่งมาก การbreakdownอันนี้ต่างจากการที่เรายกเวทแล้ว muscle มันเกิด micro tearนะครับ เพราะมันหมายถึง ร่างกายของเรากำลังหาแหล่งพลังงานโดยการแตกตัวกรดอมิโนในกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงาน ฉะนั้นเราจะอยู่ใน catabolic state เรียกว่า ยิ่งซ้อมนานยิ่งมีโอกาสเสียกล้ามเนื้อเยอะนั้นแหละ

📍ซ้อมแค่ 1-2 มัดกล้ามเนื้อต่อการworkout 1 sessionเท่านั้น – อย่างที่บอกครับ เรามีเวลาแค่ 45 นาที ในการซ้อม ฉะนั้น การซ้อมมัดกล้ามเนื้อแค่ 1-2มัดจะทำให้เราโฟกัสกับการทำลายกล้ามเนื้อมัดเป้าหมายนั้นได้เต็มที่ แต่ถ้าเราเล่นแบบ full body คิดดูว่าบางที เล่นแค่มัดละ 1 ท่า ก็หมดเวลาแล้ว

📍Intensity คือหัวใจ โปรแกรมหลักควรประกอบด้วย 6-9 Heavy set ต่อ 1 มัดกล้ามเนื้อ – Max OT ที่ให้ความสำคัญกับ Load เป็นหลัก มากกว่า Volume ฉะนั้น ต่อการซ้อมกล้ามเนื้อ 1 มัด เราควรเล่นอย่างน้อยให้ได้ 6-9 set แบบ heavyจริงๆนะครับ เราเรียกว่า working set แน่นอนว่าคุณอาจจะเล่นมากกว่านี้หรือมี เซ็ทยิบย่อยไปอีกเป็น warm up set อะไรก็ว่าไป แต่ working set หลักๆ ควรมีอย่างน้อยในโปรแกรม 6-9sets เพื่อให้มั่นใจว่าเราใส่ intensity ให้กล้ามเนื้อได้มากเพียงพอที่จะทำให้มันพัฒนา

📍Low rep มาคู่กับ High Intensity ควรเล่นน้ำหนัก ที่เล่นได้ 4-6ครั้ง ในทุกเซ็ท – ต่อจากข้างบนครับ นิยามคำว่า Heavy working set คือ set ที่เราเลือกน้ำหนักแล้วเล่นได้ 4-6ครั้ง และควรเพิ่ม load ไปเรื่อยๆถ้าไหว อาจจะต่ำไปลงแบบ 2-3ครั้ง/เซ็ทเลยก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะครับ

📍Long rest ต้องพักนานหน่อย 2-3นาทีไปเลย ระหว่างเซ็ท
ผมเคยเขียนเรื่อง rest-interval ไปแล้วครับ (https://www.facebook.com/muscleclinicz/photos/a.603867473057064.1073741827.602981066479038/1163632917080514/?type=3&theater) อธิบายอีกทีคือ แน่นอนว่าการเล่นแบบ heavy high intensity ถ้าเราพักน้อย เราจะไม่สามารถ recoverแรงกลับมาได้เพียงพอ ตรรกะง่ายๆเลย ถ้าใครคิดจะยก 4-6repโดยพักเซ็ทแค่ 30วิ บอกเลยว่า โคตรระห่ำ เสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากๆ แนะนำให้พัก 120-180วินาทีต่อเซ็ทไปเลยครับ แถมการพักนานๆยังเป็นการคลายการสะสมของกรด lacticในกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการปวดหลังซ้อมได้ด้วย

📍ซ้อมกล้ามเนื้อ 1 มัด ต่อ1 อาทิตย์เท่านั้น – Muscle grow outside the gym ประโยคนี้คลาสสิกเสมอ สำหรับ Max-OT แนะนำว่า ให้เล่นแค่อาทิตย์ละครั้งต่อกล้าม1ส่วนก็พอครับ ระยะเวลาที่สำคัญคือ หลังจากซ้อมเสร็จที่ต้อง ดูแลเรื่อง การพักผ่อน สารอาหาร โภชนาการ ต่างๆ คุณจะ maximize growth ได้จากตรงนี้ 80%เลย การซ้อมเป็นเหมือนการกระตุ้น แต่การซ่อม มาจากการดูแลหลังจากนั้นครับ กินให้พอกินให้ถึงกินตามเป้าหมาย รับรองว่าแจ่มแน่นอน

📍โปรแกรมแบบ Max OT ควรทำ Cardio ด้วย High intensity เช่นพวก HIITจะแจ่มมาก – สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านเรื่อง HIIT ของผม (https://www.facebook.com/muscleclinicz/photos/a.603867473057064.1073741827.602981066479038/1420521448058325/?type=3) ประโยชน์หลักๆคือเรื่องของ anabolic hormone ต่างๆที่เราจะได้จากมันครับ ทั้ง testosterone / growth hormone/ IGF-1 ต่างๆ ล้วนเป็นผลพลอยได้ของการทำ HIIT ทั้งสิ้น ฉะนั้นเลย recommendให้ทำ HIIT เป็นทางเลือกในการใช้พลังงานและกระตุ้นการพัฒนาของกล้ามเนื้อครับ

📝Note* คำแนะนำนิดนึง

✏️1) ผมว่า Max OT เล่นคนเดียว ค่อนข้างอันตรายครับ ไม่ได้แปลว่าเล่นไม่ได้นะ แต่บอกว่า ต้องระวังหน่อย ด้วยตัว load ที่เยอะ หนักมาก คุณต้องคำนึงเรื่อง safty ไว้ด้วย ถ้ามี spotter หรือ buddy จะดีมาก
✏️2) Joint pain ต่างๆอาจจะเกิดขึ้นได้ high intensity กับ joint pain การบาดเจ็บตามข้อต่างๆเป็นของคู่กันมานานแล้วคับ ถ้าเซฟได้ก็เซฟหน่อย belt มีก็ใช้ wraps ต่างๆ มีไว้ก็ดีครับ ปลอดภัยไว้ก่อน
✏️3) ไม่จำเป็นต้องหวือหวา พยายาม strict กับ compound exercise หลักๆสำหรับ working setเอาไว้ ครับ อย่าไปใช้พวก isolate exercise ในการทำ working set เพราะคุณจะloadได้น้อยแล้วก็ เสี่ยงต่อการบาดเจ็บด้วย
✏️4) มือใหม่ ผมว่าไม่ค่อยเหมาะนะ จากมุมมองผม เอาเป็น ควรมีประสบการณ์มาระดับนึงก่อนครับถึงวางตารางแบบนี้

💪🏾🏋🏽ถ้าลองดูจัด Max OT สำหรับเล่น Quadriceps ก็จะออกมาแนวๆนี้

1) Squat warm-up set : 3sets x 15reps (45sec rest)
2) Squat working set: 4sets x 4-6reps (2-3min rest) (progressive overloadทุกเซ็ท)
3) Leg press (narrow stand - focus outer quads) working set: 4sets x 4-6reps (2-3min rest) (progressive overloadทุกเซ็ท)
4) Finisher Leg extension: 1sets of 100reps

😁👍🏽จบแล้ว ลองไปประยุกต์กันดูนะครับ
ขอบคุณครับ🙏🏼😊

กอล์ฟ
Fitness Writer
Muscle Clinicz
Line: Govetrainer

29/05/2018
21/05/2018
20/05/2018
*** ขออภัยตอนนี้สินค้าหมดทุกตัวครับ ***เสื้อรัดกล้ามเนื้อ ลายสวย คุณภาพดี ราคาถูกลดราคาจาก 500 เหลือ 400 บาท เท่านั้นสั่...
07/05/2018

*** ขออภัยตอนนี้สินค้าหมดทุกตัวครับ ***

เสื้อรัดกล้ามเนื้อ ลายสวย คุณภาพดี ราคาถูก
ลดราคาจาก 500 เหลือ 400 บาท เท่านั้น

สั่งซื้อทาง อินบ๊อกซ์ Facebook หรือ ทาง Line
Line : frankfreeze

#เสื้อรัดกล้าม #เสื้อฟิตเนส

ที่อยู่

Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

0894924005

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Frank Muscle Workผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์