03/12/2021
ความเข้าใจใน วงสวิง.. จากอดีต ถึงปัจจุบัน...
วงสวยไว้ก่อนยังไงผลลัพธ์อย่างอื่นดีตามมา… มันจริง หรือไม่ ?
หลายคนเริ่มหันมาเล่นกอล์ฟกัน บางคนที่หยุดเล่นไปนานก็กลับมาเล่นใหม่… ผมมักได้ยินบทสนทนาระหว่างเพื่อนกันเองว่าเห้ยเพื่อน เอาวงสวยไว้ก่อน เดียวอย่างอื่นมันดีเอง
หลายคนมีความเชื่อเช่นนี้ เนื่องจากสมัยก่อนเริ่มเล่นกอล์ฟในยุคนั้นทฤษฎีต่างๆ ถูกคิดค้นขึ้นมาจากแนวคิดของครูสอนกอล์ฟ
แต่งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ออกมายังไม่สามารถพิสูจน์ทฤษฎีต่างๆ ได้แน่ชัดว่าจริงหรือเท็จแค่ไหน… ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีในช่วงยุคนั้น ทำให้ทุกอย่างยังดูคลุมเครือ
ในช่วงนั้น รูปแบบโครงสร้างของกลไกวงสวิงที่สมบูรณ์โดยมีนิยามว่า “perfect swing” เสมือน คือ ทุกอย่าง !! ดังนั้น ต้องหาโมเดลของวงสวิงใครสักคนมายึดเป็นต้นแบบ
เราต้องการสวิงแบบเขา เพื่อหวังว่าสักวันจะประสบความสำเร็จในกีฬากอล์ฟ(ลดสกอร์, กินเงินเพื่อนฝูง, เป็นแชมป์หรือไม่ว่าด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม)
เราต่างมีความเชื่อกันเช่นนั้น… ภาพลักษณ์ของวงสวิง
คือ ทุกอย่าง !! พอความเชื่อเช่นนี้เกิดขึ้น ก็ถูกส่งถอดต่อกัน
มาในแต่ละเจเนอเรชั่น
ทำให้ใครหลายคนกลับมาเล่นกอล์ฟ แต่ไม่มีความสุขเลย เพราะ ต้องวิ่งตามหาวงสวิงในฝัน คือ สุดท้ายต้องมาหยุดแก้วงหลายเดือนจนถึงเป็นแรมปี โดยไม่ออกรอบ เพื่อหวังว่าสักวันจะได้วงสวิงใน(ฝัน)
แต่เมื่อ… ปัจจุบันการศึกษาทางชีวกลศาสตร์นั้นมากขึ้น ทำให้เกิดความเข้าใจในทฤษฎีต่างๆ มากขึ้น ก็จะย้อนกลับไปเข้าใจถึงอดีตได้ว่าทำไมนักกอล์ฟในตำนานแต่ละคนที่มีวงสวิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ Bobby Jones, Seve Ballesteros, Sam Snead แต่สามารถไดร์ฟได้ 300 และ ตีได้ตรง
และมาจนถึงปัจจุบันนักกอล์ฟระดับโลกนั้นก็พิสูจน์ให้เราเห็นว่าต่างคนก็ต่างมีวงสวิงเทคนิคที่แตกต่างกัน
ลองคิดดูครับว่าทำไมโค้ชระดับโลกอย่าง
Butch Harmon ถึงสอน Dustin Johnson, Rickie Fowler, Phil Mickelson, Adam Scott
นักกอล์ฟที่มีความแตกต่างกันให้ประสบความสำเร็จได้
หรือฝั่งทวีปยุโรป โค้ชระดับโลกอย่าง Pete Cowen
สอน Henrik Stenson, Louis Oosthuizen, Sergio Garcia ก็เช่นเดียวกัน
ผมขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุขในการเล่นกอล์ฟครับ ^^