04/10/2021
UTMB. ผู้จัดงานวิ่ง อัลตรา
แบนยาแก้ปวด เกือบทุกชนิด นะครับ
รายละเอียดยิบย่อย มีทั้ง ห้ามก่อน 30วัน ห้ามก่อน 7วัน ห้ามระหว่างเรซ
อาจจะกระทบสาวๆ ที่มี ปจด. เพราะยาแก้ปวด ปจด. ก็น่าจะถูกห้ามด้วย
ส่วนตัวคิดว่า ถ้าระดับลงร่วมสนุก วิ่งให้จบ ไม่ใช่แนวหน้า ได้รางวัล คงไม่โดนตรวจ อะไร
อย่าไปฉีกซองกินโชว์ในงานให้ดราม่าก็น่าจะพอ
แต่ถ้าเป็นสายเอาจริงเอาจัง หวังผล ก็คงต้องระวังครับ
UTMB ประกาศห้ามให้ยาแก้ปวดในการแข่งขันทุกรายการ
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2021 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ทางการ UTMB ลงข่าว
ระบุว่าต่อจากนี้ไป สารระงับปวดหรือยาแก้ปวด
ที่รวมถึง ชนิดเอ็นเสด (NSAIDs)
หรือ ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์
ได้รับการแบนจากการแข่งขัน
พูดง่ายๆ คือ ถ้าใช้ยาต้องห้ามหรือสารโด้ปก็มีความผิดครับ
โดยแนวปฏิบัตินี้เป็นการบูรณาการ
โปรแกรมสุขภาพของผู้เข้าแข่งขันที่ชื่อว่า Quartz Event Program
ที่มีมาตั้งแต่ปี 2008 (ITRA และ UTMB นำมาใช้แล้ว)
กฎเหล่านี้ก็มาจาก World Anti-Doping Agency (WADA)
หรือ หรือองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก
เป็นองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1999
เป้าหมายก็เพื่อให้การแข่งขันกีฬามีความเท่าเทียมและใสสะอาดที่สุดครับ
กฎของ WADA แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน
1. ภายใน 60 วัน ก่อนการแข่งขันและระหว่างการแข่งขัน
** ห้าม Intravenous iron infusions
(การให้ธาตุเหล็กเข้าทางหลอดเลือดดำ)
2. ภายใน 7 วัน ก่อนการแข่งขันและระหว่างการแข่งขัน
** ห้าม Intravenous Infusions
(การให้สารต่างๆ เข้าทางหลอดเลือดดำ)
** ห้าม Gas Inhalation
(ทรีตเม้นท์ประเภทต้องสูดดมแก๊ส)
//แอดอ่านทีแรก แบบ อ้าววว ทำไมแบนยาดมล่ะ นักวิ่งไทยจะอยู่ยังไง
** ห้าม Therapeutic Use Exemptions (TUE)
ซึ่งเป็นสารต้องห้ามเพื่อการรักษา ตามที่ WADA กำหนด
ใช้ได้ แต่ต้องหยุดการใช้ 7 วันก่อนแข่ง
** ห้าม Glucocorticoids
(ฮอร์โมนกลูคอติคอยด์ เป็นยาต้านการอักเสบ กลุ่มที่เป็นสเตียรอยด์)
** ห้าม Thyroid synthesis hormones
ฮอร์โมนในการรักษาโรคเกี่ยวกับต่อไธรอยด์
เว้นแต่ผู้ที่ผ่าตัดเอาต่อมไธรอยด์ออกหรือผู้มีอาการไฮโปไธรอยด์
3.ภายใน 24 ชม. ก่อนการแข่งขันและระหว่างการแข่งขัน
** ห้าม Beta-2-agonists (เบต้าทูอะโกนิสต์)
ยารักษาโรคหอบหืดที่มีกลไกลทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมขยายตัว
** ห้าม #ยาแก้ปวด ประเภทไม่ใช้เสตียรอยด์ หรือ NSAIDs ทุกตัว
** ห้าม สารทุกตัวที่ประกาศใน WADA Monitoring Program
ในการแข่งขัน UTMB2021 ที่ผ่านมา
พบว่านักวิ่ง 3 ใน 30 ตัวอย่างตรวจพบ NSAIDs
แต่การแข่งขันไม่ได้ DQ นักวิ่งคนดังกล่าวเพราะกฎพึ่งประกาศใช้ไปครับ
ซึ่งการผิดกฎนี้จะถือว่าเป็นการทำการโดยประมาท
(an assumed lack of knowledge of the new regulations)
แต่จากนี้ไปผู้ที่ผิดกฎใน Quartz Event Program จะถูกตัดสิทธิ์อัตโนมัติ
//ทั้ง 3 เคสเป็นการตรวจตัวอย่างน้ำลาย
จากนักวิ่งอีลีทที่เส้นชัย (D+1) 30 คน
ทั้งนี้ ไม่พบการใช้ยาในในช่วง 30 วันก่อนการแข่งขัน (D-30)
และก่อนการแข่งขัน (D-1)
กลับมาขยายความเรื่อง NSAIDs กันสักหน่อย
แอดเองก็เคยใช้ในบางเรซเช่นกัน
ยาในกลุุ่มนี้ได้แก่
(เป็นชื่อยา และชื่อทางการค้า หรือชื่อยี่ห้อ ปนๆ กันนะครับ)
- ไอบูโพรเฟน
- ไดคอลฟีแนค
- นาพร็อกเซน
- มีล็อกซิแคม
- เซเลค็อกสิบ
- เอทอริค็อกสิบ
- นาบูมีโทน
- อินโตเมทาซิน
- อาคอเซีย
- แอสไพริน
- พอนสแตน
- วอลทาเรน
- ซิลีเบร็ก
- ฯลฯ
ลองปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์หากไม่แน่ใจว่ายาแก้ปวดที่ท่านทานเข้าข่ายยาต้องห้ามในการแข่งขันหรือไม่
ส่วนยาแก้ปวดกกลุ่มโอปิอยด์ (Opioid) ก็ห้ามครับ
- ทรามาดอล
- มอร์ฟีน
- ฯลฯ
(ขอบคุณเพื่อนๆ นี่แนะนำแก้ไขครับ แอดแยกออกมาวางไว้ตรงนี้เนอะ)
คุณหมอแพทริกซ์ บาสเซ่
(Patrick Basset, MD. - UTMB Medical Director)
ให้รายละเอียดผ่านบทสัมภาษณ์ไว้ว่า
*ประเด็นเกี่ยวกับการใช้ยาในเรซ (Self-Medications)
การใช้ยาในระหว่างการแข่งขัน มาจากสาเหตุหลักๆ 2 อย่าง คือ
หนึ่ง #ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ (osteoarticular pain)
สอง #ปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร (digestive problems)
//คุ้นๆ กันเนอะ
ซึ่งการใช้ยาแก้อาการอักเสบอาจเป็นพิษต่อไตและภาวะกล้ามเนื้อสลาย
ก่อให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (acute renal insufficiency)
มาจากปัจจัย 5 ข้อด้วยกัน
ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis)
+ ภาวะขาดน้ำ (dehydration)
+ ภาวะพร่องออกซิเจน (hypoxia due to altitude and effort)
+ การรับยาแก้ปวด NSAID
+ ภาวะความดันโลหิตต่ำ (hypotension)
คำแนะนำในเว็บไซต์ทางการของ UTMB
แนะนำให้ใช้พาราเซตามอลในกรณีที่ต้องการระงับการปวด
แต่จะต้องปฏิบัติตามข้อบ่งใช้อย่างเคร่งครัด
ไม่ว่าจะเป็นขนาดรับประทาน (โดส) หรือระยะห่างระหว่างโดสครับ
ส่วนตัวแล้วแอดมองว่า ประเด็นของการแข่งขันอย่างโปร่งใส
สำหรับคนฝีเท้าเร็วหรืออีลีทเป็นสิ่งที่สำคัญต่อภาพของการแข่งขันจริงๆ
และยังเป็นการป้องกันเหตุจากการแข่งขัน
ในนักวิ่งทุกคนทุกระดับด้วยเช่นกันครับ
การใช้ยาจะต้องคำนึงถึงผลที่อาจจะเกิดในการแข่งขันด้วย
หรือผลเสียต่อการรักษาระยะยาว
ซึ่งทุกคนก็คงจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง
การไปให้ถึงเส้นชัย หรือการหยุดเพื่อรักษาอาการ
สปิริตการแข่งขันให้จบก็เป็นส่วนหนึ่ง
การเคารพตัวเองก็เป็นอีกส่วนครับ
ในบ้านเราคงจะมีการใช้กฎนี้ในการแข่งขัน UTMB World Series
คืองาน Thailand by UTMB
และการแข่งขันที่เกี่ยวเนื่องกับ Series นี้ก็คงถือกฎนี้เช่นเดียวกันครับ
แอดทิ้งลิ้งก์ไว้ข้างล่าง สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติม
การแปลศัพท์ทางการแพทย์ข้างบนมาจากการปรึกษาเพื่อนเภสัชกรและแพทย์ครับ หากมีข้อใดไม่สมบูรณ์ แนะนำมาได้ทางคอมเม้นต์นะครับ
ฤดูกาลเทรลใกล้เปิดแล้ว
เริ่มซ้อมกันหรือยัง?
แอดอ้วน...ยังไม่เริ่มครับ
อ้างอิง:
นโยบายทางสุขภาพของ UTMB (ภาษาอังกฤษ)
https://utmbmontblanc.com/en/mag/245
ข่าวการแบนยาแก้ปวดในเรซ UTMB โดย นิตยสารออนไลน์ Trail Running (ภาษาอังกฤษ)
https://runningmagazine.ca/trail-running/utmb-bans-painkillers-at-all-events/
บทสัมภาษณ์ นพ.Patrick Basset UTMB Medical Director (ภาษาอังกฤษ) ใน Official Health and Good Practice
https://utmbmontblanc.com/en/page/160/The%20risks%20linked%20to%20self-medication.html
เกี่ยวกับ Quartz Event Program
https://www.quartzprogram.org/fr/quartz-event/
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการควบคุมสารต้องห้าม (Doping Control) ในการแข่งขันกีฬา โดย นายแพทย์วารินทร์ ตัณฑ์ศุภศิริ กรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย
(จากเว็บไซต์วุฒิสภา)
https://drive.google.com/file/d/10WILqzNeVWp0TSbYZd9bRX2-mSPRI4o8/view?usp=sharing