29/04/2026
ลุกมาออกกำลังกายกันเถอะ 🏋️♀️💪🔥
🌡️ ปัญหาของการปล่อยให้อ้วนมากและอ้วนนานเกินไป คือมีพังผิดแทรกในชั้นไขมัน ขังเซลล์ไขมัน + ผลิตแวดล้อมแย่ๆ จนลดได้ยาก โยโย่ง่าย ภาวะแทรกซ้อนของอ้วนรุนแรงขึ้น
‘ถ้ารู้ตัวว่าน้ำหนักเริ่มขึ้น แล้วเริ่มกลับมาควบคุมน้ำหนัก ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี’ คำพูดนี้ไม่เกินจริง เพราะเวลาชั้นไขมันมันขยายตัว มันไม่ใช่แค่พองค่ะ แต่มันเปลี่ยนแวดล้อมไปเลย และบางอย่าง มันเปลี่ยนแบบระยะยาว แก้ได้ช้ามาก
เพจเคยเขียนบทความเรื่อง ‘ความทรงจำของไขมัน’
ไปแล้วว่า เซลล์ไขมันมันยังจำได้ตอนมันอ้วน
ทำให้ช่วงลดน้ำหนักช่วงแรกๆ โยโย่กลับมาได้ง่าย
❓ คำถามคือ แล้วถ้าเคยอ้วนมากๆ ไปเลย
จะส่งผลเสียอะไรเพิ่มขึ้นอีกมั้ย
วันนี้เลยชวนมาให้รู้จักภาวะพังผืดแทรกชั้นไขมัน
(Adipose fibrosis) ซึ่งเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อน
ที่ทำให้การจัดการอะไรต่างๆ ยากขึ้น
เท้าความก่อนว่า
เนื้อเยื่อไขมันในภาวะอ้วน มันเก็บไขมันจนเริ่มไม่ไหว
เซลล์แบ่งตัวเพิ่มได้ช้ามา สุดท้ายอัดเข้าไปในเซลล์เดิมๆ
จนเซลล์บวมเป่งแล้วเบียดกันจนเครียด จนขาดออกซิเจน
เซลล์จึงระดมหลั่งสารก่ออักเสบตลอดเวลา
เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันมาช่วย (ช่วยมันเอง)
ทำให้เนื้อเยื่อไขมัน กลายเป็นแหล่งผลิตสารก่ออักเสบ
จึงเป็นที่มาว่า อ้วน=ทำให้ร่างกายอักเสบเรื้อรังตลอด
เร่งคราบไขมันหลอดเลือด เร่งโรคหลอดเลือดหัวใจ/สมอง
เร่งภาวะดื้ออินซูลิน/เบาหวาน/ความดัน/นอนกรน ฯลฯ
⚠️ ปัญหาคือ ถ้ายังอ้วนมากขึ้นไปเรื่อยๆ
แวดล้อมที่เต็มไปด้วยสารอักเสบและเม็ดเลือดขาว
จะกระตุ้นเนื้อเยื่ออย่างรุนแรงจนเริ่มเปลี่ยนโครงสร้าง บรรดาเซลล์ต่างๆ ถูกทำลายซ้ำไปซ้ำมา จนเริ่มเปิดการ ‘ฮีล’ แบบไม่ได้ตั้งใจ
คือธรรมชาติมันคิดว่าจุดนั้นมีแผลค่ะ
เลยทำให้มันพยายามสร้างเส้นใยคอลลาเจน อัดๆๆๆๆ
จนในที่สุดกลายเป็นพังผืด แทรกซึมในเนื้อเยื่อไขมัน
มีพังผืดแล้วไง?
1️⃣ ระบบสลายไขมันทำได้ยากและควบคุมยากขึ้นมาก
ผลคือทำให้ลดน้ำหนักยากขึ้น ช่วงที่มันสลายไขมัน แล้วแจกกรดไขมันออกไปก็ไม่เสถียร คือบทจะแจกก็แจกเยอะเลย ทำให้อวัยวะต่างๆ ได้รับผลกระทบจากกรดไขมันเยอะ (Lipotoxicity) จุดนี้เลยทำให้ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ แย่ลงไว ซึ่งส่วนหนึ่งจะปรากฎออกมาในรูปเลือดที่แย่ น้ำตาลแย่ ไขมันแย่
2️⃣ สร้างความดันในเนื้อเยื่อไขมันสูงขึ้นมาก
จำได้ใช่มั้ยคะว่า อ้วนแล้วเซลล์มันเบียดกัน ดังนั้นยิ่งมีพังผืดมาแทรก มันยิ่งเบียดเข้าไปใหญ่ เลยสร้างวงจรอุบาทว์ได้คือ ยิ่งเบียด ยิ่งอักเสบ ยิ่งอักเสบยิ่งสร้างพังผืด แล้วก็ยิ่งเบียดต่อ เกิดวงจรที่ทำให้เร่งการอักเสบเรื้อรังได้รุนแรงและเสถียรขึ้น
และอาจจะทำให้แม้ลดน้ำหนักไปแล้ว
ผลเลือดต่างๆ ยังคงแย่อยู่ซักระยะนึง
คงจะถามว่าแล้วจะรู้ได้ไงว่าตอนนี้มีพังผืดแล้ว
คำตอบคือ ปัจจุบันยังไม่ทราบค่ะ คือเรื่องนี้เรื่องใหม่มาก
รู้แต่ว่าถ้าอ้วนมาก (Morbid obesity) เจอพังผืดแน่ๆ
แต่ถ้าเริ่มน้ำหนักเกินหรือเริ่มอ้วนแล้ว มีรึยัง
ตอบสั้นๆ คือไม่รู้ (พูดทางเทคนิกคือ ยังไม่ทราบ threshold)
และถ้าเป็นแล้วแก้ได้มั้ย?
ในทางทฤษฎีคือได้ เพราะถ้าการอักเสบในชั้นไขมันลดลง
เดี๋ยวสารอักเสบที่ลดลง ก็ลดสัญญาณสร้างพังผืดเอง
แต่ในทางปฏิบัติต้องรอการศึกษาว่าใช้เวลาเท่าไหร่
จุดสำคัญคือ ไม่ว่ามันจะสลายช้าหรือไม่
แต่ถ้าเราปรับพฤติกรรมแบบถาวรเลย
คือไม่ว่าเราจะลดน้ำหนักจนได้ตาม goal แล้วหรือยัง
เราก็ยังทำพฤติกรรมนี้ต่อไป
ยังไงสิ่งต่างๆ มันต้องดีขึ้นแน่ค่ะ
คนที่เคยอ้วน แล้วลดได้ คงตอบคำถามนี้ได้ดี
ว่าสุขภาพดีขึ้น ผลเลือดดีขึ้นขนาดไหน
💛 ดังนั้นบทความนี้เตือนสติแค่ว่า ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของการอ้วน ให้รีบหยุดแล้วเริ่มแก้ได้แล้ว ก่อนที่จะมีพังผืด
และถ้าคนที่อ้วนมากมาแล้วมาอ่าน ก็ขอให้ทราบเลยว่า ไม่ว่ามันจะอยู่นานขนาดไหน แต่ถ้าเราเริ่มลดแล้ว และทำได้อย่างยั้งยืน ทุกอย่างดีขึ้นแน่นอน เผลอๆ ดีกว่าช่วงก่อนอ้วนเสียอีก
เป็นกำลังใจให้ทุกท่านดูแลสุขภาพค่ะ