28/08/2023
"ปัจจุบันเรื่องของโลก เพาะกาย มันได้เปิดกว้างมากขึ้นในไทย"
"ทั้งที่มัน เปิดกว้างใน ต่างประเทศมานานมากแล้ว"
..ผมขอพูดถึงเรื่องของการ ใช้ Testosterone 500-1000-1500-2000 mg.
เหตุผลของการที่ใช้แบบนี้มันเป็นแค่ช่วงที่ทำการโหลด ในช่วงแรกเท่านั้น ไม่ได้ใช้ 2000mg ตลอดปี โดยเทคนิคการใช้แบบนี้ส่วนมากจะโหลดเข้าไปพร้อมกับ HGH 2iu ไล่ไปเรื่อยๆ 2-4-6-8-10 อยู่ที่ขนาดร่างกาย และปริมาณกล้ามเนื้อของแต่ละคน และยังมีการใช้ AI เพื่อป้องกัน เอสโตรเจน ล้นทะลัก
พอเข้าถึงช่วง Offseason ใน Bulk cycle เทสก็จะดรอปลงมาตามสัดส่วน แล้วเติมตัวอื่นเข้าไป ไม่ว่าจะเป็น Deca,EQ,Primo,Tren E,Oral Steriod อีก บลาๆ และยังจะมาถึง HGH,IGF1,Peptidesต่างๆ นาๆ ,Insulin
แต่ทั้งหมดนี้ ต้องได้รับการดูแลจาก "โค้ชที่เป็นโค้ชที่รู้จริงๆ เท่านั้น"
เพื่อความปลอดภัยต่อ เครื่องใน และ ระบบฮอโมน รวมไปถึง สมองท่าน
"ผมมองว่า ถ้าใช้เป็น มีเงิน ก็ใช้ไปเถอะครับ ถ้ากลัวก็ใช้น้อย ๆ ตามงบไป"
ขอฝากประโยคนึงไว้ให้คิด
..."คนใช้เป็น ใช้ยาเป็น 2g ก็ไม่ไกโน แต่บางคน Tes150 tren 150 ไกโนมา อันนี้ก็ไม่เอา และหยุดเถอะครับ ที่บอกว่า ใช้เยอะเอาชนะคนใช้น้อยให้ได้
มันไม่ได้ดูเท่ มันดู "เสี่ยว" เอาจริงๆ ถ้าอยากเจอของจริง ก็ลองใช้น้อยละออกไปแข่ง ตามงานโปร ที่เป็นโปรจริงๆ ดู
แต่ก็จะมีข้ออ้างอีก....
"พอกูตัวใหญ่ก็บอกกูมีตัง ใช้ยาเยอะเลยใหญ่"
"พอตัวกุใหญ่กุไปใช้น้อย เนื้อดรอปก็ด่ากระจอกไอ้ใหญ่ยา สาสส"
**ความเป็นมืออาชีพของโค้ชกีฬาเพาะกาย คือ มีหน้าที่ให้ความรู้ทุกคน ส่วนตัวผมไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินขนาดนั้น พูดคุยได้ปรึกษาได้ ไม่ต้องเอาตังมาล่อ กุมีเยอะละ และอีกข้อสำคัญ
"คือไม่ไปด่า ว่า บูลลี่ใคร มันทำให้ความเป็นมืออาชีพมันหายไป"