Golden Eagle This is a fanpage for sharing the article of sports especially on the football and basketball which are the most of my favourite sports.

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 5อันดับ 2: แฮตทริกแรกในอาชีพ ในปีเดียวกับสุดยอดประตูตลอดกา...
08/06/2020

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 5

อันดับ 2: แฮตทริกแรกในอาชีพ

ในปีเดียวกับสุดยอดประตูตลอดกาล เมสซี่ก็เริ่มต้นทำแฮตทริกแรกในเกมใหญ่อย่าง เอล กลาชิโก้ ด้วยการทำคนเดียวสามประตูใส่เรอัล มาดริด ที่สนาม คัมป์ นู แม้เกมจะจบลงด้วยผลเสมอกันไปแต่หลังจบเกมแฟนๆต่างตะโกนร้องเรียกชื่อของอัจฉริยะลูกหนังอย่างแซ่ซ้อง

อันดับ 1: ทำ 91 ประตูในหนึ่งปีปฏิทิน

ก่อนหน้านี้จะมีใครคาดคิดบ้างว่านักฟุตบอลซึ่งสูงไม่ถึง 170 ซม, ทั้งยังมีปัญหาด้านความเจริญเติบโตของร่างกายแต่กลับไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาจนมาสร้างสุดยอดสถิติที่ชั่งชีวิตนี้คงยากที่จะหาใครมาทำลายได้

ในปี 2012 ที่สองคู่รักคู่แค้นอย่าง เมสซี่ – โรนัลโด้ ต่างผลิตสกอร์กันอย่างถล่มทลายทั้งคู่ แต่เมสซี่สามารถกลบรัศมีได้อย่างชะงัดกับ 79 ประตูในสีเสื้อสโมสร บวกกับ 12 ประตูในนามทีมชาติ จากการลงเล่นทั้งหมด 69 เกมเท่านั้น เฉลี่ย 1.31 ประตูต่อ เกมซึ่งถือว่าสูงมากๆ เมื่อเทียบกลับโรนัลโด้ในปีเดียวกันยังอยู่ที่ 0.95 ประตูเท่านั้น (65 ประตู จาก 68 เกม)

https://www.youtube.com/watch?v=VTHLvdM1sXU

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 4อันดับ 4: ประตูแรกในแมตช์ชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีกก่อนหน้...
07/06/2020

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 4

อันดับ 4: ประตูแรกในแมตช์ชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก

ก่อนหน้าเกมนี้เมสซี่เองมีสถิติไม่ดีเลยในการเจอกับทีมจากอังกฤษ ด้วยสถิติ 0 ประตูจาก 10 เกมที่พบทีมจากแดนผู้ดี ทว่าเขากลับมาทำประตูในเกมชิงชนะเลิศปี 2009 ใส่สุดยอดทีมในตอนนั้นเช่นกันอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีทั้ง รูนี่ย์, เตเวส และ โรนัลโด้ มีฐานะเป็นถึงแชมป์เก่าเมื่อปีกลาย ในจังหวะที่ทำประตูได้เป็นการครอสบอลมาจาก ชาบี ข้ามผ่าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ มาถึงเมสซี่ โหม่งเล่นทางย้อนเข้าเสาสองไปอย่างสวยงามและจบเกมที่บาร์ซ่าเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 หลังจากนั้นอีกสองปีทั้งสองทีมก็กลับมาเจอกันอีกและบาร์ซ่าก็ย้ำแค้นไปได้อีก พร้อมกับเหรียญแชมป์ยุโรปที่สามจากสี่ครั้งของเมสซี่

https://www.youtube.com/watch?v=uSRBmsQaBTI

อันดับ 3: ประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

ในช่วงที่ประตูนี้เกิดขึ้นเมสซี่เองยังถือว่าอยู่ในระดับดาวรุ่งอยู่ แต่ว่าประตูนี้ทำให้เขาถูกยกขึ้นไปเปรียบเทียบกับพระเจ้าของชาวอาร์เจนฯ อย่าง เสือเตี้ย ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่เคยทำการโซโล่ใส่อังกฤษมาในเกมฟุตบอลโลกปี 1986
ครั้งนี้ของเมสซี่เป็นเกมโคปา เดล เรย์ เมื่อปี 2007 ที่พบกับเกตาเฟ่ด้วยวัยยังไม่ถึงยี่สิบปี โชว์ความเหนือชั้นด้วยการลากหลบเริ่มตั้งแต่แดนตัวเองจากนั้นผ่านผู้เล่นห้าคนและสุดท้ายมาซัดผ่านนายทวารเข้าไปด้วยเท้าขวาอย่างตราตรึงใจ

https://www.youtube.com/watch?v=mMiL4_1Yewg

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 3อันดับ 6:ทำประตูที่ 500 ให้บาร์เซโลน่า เมสซี่ยังคงเป็นเมส...
06/06/2020

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 3

อันดับ 6:ทำประตูที่ 500 ให้บาร์เซโลน่า
เมสซี่ยังคงเป็นเมสซี่วันยังค่ำด้วยการทำประตูที่500 ในอาชีพกับบาร์ซ่าใส่คู่แค้นตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริด ในเกมที่พวกเขาเอาชนะไปอย่างสุดมัน 3-2 เมื่อปี 2017 ที่ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว แถมยังเป็นประตูชัยในช่วงทดเวลาอีกต่างหาก ส่งผลให้หลังเกมนี้บาร์ซ่าแซงขึ้นไปนำจ่าฝูงได้ แม้ว่าท้ายสุดจะเป็นทีมราชันชุดขาวที่เข้าป้ายเป็นแชมป์ลีกไป

อันดับ 5: ทำลายสถิติทำประตูสูงสุดของสโมสร
เดิมที่สถิตินี้เป็นของ เซซาร์ โรดริเกซ ที่ 232 ประตู ซึ่งมาถูกทำลายด้วยเมสซี่ในวัยเพียง 24 ปีเท่านั้นแถมแมตช์นั้นยังทำแฮตทริกใส่คู่แข่งอีกด้วย เป็นอีกครั้งที่เค้าโชว์ฟอร์มสุดยอดในเกมที่มีการทำลายสถิติ
มาถึงตอนนี้เมสซี่ในวัย 32 ยังเดินหน้าสร้างสถิติที่ 627 ประตูซึงห่างราว 400 ประตูจากสถิติเดิมแบบไม่เห็นฝุ่น

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 2อันดับ 8: ทำลายสถิติทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ ลาลีก้า  เมสซ...
04/06/2020

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 2

อันดับ 8: ทำลายสถิติทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ ลาลีก้า
เมสซี่สามารถทำลายสถิตินี้ได้ตั้งแต่ปี 2014 ด้วยแมตช์ที่บาร์ซ่าเอาชนะอย่างขาดลอยใส่เซบีย่าพร้อมกับแฮตทริก ของอัจฉริยะอาร์เจนไตน์คนนี้ โดยสถิติเดิมเป็นของ เทลโม่ เซอร์ร่า ด้วยจำนวน 251 ประตู แล้วถ้าตามสถิติมาจนถึงปัจจุบัน เมสซี่นั้นทำไปแล้ว 438 ประตูในลาลีก้าซึ่งคงจะยืนยงไปอีกนานแน่นอน เพราะแม้แต่โรนัลโด้ที่เคยขับเคี่ยวมากับเมสซี่ ก็ทำสถิติไว้เป็นอันดับสองตลอดกาลที่ 311 ประตูก่อนจะย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ไป

อันดับ 7: การคว้า รางวัล บัลลง ดอร์ ครั้งที่หก
ในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาเมสซี่ สามารถคว้ารางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมอย่าง บัลลง ดอร์ ไปนอนกอดได้เป็นครั้งที่หก แซงหน้า โรนัลโด้ที่เพิ่งตามมาเทียบเท่าได้เมื่อสองปีก่อน ด้วยการทำไป 54 ประตูทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติสำหรับฤดูกาล 2018-19 โดยเมสซี่สามารถคว้าบัลลงดอร์ 4 สมัยแรกได้ติดต่อกันในช่วงปี 2009-2012 แต่หลังจากนั้นแปดปีทำได้เพียงแค่สองครั้งในปี2015และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 1อันดับ 10: รางวัล Golden Ball - World Cup 2014          ท...
03/06/2020

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi - ตอนที่ 1

อันดับ 10: รางวัล Golden Ball - World Cup 2014

ที่จริงแล้วรางวัลนี้อาจเป็นรางวัลที่เมสซี่ไม่อยากได้มากที่สุดก็เป็นได้เพราะเขาได้มามันมา หลังจากที่เพิ่งผิดหวังจากแมตช์ชิงฟุตบอลโลกในปีนั้นไป ด้วยการพ่ายต่อเยอรมนีในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งทำให้ทุกวันนี้เมสซี่ก็ยังคงไม่สามารถพาชาติบ้านเกิดประสบความสำเร็จในระดับแชมป์เมเจอร์ได้เลย อีกทั้งยังคงถูกตั้งคำถามว่าแม้สถิติส่วนตัวจะถือว่าสุดยอด แต่เมื่อพิจารณาผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลแล้วยังเป็นที่ถกถียงกันอยู่เมื่อเทียบกับ เปเล่ หรือแม้กระทั่ง มาราโดน่าก็ตาม

อันดับ 9: กดคนเดียวสี่เม็ดในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบก่อนรองฯ ปี2010

แมตช์นี้ถือเป็นครั้งแรกในอาชีพที่เมสซี่ทำสี่ประตู และมาทำใส่ทีมอย่างอาร์เซน่อลในรอบน๊อคเอาท์ของแชมเปี้ยนส์ลีกเสียด้วย เกมนี้ผลจบลงไปด้วยสกอร์ เมสซี่ 4 – อาร์เซน่อล 1 แถมปีถัดมาเจ้าตัวยังโชว์ฟอร์มสดในรอบ 16 ทีม ด้วยการกดใส่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จาก เยอรมัน อีก 5 ประตู ถึงขณะนี้เมสซี่ทำประตูรวมใน แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นอันดับสองตลอดกาล ตามหลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้อยู่ไม่ไกล

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messiอันดับ 10: รางวัล Golden Ball - World Cup 2014 ที่จริงแล้วรางวัลนี้อ...
03/06/2020

สิบโมเมนท์อันน่าจดจำของ อัจฉริยะลูกหนัง Leonel Messi

อันดับ 10: รางวัล Golden Ball - World Cup 2014
ที่จริงแล้วรางวัลนี้อาจเป็นรางวัลที่เมสซี่ไอยากได้มากที่สุดก็เป็นได้เพราะเขาได้มามันมา หลังจากที่เพิ่งผิดหวังจากแมตช์ชิงฟุตบอลโลกในปีนั้นไป ด้วยการพ่ายต่อเยอรมนีในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งทำให้ทุกวันนี้เมสซี่ก็ยังคงไม่สามารถพาชาติบ้านเกิดประสบความสำเร็จในระดับแชมป์เมเจอร์ได้เลย อีกทั้งยังคงถูกตั้งคำถามว่าแม้สถิติส่วนตัวจะถือว่าสุดยอด แต่เมื่อพิจารณาผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลแล้วยังเป็นที่ถกถียงกันอยู่เมื่อเทียบกับ เปเล่ หรือแม้กระทั่ง มาราโดน่าก็ตาม


อันดับ 9: กดคนเดียวสี่เม็ดในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบก่อนรองฯ ปี2010
แมตช์นี้ถือเป็นครั้งแรกในอาชีพที่เมสซี่ทำสี่ประตู และมาทำใส่ทีมอย่างอาร์เซน่อลในรอบน๊อคเอาท์ของแชมเปี้ยนส์ลีกเสียด้วย เกมนี้ผลจบลงไปด้วยสกอร์ เมสซี่ 4 – อาร์เซน่อล 1 แถมปีถัดมาเจ้าตัวยังโชว์ฟอร์มสดในรอบ 16 ทีม ด้วยการกดใส่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จาก เยอรมัน อีก 5 ประตู ถึงขณะนี้เมสซี่ทำประตูรวมใน แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นอันดับสองตลอดกาล ตามหลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้อยู่ไม่ไกล


อันดับ 8: ทำลายสถิติทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ ลาลีก้า
เมสซี่สามารถทำลายสถิตินี้ได้ตั้งแต่ปี 2014 ด้วยแมตช์ที่บาร์ซ่าเอาชนะอย่างขาดลอยใส่เซบีย่าพร้อมกับแฮตทริก ของอัจฉริยะอาร์เจนไตน์คนนี้ โดยสถิติเดิมเป็นของ เทลโม่ เซอร์ร่า ด้วยจำนวน 251 ประตู แล้วถ้าตามสถิติมาจนถึงปัจจุบัน เมสซี่นั้นทำไปแล้ว 438 ประตูในลาลีก้าซึ่งคงจะยืนยงไปอีกนานแน่นอน เพราะแม้แต่โรนัลโด้ที่เคยขับเคี่ยวมากับเมสซี่ ก็ทำสถิติไว้เป็นอันดับสองตลอดกาลที่ 311 ประตูก่อนจะย้ายออกจาก เรอัล มาดริด ไป


อันดับ 7: การคว้า รางวัล บัลลง ดอร์ ครั้งที่หก
ในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาเมสซี่ สามารถคว้ารางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมอย่าง บัลลง ดอร์ ไปนอนกอดได้เป็นครั้งที่หก แซงหน้า โรนัลโด้ที่เพิ่งตามมาเทียบเท่าได้เมื่อสองปีก่อน ด้วยการทำไป 54 ประตูทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติสำหรับฤดูกาล 2018-19 โดยเมสซี่สามารถคว้าบัลลงดอร์ 4 สมัยแรกได้ติดต่อกันในช่วงปี 2009-2012 แต่หลังจากนั้นแปดปีทำได้เพียงแค่สองครั้งในปี2015และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา


อันดับ 6:ทำประตูที่ 500 ให้บาร์เซโลน่า
เมสซี่ยังคงเป็นเมสซี่วันยังค่ำด้วยการทำประตูที่500 ในอาชีพกับบาร์ซ่าใส่คู่แค้นตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริด ในเกมที่พวกเขาเอาชนะไปอย่างสุดมัน 3-2 เมื่อปี 2017 ที่ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว แถมยังเป็นประตูชัยในช่วงทดเวลาอีกต่างหาก ส่งผลให้หลังเกมนี้บาร์ซ่าแซงขึ้นไปนำจ่าฝูงได้ แม้ว่าท้ายสุดจะเป็นทีมราชันชุดขาวที่เข้าป้ายเป็นแชมป์ลีกไป


อันดับ 5: ทำลายสถิติทำประตูสูงสุดของสโมสร
เดิมที่สถิตินี้เป็นของ เซซาร์ โรดริเกซ ที่ 232 ประตู ซึ่งมาถูกทำลายด้วยเมสซี่ในวัยเพียง 24 ปีเท่านั้นแถมแมตช์นั้นยังทำแฮตทริกใส่คู่แข่งอีกด้วย เป็นอีกครั้งที่เค้าโชว์ฟอร์มสุดยอดในเกมที่มีการทำลายสถิติ
มาถึงตอนนี้เมสซี่ในวัย 32 ยังเดินหน้าสร้างสถิติที่ 627 ประตูซึงห่างราว 400 ประตูจากสถิติเดิมแบบไม่เห็นฝุ่น


อันดับ 4: ประตูแรกในแมตช์ชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก
ก่อนหน้าเกมนี้เมสซี่เองมีสถิติไม่ดีเลยในการเจอกับทีมจากอังกฤษ ด้วยสถิติ 0 ประตูจาก 10 เกมที่พบทีมจากแดนผู้ดี ทว่าเขากลับมาทำประตูในเกมชิงชนะเลิศปี 2009 ใส่สุดยอดทีมในตอนนั้นเช่นกันอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีทั้ง รูนี่ย์, เตเวส และ โรนัลโด้ มีฐานะเป็นถึงแชมป์เก่าเมื่อปีกลาย ในจังหวะที่ทำประตูได้เป็นการครอสบอลมาจาก ชาบี ข้ามผ่าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ มาถึงเมสซี่ โหม่งเล่นทางย้อนเข้าเสาสองไปอย่างสวยงามและจบเกมที่บาร์ซ่าเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 หลังจากนั้นอีกสองปีทั้งสองทีมก็กลับมาเจอกันอีกและบาร์ซ่าก็ย้ำแค้นไปได้อีก พร้อมกับเหรียญแชมป์ยุโรปที่สามจากสี่ครั้งของเมสซี่


อันดับ 3: ประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
ในช่วงที่ประตูนี้เกิดขึ้นเมสซี่เองยังถือว่าอยู่ในระดับดาวรุ่งอยู่ แต่ว่าประตูนี้ทำให้เขาถูกยกขึ้นไปเปรียบเทียบกับพระเจ้าของชาวอาร์เจนฯ อย่าง เสือเตี้ย ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่เคยทำการโซโล่ใส่อังกฤษมาในเกมฟุตบอลโลกปี 1986
ครั้งนี้ของเมสซี่เป็นเกมโคปา เดล เรย์ เมื่อปี 2007 ที่พบกับเกตาเฟ่ด้วยวัยยังไม่ถึงยี่สิบปี โชว์ความเหนือชั้นด้วยการลากหลบเริ่มตั้งแต่แดนตัวเองจากนั้นผ่านผู้เล่นห้าคนและสุดท้ายมาซัดผ่านนายทวารเข้าไปด้วยเท้าขวาอย่างตราตรึงใจ


อันดับ 2: แฮตทริกแรกในอาชีพ
ในปีเดียวกับสุดยอดประตูตลอดกาล เมสซี่ก็เริ่มต้นทำแฮตทริกแรกในเกมใหญ่อย่าง เอล กลาชิโก้ ด้วยการทำคนเดียวสามประตูใส่เรอัล มาดริด ที่สนาม คัมป์ นู แม้เกมจะจบลงด้วยผลเสมอกันไปแต่หลังจบเกมแฟนๆต่างตะโกนร้องเรียกชื่อของอัจฉริยะลูกหนังอย่างแซ่ซ้อง


อันดับ 1: ทำ 91 ประตูในหนึ่งปีปฏิทิน
ก่อนหน้านี้จะมีใครคาดคิดบ้างว่านักฟุตบอลซึ่งสูงไม่ถึง 170 ซม, ทั้งยังมีปัญหาด้านความเจริญเติบโตของร่างกายแต่กลับไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาจนมาสร้างสุดยอดสถิติที่ชั่งชีวิตนี้คงยากที่จะหาใครมาทำลายได้
ในปี 2012 ที่สองคู่รักคู่แค้นอย่าง เมสซี่ – โรนัลโด้ ต่างผลิตสกอร์กันอย่างถล่มทลายทั้งคู่ แต่เมสซี่สามารถกลบรัศมีได้อย่างชะงัดกับ 79 ประตูในสีเสื้อสโมสร บวกกับ 12 ประตูในนามทีมชาติ จากการลงเล่นทั้งหมด 69 เกมเท่านั้น เฉลี่ย 1.31 ประตูต่อ เกมซึ่งถือว่าสูงมากๆ เมื่อเทียบกลับโรนัลโด้ในปีเดียวกันยังอยู่ที่ 0.95 ประตูเท่านั้น (65 ประตู จาก 68 เกม)

วิดาลโขกชัย!เสือใต้เฮเปิดถิ่นเชือดเบนฟิก้า1-0อาร์ตูโร่ วิดาล โขกประตูให้ทีมตั้งแต่ต้นเกม ช่วยให้ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวน...
06/04/2016

วิดาลโขกชัย!เสือใต้เฮเปิดถิ่นเชือดเบนฟิก้า1-0

อาร์ตูโร่ วิดาล โขกประตูให้ทีมตั้งแต่ต้นเกม ช่วยให้ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ "เหยี่ยวลิสบอน" เบนฟิก้า หวุดหวิด 1-0 ในการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนว

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก

วันอังคารที่ 5 เมษายน 2559

บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) 1-0 เบนฟิก้า (โปรตุเกส)

สนาม : ฟุตบอล อารีน่า มุนเช่น (มิวนิค, เยอรมัน)

เกมครึ่งแรก ผ่านไปเพียง 2 นาที บาเยิร์น นำ 1-0 อย่างรวดเร็ว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำชิ่งจากกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ฆวน เบร์นาต โยนบอลจากปีกซ้ายเข้ามาหน้าประตู อาร์ตูโร่ วิดาล โหม่งเผาขนตุงตาข่าย นับเป็นประตูแรกของเขาในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

เจ้าถิ่นครอบอลมากกว่าอย่างชัดเจน แต่นาที 22 ฟร้องค์ ริเบรี่ โดนใบเหลืองเป็นคนแรกในนัดนี้ หลังจากทำฟาวล์ อันเดร อัลเมยด้า

นาทีต่อมา มานูเอล นอยเออร์ ช่วยเซฟไม่ให้ บาเยิร์น เสียประตู เมื่อใช้สองมือชกลูกยิงในกรอบเขตโทษฝั่งขวาของ นิโกลัส ไกตาน กัปตันทีมเบนฟิก้า

จากนั้นนาที 29 นักเตะเบนฟิก้า เรียกร้องลูกจุดโทษ หลังจาก ไกตาน ยิงไปโดนแขนซ้ายของ ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมเสือใต้ ในกรอบเขตโทษ ทว่า ซีม่อน มาร์ซีเนี้ยค ผู้ตัดสินชาวโปแลนด์ไม่เป่าให้ ทีมเยือน ได้ลูกจุดโทษแต่อย่างใด

และนาที 36 โธมัส มุลเลอร์ โยนจากริมเส้นฝั่งขวาให้ อาร์ตูโร่ วิดาล โหม่งเผาขนข้ามคาน จบครึ่งแรก บาเยิร์นนำ 1-0

ในครึ่งหลัง นาที 54 ดั๊กลาส คอสต้า ปีกขวาเสือใต้สบโอกาสตะบันเท้าซ้ายระยะ 25 หลาไปติด ชาร์เดล เตะทิ้งออกไปได้

สองนาทีต่อมา นอยเออร์ เซฟเยี่ยม เมื่อหยุดลูกยิงเท้าซ้ายของ โชนาส กอนซัลเวส ได้อยู่หมัด

นาที 65 "เหยี่ยวลิสบอน" ได้บอล อัลเมยด้า ทำชิ่งให้ โชนาส ยิงหน้าประตูไปติดบล็อคของ ฆาบี มาร์ติเนซ ตัวสำรองของเจ้าถิ่น

นาที 73 ชาร์เดล เปิดฟรีคิกจากนอกกรอบเขตโทษไปที่เสาสอง วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ เซนเตอร์แบ็กที่เติมขึ้นมาเล่นเกมรุกยิงไปติดกองหลังเจ้าถิ่น

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ชนะ เบนฟิก้า 1-0 และทั้งสองทีมจะพบกันอีกครั้งใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ที่ เอสตาดิโอ โด สปอร์ต ลิสบัว เอ เบนฟิก้า กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส คืนวันพุธที่ 13 เมษายน

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

บาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์ - ฟิลิปป์ ลาห์ม (กัปตันทีม), โจชัว คิมมิช, ดาวิด อลาบา, ฆวน เบร์นาต - โธมัส มุลเลอร์, อาร์ตูโร่ วิดาล, ติอาโก้ อัลกานตาร่า - ดั๊กลาส คอสต้า, ฟร้องค์ ริเบรี่ - โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

สำรอง : สเวน อุลไรช์ (ผู้รักษาประตู), ฆาบี มาร์ติเนซ, ราฟินญ่า, ชาบี อลอนโซ่, มาริโอ เกิทเซ่, เซบาสเตียน โรเด้, คิงส์เล่ย์ โกมัน

เบนฟิก้า : เอแดร์สัน โมราเอส - อันเดร อัลเมยด้า, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, ชาร์เดล, เอลิเซว - หลุยส์ มิเกล อาฟอนโซ่ แฟร์นานเดส "ปิซซี่", ลูโบเมียร์ เฟจซ่า, เรนาโต้ ซานเชส, นิโกลัส ไกตาน (กัปตันทีม) - โชนาส กอนซัลเวส, คอสตาส มิโตรกลู

สำรอง : เปาโล โลเปส (ผู้รักษาประตู), ลิซานโดร โลเปซ, อันเดรียส ซามาริส, ราอูล ฆิเมเนซ, เอดูอาร์โด ซัลวิโอ, ตาลิสก้า, เนลสัน เซเมโด้

ผู้ตัดสิน : ซีม่อน มาร์ซีเนี้ยค (โปแลนด์)

ซัวเรซเบิ้ล!บาร์ซ่ารัวแซงหมี10ตัวเข้าป้าย2-1หลุยส์ ซัวเรซ ยังคงมีทีเด็ดเหมือนเคย หลังทำคนเดียวสองประตูช่วยให้ "อาซูลกราน...
06/04/2016

ซัวเรซเบิ้ล!บาร์ซ่ารัวแซงหมี10ตัวเข้าป้าย2-1

หลุยส์ ซัวเรซ ยังคงมีทีเด็ดเหมือนเคย หลังทำคนเดียวสองประตูช่วยให้ "อาซูลกราน่า" บาร์เซโลน่า เปิดบ้านคว้าชัยเหนือ "ตราหมี" แอต.มาดริด ที่ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนไปได้แบบลุ้นเหนื่อย 2-1 ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก

วันอังคารที่ 5 เมษายน 2559

บาร์เซโลน่า (สเปน) 2-1 แอต.มาดริด (สเปน)

สนาม: เอสตาดิโอ คัมป์ นู, (บาร์เซโลน่า)

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้แค่ 5 นาที บาร์ซ่า ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ เนย์มาร์ ไหลให้กับ ลีโอเนล เมสซี่ หวดด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษบอลเฉี่ยวเสาขวาไป

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 19 เจ้าบุญทุ่ม ได้โอกาสอีกครั้ง ดาเนียล อัลเวส โยนจากทางขวาให้ เนย์มาร์ ขึ้นขวิดในกรอบเขตโทษบอลข้ามคานไป

ผ่านมา 24 นาที ตราหมี ได้โอกาสลุ้นครั้งแรก เมื่อ อ็องตวน กรีซมันน์ ลากตัดจากขวาเข้าในมาสับไกด้วยซ้ายจากริมกรอบเขตโทษบอลหลุดเสาแรกไป

นาทีต่อมา ทีมเยือนมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้จากจังหวะที่ โกเก้ จ่ายทะลุแนวรับของผู้เล่นบาร์ซ่า ให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส วิ่งสอดมาซัดด้วยขวากลางกรอบเขตโทษบอลลอดหว่างขาของมาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น นายทวารบาร์ซ่า ที่หวังจะผวามาปิดมุม เข้าประตูไปช่วยให้ แอต.มาดริด บุกมานำก่อน 1-0

จากนั้นนาทีที่ 32 ตราหมี น่าจะได้ประตูที่สอง เมื่อ เฟร์นานโด ตอร์เรส จ่ายให้กับ อ็องตวน กรีซมันน์ ตวัดยิงด้วยซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลเกือบจะเสียบเสาไกลอยู่แล้ว แต่ มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น นายทวารบาร์ซ่า พุ่งปัดมือเดียวออกหลังไปได้ทัน

สามนาทีให้หลัง ตราหมี ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ เฟร์นานโด ตอร์เรส คนทำประตูให้ทีมขึ้นนำ ไปพุ่งเข้าใส่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ จากทางด้านหลัง ผู้ตัดสิน เฟลิกซ์ บรืช จากเยอรมัน ไม่รอช้าแจกใบเหลืองที่สองให้ทันที กลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกไป

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 41 บาร์ซ่า ที่มีผู้เล่นมากกว่า บุกขึ้นมาทาง บุสเก็ตส์ จ่ายขวางสนามมาให้กับ ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ ซัดไกลด้วยขวา แต่ตรงตัวของ ยาน โอบลัค นายทวารของแอต.มาดริด

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+2 เจ้าบ้านมีโอกาสอีก เนย์มาร์ พลิกยิงด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษบอลข้ามคานไป หมดครึ่งแรก แอต.มาดริด ที่เหลือแค่ 10 คน บุกมานำก่อน 1-0

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลังได้ 4 นาที บาร์ซ่า น่าได้ประตูตีเสมอ เมื่อ เนย์มาร์ เปิดจากซ้ายให้กับ ลีโอเนล เมสซี่ พักอกแล้วตีลังกายิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษบอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

กระเถิบมานาทีที่ 51 บาร์ซ่า น่าได้จริงๆ เมื่อ อันเดรส อิเนียสต้า จ่ายให้กับ เนย์มาร์ ปั่นด้วยขวาในกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลเลี้ยวไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

เจ้าถิ่นโหมบุกหนัก มีลุ้นอีกในนาทีที่ 55 ราคิติช โยนให้กับ เนย์มาร โหม่งบอลเบาไปเข้าซองของ ยาน โอบลัค นายทวารตราหมี

นาทีต่อมา บาร์ซ่า บุกมาทาง มาสเชราโน่ เปิดให้กับ เมสซี่ ยิงด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษ ไม่ผ่านมือของ ยาน โอบลัค นายทวารตราหมี

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 63 เจ้าบุญทุ่ม ที่บดหนักมาก มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะที่ ดาเนียล อัลเวส เปิดจากกราบขวาข้ามมาให้กับ จอร์ดี้ อัลบา วอลเลย์ด้วยซ้ายโดนไม่เต็มเท้า บอลมาเข้าทางของ หลุยส์ ซัวเรซ เกี่ยวยิงด้วยซ้ายจ่อๆเข้าไปช่วยให้ บาร์ซ่า ไล่ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูที่ 7 ของซัวเรซ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้

พอตีเสมอได้ เจ้าถิ่นคลายความกดดันลงไปหมดแล้ว บุกต่อจนมาได้ประตูแซงนำในนาทีที่ 74 เมื่อ เมสซี่ ไหลให้กับ หลุยส์ ซัวเรซ แปออกขวาให้กับ ดาเนียล อัลเวส โยนเข้ามาให้กับ ซัวเรซ โหม่งบริเวณจุดโทษบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงามให้บาร์ซ่า แซงนำ 2-1 เป็นประตูที่สองของหลุยส์ ซัวเรซ ในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 8 ของเจ้าตัวในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก ครบ 90 นาที บาร์เซโลน่า เปิดรังชนะ แอต.มาดริด ที่เหลือแค่ 10 คนไปได้สนุก 2-1 โดยทั้งสองทีมจะพบกันในนัดสองที่รังของตราหมี บ้าง ในวันพุธที่ 13 เมษายน นี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า: มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น - ดาเนียล อัลเวส, เคราร์ด ปีเก้, ฮาเวียร์ มาสเชราโน่, จอร์ดี้ อัลบา - อีวาน ราคิติช (ราฟินญ่า น.64), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (เซร์จี้ โรเบร์โต้ น.80), อันเดรส อีเนียสต้า (กัปตันทีม) (อาร์ด้า ตูราน น.83) - ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, เนย์มาร์

สำรองไม่ได้ใช้: เคลาดิโอ บราโว่ (ผู้รักษาประตู) - มาร์ก บาร์ตร้า, โธมัส แฟร์มาเล่น, มูนีร์ เอล อัดดาดี้

แอต.มาดริด: ยาน โอบลัค - ฆวนฟราน ตอร์เรส, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ, ดีเอโก้ โกดิน, ฟิลีเป้ ลุยส์ กาสมีร์กี้ - โกเก้, กาบี เฟร์นานเดซ (กัปตันทีม), ซาอูล ญีเกซ (อังเคล คอร์เรอา น.90) - อ็องตวน กรีซมันน์ (โธมัส พาร์ตีย์ น.76) - ยันนิก การ์ราสโก้ (เอากุสโต้ เฟร์นานเดซ น.53), เฟร์นานโด ตอร์เรส

สำรองไม่ได้ใช้: มิเกล อังเคล โมย่า (ผู้รักษาประตู) - มาตีอัส คราเนวิตเตร์, เฆซุส กาเมซ, ลูเซียโน่ เวียตโต้

ผู้ตัดสิน: เฟลิกซ์ บรืช (เยอรมัน)

เจอร์เก้น คล็อปป์ อัจฉริยะหรือแค่คนมหาเฮง??? หลังจากได้ดูเกมที่ หงส์แดงบุกไปชนะคริสตัล พาเลซ ในนาทีสุดท้ายของเกม คงต้องบ...
10/03/2016

เจอร์เก้น คล็อปป์ อัจฉริยะหรือแค่คนมหาเฮง???

หลังจากได้ดูเกมที่ หงส์แดงบุกไปชนะคริสตัล พาเลซ ในนาทีสุดท้ายของเกม คงต้องบอกว่าเป็นเพราะโชคเข้าข้างมากกว่าจะมาจาก คล็อปป์ เอฟเฟ็คเป็นแน่ และทีมยังคงมีจุดให้ต้องปรับปรุงอีกมาก

เกมซุปเปอร์ซันเดย์คู่แรกที่เซลเฮริสท์ ปาร์ค จบลงด้วย ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์ 2 -1 ถือเป็นสถิติใหม่ของทีมในรอบ 124 ปีที่พวกเขาสามารถคัมแบ๊คกลับมาได้ด้วยการเหลือผู้เล่นในสนามเพียงสิบคน

ถ้าจะบอกว่าเป็นเรื่องของโชควาสนาเพียงอย่างเดียวคงไม่ถูกต้องนัก ส่วนนึงต้องให้เครดิตกับเทรนเนอร์ชาวเยอรมันด้วย ที่เสี่ยงปรับแท๊คติกเน้นเกมรุกเพื่อทวงประตูคืนในสถานการณ์ที่ เจมส์ มิลเนอร์ โดนไล่ออกจากสนาม และ สกอร์ตามหลังอยู่ด้วย

ทว่าการเสี่ยงกลับได้ผลเมื่อ แม๊คคาร์ที่ย์ นายทวารของพาเลซ แจกส้มยกลังให้กับ โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ ซัดเข้าไปง่ายๆตีเสมอเป็น1-1 ทั้งที่ก่อนหน้าที่จะตีเสมอ ลิเวอร์พูลตั้งเกมไม่ได้เลย โอกาสยิงจะๆก็ไม่มี เป็นอีกครั้งกับฟอร์มการเล่นอันไม่สม่ำเสมอ หลังเกมการสัปดาห์โชว์ฟอร์มสุดอลังการในเกมที่เอาคืน แมนฯ ซิตี้ ที่เพิ่งคว่ำหงส์แดงมาหมาดๆในนัดชิงแคปปิตอล วัน คัพ จากนั้น คริสตัล พาเลซ ออกอาการรวนนับตั้งแต่เสียประตูตีเสมอไป รูปเกมที่ครองเหนือกว่าก็ค่อยๆลดลงจนกลายเป็น ลิเวอร์พูลที่กลับมาครองเกมได้ และแล้วในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้ายก็เกิดดราม่าขึ้นจนได้เมื่อ เดเมี่ยน เดลานี่ย์ ดันทะเล่อทะล่าไปฟาลว์ คริสติยอง เบนเตเก้ในเขตโทษ จนพลาดเสียประตูอย่างไม่น่าให้อภัย ทำให้ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะออกไปได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ

ทีนี้เรามาวิเคราะห์แท๊คติกในเกมกันต่อดีกว่า

1) แท๊คติกในเกม

เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจเพิ่มแนวรุกให้กับทีมโดยส่ง "พ่อมดน้อย" ฟิลิปเป้ คูติญโญ่ ลงมาแทน จอน ฟลานาแกน แล้วปรับให้ มิลเนอร์ มายืนแทนตำแหน่งของ ฟลาโน่ที่ถอดออกไปในนาทีที่ 61 แต่แค่ให้หลังเพียงไม่กี่นาทีมิลเนอร์ดันไปเสียใบเหลืองที่สอง ถูกไล่ออกไป คราวนี้สมองของคล็อปป์ถูกทดสอบอีกครั้ง เขาแก้เกมด้วยการเปลี่ยน ฟอร์เมชั่นของทีมจากตอนแรกที่ออกสตาร์ทด้วย 4-2-3-1 มาเป็น 3-4-2 ในแนวรับก็ปรับให้ เดยัน ลอฟเรน มาดูแลทางฝั่งขวาแทน ส่วนในแดนกลางและหน้าก็ให้ตั้งโซนเพรสเพื่อบีบกดดันพาเลซ ตั้งแต่ในแดนเลย

การที่ลิเวอร์พูลใช้ฟอร์เมชั่นนี้ถือว่าเสี่ยงต่อการเสียประตูที่สองเป็นอย่างมาก ด้วยการใช้หลังสามที่ไม่ค่อยจะคัฟเวอร์แดนหลังอยู่แล้ว บวกกับความผิดพลาดส่วนบุคคลที่พร้อมจะเกิดกับกองหลังลิเวอร์พูลได้ตลอดเวลา ทว่าผลของการเสี่ยงครั้งนี้กลับคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งด้วยการพลิกเกมกลับมาชนะได้สำเร็จ

2) ทำไมแท๊คติกของ คล็อปป์ถึงได้ผล

เจอร์เก้น คล็อปป์ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า การที่แม็คคาร์ที่ย์ นายทวารของทีมปราสาทเรือนแก้วก่อความผิดพลาดนั้นมีผลมาจาก แท๊คติกการเพรสซิ่งสูงตั้งแต่ในแดนหลังของพาเลซ

แต่ความจริงแล้วสถานการณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่ผู้รักษาประตูในพรีเมียร์ ลีกต่างก็ต้องเจอความกดดันแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว และเหตุการณ์พลาดง่ายๆแบบนี้ก็เกิดขึ้นน้อยมาก สิ่งที่ทำให้พาเลซพลาดท่านั้นมาจากปฎิกิริยาตอบโต้หลังจากเสียประตูไปแล้ว พวกเขาตื่นกลัวและหวั่นวิตกซึ่งนั้นก็เป็นการเปิดโอกาสให้ลิเวอรพูลกลับมาสู่เกมอย่างเต็มตัว

ทำให้อลัน พาร์ดิวกุนซือของ คริสตัล พาเลซ ผิดหวังกับเกมนี้เป็นอย่างมากเนื่องจากว่า พวกเขาไม่ชนะในลีกมาตั้งแต่ช่วงก่อนคริสต์มาส แล้วการได้เล่นในบ้านตัวเอง สกอร์นำอยู่ แถมคู่ต่อสู้เหลือเพียงแค่สิบคนก็นับเป็นโอกาสดีที่ พาร์ดิวจะนำทีมหนีจากช่วงเวลาที่ย่ำแย่แบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วก็น่าจะทำได้สำเร็จ หากลูกทีมของพาร์ดิวเล่นกันเหมือนในช่วงที่สกอร์นำอยู่

3) จุดโทษของ เบนเตเก้ สมควรได้หรือไม่

ลูกจุดโทษที่ เดลานี่ย์ เสียท่าให้กับคริสติยอง เบนเตเก้ ในนาทีสุดท้ายของเกม นั้นต้องบอกว่ามันเป็นการเสียค่าโง่มากกว่าจะเป็นจุดโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ

อันที่จริงไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้าไปแท๊คเกิลแบบนั้น เพราะ เบนเตเก้เองก็แค่กำลังลากบอลไปจวนจะสุดเส้นหลังอยู่แล้ว เดลานี่ย์ควรจะทำแค่ บังทางไว้ก็พอ ซึ่งก็จะไปกล่าวโทษว่า ศูนย์หน้าทีมชาติเบลเยี่ยมพุ่งล้มก็คงไม่ได้ เพราะโดยธรรมชาติของศูนย์หน้าทุกคน หากโดนฝั่งตรงข้ามเข้าสัมผัสแม้เพียงนิดเดียวพวกเขาก็พร้อมจะทิ้งตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ผู้ชมหลายคนที่ได้ดูเกมนี้คงบอกในทีแรกว่า ลิเวอร์พูลไม่น่าจะได้จุดโทษแต่พอได้มาดูภาพช้าถึงได้เห็นการสัมผัสกันระหว่าง เบนเตเก้ และ เดลานี่ย์ จากจุดนี้คิดว่าในอนาคตอันใกล้คงจะต้องมีการนำภาพช้ามาช่วยในการตัดสินเป็นแน่

สถานการณ์ตอนนี้บนตารางคะแนน หงส์แดง อยู่ในอันดับเจ็ดของตารางตามหลังแมนฯ ยูไนเต็ดแค่สามคะแนน และทั้งสองทีมมีคิวเปิดศึกแดงเดือด เวอร์ชั่นยูโรป้ากันอีกด้วย เป้าหมายอันดับสี่ยังคงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แต่ด้วยผลงานการคว้าสามแต้มเอาตัวรอดออกมาจาก เซล เฮริสท์ ปาร์ค แบบหวุดหวิด ทำให้เหล่าเดอะค็อปยังคงตั้งความหวังว่าทีมรักจะกรุยทางคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาให้จงได้

มาร์ค ลอว์เรนสัน แห่ง สำนักข่าว บีบีซี

ผมได้ดูไฮไลท์เกม บิ๊กเเมตช์ของศึก NBA เมื่อคืน เป็นการปะทะกันระหว่าง Goldenstate Worrior ของ สเต๊ป เคอร์รี่  พบกับ OKC ข...
28/02/2016

ผมได้ดูไฮไลท์เกม บิ๊กเเมตช์ของศึก NBA เมื่อคืน เป็นการปะทะกันระหว่าง Goldenstate Worrior ของ สเต๊ป เคอร์รี่ พบกับ OKC ของ คู่ดูโอเทพ รัสเซล เวสต์บรุ๊ค กับ "KD" เควิน ดูเเรนท์

รูปเกมตั้งเเต่ควอเตอร์ หนึ่งจนถึง ควอเตอร์ที่สี่ ต้องบอกเลยว่า ธันเดอร์ส สามารถคุมเกมได้เหนือกว่า ด้วยการทะลุทะลวงของ เวสต์บรุ๊ค เเละ การยิงระยะกลาง-ไกล ของ ดูเเรนท์ ซึ่งเกมรับของ วอร์ริเออร์ไม่สามารถคุมทั้งคู่ได้เลย มีเพียงเเต่เคอร์รี่ที่คอยช่วยทีมในเกมรุก ด้วยอาวุธประจำตัวคือการยิงสามเเต้มอันเเม่นยำช่วยให้เเต้มไม่ทิ้งห่างมากเกินไปนัก จนกระทั่ง ในช่วงท้ายเกม เหลืออีกประมาณ 15 วินาที ดูเเรนท์ ยิงให้ ธันเดอร์ส ทิ้งห่าง วอร์ริเออร์ส ไปเป็น 103 ต่อ 99 ห่าง สองสกอร์เเล้วตอนนี้ จากนั้นกลับมา เคลย์ ธอมป์สัน รีบวางเลย์อัพ อย่างรวดเร็ว ตามมาเป็น 101 ต่อ 103 เหลืออีก 10 วินาที วอร์ริเออร์ส ตั้งฟูลคอร์ท เพรสเชอร์ เเล้วธันเดอร์ส ก็พลาดจนได้เมื่อ เคดี โดนรุมสอง เเล้วลนลานไปขว้างบอล ไปโดนเดย์มอน กรีน ตัดบอลไปให้ อิกกี๊ หลอกเอาฟาวล์จาก ดูเเรนท์ได้ยิงลูกโทษจนได้ เเละ อิ๊กกี๊ก็นิ่งพอที่จะจัดการลงไปได้หมดทั้งสองลูก รอดตายราวปฏิหาริย์ OKC ก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่ไม่ฆ่าวอร์ริเออร์ ให้ตายคามือ

เข้าสู่ช่วงต่อเวลาสถานการณ์ของธันเดอร์สเริ่มเเย่ลงเรื่อยๆ เมื่อ ดูเเรนท์ ฟาวล์เอ้าท์ ออกจากเกมไป เเละ จากนั้นเคอร์รี่ก็ยังคงร้อนเเรงไม่หยุด จบเกม Golden state Worrior เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 121 ต่อ 118 คะเเนน ต้องขอคาราวะ หัวจิตหัวใจของเหล่านักรบเลยที่สู้จากสถานการณ์ทึ่เกือบจะเเพ้ในช่วงเวลาปกติจนกลับมาชนะในช่วงต่อเวลาจนได้

วอร์ริเออร์สได้ สตีเฟ่น เคอร์รี่ ทำ 46 เเต้ม 3 รีบาวน์ กับ 3 เเอสซิสท์ ด้าน ธันเดอร์ส เเม้ว่าคู่ดูโอเเคนดิเเดตMVP อย่าง ดูเเรนท์ จะทำไป 37 เเต้ม บวกกับ เวสต์บรุ๊ก อีก เเต้ม เเต่ก็ไม่อาจต้านความเเกร่งของ เคอร์รี่เเอนด์โคได้
ทำให้โกลเด้นสเตท ขยับเข้าใกล้การทำลายสถิติตลอดกาล ของ ชิคาโก้ บูลส์ ชนะ72-เเพ้10 ไปอีกขั้นเเล้ว




http://youtu.be/lzpM8mQHvbE

NBA February Feb 27 27th 2016 Full Game Highlights NBA 2015 2016 Season 15-16 27.02.2016 02.27.2016 Warriors Clippers Cavaliers Spurs Games HD Official Recap...

สเต๊ป เคอร์รี่ ยอดการ์ดจากทีมนักรบ โชว์ความสุดยอดอีกครั้งในวันนี้ด้วยการทำลายสถิติยิงสามเเต้ม ติดต่อกันได้ 128 เกม โดยเจ...
26/02/2016

สเต๊ป เคอร์รี่ ยอดการ์ดจากทีมนักรบ โชว์ความสุดยอดอีกครั้งในวันนี้ด้วยการทำลายสถิติยิงสามเเต้ม ติดต่อกันได้ 128 เกม โดยเจ้าของสถิติเดิมก็คือ ไคล์ โครว์เวอร์ ชู้ตเตอร์ จอมเเม่น จากทีมพญาเหยี่ยว ที่ทำไว้ 127 เกม ลงได้อย่างราบคาบเเละยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดต่อง่ายๆ

เกมวันนี้ โกลด์เด้น สเตต เอาชนะออร์เเลนโด้ เเมจิก ไปด้วยสกอร์ 130 ต่อ 114 คะเเนน

เรามาชมความสุดยอดของเค้าได้จากคลิปด้านล่างกันเลยครับ...


http://youtu.be/WuK2aXtHWjA

Check out Stephen Curry's most unbelievable 3-pointers of the past 12 months. Like Us on Facebook: https://www.facebook.com/XimoPierto Follow Us on Twitter: ...

อินทรี ทองคำ เขียนให้คุณอ่านโจเซ่ มูริญโญ่ คือคนที่ใช่ของแมนฯ ยูไนเต็ดหรือ??? มูริญโญ่ ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่...
14/02/2016

อินทรี ทองคำ เขียนให้คุณอ่าน

โจเซ่ มูริญโญ่ คือคนที่ใช่ของแมนฯ ยูไนเต็ดหรือ???

มูริญโญ่ ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งนายใหญ่แห่งถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เข้ามาเรื่อยๆ หลังมีข่าวว่านายหน้าของเค้ากำลังเจรจากับ แมนฯ ยูไนเต็ดอยู่ เพื่อมาแทนที่ของ หลุยส์ ฟาน ฮาล
ฟาน ฮาล ยังคงมีสัญญาอยู่จนถึงสิ้นฤดูกาล 2016 - 2017 กลับมีข่าวออกมาเป็นระยะว่า เดอะ สเปเชี่ยล วัน กำลังจะเข้ามาแทนที่ กุนซือชาวดัตช์ผู้เคยเป็นอาจารย์ของ มูริญโญ่ มาก่อนสมัยอยู่บาร์เซโลน่า ทันทีหลังจบฤดูกาลนี้

มูริญโญ่เพิ่งโดนเชลซีปลดออกจากตำแหน่ง เพียงแค่เจ็ดเดือนหลังพาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ ลีกเขากำลังจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งก็พร้อมๆกับการเข้ามาของกุนซือหนุ่มมากฝีมือ และคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าร์ ที่กำลังจะมาทำทีมแมนฯ ซิตี้ ในฤดุกาลหน้าเช่นกัน ทำให้เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในฤดูกาลหน้าเพิ่มดีกรีความระอุขึ้นมา น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

กุนซือชาวโปรตุกีส เป็นคนที่สร้างบรรยากาศแห่งความขัดแย้งเสมอในทุกทีมที่เค้าไปคุม ด้วยบุคลิก อันแข็งกร้าว ยอมหักไม่ยอมงอ ที่ส่งผลไปยังทีมทำให้คาแรคเตอร์ทีมออกมาแบบนั้นเช่นกัน มูริญโญ่ตกเป็นข่าวพัวพันกับปีศาจแดงทันที หลังถูกโรมัน อบราโมวิช ปลดจากตำแหน่งในเดือนธันวาคมเพียงไม่กี่วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ ฟาน ฮาล กำลังพาทีมจมดิ่งความหาชัยชนะไม่เจอหลายนัดติดต่อกัน บวกกับสไตล์การเล่นที่ขัดใจแฟนบอลส่งผลให้กระแสของมูริญโญ่ยิ่งโหมกระพือในหมู่แฟนบอลขึ้นไปอีก

เหล่าเรดอาร์มี่ต่างตั้งความหวังกันว่ามูริญโญ่จะเข้ามาปลุกไฟในทีมให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งหลังต้องเจอกับสไตล์การเล่นอันแสนน่าเบื่อมาตลอดนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันวางมือ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง เดวิด มอยส์ หรือกับ คนปัจจุบันอย่าง หลุยส์ ฟาน ฮาล ต่างสร้างความอึดอัดให้กับแฟนบอลที่ยึดติดกับสไตล์เกมรุกอันเร้าใจเป็นอย่างมาก

แมนฯ ซิตี้ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับ พรีเมียร์ ลีก ด้วยการประกาศว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่าร์ จะเข้ามาคุมทัพต่อจากเปเยกรินี่ในฤดูกาลหน้า ทำให้แมนฯยูไนเต็ดต้องหาใครบางคนที่จะเข้ามาทัดเทียมกันได้ ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงเท่านั้นแต่หมายถึงการนำความสำเร็จมาสู่ทีมอีกด้วย และ เดอะสเปเชี่ยล วัน น่าจะเป็นคนๆนั้นสำหรับเหล่าแฟนบอล ปีศาจแดง

มูริญโญ่จะเป็นแสงสว่างให้แก่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้หรือไม่?

จุดหนึ่งที่หลุยส์ ฟาน ฮาล มักจะโดนวิพากษ์วิจารณ์ก็คือ การที่ผลาญงบประมาณไปถึง 250 ล้านปอนด์ ในการคว้าตัวผู้เล่นเข้าสู่ทีม แต่กลับทำให้ทีมเล่นด้วยสไตล์ที่ไม่ทำให้แฟนรู้สึกสนุกไปกับเกมเลย และเมื่อไปพลิกดูสถิติพบว่า 11 เกมลีกในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ฤดูกาลนี้ ทีมของกุนซือชาวดัตช์ไม่สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งในช่วงครึ่งเวลาแรกได้เลย ซึ่งแตกต่างกับยุคของ เซอร์ อเล็กซ์เฟอร์กูสันเหลือเกินจากภาพที่ทุกคนจำได้ในยุคนั้นคือ การเล่นเกมบุกที่บุกจนนาทีสุดท้าย แม้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทีมของเฟอร์กี้ก็พร้อมที่จะทะลวงตาข่ายคู่ต่อสู้ได้ทุกนาทีและเป็นมาตรฐานที่เหล่าแฟนบอลต่างคาดหวังให้ผู้จัดการที่มาคุมทีมต้อง

เล่นด้วยสไตล์นี้ ไม่วาจะเป็น เดวิด มอยส์ หรือ หลุยส์ ฟาน ฮาล ต่างก็โดนแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนักมาแล้วทั้งสิ้น และแม้จะเป็นระดับมูริญโญ่เองก็คงต้องแบกรับความกดดันจาก สิ่งที่จอมคนสก็อตต์เคยวางรากฐานเอาไว้เช่นกันเนื่องจาก เดอะสเปเชี่ยล วัน เองก็มีสไตล์การคุมทีมที่เน้นความรัดกุมเช่นกัน แต่มูริญโญ่เองก็อาจไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ก็ได้ เพราะทุกทีมที่ผ่านการบ่มเพาะของเค้าสามารถการันตีถึงความสำเร็จได้เลยว่าจะต้องมีโทรฟี่ติดมือ และเป็นโทรฟี่ระดับเมเจอร์อีกด้วย เหตุผลนี้ก็อาจจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้ชาวเรด อาร์มี่พร้อมที่จะจ่ายค่าตั๋วเพื่อเข้ามาชมทีมของมูริญโญ่

ซีซั่นก่อนที่พาเชลซีคว้าแชมป์นั้น ฟอร์มที่เริ่มต้นดีตั้งในช่วงต้นฤดูกาลน่าจะมาจาก การนำเข้า ดีเอโก้ คอสต้า และ เชสก์ ฟาเบรกัส สองสตาร์จากสองยอดทีมใน ลาลีกา เป็นส่วนผสมสำคัญที่ช่วยให้เชลซีมีเกมรุกที่เฉียบคมและเกมรับที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก ตามสไตล์ของมูริญโญ่ ในฤดูกาลนั้นเชลซีทำไป 73 ประตูในลีกเป็นรองเพียง แมนฯ ซิตี้สิบประตูและ เหนือกว่า อาร์เซน่อล สองประตู นับเป็นผลงานเกมรุกที่ไม่เลวเลย และถ้าเราย้อนขึ้นไปอีกนิดนึง ในยุคที่มูริญโญ่คุม เรอัล มาดริด เป็นแชมป์ ลาลีกา ปี 2011-2012 สามารถสร้างสิถิตด้านการทำประตูหลายอย่างไม่ว่า จะยิงไปถึง 121 ประตู มีผลต่างประตูได้-เสีย +89 ประตู ทำคะแนนเป็นสถิติสโมสรถึง 100 คะแนน คิดเป็น 87.72% จากจำนวนคะแนนทั้งหมดที่ลงแข่งขัน แสดงให้เห็นว่าเดอ สเปเชี่ยล วัน ไม่ใช่กุนซือที่มีเพียงมิติเดียวในการทำทีม

โชเซ่ มูริญโญ่ใช้เสวลาสังเกตุการณ์ ทีมปีศาจแดง มาซักระยะนึงแล้วจนพอรู้ว่า สิ่งไหนที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งและเขายังฉลาดพอที่จะรู้ว่าต้องทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นแบบไหนเพื่อให้ถูกใจแฟนบอลอีกด้วย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่าร์ มีผลกระทบต่อการย้ายของมูริญโญ่ในครั้งนี้หรือไม่?

ข่าวการย้ายเข้ามาคุม แมนฯ ซิตี้ ช่างสั่นคลอนเมืองแมนเชสเตอร์ รวมถึงความรู้สึกของทีมอริร่วมเมืองอย่างแมนฯ ยูไนเต็ดเหลือเกิน เมื่อทีมเรือใบ สีฟ้า สามารถที่จะคว้าผู้จัดการทีมระดับซุปเปอร์ สตาร์ ที่ทุกทีมต่างต้องการมาได้สำเร็จ ซึ่งแม้แต่เหล่าเรด อาร์มี่เองก็คงไม่ปิดบังว่าอยากได้ เป๊ป มาแทนหลุยส์ ฟาน ฮาล เช่นกัน

ฝั่งผู้บริหารของทีมปีศาจแดง เองก็คงต้องคิดแล้วว่าในฤดูกาลการควรวางแผนเช่นไรให้ทีมเดินหน้าได้ต่อไป เวลาสำหรับกุนซือจอมปรัชญาอาจมาถึงทางตันแล้ว เพราะทีมอย่างแมนฯยูไนเต็ด ต้องการผู้จัดการทีมที่มีคาแรคเตอร์ของผู้ชนะที่สามารถต่อกรกับ กวาร์ดิโอล่าร์ได้อย่างทัดเทียม ผู้บริหารของแมนฯยูไนเต็ดเอง คงยังไม่กล้าที่จะให้โอกาสกับ คนหนุ่มไฟแรง แต่ขาดประสบการณ์ในการคุมทีมระดับสูงอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ ขึ้นมาเจอกับของแข็งอย่าง เทรนเนอร์ชาวสเปนเป็นแน่ ฉะนั้นแล้วการเข้ามาของกวาร์ดิโอล่าร์ ที่ แมนฯ ซิตี้น่าจะมีผลต่อการที่มูริญโญ่จะเข้ามาคุมทีมปีศาจแดง

จะเกิดอะไรขึ้นกับคนปัจจุบันอย่าง หลุยส์ ฟาน ฮาล?
ในช่วงเวลานี้ผู้จัดการทีมชาวดัตช์คงอยู่ในช่วงรมณ์บ่จอยเท่าไหร่ สำหรับข่าวการเข้ามาแทนที่โดยอดีตลูกศิษย์สมัยคุมบาร์เซโลน่า แต่เจ้าตัวเองก็รู้ดีว่า ด้วยผลงานของทีมในปัจจุบันคงไม่อาจการันตีตำแหน่งเอาไว้ได้ เชื่อว่าหากฟานฮาล ไม่จบฤดูกาลด้วยอันดับสี่ พร้อมกับแชมป์บอลถ้วยซักใบ ข่าวการเข้ามาของมูริญโญ่คงกลายเป็นจริงในไม่ช้า

อนาคตของไรอัน กิ๊กส์จะเป็นอย่างไร?

อดีตปีกพ่อมดเวลส์กำลังเรียนรู้งานคุมทีมอยู่ โดยเขาได้เข้ามาเป็นทีมสตาฟฟ์ของทั้ง เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน ฮาล นับตั้งเฟอร์กี้ได้วางมือไป คำถามคือแล้วถ้ามูริญโญ่เข้ามาเป็นนายใหญ่แห่งถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ดแล้วล่ะ กิ๊กส์ จะยังคงมีที่ว่างให้ยืนหรือไม่

หากพูดกันตามตรงคุณค่าของกิ๊กส์ในมุมมองของผู้จัดการทีม ที่ต้องการผู้ช่วยที่มีความรู้และทักษะในการคุมทีม จุดนี้ตำนานปีกซ้ายหมายเลขสิบเอ็ดของทีมปีศาจแดงอาจจะสอบตก แม้จะเคยโลดแล่นในฐานะนักเตะกับทีมมาอย่างยาวนาน แต่ทว่าบางครั้งประสบการณ์ตอนเป็นนักเตะก็ไม่สามารถนำมาใช้ในตอนคุมทีมได้ ยิ่งมูริญโญ่นั้น มักจะใช้ทีมงานของตัวเองเข้าเป็นสตาฟฟ์มากกว่าที่จะใช้สตาฟฟ์เดิมที่มีอยู่ โอกาสที่กิ๊กซี่จะไม่ได้นั่งอยู่ข้างสนามต่อไปยิ่งมีสูง โอกาสเดียวคือถ้าผู้บริหาร แมนฯยูไนเต็ด กล้าที่จะให้โอกาสกิ๊กส์ ได้ขึ้นมากุมบังเหียน เรด เดวิลส์ แล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าเหล่าขุนพลในชุด "คลาส ออฟ 92" จะตามเข้ามาเป็นสตาฟฟ์ให้กับทีมของกิ๊กส์เป็นแน่ ด้วยสายสัมพันธ์และความผูกพันในผู้เล่นชุดนี้มีอยู่มากเหลือเกิน และเรดอาร์มี่ หลายคนก็คงอยากเห็นภาพที่สวยงามแบบนี้เช่นกัน

ผู้เล่นที่น่าจะเข้ามาและออกไปในทีมของมูริญโญ่?

การก้าวเข้ามาสู่แมนฯยูไนเต็ดของมูริญโญ่ ย่อมหมายถึงโอกาสในการคว้าผู้เล่นระดับซุปเปอร์สตาร์เข้าสู่ทีมไปด้วย โดยเฉพาะ CR7 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่แฟนๆ ยังคงลืมไม่ลงกับผลงานระดับสุดยอดที่เคยฝากไว้ ในเครื่องแบบอสูรแดง แต่ดีลนี้ก็คงเกิดขึ้นได้ยาก แม้ว่าทั้งมูริญโญ่และโรนัลโด้จะเป็นคนบ้านเดียวกัน เคยร่วมงานกัน แต่กลับมีเรื่องทะเลาะกันอย่างรุนแรงสมัยที่มูริญโญ่ อยู่ที่ รีล มาดริด นักเตะ อีกคนที่มีข่าวพัวพันในช่วงนี้ อย่าง โรเมลู ลูคาคู ก็อาจจะไม่ได้ย้ายเข้ามาเช่นกันหากมูริญโญ่มาคุมแมนฯ ยูไนเต็ด จริงๆ เนื่องจาก กุนซือชาวโปรตุกีส ไม่ค่อยที่จะเชื่อฝีเท้ากองหน้าชาวเบลเยี่ยมซักเท่าไหร่ สมัยที่ทั้งคู่อยู่ที่เชลซีก็ไม่ให้โอกาสลงเล่นและสุดท้ายก็จบลงด้วยการปล่อยตัวไปให้เอฟเวอร์ตัน ต้นสังกัดปัจจุบันด้วยค่าตัว 28 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2014

ผู้เล่นที่มูริญโญ่ให้ความสนใจน่าจะเป็น จอห์น สโตน มากกว่า เพราะกองหลังทีมชาติอังกฤษผู้นี้เกือบที่จะย้ายไปร่วมทีมเชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ ตอนที่มูริญโญ่ยังอยู่ด้วยสนนราคาที่ 38 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ผู้เล่นที่อยู่ในข่ายที่ เดอะ สเปเชี่ยล วัน จะล่าตัวมาร่วมทัพ ก็มี แกเร็ธ เบลล์ ปีกพญาวานรแห่งราชันชุดขาว ที่น้ามูชื่นชอบมานาน แต่ไม่เคยมีโอกาสร่วมงานกันเพราะ เบลล์ย้ายมาร่วมทีมตอนที่มูริญโญ่ออกจาก มาดริดไปก่อนแล้ว และยังมีผู้เล่นของราชันชุดขาวอีกคนที่น้ามูสนใจก็คือ ราฟาเอล วาราน กองหลังดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส น่าจะมาเติมความแน่นอนในแนวรับและรุกของปีศาจแดงได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่สำหรับนักเตะชุดปัจจุบันของ แมนฯยูไนเต็ด อย่าง ฆวน มาต้า คงไม่สบายใจเมื่อได้ยินข่าวการมาของมูริญโญ่ แม้เจ้าตัวจะเป็นคนโปรดในหมู่แฟนบอลและยังคงเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม แต่มูริญโญ่เองก็เคยกล้าๆที่จะดร็อปมาต้า ออกจากทีมาแล้ว แม้ว่าจะเคยเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรมาก่อน โดยให้เหตุผลว่าไม่เข้ากับระบบของทีม และน้ามู ขายมาต้าให้กับแมนฯยู ในยุคของ เดวิด มอยส์ ด้วยค่าตัว 37.1 ล้านปอนด์ เมื่อเดือน มกราคม ปี 2014

ที่อยู่

Bang Pa-in
13170

เบอร์โทรศัพท์

+66864084277

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Golden Eagleผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Golden Eagle:

แชร์