สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา

สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา

สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มีบริการให้แก่ประชาชน ดังนี้
1. คลินิกกีฬา
2. ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย
3. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

📢 ขอเชิญร่วมรับชมและส่งกำลังใจให้กับ 10 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ🏆 การประกวดนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ...
05/06/2026

📢 ขอเชิญร่วมรับชมและส่งกำลังใจให้กับ 10 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

🏆 การประกวดนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ประจำปี 2569
Sport Science Innovation Contest 2026

มาร่วมลุ้นและติดตามผลงานนวัตกรรมสร้างสรรค์จากเยาวชนและนักพัฒนารุ่นใหม่ ที่พร้อมนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาต่อยอดสู่อนาคตของวงการกีฬาไทย

📅 วันที่ 9 กรกฎาคม 2569
⏰ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
📍 อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ

🎥 หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา

แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาสุดยอดนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งปีไปด้วยกัน!


#นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา
#กรมพลศึกษา

02/06/2026

#สาระน่ารู้กับเวชศาสตร์การกีฬา
#การปฐมพยาบาลทางการกีฬา_แผลฟกช้ำ
#จัดทำโดย : ฝ่ายการพยาบาล กลุ่มเวชศาสตร์การกีฬา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา
ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม ได้ที่ https://sportscience.dpe.go.th/public/ebook.do ดูน้อยลง

กรมพลศึกษา เปิดรับน้อง ๆ นักกีฬา ระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา ที่สนใจอยากจะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักกีฬาในอนาคต เข้าร่...
02/06/2026

กรมพลศึกษา เปิดรับน้อง ๆ นักกีฬา ระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา ที่สนใจอยากจะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักกีฬาในอนาคต เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อพัฒนาเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางการกีฬา ประจำเดือนมิถุนายน แบบฟรี!! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

กิจกรรมที่เปิดให้บริการ
1. Sports Performance Test (Talent identification)
ประเมินศักยภาพทางการกีฬา พร้อมวิเคราะห์ผลและเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติ เพื่อคัดกรองนักกีฬาที่มีศักยภาพ นำผลไปใช้พัฒนาโปรแกรมการฝึกซ้อม มีช่วงเวลาให้จองทุกวันศุกร์ 10:00-12:00 น.
รับจำนวน 10 คนต่อวัน
- ทดสอบสมรรถภาทางกายสำหรับกีฬา (physical fitness test)
- ทดสอบความสามารถทางการรู้คิดของสมองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Cognitive test)
2. Sports Training Class (Talent development)
คลาสฝึกอบรมเสริมความรู้ด้านการพัฒนาศักยภาพทางการกีฬา ฝึกปฏิบัติกับนักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่มีประสบการณ์สูง เพื่อยกระดับพื้นฐานการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องและก้าวไปสู่เส้นทางการเป็นนักกีฬา มีช่วงเวลาให้จองวันจันทร์-ศุกร์ 14:00 - 16:00 หยุดทุกวันพุธ และวันเสาร์ 10:00 - 12:00 รับจำนวน 10 คนต่อวัน
- ฝึกปฏิบัติการเคลื่อนไหวพื้นฐานอย่างเป็นระบบ ผสมผสานกับกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนาน
- ฝึกพัฒนาศักยภาพทางการรู้คิดของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนักกีฬา ด้วยเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทันสมัย
3.Cognitive Development
คลาสฝึกพัฒนาความรู้คิดของสมอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการจดจ่อและสมาธิให้นักกีฬาจดจ่อกับการแข่งขันและการฝึกซ้อมกีฬาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีช่วงเวลาให้จองทุกวันจันทร์ เวลา 14:00-15:00
-ใช้โปรแกรม Neuro Tracking ในการฝึกสมาธิและจดจ่อ
-ใช้ Tower of Hanoi ฝึกการจัดลำดับความคิด
-Sports Vision Training ฝึกการตอบสนองของตาและมือ และการทำงานร่วมกันของตาและมือ
หยุดให้บริการทุกวันพุธและวันอาทิตย์

📌พบกันได้ที่
ศูนย์ค้นหาและพัฒนานักกีฬาศักยภาพสูงแห่งอนาคต Sports Talent Center - อาคารสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

น้อง ๆ ที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
Link สมัครเข้าร่วมกิจกรรม:https://sport-talent-hub.base44.app/BookingPage

Unlock Your Sports Potential!!!
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์และปลดล็อคศักยภาพทางการกีฬาของคุณ!!!

Sport Science Weekly S.4EP.29   #ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนความยาวนิ้วมือ (2D:4D) กับการตอบสนองของระดับแลคเตทในเลือด ร...
29/05/2026

Sport Science Weekly S.4

EP.29 #ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนความยาวนิ้วมือ (2D:4D) กับการตอบสนองของระดับแลคเตทในเลือด ระหว่างการทดสอบสมรรถภาพแบบสลับช่วงในนักกีฬาฟุตบอลหญิง

แลคเตท (Lactate) เคยถูกมองว่าเป็นของเสียที่เกิดจากระบบพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic) ระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแลคเตทได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเผาผลาญ โดยสามารถถูกสร้างและนำไปใช้เป็นพลังงานได้ แม้ในสภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอ นอกจากนี้ แลคเตทยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างกระบวนการสลายน้ำตาล (glycolytic system) และระบบพลังงานแบบใช้ออกซิเจน (oxidative system) อีกด้วย
แลคเตทมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ หัวใจ และระบบประสาทส่วนกลาง อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นโมเลกุลส่งสัญญาณ หรือที่เรียกว่า exerkine ซึ่งเป็นสารที่หลั่งระหว่างการออกกำลังกายและมีผลดีต่อระบบหลอดเลือด หัวใจ และปอด ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของแลคเตทระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนักอาจสะท้อนถึงกลไกการตอบสนองของร่างกายในการปรับตัวต่อความเครียดทางสรีรวิทยา
อัตราส่วนนิ้ว (2D:4D) คือสัดส่วนระหว่างความยาวของนิ้วชี้ (2D) ต่อความยาวของนิ้วนาง (4D) ซึ่งใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อมของการได้รับฮอร์โมนในช่วงพัฒนาการก่อนคลอด โดยผู้ที่มีค่า 2D:4D ต่ำ (นิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้) มักมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงและเอสโตรเจนต่ำ ซึ่งลักษณะดังกล่าวพบได้บ่อยในนักกีฬาประเภทความทนทาน เช่น นักวิ่งระยะไกล ทั้งในเพศชายและเพศหญิง
#วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อ
1.ดูความสัมพันธ์ระหว่าง 2D:4D และ การตอบสนองของแลคเตทในเลือดระหว่างการทดสอบวิ่งแบบ 30-15 IFT ในนักฟุตบอลหญิง ในช่วงการวิ่งที่ความเร็วสูง
2.การประเมินว่าตัวแปรด้านขนาดร่างกาย (เช่น ส่วนสูง, ความยาวนิ้ว, และค่าการใช้ออกซิเจนสูงสุด หรือ VO₂max) มีความเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของแลคเตทหรือไม่รวมถึงเพื่อพิจารณาว่า ค่า 2D:4D ของมือขวา ยังคงเป็นตัวบ่งชี้ (Predictor) ที่แม่นยำที่สุดในการทำนายระดับแลคเตท ภายใต้สภาวะที่ร่างกายออกแรงอย่างเต็มที่ (Maximal exertion) หรือไม่

#วิธีการวิจัย
1.ผู้เข้าร่วมเป็นนักฟุตบอลหญิง อายุระหว่าง 18-24 ปี จำนวน 28 คน จากสโมสรฟุตบอลหญิงระดับสมัครเล่นที่ทำการแข่งขันในลีกภูมิภาค
2.วัดองค์ประกอบร่างกาย – น้ำหนัก, ส่วนสูง, %fat, BMI)
3.สแกนมือ (2D:4D)

#การทดสอบ 30-15 Intermittent fitness test (30-15 IFT) เป็นการวิ่งไป-กลับ 40 เมตร โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน (0–20–40 เมตร) และมีเขตพักระยะ 3 เมตรต่อจากเส้น 0 และ 40 เมตร ทำการวิ่งเป็นเวลา 30 วินาที สลับกับการพักแบบอยู่กับที่ 15 วินาที โดยเริ่มต้นที่ความเร็ว 8 กม./ชม. และเพิ่มความเร็วทีละ 0.5 กม./ชม. ในแต่ละรอบ (stage) การควบคุมจังหวะการวิ่งใช้สัญญาณเสียง (beep) เพื่อกำหนดเวลาที่ผู้ทดสอบต้องวิ่งให้ถึงเส้นในแต่ละช่วง
ก่อนการทดสอบ ผู้เข้าร่วมทำการอบอุ่นร่างกายแบบไดนามิก (dynamic warm-up) จำนวน 5 ท่า ได้แก่ leg swings, walking lunges, lateral lunges, ankle bounces และ single-leg bounces
การทดสอบดำเนินการเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยมีการกระตุ้นด้วยคำพูดเพื่อให้ผู้เข้าร่วมออกแรงอย่างเต็มที่ การทดสอบจะสิ้นสุดเมื่อเกิดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังนี้
1.นักกีฬาหยุดวิ่งเองเนื่องจากความเหนื่อยล้า
2.นักกีฬาไม่สามารถวิ่งเข้าสู่เขตพักระยะ 3 เมตร ได้ทันเสียงสัญญาณติดต่อกัน 3 ครั้ง
ระหว่างการทดสอบ มีการวัดระดับแลคเตทเป็นระยะเพื่อประเมินการตอบสนองทางสรีรวิทยาต่อความหนักของการออกกำลังกาย โดยเก็บตัวอย่างเลือดเมื่อสิ้นสุดการเพิ่มความเร็วในทุก ๆ 2 กม./ชม. เริ่มตั้งแต่ความเร็ว 8 กม./ชม. ทำให้มีการเก็บข้อมูลที่ความเร็ว 8, 10, 12, 14, 16, 18 และ 20 กม./ชม. ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมบางรายอาจไม่สามารถทำการทดสอบได้ครบทุกช่วงความเร็ว ตัวอย่างเลือดถูกเก็บในช่วงพัก 15 วินาทีทันทีหลังสิ้นสุดแต่ละช่วงความเร็ว

#ผลการทดสอบ
จากการทดสอบ 30–15 Intermittent Fitness Test (30–15 IFT) ของนักกีฬา 28 คน มีค่า VO2max เฉลี่ยอยู่ที่ 57.96 ในส่วนของระดับแลคเตทมีการเพิ่มขึ้นตามความเร็วในการวิ่งที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของความสัมพันธ์ของระดับแลคเตทกับตัวแปรต่าง ๆ พบว่า
1. คนที่มีอัตราส่วนนิ้วมือข้างขวา (Right 2D:4D) สูง
มีแนวโน้มที่จะมีระดับแลคเตทในเลือดสูง โดยจะเห็นชัดเมื่อวิ่งเร็วมาก (16–18 km/h)
2. คนที่มีน้ำหนักตัวหรือค่า BMI สูง
มักจะมีระดับแลคเตทสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายในระดับปานกลางถึงหนัก
3. คนที่มีระบบพลังงานแบบใช้ออกซิเจนดี (VO₂max สูง)
จะมีระดับแลคเตทต่ำกว่า แสดงว่าร่างกายจัดการความเหนื่อยได้ดีกว่า

#สรุปผล
เมื่อเพิ่มความหนักของการวิ่ง ระดับแลคเตทในเลือดจะสูงขึ้น และมีการหลั่งสาร exerkine มากขึ้นตามไปด้วย ผู้ที่มีอัตราส่วนนิ้วมือข้างขวา (Right 2D:4D) สูง มักมีแนวโน้มที่จะมีระดับแลคเตทสูง โดยจะเห็นชัดในช่วงที่วิ่งด้วยความเร็วสูงมาก นอกจากนี้ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวหรือค่า BMI สูง มักมีแนวโน้มเกิดแลคเตทสูงขึ้น ขณะที่ผู้ที่มีความฟิตดี (VO₂max สูง) จะสามารถควบคุมระดับแลคเตทได้ดีกว่า และมีความทนทานต่อความเหนื่อยล้าได้มากกว่า

: Nobari, Hadi, Mainer-Pardos, Elena, Lozano, Demetrio, Manning, John T., Parpa, Koulla orcid icon, Mason, Laura, Michaelides, Marcos orcid icon and Roso-Moliner, Alberto (2025) Digit Ratio (2D:4D) and lactate response during a football-specific intermittent field fitness test in women. Early Human Development, 211 . p. 106414. ISSN 0378-3782

#สรุปและเรียบเรียงโดย
นายศิรวิชญ์ ถมยา
เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การกีฬา
นายธิติวัฒน์ น้อยคำเมือง
นักพัฒนาการกีฬาชำนาญการ
กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

Sport Science Weekly S.4EP.28  #ความฉลาดรู้ทางกาย (Physical Literacy) รากฐานสำคัญสู่ชีวิตที่แข็งแรงและกระฉับกระเฉง ความฉ...
29/05/2026

Sport Science Weekly S.4

EP.28 #ความฉลาดรู้ทางกาย (Physical Literacy) รากฐานสำคัญสู่ชีวิตที่แข็งแรงและกระฉับกระเฉง

ความฉลาดรู้ทางกาย (Physical Literacy) ไม่ได้หมายถึงแค่การเล่นกีฬาเก่งหรือมีร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น แต่หมายถึง "สภาวะที่บุคคลมีแรงจูงใจ มีความมั่นใจ มีความสามารถทางกาย รวมถึงมีความรู้และความเข้าใจ ในการรักษาการทำกิจกรรมทางกายไปตลอดช่วงชีวิต" สิ่งนี้เปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะนำทางให้บุคคลมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
จากการศึกษาพบว่า บ้านคือสถานที่แรก ที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานก่อนที่จะเข้าสู่โลกของกีฬาและการออกกำลังกายที่ซับซ้อนขึ้น มุมมองของผู้ปกครองจึงส่งผลโดยตรงต่อลูกหลานในการทำกิจกรรมทางกายอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้
1. การให้คุณค่า (Parental Valuing) หากผู้ปกครองให้คุณค่าและเห็นความสำคัญของกิจกรรมทางกาย จะเป็นตัวทำนายที่สำคัญว่าลูกจะมีทักษะทางกายที่ดีและมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเคลื่อนไหว
2. ความเข้าใจนำไปสู่การปฏิบัติ (Parental Understanding) ผู้ปกครองที่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการออกกำลังกาย จะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีระดับความฉลาดรู้ทางกายโดยรวมที่สูงขึ้น
3. พ่อแม่เป็นต้นแบบ (Role Models) เด็ก ๆ มักมองพ่อแม่เป็นต้นแบบในการเริ่มต้นสร้างนิสัยการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง

#สาระสำคัญ
หลายครอบครัวมักเผชิญอุปสรรคที่ขัดขวางการมีกิจกรรมทางกาย ซึ่งงานวิจัยสามารถแบ่งกลุ่มผู้ปกครองตามอุปสรรคที่พบได้ 4 รูปแบบหลัก ได้แก่
1. กลุ่มดิ้นรน (Struggling) 29% เป็นกลุ่มที่เผชิญอุปสรรค รุนแรงที่สุดในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพไม่ดี ขาดเพื่อนร่วมกิจกรรม ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก และขาดแรงจูงใจ
2. กลุ่มภาระครอบครัว (Family Burden) 41.3% เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด อุปสรรคหลักคือ การดูแลบุตร ในขณะที่ด้านอื่น ๆ เช่น เวลาหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ในระดับปานกลาง
3. กลุ่มขาดแรงกระตุ้น (Lazy) 13% มีอุปสรรคหลักคือ ขาดแรงจูงใจ และตารางงานที่ยุ่ง แต่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการดูแลบุตรหรือการขาดอุปกรณ์
4. กลุ่มไร้อุปสรรค (Barriers Free) 16.7% เป็นกลุ่มที่เผชิญอุปสรรคน้อยที่สุดในทุกด้านและมีพฤติกรรมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมที่สุด

#สรุป
ผู้ปกครองที่มีมุมมองเชิงบวกต่อกิจกรรมทางกาย โดยเฉพาะการให้คุณค่า ความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับความฉลาดรู้ทางกาย มีแนวโน้มที่จะส่งเสริมให้ลูกมีความฉลาดรู้ทางกายสูงขึ้น โดยไม่เกี่ยงเรื่องเพศ อายุ หรือรูปร่างของเด็ก




:
1. Ha, A. S., Chan, W., & Ng, J. Y. Y. (2020). Relation between Perceived Barrier Profiles, Physical Literacy, Motivation and Physical Activity Behaviors among Parents with a Young Child. International Journal of Environmental Research and Public Health, 17(12).
2. Long, B., Chen, S., Long, Y., Liu, Y., Li, Y., Wang, Y., Wang, P., Guo, M., & Yang, Y. (2025). The predictive relationship between parents' perceptions of physical activity and children's physical literacy. Scientific Reports, 15(1), 24207

#สรุปและเรียบเรียงโดย
ว่าที่ร้อยตรีหญิงอาทิตยา อินทร์แก้ว
นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
กลุ่มเวชศาสตร์การกีฬา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา
นางณัฏฐวี แสงอรุณ
ผู้อำนวยการกลุ่มเวชศาสตร์การกีฬา
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

Sport Science Weekly S.4EP.27  #กิจกรรมการเคลื่อนไหวในระหว่างคาบเรียน (Classroom Physical Activity Breaks)ในปัจจุบันเด็ก...
28/05/2026

Sport Science Weekly S.4

EP.27 #กิจกรรมการเคลื่อนไหวในระหว่างคาบเรียน (Classroom Physical Activity Breaks)

ในปัจจุบันเด็กระดับประถมศึกษามีแนวโน้มใช้เวลาอยู่กับการนั่งเรียนเป็นเวลานาน ส่งผลให้มีกิจกรรมทางกายลดลง และเกิดปัญหา เช่น ความเหนื่อยล้า ขาดสมาธิ และความเบื่อหน่ายระหว่างเรียน นอกจากนี้ การขาดการเคลื่อนไหวยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตและประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของเด็กอีกด้วยโรงเรียนจึง เริ่มให้ความสำคัญกับแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในห้อง เรียน โดยเฉพาะ “กิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่างคาบเรียน” หรือ Physical Activity Breaks / Energizers ซึ่งเป็นกิจกรรมสั้น ๆ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของนักเรียนระหว่างการเรียนการสอน จึงเริ่มมีการศึกษามุมมองของนักเรียน ครู และผู้ดำเนินกิจกรรมต่อการใช้กิจกรรมเคลื่อนไหวในห้องเรียนระดับประถมศึกษา รวมถึงศึกษาผลที่เกิดขึ้นต่อสมาธิ บรรยากาศในชั้นเรียน สุขภาพ และการมีส่วนร่วมของนักเรียน

#สาระสำคัญ
ประโยชน์ของกิจกรรมการเคลื่อนไหวในระหว่างคาบเรียน
1. เพิ่มสมาธิและความพร้อมในการเรียน
2. ส่งเสริมสุขภาพร่างกาย
3. สร้างบรรยากาศการเรียนที่สนุก
4. พัฒนาทักษะทางสังคม
5. ช่วยกระตุ้นแรงจูงใจในการเรียน
6. ส่งเสริม Active Learning

#สรุป
กิจกรรมการเคลื่อนไหวในระหว่างคาบเรียนเพียง 10 นาที สามารถพัฒนาร่างกาย จิตใจ ให้พร้อมต่อการเรียนและตระหนักรู้ถึงความสำคัญการมีกิจกรรมการเคลื่อนไหว



: Mullins, N. M., Michaliszyn, S. F., Kelly-Miller, N., & Groll, L. (2019). Elementary school classroom physical activity breaks: Student, teacher, and facilitator perspectives. Advances in physiology education.

#สรุปและเรียบเรียงโดย
นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
นายธรากร สุขไทย
นางณัฏฐวี แสงอรุณ
ผู้อำนวยการกลุ่มเวชศาสตร์การกีฬา
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

Sport Science Weekly S.4EP.26  #การออกกำลังกายด้วยมวยไทยช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ความรักในชีวิต และการควบคุมตนเอง Muay Thai ...
28/05/2026

Sport Science Weekly S.4

EP.26 #การออกกำลังกายด้วยมวยไทยช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ความรักในชีวิต และการควบคุมตนเอง
Muay Thai exercises improve quality of life, love of life and self-control

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกมวยไทยเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ต่อระดับคุณภาพชีวิต ความรักในชีวิต และการควบคุมตนเอง
#ทัศนคติเชิงบวกต่อชีวิต (Positive Attitude Toward Life): มุมมองและการมองโลกในแง่ดี ความรู้สึกว่าชีวิตเต็มไปด้วยความรื่นรมย์และสิ่งสวยงาม
ความสุขที่เป็นผลมาจากความรักในชีวิต (Happy Results of Love of Life): ความรู้สึกเป็นสุขทางใจที่เกิดขึ้นจากการที่เราตระหนักรู้และเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ (เช่น ความรู้สึกว่าความรักในชีวิตช่วยเพิ่มความงดงามให้กับการดำเนินชีวิต)
#การมองเห็นคุณค่าหรือความหมายของชีวิต (Meaningfulness of Life) การรับรู้ว่าชีวิตของตนเองมีจุดมุ่งหมาย มีคุณค่า มีความหมาย และความปรารถนาที่จะมีอายุยืนยาวเพื่อทำเป้าหมายหรือสิ่งที่หวังไว้ให้สำเร็จ
ประโยชน์ที่ได้จากการออกกำลังกายแบบมวยไทย

ผลต่อคุณภาพชีวิต (Quality of Life)
มวยไทยช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ:
ด้านร่างกาย (Physical Health): การฝึกมวยไทยเป็นแบบ High-Intensity Interval Training (HIIT) ที่ต้องใช้อวัยวะหลายส่วน (หมัด, ศอก, เข่า, เท้า) ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ, ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด, และความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งผลให้กลุ่มทดลองรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
ด้านจิตใจ (Mental Health): มวยไทยเป็นเครื่องมือระบายความเครียดที่ดีมาก การออกอาวุธช่วยลดความวิตกกังวลและความซึมเศร้า นอกจากนี้ยังกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท เช่น เอ็นโดรฟิน (Endorphins) ที่สร้างความสุข และ เซโรโทนิน (Serotonin) ที่ช่วยทำให้อารมณ์คงที่
ผลต่อการควบคุมตนเอง (Self-Control) การฝึกมวยไทยเปรียบเสมือนการฝึกสมองให้มีระเบียบวินัยผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย
การเพิ่มแรงริเริ่มทำสิ่งที่ดี (Initiation): การฝึกซ้อมมวยไทยต้องอาศัยวินัยที่สูงมากในการพาตัวเองเข้ายิมและฝ่าฟันความเหนื่อยยาก กระบวนการนี้ช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับฟังก์ชันการบริหารจัดการระบบคิด (Executive Functions) ทำให้ผู้ฝึกมีความสามารถในการผลักดันตัวเองให้ลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ในชีวิตได้ดีขึ้น
การเพิ่มความยับยั้งชั่งใจ (Inhibition): แม้มวยไทยจะเป็นกีฬาที่ดูรุนแรง แต่ในบริบทการฝึกซ้อม ผู้ฝึกจะถูกสอนให้ควบคุมอารมณ์ดิบ ความโกรธ และความก้าวร้าว ต้องมีสมาธิในการหลบหลีกและออกอาวุธตามกติกา การฝึกนี้ช่วยปรับปรุงกลไกการยับยั้งชั่งใจในระดับประสาท ทำให้ผู้ฝึกสามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในชีวิตจริงได้ดีขึ้น

ผลต่อความรักในชีวิต (Love of Life)
มวยไทยช่วยเปลี่ยนมุมมองที่บุคคลมีต่อคุณค่าของการมีชีวิตอยู่:
สร้างทัศนคติเชิงบวกต่อชีวิต (Positive Attitude): เมื่อผู้ฝึกเห็นการพัฒนาของร่างกายตนเองและสามารถเอาชนะความท้าทายในคลาสเรียนได้ จะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) และความมั่นใจ (Self-confidence) ซึ่งส่งผลให้มองโลกและมองชีวิตในแง่ดีขึ้น
เพิ่มความสุขจากการตระหนักรู้คุณค่า (Happy Results & Meaningfulness): การหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขหลังการซ้อม ควบคู่ไปกับปรัชญาของมวยไทยที่เน้นความอ่อนน้อมถ่อมตนและการเคารพผู้อื่น ช่วยให้ผู้ฝึกเกิดความสงบทางใจ รู้สึกอิ่มเอมใจ และมองเห็นว่าชีวิตของตนเองมีจุดมุ่งหมายและมีความหมายที่จะอยู่ต่อไปอย่างมีคุณภาพ

สรุปผลประโยชน์ที่ได้รับ
ผลดีต่อสารเคมีในสมองและจิตใจ: การฝึกมวยไทยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความสุข ความผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด เพิ่มความมั่นใจในตนเอง และพัฒนาความสามารถในการคิดหาเหตุผล
คุณธรรมและระเบียบวินัย: มวยไทยไม่ได้ให้แค่ประโยชน์ทางกาย แต่ช่วยขัดเกลาคุณธรรม ให้ผู้ฝึกรู้จักยอมรับความชนะและความพ่ายแพ้ด้วยใจที่สงบ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพคู่ต่อสู้ และมีวินัยในการดำเนินชีวิต
จุดเด่นของงานวิจัย: งานวิจัยนี้เป็นชิ้นแรกที่มีการนำ "แบบวัดความรักในชีวิต" มาทดลองใช้กับผู้ฝึกซ้อมกีฬามวยไทย และช่วยเติมเต็มช่องว่างของวรรณกรรมในด้านจิตวิทยาการกีฬา



: Şahin, O., Yılmaz, C., Sezer, S. Y., Şahin, F. N., Ceylan, L., Çelikel, B. E., Tan, Ç., Akkuş Uçar, M., & Kirikoğlu, N. (2025). Muay Thai exercises improve quality of life, love of life and self-control. Frontiers in Psychology, 16, Article 1584160. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2025.1584160

#สรุปและเรียบเรียงโดย
นายนัฐกรณ์ เพชรานนท์
นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา
นายธิติวัฒน์ น้อยคำเมือง
นักพัฒนาการกีฬาชำนาญการ
กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

27/05/2026
27/05/2026

ครูบี (ปภัชญา สุขมงคล)
นักพัฒนาการกีฬา
คลาสเต้นแอโรบิกพื้นฐาน
เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการออกกำลังกายเบื้องต้นและต้องการเพิ่มเทคนิคการเคลื่อนไหวให้มากขึ้น
วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2569
เวลา 15.00 - 16.00 น. ทาง Facebook Live

Sport Science Weekly S.4EP.25  #แบบทดสอบแอนแอโรบิคที่เฉพาะเจาะจงกับกีฬาเทควันโด Taekwondo Anaerobic Sport Specific Tests...
27/05/2026

Sport Science Weekly S.4

EP.25 #แบบทดสอบแอนแอโรบิคที่เฉพาะเจาะจงกับกีฬาเทควันโด
Taekwondo Anaerobic Sport Specific Tests

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แบบทดสอบสมรรถภาพเฉพาะกีฬาเทควันโดที่ใช้ประเมินความสามารถด้านแอนแอโรบิก (Anaerobic Fitness) ของนักกีฬาเทควันโด ที่ความเหมาะสมในการนำไปใช้จริงของแบบทดสอบต่าง ๆ
1. Taekwondo Anaerobic Test (TAT)
เตะสลับขาอย่างเต็มที่ภายใน 30 วินาที
ผลการศึกษา
•จำนวนการเตะสัมพันธ์กับระดับพลังงาน Glycolytic
•นักกีฬาที่มีกำลังกล้ามเนื้อขาสูง จะเตะได้เร็วและต่อเนื่องกว่า
•มีความสัมพันธ์กับผล Wingate Test ในระดับสูง
2. Adapted Anaerobic Kick Test (AAKT)
เตะด้วยขาข้างเดียวต่อเนื่อง 30 วินาที
ผลการศึกษา
•วัดพลังและความเร็วในการเตะของขาแต่ละข้าง
•นักกีฬาที่มีกำลังกล้ามเนื้อขาสูง จะเตะได้เร็วและต่อเนื่องกว่า
•วัดความแตกต่างของขาแต่ละข้าง
3. Frequency Speed of Kick Test (FSKT)
เตะให้ได้มากที่สุดใน 10 วินาที 5 เซต เตะ 10 วินาที พัก 10 วินาที
ผลการศึกษา
•สามารถประเมินความสามารถในการออกแรงซ้ำได้ดี
•มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงหลังฝึกซ้อม
•ใช้แยกระดับนักกีฬาได้
4. Taekwondo Anaerobic Intermittent Kick Test (TAIKT)
6 เซต เตะ 5 วินาที พักแบบ active recovery 10 วินาที
ผลการศึกษา
•เป็นแบบทดสอบที่เลียนแบบการแข่งขันจริง
•สะท้อนความหนักของการแข่งขันจริงได้ดี
5. Taekwondo-Specific Aerobic–Anaerobic–Agility Test (TAAA)
•ความเร็ว
•ความคล่องตัว
•ความสามารถแอนแอโรบิก
•การเตะเฉพาะกีฬา
ผลการศึกษา
•สามารถใช้ประเมินสมรรถภาพหลายด้านพร้อมกัน
•สัมพันธ์กับการแข่งขันจริง



: Costa, M. J., Lopes-Silva, J. P., Franchini, E., & Chaabène, H. (2024). Anaerobic sport-specific tests for taekwondo: A narrative review with guidelines for the assessment. Sports, 12(10), 278. https://doi.org/10.3390/sports12100278

#สรุปและเรียบเรียงโดย
นางสาวภาณุมาศ ศรีสุวรรณ
นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา
นายธิติวัฒน์ น้อยคำเมือง
นักพัฒนาการกีฬาชำนาญการ
กลุ่มวิจัยและพัฒนา สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

ที่อยู่

อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ 154 ถ. พระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

022142578

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์