25/08/2025
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของตำนานเทนนิสไทยคนสำคัญ คุณอาสมภาร จำปีศรีค่ะ ถึงแม้แทมมี่ไม่ทันช่วงคุณอาแข่งขันแต่แทมมี่ได้ยินชื่อเสียงและผลงานของคุณอาสมภารจากคุณพ่อแทมมี่มาโดยตลอดค่ะ ผลงานการเป็นแชมป์ประเทศไทย 10 สมัย(10ปี)คือสุดยอดมากๆๆค่ะ ไม่มีใครลบสถิตินี้ได้ และที่สำคัญท่านสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยค่ะ
แทมมี่ได้มีโอกาสได้เล่นเซ็ตกับคุณอาเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว(ช่วงนั้นคุณอาน่าจะอายุ 75) ถึงแม้คุณอาอาจวิ่งไม่ค่อยได้แต่เมื่อไหร่บอลถึงมือคุณอา ลูกยากคุณอาวางบอลแม่นยำมากๆ เห็นถึงความTalent ฝีมือไม่หายไปไหนค่ะ คุณอาเป็นคนอบอุ่น ใจดี ให้ความรู้เรื่องเทนนิสและเมตตากับทุกคน แทมมี่ขอแสดงความคิดถึงระลึกถึงคุณอาและขอบคุณคุณอาที่สร้างผลงานให้กับวงการเทนนิสไทย คุณอาได้สร้างแรงบันดาลใจให้นักเทนนิสรุ่นหลังรวมถึงแทมมี่ด้วยค่ะ ขอบพระคุณคุณอาค่ะ
จากนักเทนนิสรุ่นหลัง ถ่ายทอดเรื่องราวไปสู่รุ่นถัดๆไปค่ะ
ขอบคุณบทความจากคุณอาเสถียรค่ะ The Thai Tennis Magazine (Game Set Match)
https://www.facebook.com/share/p/1FMiMhtq7Y/?mibextid=wwXIfr
ฝากความยิ่งใหญ่ไว้บนปฐพีเทนนิสไทย
ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อดีตยอดนักเทนนิสไทย “สมภาร จำปีศรี” ในวัย 82 ปี ซึ่งยังสุขภาพแข็งแรง แม้จะเคยเข้ารับการผ่าตัดและทำบอลลูนจากโรคหัวใจ กลายเป็นผู้ป่วยวิกฤตในห้อง ICU โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเกิดอาการชาและไม่มีความรู้สึกใด ๆ ที่ขาซ้าย เพราะไม่ได้ไปพบแพทย์ตามนัดและหยุดยา เนื่องจากลิ่มเลือดอุดตันบริเวณต้นขาซ้าย ทำให้ติดเชื้อจนหมดทางรักษา ต้องตัดขาซ้ายออก และเขาสิ้นลมอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 จากโลกนี้ไปท่ามกลางความเศร้าสลดเสียใจและอาลัยของครอบครัว และวงการเทนนิสประเทศไทย โดยเฉพาะ คุณแก้ว "อรพิน จำปีศรี" คู่ชีวิตของยอดนักหวดผู้ยิ่งใหญ่ และทายาท 2 คนคือ "สมภูมิ จำปีศรี" กับ "สินธนุ จำปีศรี")
“สมภาร จำปีศรี” หรือ “พ.ต.อ.(พิเศษ) สมภาร จำปีศรี“ เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2486 เริ่มต้นในสนามเทนนิสจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยการเป็นเด็กเก็บลูก โดยฝึกเทนนิสด้วยตัวเอง จากนั้นกลายเป็นดาวรุ่งที่โด่งดังที่สุดของภาคอีสาน ก่อนจะเรียนจบมัธยมต้นที่อุบลราชธานี แล้วเข้ามาเรียนวิทยาลัยพลศึกษาที่กรุงเทพฯ พร้อมกับการไต่เต้าในหน้าที่ราชการตำรวจ เริ่มจากการเป็นพลตำรวจ และติดทีมชาติไทยครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาเซียพเกมส์ (ต่อมาคือซีเกมส์) ที่ประเทศเมียนมาร์ ในปี 2504 และผลงานระดับทวีปที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุดคือ การเข้าถึงรอบตัดเชือกเทนนิสเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ปี 2509 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และพลาดหวุดหวิด หลังจากสู้สุดฤทธิ์จนเป็นตะคริวกลางสนาม
“สมภาร จำปีศรี” เป็นนักเทนนิสคนแรกและคนเดียวในประเทศไทย ที่พิชิตตำแหน่งแชมป์ชายเดี่ยวและแชมป์ชายคู่ประเทศไทย ถึง 10 สมัย (แชมป์ชายเดี่ยวติดต่อกัน 9 สมัย พ.ศ.2511-2519) และแชมป์ประเภทคู่ผสม อีก 9 สมัย รวมทั้งสามารถพิชิตแชมป์ชายเดี่ยวในศึกเทนนิสนานาชาติ “ฉลองครบรอบ 50 ปี ลอนเทนนิสสมาคมฯ" ในปี 2520
นอกจากการเป็นยอดนักเทนนิสแล้ว “สมภาร จำปีศรี” ก็คือครูสอนเทนนิสมาตั้งแต่เขามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยของโค้ชฟิลิปปินส์ “เฟลิกซ์ โบติสต้า” จากนั้นเป็นครูสอนเทนนิสในศูนย์ฝึกลอนเทนนิสสมาคมฯ ที่บ้านพิษณุโลก และเป็นผู้อำนวยการฝึกเทนนิสที่สมาคมชาวซอยสวัสดี
ไม่พียงแค่พรสวรรค์และความสามารถในกีฬาเทนนิสเท่านั้น “สมภาร จำปีศรี” ยังมีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีและชอบร้องเพลงอีกด้วย ถึงขนาดถูกจ้างให้เดินสายร้องเพลงในคาเฟ่ และมีผลงานอัลบั้มเพลงเทปคาสเซ็ต “หนุ่มนารอนาง” ของตัวเอง ในช่วงเดียวกับที่เขาคว้าแชมป์ฉลอง 50 ปี ลอนเทนนิสสมาคมฯ
เมื่อมีอายุมากขึ้นและหลังผ่าตัดบอลลูนหัวใจ “สมภาร จำปีศรี” ยังคงไปสนามเทนนิสเป็นกิจวัตร ด้วยใจรักกีฬาเทนนิส และยังหยอกล้อเย้าแหย่นักหวดรุ่นลูกรุ่นหลาน สร้างบรรยากาศครื้นเครงและเป็นกันเองอยู่เสมอ จนกระทั่งเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย เขาก็ไม่ได้กลับไปสนามเทนนิสอีก..... ทิ้งไว้แต่ความยิ่งใหญ่ในอดีตฝากไว้ในวงการเทนนิสไทย....
ภาพและบทความ : Thai Tennis Magazine