หมอสูติคู่มือถือคุณ

หมอสูติคู่มือถือคุณ ความรู้ทางสูตินรีเวช ที่จัดมาคู่มือถือคุณ ทันสมัย อัพเดท เชื่อถือได้ สำหรับทุกคน

✨ ภาวะเหงื่อออกมากหลังคลอด (Postpartum Diaphoresis) ✨คุณแม่หลายท่านอาจสังเกตว่าหลังคลอดมีอาการ เหงื่อออกมากกว่าปกติ โดยเ...
29/04/2026

✨ ภาวะเหงื่อออกมากหลังคลอด (Postpartum Diaphoresis) ✨

คุณแม่หลายท่านอาจสังเกตว่าหลังคลอดมีอาการ เหงื่อออกมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ซึ่งภาวะนี้ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงระยะหลังคลอด และส่วนใหญ่มักเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามปกติของร่างกาย ไม่ได้บ่งชี้ถึงความผิดปกติร้ายแรง

🧬 สาเหตุของเหงื่อออกมากหลังคลอด
ภาวะดังกล่าวเกิดจากการปรับตัวของร่างกายภายหลังการตั้งครรภ์และการคลอด ได้แก่
• การลดลงอย่างรวดเร็วของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนหลังคลอด ส่งผลให้ระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไวต่อการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
• การขับน้ำส่วนเกินที่สะสมในระหว่างตั้งครรภ์ออกจากร่างกาย ผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ
• ในมารดาที่ให้นมบุตร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการให้นมอาจทำให้อาการดังกล่าวเป็นเด่นชัดขึ้นหรือคงอยู่นานขึ้น

⏳ อาการจะเป็นอยู่นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปอาการมักพบมากในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังคลอด และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อสมดุลของฮอร์โมนและปริมาณสารน้ำในร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ให้นมบุตร อาการอาจคงอยู่ได้นานกว่านั้นเล็กน้อย

💧 คำแนะนำในการดูแลตนเอง
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำจากเหงื่อ
• สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี
• จัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้เย็นและอากาศถ่ายเทสะดวก
• เปลี่ยนเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอนเมื่อมีเหงื่อออกมากเพื่อลดความอับชื้น
• พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากความอ่อนเพลียและความเครียดอาจทำให้อาการเด่นชัดขึ้นได้

⚠️ เมื่อใดควรพบแพทย์?
แม้เหงื่อออกมากหลังคลอดมักเป็นภาวะปกติ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
• มีไข้หรือหนาวสั่น
• น้ำคาวปลามีกลิ่นผิดปกติ
• ปวดท้องน้อยมากผิดปกติ
• เต้านมบวมแดง เจ็บ หรือสงสัยเต้านมอักเสบ
• ใจสั่น มือสั่น น้ำหนักลด หรือมีอาการสงสัยภาวะไทรอยด์ผิดปกติ
• อาการเหงื่อออกมากไม่ดีขึ้นหรือเป็นต่อเนื่องนานผิดปกติ

🌿 สรุป
ภาวะเหงื่อออกมากหลังคลอดเป็นหนึ่งในกระบวนการปรับตัวตามธรรมชาติของร่างกายหลังการตั้งครรภ์และการคลอด โดยส่วนใหญ่มักหายได้เองเมื่อร่างกายกลับเข้าสู่สมดุล อย่างไรก็ตาม การสังเกตอาการร่วมที่ผิดปกติยังคงมีความสำคัญ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและรักษาภาวะแทรกซ้อนได้อย่างทันท่วงที

ครรภ์เป็นพิษ ที่หลายๆคนคุ้นเคยแล้วนั้นคือ mild หรือ severe preeclampsia ภาพนี้เป็นแนวทางที่สามารถเข้ามาช่วยเราอีกแรงนึงค...
28/04/2026

ครรภ์เป็นพิษ ที่หลายๆคนคุ้นเคยแล้วนั้นคือ mild หรือ severe preeclampsia

ภาพนี้เป็นแนวทางที่สามารถเข้ามาช่วยเราอีกแรงนึงครับในการช่วยบอกแนวทางการดูแลและเฝ้าระวังในภาวะที่น่ากลัวนี้

อ่านแล้วแนวทางประเมินความเสี่ยงนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการดูแลที่พวกเราคุ้นเคยนะ แต่อยากให้ลองพิจารณาดูครับว่าจะนำมาร่วมใช้ด้วยดีไหม

••••••••

เป็นการศึกษาในคนท้องไทย และใช้ score ในแต่ละปัจจัยมาให้คะแนนครับ โดยถ้ารวมคะแนนได้ #ตั้งแต่3ขึ้นไป ถือว่าเข้าค่าย high risk ครับ (ตัวอย่างเช่น คนไข้ preeclampsia แล้วซักได้ว่ามีการใช้ drug abuse ขึ้นมาแบบนี้จบเลยนะครับ สามคะแนนดังนั่น high risk เป็นต้นครับ) ⚠️

••••••••

น่าสนใจมากนะครับ ผมได้สรุปเป็นภาพเผื่อให้พวกเราที่ต้องดูแลคนไข้ท้องกลุ่มนี้ และอยากนำไปปรับใช้หรือใช้ร่วมกับแนวทางมาตรฐานในตำราน่าจะเกิดประโยชน์ทั้งในการรักษาและ counselling ครับ ✌️✨

••••••••

✨🍭 เตรียมตัวยังไงก่อนตรวจน้ำตาลตอนท้อง (OGTT) ให้ผลแม่นที่สุด?คุณแม่ท้องหลายคนถามว่า“ก่อนตรวจน้ำตาล ดื่มน้ำได้ไหม?”“ต้อง...
26/04/2026

✨🍭 เตรียมตัวยังไงก่อนตรวจน้ำตาลตอนท้อง (OGTT) ให้ผลแม่นที่สุด?

คุณแม่ท้องหลายคนถามว่า
“ก่อนตรวจน้ำตาล ดื่มน้ำได้ไหม?”
“ต้องอดอาหารแค่ไหน?”
“กินน้อยก่อนตรวจจะช่วยให้ผ่านไหม?”

คำตอบคือ… การเตรียมตัวมีผลต่อความแม่นยำของผลตรวจมากครับ 💡

ทำไมต้องตรวจน้ำตาลตอนตั้งครรภ์? 🤰

ช่วงตั้งครรภ์ รกจะสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่ทำให้ร่างกาย
“ดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น”

👉 เป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้มีน้ำตาลส่งไปเลี้ยงทารกมากขึ้น แต่ถ้าร่างกายคุณแม่ปรับตัวไม่ทันน้ำตาลในเลือดจะสูงผิดปกติ → เกิด เบาหวานขณะตั้งครรภ์

ดังนั้นการตรวจ OGTT จึงช่วยคัดกรองภาวะนี้ได้นั่นเอง

•••••••

นี่คือวิธีเตรียมตัวก่อนตรวจ OGTT 📝 ให้ได้ผลที่แม่นยำ เน้นว่าได้ผลที่แม่นยำ ไม่ใช่เพื่อให้ได้ผลที่เป็นอย่างที่เราต้องการนะครับสำคัญมากๆที่จะต้องทำความเข้าใจว่า … เราต้องการผลที่แม่นยำ ถ้าร่างกายในช่วงตั้วครรภ์นี้เป็นเบาหวานเราก็จะได้รู้ว่าเป็นเบาหวานแล้วจะได้คุมระดับน้ำตาลดีๆเพื่อลูกในท้องปลอดภัยครับ

🍚 1. ก่อนตรวจ 2–3 วัน: กินอาหาร “ตามปกติ”

* ไม่ต้องงดแป้ง
* ไม่ต้องลดของหวานผิดปกติ
* ไม่ต้องอดอาหารล่วงหน้า

เพราะถ้ากินน้อยกว่าปกติ อาจทำให้ผลตรวจ เพี้ยนได้ครับ จริงๆเป็นเบาหวานแต่มาเตรียมร่างกายช่วงสั้นๆเพื่อให้ผลเลือดผ่านแบบนี้คือไม่เหมาะสมเพราะจะได้ผลที่ไม่แม่นยำครับ

⏰ 2. คืนก่อนตรวจ: งดอาหารประมาณ 8 ชั่วโมง

* งดอาหารทุกชนิดตามเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด
* ส่วนใหญ่จะนัดตรวจตอนเช้าเพื่อให้อดง่ายขึ้นไม่นานเกินไป การตรวจเบาหวานแบบวินิจฉัยมักมีผลเลือดแบบอดอาหารอยู่ในนั่น 1 ค่าครับ

💧 3. ดื่มได้เฉพาะ “น้ำเปล่า”

✅ น้ำเปล่าดื่มได้

❌ แต่ห้าม:
* กาแฟ / ชา
* นม
* น้ำผลไม้
* น้ำหวาน
* น้ำวิตามิน / flavored water

🚫 4. เลี่ยงสิ่งที่รบกวนผลตรวจ

* หมากฝรั่ง / ลูกอม
* สูบบุหรี่
* ออกกำลังกายหนัก
* เดินเยอะผิดปกติระหว่างรอตรวจ

เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ระดับน้ำตาลเปลี่ยนได้

ตอนตรวจจะเกิดอะไรขึ้น? 🩸

1. เจาะเลือดตอนอดอาหาร
2. ดื่มน้ำกลูโคส
3. เจาะเลือดซ้ำตามเวลา

💡 ระหว่างรอควรนั่งพักสบาย ๆ
อย่าเดินช้อปปิ้งหรือขึ้นลงบันไดเยอะ

สรุปง่าย ๆ 📌

“ก่อนตรวจน้ำตาลตอนท้อง: #กินปกติ อดอาหารตามกำหนดเวลาที่คำแนะนำกำหนดมา บางอย่างไม่ต้องงดอาหารแต่บางวิธีให้งดอาหารครับ และดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่า ดื่มได้ไม่ต้องงดน้ำเปล่า“

🤰 ตั้งครรภ์ 3 เดือน แต่น้ำหนักยังไม่เพิ่ม: น่ากลัวแค่ไหนไหมค่ะหมอ ??โดยทั่วไป น้ำหนักที่ยังไม่เพิ่มในช่วงไตรมาสแรก  #ไม่...
26/04/2026

🤰 ตั้งครรภ์ 3 เดือน แต่น้ำหนักยังไม่เพิ่ม: น่ากลัวแค่ไหนไหมค่ะหมอ ??

โดยทั่วไป น้ำหนักที่ยังไม่เพิ่มในช่วงไตรมาสแรก #ไม่จำเป็นต้องผิดปกติ และ #พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้ท้องหรือรับประทานอาหารได้น้อย
เพราะในช่วงนี้การประเมินควรดูร่วมกับสุขภาพของมารดาและการเจริญเติบโตของทารก ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขบนตาชั่งครับ

🧬 ทำไมน้ำหนักจึงอาจยังไม่ขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก?

🔹 ฮอร์โมนการตั้งครรภ์เพิ่มสูงขึ้น
โดยเฉพาะ hCG และ estrogen
→ กระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และไวต่อกลิ่น
→ ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง น้ำหนักก็ไม่ขึ้นนั่นเอง

🔹 ระบบทางเดินอาหารทำงานช้าลง
Progesterone ทำให้การบีบตัวของกระเพาะและลำไส้ลดลง
→ อิ่มเร็ว แน่นท้อง ท้องอืด
→ รับประทานอาหารได้น้อยลงกว่าปกติ กินนิดหน่อยก็อิ่ม แต่เดี๋ยวก็หิวใหม่ กินน้อย หิวบ่อยวนไปแบบนี้

🔹 ความต้องการพลังงานยังเพิ่มไม่มากในไตรมาสแรก ร่างกายยังอยู่ในช่วงปรับตัวและเตรียมสะสมพลังงาน
→ จึงยังไม่จำเป็นต้องมีน้ำหนักเพิ่มมากในระยะนี้

🔹 น้ำหนักตัวอาจผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำในร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของปริมาตรเลือดและสารน้ำในร่างกาย
→ ทำให้น้ำหนักขึ้นลงได้โดยไม่สะท้อนภาวะโภชนาการเสมอไป

••••

📈 น้ำหนักปกติควรเพิ่มเท่าไร?

ในช่วงไตรมาสแรก สามเดือนแรกของการท้องนั้น น้ำหนักมักเพิ่มเพียง

➡️ ประมาณ 0.5–2 กิโลกรัม
และบางรายอาจยังไม่เพิ่มเลยก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

แอสไพริน กับกลุ่มเสี่ยงเรื่องครรภ์เป็นพิษให้ไหม : ✅ ทุกที่บอกว่าให้เลือกให้กลุ่มเสี่ยงไหน : ❓บางที่บอกใช้ประวัติ แต่บางท...
24/04/2026

แอสไพริน กับกลุ่มเสี่ยงเรื่องครรภ์เป็นพิษ

ให้ไหม : ✅ ทุกที่บอกว่าให้

เลือกให้กลุ่มเสี่ยงไหน : ❓บางที่บอกใช้ประวัติ แต่บางที่บอกให้ใช้ประวัติและการตรวจเพิ่มเติม

ขนาดเท่าไหร่ : ❓มีคำแนะนำหลายขนาด หรือแม้แต่หลายที่ในประเทศไทยก็ให้ในขนาดที่ไม่มีในนี่เลย

เริ่มให้เมื่อไหร่ : ค่อนข้างเหมือนกันอยู่

หยุดก่อนคลอดไหม : ส่วนใหญ่หยุดที่ 36 สัปดาห์ แต่มีอย่างน้อยก็สองที่ที่เราคุ่นเคยบอกว่าให้ไปจนคลอดนะ ✌️

••••••••

Cr: อ.นพ.นพดล
OBG CU

เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ใช้ Nalador (sulprostone) เป็นยาหลักในการรักษา PPH ในปี 2026Nalador (sulprostone) เป็นยาในกลุ่ม pros...
24/04/2026

เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ใช้ Nalador (sulprostone) เป็นยาหลักในการรักษา PPH ในปี 2026

Nalador (sulprostone) เป็นยาในกลุ่ม prostaglandin E2 (PGE2 analogue) ออกฤทธิ์กระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก

แต่ในแนวทางปัจจุบัน ไม่ได้แนะนำให้ใช้เป็น first-line ในการรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอด (Postpartum Hemorrhage: PPH) ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

••••••

1. แนวทางเวชปฏิบัติ (Guidelines) ให้ความสำคัญกับยาที่ปลอดภัยและมีหลักฐานมากกว่า

แนวทางสากลจาก World Health Organization และ American College of Obstetricians and Gynecologists แนะนำลำดับการรักษา PPH ดังนี้:

* First-line:
* Uterine massage
* Oxytocin (IV/IM)

* Adjunct (ให้เร็วที่สุด):
* Tranexamic acid (TXA) ภายใน 3 ชั่วโมง

* Second-line uterotonics:
* Methylergometrine
* Misoprostol

➡️ Sulprostone (Nalador) จึงไม่อยู่ในตัวเลือกหลัก และใช้เฉพาะบางสถานการณ์เท่านั้น

••••••

2. ความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular risk)

มีรายงานภาวะแทรกซ้อนรุนแรงคือ

* หัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia)
* ภาวะหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest)

โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
* สูบบุหรี่
* อายุเพิ่มขึ้น
* โรคหัวใจหรือหลอดเลือด

➡️ ทำให้ต้องใช้อย่างระมัดระวังมากกว่ายาอื่น ยานี้การให้ยาจึงต้องระมัดระวังมาก ต้องมีอุปกรณ์ติดตามที่ดี

••••••

3. ข้อจำกัดด้านการใช้ยา

* ต้องให้ ทาง IV infusion เท่านั้น
* ต้องมี การ monitor อย่างใกล้ชิด
* มี ข้อห้ามใช้ (contraindications) ในคนไข้มี่มีโรคประจำตัวที่เราเองก็พบบ่อยในคนท้อง
* โรคหอบหืด (asthma)
* โรคหัวใจ

➡️ ใช้ยากในสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วไปเมื่อเทียบกับ misoprostol หรือ oxytocin

••••••

4. ปัญหาด้านการเข้าถึงยาและระบบบริการ

* มีใช้เฉพาะในบางประเทศ/บางศูนย์
* ราคาสูงกว่าและไม่สะดวก
* ไม่เหมาะกับ setting ที่ทรัพยากรจำกัด

••••••

🔎 สรุป

Nalador (sulprostone)
➡️ ไม่ใช่ first-line treatment ของ PPH ในปี 2026

💡 แยกให้ออก: “เบ่ง” vs “ขมิบ” แบบจำง่ายที่สุด!คนไข้หลายท่านสับสน 😅ทีมแพทย์บอกให้ “ขมิบ” แต่บางครั้งกลับเผลอ “เบ่ง” แทนวั...
23/04/2026

💡 แยกให้ออก: “เบ่ง” vs “ขมิบ” แบบจำง่ายที่สุด!

คนไข้หลายท่านสับสน 😅
ทีมแพทย์บอกให้ “ขมิบ” แต่บางครั้งกลับเผลอ “เบ่ง” แทน

วันนี้มีเทคนิคสั้นๆ จำได้ทันที 👇

🔴 “เบ่ง” = พูดไม่ได้ ❌
👉 เวลาคุณเบ่ง จะเหมือนตอน “เบ่งอุจจาระ”
👉 ต้องกลั้นหายใจ หน้าเกร็ง ท้องแข็ง
👉 จะพูดออกมาไม่ได้

🟢 “ขมิบ” = ยังพูดได้ ✔️
👉 เหมือน “กลั้นปัสสาวะ/กลั้นผายลม”
👉 เกร็งเฉพาะด้านล่าง (อุ้งเชิงกราน)
👉 ยังพูดคุยได้ปกติ

ดังนั้น …. ถ้าทำแล้ว

🗣️ พูดได้ = ขมิบ
🤐 พูดไม่ได้ = เบ่ง

👩‍⚕️ ทำไมสำคัญ?
การ “ขมิบ” ถูกต้อง จะช่วย
✔️ ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
✔️ ลดปัญหาปัสสาวะเล็ด
✔️ ช่วยการฟื้นตัวหลังคลอด

แต่ถ้า “เบ่ง” คือผิดวิธี ❗
อาจทำให้กล้ามเนื้อหย่อนมากขึ้นครับ

📌 ลองทำตอนนี้เลย!

ขมิบแล้วลองพูดว่า
👉 “ขมิบอยู่ค่ะ”

#ถ้าพูดได้ = #คุณทำถูกแล้ว 👍

วัคซีนเด็กเล็กที่แนะนำล่าสุด เมษายน 2569กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข
23/04/2026

วัคซีนเด็กเล็กที่แนะนำล่าสุด เมษายน 2569
กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสุข

แนวทางการป้องกันและรักษา PPH  #ล่าสุด(ภาวะตกเลือดหลังคลอด)ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย••••••••ครบจบในภาพเดียว 🎖️
22/04/2026

แนวทางการป้องกันและรักษา PPH #ล่าสุด
(ภาวะตกเลือดหลังคลอด)

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

••••••••

ครบจบในภาพเดียว 🎖️

วัคซีนในคนท้อง ปี พ.ศ.2569ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย #ต้องตามนี้ 🎖️พร้อมรายละเอียดแนวทางการพิจารณาให้วัคซีนทั้...
21/04/2026

วัคซีนในคนท้อง ปี พ.ศ.2569
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

#ต้องตามนี้ 🎖️

พร้อมรายละเอียดแนวทางการพิจารณาให้วัคซีนทั้ง 3 ชนิด

••••••••

ภาพเดียวครบครับ

Intensive course 2026เข้มข้นเต็มวัน ภาพชัด อาหารอร่อย ลุกนั่งสบาย จบตอนเย็นนัดทานข้าวที่ห้างกับเพื่อนๆและอาจารย์ได้เลย ^...
20/04/2026

Intensive course 2026

เข้มข้นเต็มวัน ภาพชัด อาหารอร่อย ลุกนั่งสบาย จบตอนเย็นนัดทานข้าวที่ห้างกับเพื่อนๆและอาจารย์ได้เลย ^^

••••••••



Intensive course ถูกจัดขึ้นมาแบบลงทะเบียนเพิ่มเติมมาอีก 1 วันจาก Main congress ในช่วงประชุมวิชาการกลางปีของทุกๆปี

เน้นการบรรยายวิชาการทางสูตินรีเวชแบบเข้มข้นเต็มวัน หนึ่งหัวข้อมีวิทยากร 1 ท่าน รับหน้าที่จบครบในเรื่องที่มอบหมาย

เนื้อหาจะถูกมอบหมายเพื่อให้ผู้ฟังสามารถทบทวนได้อย่างครบถ้วน ชี้ให้เห็นจุดสำคัญ และนำไปใช้ได้ทันทีครับ

ตลอด 1 วันของ intensive course นี้จะวิชาการล้วน ไม่มีโฆษณา ✨

ปัญหาการคลอดก่อนกำหนดคือปัญหาใหญ่มากๆของทั้งทีมสูติ รวมไปถึงคนท้องและครอบครัวของประเทศนี้ อันตรายเกิดกับทั้งคนท้อง ลูกใน...
18/04/2026

ปัญหาการคลอดก่อนกำหนดคือปัญหาใหญ่มากๆของทั้งทีมสูติ รวมไปถึงคนท้องและครอบครัวของประเทศนี้ อันตรายเกิดกับทั้งคนท้อง ลูกในท้อง รวมไปถึงภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว

นี่คือสิ่งที่ราชวิทยาลัยอยากให้เราได้นำไปพิจารณาใช้ในการดูแลปัญหาใหญ่นี้ เพื่อบรรเทาภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหลายๆอย่างให้บรรเทาลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

••••••••

💡 น้ำเดินก่อนกำหนดคืออะไร?

คือ ภาวะที่ ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์
และอายุครรภ์ยังไม่ครบ 37 สัปดาห์

หลายคนอาจคิดว่า “ต้องเจ็บท้องก่อนถึงจะอันตราย”
แต่จริง ๆ แล้ว…แค่มีน้ำไหล ก็อาจเป็นสัญญาณสำคัญได้

⚠️ ทำไมถึงเป็นปัญหา?

น้ำคร่ำเปรียบเสมือน “เกราะป้องกัน” ของลูกในครรภ์
ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และช่วยให้ปอดพัฒนาได้ดี

เมื่อถุงน้ำแตก
➡️ เชื้อโรคสามารถเข้าสู่มดลูกได้ง่าย
➡️ และมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น

👩‍⚕️ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดกับคุณแม่

* ติดเชื้อในมดลูก (มีไข้ ปวดท้อง น้ำมีกลิ่นผิดปกติ)
* ติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจรุนแรงถึงชีวิต
* รกลอกตัวก่อนกำหนด ทำให้เลือดออกและปวดท้องมาก
* ติดเชื้อหลังคลอด

👶 ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดกับลูก

* คลอดก่อนกำหนด (ปัญหาหลัก)
* ปอดยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ → หายใจลำบาก
* ติดเชื้อในทารกแรกเกิด
* เลือดออกในสมอง / พัฒนาการล่าช้า
* น้ำคร่ำน้อย → กระทบการพัฒนาปอด
* ในรายรุนแรง อาจเสียชีวิตในครรภ์

🔔 อาการที่ต้องระวัง

* มีน้ำใส ๆ ไหลออกจากช่องคลอด (ไหลซึมหรือไหลต่อเนื่อง)
* รู้สึกชื้นผิดปกติ
* มีไข้ หรือปวดท้อง
* ลูกดิ้นน้อยลง

➡️ แม้ไม่มีอาการเจ็บครรภ์ ก็ต้องรีบไปโรงพยาบาล

••••••••

🏥 แนวทางการดูแลโดยทีมแพทย์

* ตรวจยืนยันว่าเป็นน้ำคร่ำจริงหรือไม่
* ประเมินอายุครรภ์และความเสี่ยง
* ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อ
* ให้ยาช่วยพัฒนาปอดทารก (ในบางช่วงอายุครรภ์)
* พิจารณาว่า “ควรรอ” หรือ “ให้คลอด” เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอสูติคู่มือถือคุณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์