CO-HAND Personalized Healing : Experience Tailored
www.cohandasia.com

👦🏻คอเสื่อมแล้ว ห้ามออกกำลังกายจริงไหม? อาจจะยังนะแก “หมอบอกว่าคอเสื่อม เลยไม่กล้าออกกำลังกาย”นี่เป็นสิ่งที่เราเจอค่อนข้า...
16/08/2026

👦🏻คอเสื่อมแล้ว ห้ามออกกำลังกายจริงไหม? อาจจะยังนะแก

“หมอบอกว่าคอเสื่อม เลยไม่กล้าออกกำลังกาย”

นี่เป็นสิ่งที่เราเจอค่อนข้างบ่อยครับ

แต่คำถามจริง ๆ อาจไม่ใช่

“คอเสื่อมแล้วออกกำลังกายได้ไหม?”
แต่อาจเป็น

“คอของคนไข้คนนี้รับ Load แบบไหนได้ และเราควรฝึกอย่างไร?”

วันนี้ขอเล่าเคสหนึ่งจาก CO-HAND ครับ

👨🏻‍💻 Case: ผู้ชายอายุ 38 ปี

ทำงานเป็น Graphic Designer

งานอดิเรกคือ วิ่ง เข้ายิมประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

ประมาณ 1 ปีก่อน ได้รับการตรวจ X-ray และได้รับการวินิจฉัยว่า “คอเสื่อม”

หลังจากนั้นมีอาการ
-ปวดคอ
-ปวดร้าวไปบริเวณสะบัก
-ปวดขึ้นศีรษะ
-รู้สึกตึง/ปวดบริเวณกกหู
-หลังวิ่งมักรู้สึกว่าอาการถูกกระตุ้นมากขึ้น

อาการเป็นมาประมาณ 1 ปี

ไม่ได้รบกวนการทำงานมาก

แต่เป็นอาการที่

“ไม่ได้เจ็บจนใช้ชีวิตไม่ได้ แต่รำคาญ และทำให้เริ่มไม่มั่นใจว่าจะออกกำลังกายต่อได้ไหม”

และนี่เป็นจุดที่น่าสนใจครับ

ก่อนจะบอกว่า “ออกกำลังกายได้หรือไม่ได้” เราไม่ได้เริ่มจากการดูว่า

X-ray เขียนว่าอะไร
แต่เริ่มจาก
คนไข้คนนี้มีปัญหาอะไรจริง ๆ?

เราซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อคัดกรองทั้ง red flags และ neurological involvement รวมถึงประเมินการเคลื่อนไหวและความสัมพันธ์ระหว่างคอ สะบัก กระดูกสันหลังส่วนอก

🔺1. Cervical Screening

ตรวจการเคลื่อนไหวของคอ อาการที่เกิดร่วมกับ movement และคัดกรองภาวะที่ควรส่งต่อ เช่น neurological deficit หรือ red flags

เพราะคำว่า “คอเสื่อม” จากภาพ X-ray ไม่ได้บอกทั้งหมดว่าอาการปวดของคนไข้เกิดจากอะไร

การเปลี่ยนแปลงของกระดูกคอในภาพ imaging สามารถพบได้แม้ในคนที่ไม่มีอาการด้วย ดังนั้นภาพถ่ายจึงควรตีความร่วมกับอาการและการตรวจทางคลินิก ไม่ใช่ใช้ภาพอย่างเดียวเป็นตัวกำหนดการรักษา

🔺2. เราดูมากกว่าคอ

ในเคสนี้เราดู Scapular Movement

เมื่อให้เคลื่อนไหวแขนในลักษณะ scaption พบว่าการเคลื่อนไหวของ scapula ไม่ค่อย smooth และมีลักษณะของ movement compensation

จากนั้นเราดูต่อไปถึง Thoracic และ Thoracolumbar region

พบว่ามีข้อจำกัดของ mobility และมี soft-tissue tension บางส่วนร่วมด้วย

ตรงนี้สำคัญครับเพราะเราไม่ได้กำลังบอกว่า

“สะบักผิด และเป็นสาเหตุของคอเสื่อม”

แต่กำลังถามว่า

“ถ้าคอเป็นส่วนหนึ่งของระบบ แล้วส่วนอื่นของระบบกำลังทำงานอย่างไร?”

งาน systematic review ปี 2024 พบว่าการฝึกที่มุ่งเป้าไปยัง scapula อาจช่วยลด pain intensity ในคนที่มี chronic neck pain ได้ แม้ผลต่อ disability และตัวแปรบางอย่างยังไม่ชัดเจน ดังนั้น scapula ควรถูกมองเป็น หนึ่งชิ้นส่วนของระบบ ไม่ใช่สรุปว่าเป็นต้นเหตุของทุกคน

⚖️ ลองนึกภาพ “คอเป็นตาชั่ง”

ผมชอบเปรียบเทียบแบบนี้กับคนไข้ครับ

ลองคิดว่า คอคือจุดแขวนของตาชั่ง

ถ้าด้านซ้าย ขวา หรือด้านหน้า หลังของระบบมีการกระจาย Load ที่ไม่เหมาะสม คอก็อาจต้องทำงานเพิ่มเพื่อรักษา Head Position และ Movement

แต่การจะปรับ Load ไม่ใช่แค่

“ยืดกล้ามเนื้อตรงนี้ แล้วทำให้ไหล่เท่ากัน”

เราต้องดูหลายอย่างพร้อมกัน

Length
กล้ามเนื้อยาว สั้นอย่างไร

Capacity
กล้ามเนื้อรับ Load ได้แค่ไหน

Mobility
ข้อต่อและ thoracic region เคลื่อนไหวได้หรือไม่

Motor Control
ร่างกายควบคุม movement ได้ดีแค่ไหน

Proprioception
รับรู้ตำแหน่งศีรษะและคอได้แม่นแค่ไหน

Load Tolerance
เมื่อเพิ่มกิจกรรม เช่น วิ่ง ยกของ หรือออกกำลังกาย อาการเปลี่ยนอย่างไร

แล้วสุดท้ายมเราให้คนไข้ “หยุดออกกำลังกาย” ไหม?

ไม่ครับ ในเคสนี้เรายังให้ Exercise

แต่ไม่ใช่ “ออกกำลังกายอะไรก็ได้”

เราเลือก Exercise ตามสิ่งที่ตรวจพบ

🏋🏻 1. Functional Exercise

ฝึก movement ที่ใกล้เคียงกับกิจกรรมจริง

🪽 2. Scapular Training

เพิ่มความสามารถในการควบคุมและรับ Load ของ scapular system

🫁 3. Thoracic Mobility

เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวของ thoracic region เพื่อไม่ให้ cervical region ต้องรับบทบาทมากเกินจำเป็น

🧠 4. Cervical Proprioception / Biofeedback

ฝึกให้สมองรับรู้และควบคุมตำแหน่งศีรษะ คอได้แม่นขึ้น

💪🏻 5. Deep Neck Flexor / Cervical Motor Control

ไม่ได้ฝึกเพื่อ “จัดคอให้ตรง” อย่างเดียว แต่เพื่อเพิ่ม neuromuscular control และ capacity

หลักฐานล่าสุดสนับสนุนว่า exercise หลายรูปแบบ เช่น resistance และ motor-control exercise สามารถช่วยเรื่อง pain และ disability ใน chronic nonspecific neck pain ได้ และ systematic review ปี 2024 พบว่า exercise มีผลต่อ neuromuscular function ในคนที่มี chronic neck pain ซึ่งสนับสนุนแนวคิดการฝึกที่มากกว่าแค่การยืดกล้ามเนื้อ

🏃🏻 แล้ว “วิ่ง” ล่ะ?

สิ่งที่เราไม่อยากทำคือ
“X-ray บอกคอเสื่อม ห้ามวิ่ง”

เพราะการออกกำลังกายไม่ควรถูกตัดสินจากคำว่า degeneration เพียงอย่างเดียว

เราต้องดูว่า

วิ่งแล้วเกิดอะไรขึ้น?

-อาการเพิ่มระหว่างวิ่งไหม?
-เพิ่มหลังวิ่งนานแค่ไหน?
-กลับสู่ baseline ภายในระยะเวลาเท่าไร?
-มี neurological symptoms ร่วมไหม ชาเพิ่มขึ้นไหม
- Running load ปัจจุบันเกิน capacity หรือไม่?
- สามารถปรับ training load ได้หรือไม่?

เพราะเป้าหมายของ rehabilitation ไม่ใช่แค่

“ทำให้ไม่ปวด”

แต่คือ

“ทำให้ร่างกายกลับมารับ Load ที่คนไข้ต้องการได้”

🔥 เพราะฉะนั้น

คอเสื่อม ห้ามออกกำลังกายอาจจะยังนะ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า

คอเสื่อม จะออกกำลังกายอะไรก็ได้

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

“คอของคุณรับ Load แบบไหนได้ และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Load นั้นเกินความสามารถในตอนนี้?”

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการประเมินก่อนออกแบบ Exercise จึงสำคัญ

เพราะ Exercise ที่ดีไม่ใช่ Exercise ที่เหมือนกันสำหรับทุกคน

แต่คือ

Exercise ที่เหมาะกับ “คนคนนั้น”

🧩 สรุปเคสนี้

คนไข้ไม่ได้ถูกบอกให้

❌ หยุดวิ่ง
❌ หยุดเข้ายิม
❌ กลัวคอเสื่อม
❌ หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว

แต่เรา

ตรวจ หา contributing factors แล้วปรับ movement เพิ่ม capacity ค่อย ๆ เพิ่ม Load

จนสุดท้ายเป้าหมายคือให้เขากลับไปทำสิ่งที่เขาชอบได้

เราไม่ได้รักษาแค่ “คอเสื่อม”

เรารักษาความสามารถของคน ๆ นั้นในการใช้ร่างกาย
✨ 1% ของการปรับแก้ = 99% ของการเปลี่ยนแปลง ✨
#รักษาที่ต้นเหตุ
#สุขภาพไม่มีคำว่าแพง

📞 Contact:
📱 Phone: 064 229 7991
💬 Inbox: m.me/337742299412608
📲 Line: https://lin.ee/pwqTVTJ
🏥 Co-hand Physical Therapy Clinic
#นอนตกหมอนปวดคอ #นอนตกหมอนปวดคอกี่วันหาย #ปวดคอบ่าไหล่ข้างเดียว #ปวดคอนอนตกหมอน #รักษาอาการปวดคอ #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #หมอนรองกระดูกเคลื่อนอาการ #หมอนรองกระดูกเสื่อม #หมอนรองกระดูกทับเส้นรักษายังไง #กระดูกคอเสื่อม

15/08/2026

ถ้าเอา “มวยไทย + กายภาพ” ไปลง HYROX จะเป็นยังไง? 🥊 × 🏁

เรื่องนี้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า…

ถ้าจะลง HYROX
เราไม่อยากแค่ “แข่งให้จบ”

แต่อยาก ใส่ได้เต็มที่ จบได้ และไม่เจ็บกลับมา

เลยเกิดการเตรียมตัวของ 2 ทีมที่ดูเหมือนอยู่กันคนละโลก

🥊 PK SAENCHAI
เอาพื้นฐานของนักสู้มาให้
ทั้งแรง ความอึด การเคลื่อนไหว และ Mentality แบบมวยไทย

🤝 CO-HAND
คอยดูว่าร่างกายตรงไหนยังไม่พร้อม
ตรงไหนต้องแก้ ตรงไหนต้องสร้าง
เพื่อให้ร่างกายรับ Run / Push / Pull / Carry / Squat ซ้ำ ๆ ได้จริง

เพราะเราเชื่อว่า
ก่อนจะพาร่างกายไปลุยหนักขึ้น ต้องทำให้พื้นฐานมันพร้อมก่อน

แล้วสุดท้าย…

เอาทุกอย่างไปสอบในสนามจริงที่ HYROX

ผลเป็นยังไง?
จบครับ และจบแบบไม่เจ็บ 🔥

แต่กว่าจะถึงภาพนี้
เราเตรียมอะไรกันบ้าง?

คลิปต่อไป เดี๋ยวพาไปดูตั้งแต่ก่อนแข่ง
ว่าทีม PK SAENCHAI × CO-HAND เตรียมร่างกายกันยังไง

MUAY THAI × PHYSIO × HYROX
สร้างให้พร้อม ก่อนพาไปลุยของจริง. 🥊🏁

13/08/2026

จากการต่อสู้บนเวที
สู่การต่อสู้กับขีดจำกัดของตัวเอง
MUAYTHAI | HYROX

🩻🧨 ปวดหลังเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ รักษาอย่างไร?🎯 แนวทางของ CO-HAND**Manual Therapy + Active Rehabilitation**การบำบัดด้วยมื...
08/08/2026

🩻🧨 ปวดหลังเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ รักษาอย่างไร?
🎯 แนวทางของ CO-HAND
**Manual Therapy + Active Rehabilitation**
การบำบัดด้วยมือ ร่วมกับการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวเฉพาะบุคคล
ทำไมบางคนอายุเพียง 30 ปี ก็เริ่มมีอาการปวดหลัง?
🔺🩻 ถูเมื่อตรวจ X-ray หรือ MRI กลับพบหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังเสื่อม หรือมีหินปูนเกาะ🔺
แต่ในทางกลับกัน ทำไมคนอายุ 70 ปีบางคน แม้ภาพถ่ายจะพบความเสื่อมเช่นกัน แต่ยังใช้ชีวิตได้ดี และแทบไม่มีอาการปวด?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในภาพ X-ray หรือ MRI เพียงอย่างเดียว
เพราะสิ่งที่เห็นในภาพถ่าย กับอาการที่เกิดขึ้นจริง อาจไม่สัมพันธ์กันทั้งหมด
วันนี้ CO-HAND จะพามาดูเคสหญิงวัย 35 ปี ที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ และบางครั้งมีอาการปวดร้าวลงขา
พร้อมอธิบายแนวทางการฟื้นฟูที่ไม่ได้เริ่มจากการเลือกเครื่องมือ แต่เริ่มจากการตรวจให้เข้าใจว่า
**“ร่างกายส่วนไหนกำลังทำงานได้ไม่ดี และควรฟื้นกลับมาอย่างไร”**
📝👱🏻‍♀️ ประวัติผู้รับบริการ
* หญิงวัย 35 ปี
* ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และลุกเดินเป็นบางช่วง
* BMI สูงกว่าเกณฑ์
* ออกกำลังกายเป็นครั้งคราว เช่น เดินลู่ วิ่ง หรือเวทเทรนนิ่งระดับเบา
📌📌 อาการสำคัญ
* ปวดหลังเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ
* เคยทำกายภาพบำบัดและนวด อาการดีขึ้นชั่วคราว แต่กลับมาเป็นซ้ำ
* ปวดหลังส่วนล่างเมื่ออยู่ในท่าเดิมนาน ๆ
* บางครั้งมีอาการปวดร้าวลงขาร่วมด้วย
* ขณะเดินหรือขยับตัว มักได้ยินเสียงกรอบแกรบตามข้อต่อ
* บางครั้งเมื่อนอนหงายแล้วยกขา จะมีเสียงลั่นบริเวณหลัง แต่ไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย
🎯🎯 เป้าหมายของเคสนี้

คนไข้ไม่ได้ต้องการเพียงให้อาการปวดลดลงชั่วคราว แต่ต้องการรู้ว่า

* อาการที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับอะไร
* ภาพความเสื่อมที่พบหมายความว่าอย่างไร
* ควรใช้ชีวิตและออกกำลังกายแบบไหน
* สามารถเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายได้หรือไม่
* จะลดโอกาสที่อาการจะกลับมารบกวนซ้ำได้อย่างไร
🔍 ขั้นตอนที่ 1: ตรวจให้เข้าใจ ก่อนเริ่มรักษา
แนวทางของ CO-HAND ไม่ได้เริ่มจากการเลือกเครื่องมือหรือกำหนดท่าออกกำลังกายทันที
แต่เริ่มจากการประเมินแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเชื่อมโยงระหว่าง
* อาการที่เกิดขึ้นจริง
* ผลจากภาพ X-ray หรือ MRI
* การเคลื่อนไหวของร่างกาย
* ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ
* พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
* เป้าหมายของผู้รับบริการ
📝 การตรวจร่างกาย (Physical Examination)
* Forward Head Posture
* Asymmetrical Shoulder Level
* Increased Thoracic Kyphotic Curve
* Increased Lumbar Lordotic Curve
📝 การตรวจแยกสาเหตุของอาการปวดหลัง
(Differential Diagnosis of LBP)
* Lumbar Disc Disease: Negative
* Lumbar Facet Joint Dysfunction: Positive
* Spinal Stenosis: Negative
* SI Joint Provocation Tests: Negative
* Trendelenburg Test: Positive
📝🧐 สรุปผลการตรวจร่างกาย
แม้ผล X-ray จะแสดงความเสื่อมและการเปลี่ยนแปลงของกระดูกสันหลัง แต่จากการตรวจร่างกาย พบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับอาการของเคสนี้มากกว่า ได้แก่
* การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังลดลง
* กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
* ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อสะโพกลดลง
* การควบคุมลำตัวและเชิงกรานยังไม่ดีเพียงพอ
* มีความกังวลต่อการเคลื่อนไหวบางทิศทาง
* หลีกเลี่ยงการใช้งานร่างกายเพราะกลัวว่าจะทำให้อาการแย่ลง
📌📌 เมื่อกระดูกสันหลัง ลำตัว และสะโพกทำงานร่วมกันได้ไม่ดี ร่างกายอาจกระจายแรงจากการเดิน นั่ง ยืน หรือยกของได้ไม่เหมาะสม
หลังจึงต้องรับภาระมากขึ้นในบางช่วง ส่งผลให้เกิดอาการปวด ตึง หรือเมื่อยล้าได้ง่ายกว่าปกติ
📌📌 สิ่งสำคัญคือ
**“อาการปวดไม่ได้หมายความว่า โครงสร้างของหลังกำลังเสียหายเพิ่มขึ้นทุกครั้ง”**

แต่อาจเป็นสัญญาณว่า ในช่วงเวลานั้นร่างกายมีความสามารถในการเคลื่อนไหวและรับแรงลดลง หรือมีความไวต่อการใช้งานมากกว่าปกติ
หากมีอาการปวดรุนแรงขึ้น ชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น เดินลำบากขึ้น หรือมีความผิดปกติด้านการขับถ่าย ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
🔺 เป้าหมายของการรักษา
ไม่ใช่การทำให้ภาพ X-ray หรือ MRI กลับมาเหมือนเดิม8
แต่คือการเพิ่มความสามารถของร่างกายให้สามารถ

* เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
* ควบคุมลำตัวได้ดีขึ้น
* รับแรงได้มากขึ้น
* ทำกิจกรรมได้นานขึ้น
* กลับไปใช้ชีวิตและออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ
🧭 แนวทางการรักษาของ CO-HAND
🔺ASSESS-RESTORE-REBUILD-RETURN🔺
ตรวจให้เข้าใจ
ฟื้นการเคลื่อนไหว
สร้างความแข็งแรง
กลับไปใช้ชีวิต
🔺 ระยะที่ 1: RESTORE
ลดอาการปวดและฟื้นความมั่นใจในการเคลื่อนไหว
ใช้เทคนิค **Manual Therapy** และ **Mulligan Mobilization with Movement (MWM)** เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการเคลื่อนไหวในทิศทางที่มีอาการได้ดีขึ้น
ทุกเทคนิคจะทำร่วมกับการประเมินการตอบสนองของร่างกาย ไม่ได้ใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกคน
แนวทางในระยะนี้ ได้แก่
* ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการปวดและความเสื่อม
* ลดความกลัวต่อการเคลื่อนไหว
* ฟื้นการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง
* ฝึกการหายใจ
* ฝึกควบคุมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว
* ค่อย ๆ เพิ่มการเคลื่อนไหวในทิศทางที่ร่างกายรับได้
🔺 ระยะที่ 2: REBUILD
สร้างความแข็งแรงและเพิ่มความสามารถในการรับแรง
ใช้ **Pilates, Corrective Exercise และ Therapeutic Exercise** โดยอาจใช้เครื่อง Pilates เป็นอุปกรณ์ช่วยในการควบคุมแรงและการเคลื่อนไหว
โปรแกรมนี้ไม่ใช่การเล่น Pilates แบบทั่วไป
แต่เป็นการนำผลตรวจร่างกายมาวางแผนเลือก
* ท่าออกกำลังกาย
* ระดับแรงต้าน
* ช่วงการเคลื่อนไหว
* กลุ่มกล้ามเนื้อที่ต้องพัฒนา
* ปริมาณการฝึกที่เหมาะสมกับแต่ละคน
เป้าหมายในระยะนี้ ได้แก่
* เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและลำตัว
* ฝึกการทรงตัว
* ฝึกควบคุมการเคลื่อนไหว
* เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ
* เพิ่มความสามารถในการรับแรงของร่างกาย
🔺 ระยะที่ 3: RETURN
กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ
ใช้ **Functional Training Exercise** เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมกับกิจกรรมจริงในชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ทำงาน ยกของ ออกกำลังกาย หรือกลับไปเล่นกีฬา
เป้าหมาย คือ
* เดินและทำกิจกรรมได้นานขึ้น
* อยู่ในท่าทางต่าง ๆ ได้นานขึ้น
* กลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้
* มีความมั่นใจในการใช้ร่างกาย
* เรียนรู้วิธีดูแลตัวเองในระยะยาว
* ลดปัจจัยที่อาจทำให้อาการกลับมารบกวนซ้ำ
📝🧐 จากหลักฐานวิจัยในปัจจุบัน วงการดูแลกระดูกสันหลังเริ่มมองว่า “ความเสื่อม” ไม่ได้เกิดจากการนั่งผิดท่าหรือยกของหนักเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นผลรวมจากหลายปัจจัยที่สะสมมาตลอดชีวิต เช่น
* อายุ
* พันธุกรรม
* สุขภาพโดยรวม
* น้ำหนักตัว
* ระบบเผาผลาญ
* การสูบบุหรี่
* ประวัติการบาดเจ็บ
* รูปแบบการใช้ชีวิ
ลองนึกภาพสุขภาพของหมอนรองกระดูกเหมือน “ต้นไม้” 🌳
ต้นไม้หนึ่งต้นไม่ได้แข็งแรงจากปัจจัยเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทั้งน้ำ สารอาหาร สภาพแวดล้อม และการดูแลอย่างต่อเนื่อง
สุขภาพของกระดูกสันหลังก็เช่นเดียวกัน
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับท่านั่งหรือการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว แต่สัมพันธ์กับสุขภาพของร่างกายโดยรวมตลอดหลายปีที่ผ8
🔺 ปัจจัยที่อาจสัมพันธ์กับความเสื่อมของหมอนรองกระดูก ได้แก่
* อายุที่เพิ่มขึ้น
* พันธุกรรม
* น้ำหนักตัวที่สูงเกินเกณฑ์
* การสูบบุหรี่
* โรคเบาหวาน
* ไขมันในเลือดสูง
* สุขภาพระบบเผาผลาญที่ไม่เหมาะสม
* ประวัติการบาดเจ็บสะสมในอดีต
การดูแลหลังจึงไม่ควรเริ่มต้นเฉพาะวันที่คุณมีอาการปวด
แต่ควรเริ่มจาก
* การรักษามวลกล้ามเนื้อ
* การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับเหมาะสม
* การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
* การนอนหลับที่มีคุณภาพ
* การลดหรือเลิกสูบบุหรี่
* การดูแลสุขภาพของระบบเผาผลาญ
📌📌เพราะท้ายที่สุดแล้ว
**“ความเสื่อม” ไม่ได้สะท้อนเพียงสุขภาพของกระดูกสันหลัง**
แต่อาจเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของสุขภาพร่างกายโดยรวม
แนวทางของ CO-HAND จึงไม่ได้มองเพียงว่า
**“ภาพถ่ายพบอะไร?”**
แต่เราต้องการเข้าใจว่า
“วันนี้ร่างกายของคุณยังทำอะไรได้บ้าง อะไรที่ทำไม่ได้ และต้องฟื้นส่วนใดเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้ดีขึ้น”
📚 References
Brinjikji W, Luetmer PH, Comstock B, et al. Systematic literature review of imaging features of spinal degeneration in asymptomatic populations. AJNR Am J Neuroradiol. 2015;36(4):811–816. doi:10.3174/ajnr.A4173
Guo W, Li BL, Zhao JY, Li XM, Wang LF. Causal associations between modifiable risk factors and intervertebral disc degeneration. Spine J. 2024;24(2):195–209. doi:10.1016/j.spinee.2023.10.021
Hoffeld K, Lenz M, Egenolf P, et al. Patient-related risk factors and lifestyle factors for lumbar degenerative disc disease: a systematic review. Neurochirurgie. 2023;69(5):101482. doi:10.1016/j.neuchi.2023.101482
#รักษาที่ต้นเหตุ
#1เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้99เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนไป
🔺 The 1% that matters 🔺

🤍 Contact
🤙🏻 Phone: 064 229 7991
📩 Inbox: m.me/337742299412608
✅ Line: https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location: https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎 โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
CO-HAND Physical Therapy Clinic
#ปวดหลังเรื้อรัง
#ปวดหลังส่วนล่าง
#ปวดหลังร้าวลงขา
#กระดูกสันหลังเสื่อม
#หมอนรองกระดูกเสื่อม



CO-HAND — 2 YEARSสองปีที่เดินทางมาปีที่สามกำลังเริ่มต้นและการเดินทางจะดำเนินต่อไป🤎 จุดเริ่มต้นจากความเชื่อเราเริ่มต้น CO...
07/08/2026

CO-HAND — 2 YEARS
สองปีที่เดินทางมา
ปีที่สามกำลังเริ่มต้น
และการเดินทางจะดำเนินต่อไป
🤎 จุดเริ่มต้นจากความเชื่อ
เราเริ่มต้น CO-HAND จากความเชื่อว่า
“การดูแลร่างกายควรเกิดขึ้นก่อนวันที่เจ็บ”
เราอยากเปลี่ยนการดูแลสุขภาพ
จากการรอให้เกิดปัญหา ไปสู่การป้องกัน
ก่อนที่ร่างกายจะสูญเสียความสามารถบางอย่างไป
แต่เมื่อได้ลงมือทำจริง
เราจึงเข้าใจว่าการป้องกันไม่ง่ายอย่างที่คิด
เพราะในชีวิตของทุกคนมีทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย หน้าที่
และสิ่งสำคัญอีกมากมายที่ต้องเลือกก่อนเสมอ
สุขภาพจึงมักถูกวางไว้ข้างหลังตราบใดที่ร่างกายยังไม่ส่งเสียงดังพอ
สิ่งภายนอกมักมองเห็นและชี้วัดมูลค่าได้ง่าย
บ้านมีราคารถมีราคางานมีผลลัพธ์เวลาเปลี่ยนเป็นเงินได้
แต่การเดินได้ หายใจได้ นอนหลับได้
และใช้ชีวิตอย่างอิสระ
กลับไม่มีตัวเลขบอกว่ามีค่าแค่ไหน
จนถึงวันที่ความสามารถธรรมดาเหล่านั้นเริ่มหายไป ….
🙌🏻 ตลอดสองปีที่ผ่านมา เราจึงได้เรียนรู้ว่า บางครั้งสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด แต่อาจมีคุณค่ามากที่สุด คือ
“การได้หายใจอย่างเต็มที่และมีชีวิตอยู่กับช่วงเวลาตรงหน้า”
การดูแลเริ่มต้นจากความเข้าใจ
เราเชื่อว่า การดูแลไม่ได้เริ่มจากเทคนิคหรือเครื่องมือ
แต่เริ่มจาก…
การพูดคุย การรับฟังและการพยายามทำความเข้าใจคนตรงหน้า
เพราะแต่ละคนมีร่างกาย ชีวิต ความกลัว
และเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน
การดูแลจึงไม่ควรถูกออกแบบ
จากคำวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และต้องให้เวลาอย่างเพียงพอ
ระหว่างทาง เราได้เห็นทั้งความเป็นและความตาย
เห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปผ่านคนไข้ ทีม และทุกสิ่งรอบตัว
บางคนกลับไปใช้ชีวิตที่รักบางคนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่เปลี่ยนไปบางคนเข้ามา บางคนจากไป
และพวกเราเองก็ไม่เคยเป็นคนเดิม
ทั้งหมดทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น พร้อมกับยอมรับว่า เรายังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่เข้าใจ
ความผิดพลาด
เราเคยคิดว่าเรารับฟังกันได้ดีแต่วันนี้ เรารู้ว่ายังฟังได้ดีกว่านั้น
เราเคยคิดว่าความรู้และวิธีการที่มีเพียงพอแต่เมื่อเคสซับซ้อนขึ้น
คำตอบเดิมก็อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ทั้งการดูแลกระดูกคอ หลังส่วนล่าง ไปจนถึงวิธีคิด
การเก็บข้อมูล และการติดตามผล
ยังมีอีกหลายมิติที่เรามองไม่เห็น
สิ่งที่ผิดพลาดจึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่ต้องแก้ไข แต่คือสิ่งที่คอยเตือนพวกเราว่า
“อย่ารีบคิดว่าเราเข้าใจใครทั้งหมด
และอย่าหยุดพัฒนาเพียงเพราะสิ่งที่ทำอยู่เคยได้ผล”
🕊️ อุปสรรค
หนึ่งในอุปสรรคที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวกเรา
คือ “เวลา” ⏳
เวลาที่มีกับสิ่งที่อยากทำไม่เคยเพียงพอกัน
เราอยากมีเวลาและสุขภาพที่ดีไปตลอด
แต่ความจริงคือ ไม่มีใครสามารถมีทุกอย่างพร้อมกันได้
เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องการเลือก
ไม่ใช่เพียงเลือกว่าจะทำอะไร�แต่ต้องรู้ด้วยว่าอะไรสำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น
เราอยากสร้างพื้นที่ออกกำลังกายอยากมีสถานที่ที่ใหญ่ขึ้นดีขึ้น และเดินทางสะดวกขึ้น
เราอยากพัฒนาหลายสิ่งให้เกิดขึ้นพร้อมกัน
แต่บางสิ่ง แม้จะเป็นสิ่งที่เราอยากทำมากเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่า วันนี้คือเวลาที่เหมาะสม
“เพราะการรู้ว่าเมื่อไรควรเดินหน้าสำคัญพอ ๆ กับการยอมรับว่าเมื่อไรเรายังควรรอ”
🚶🏻‍♂️🚶🏻‍♂️🚶🏻‍♂️เมื่อกำลังเข้าสู่ปีที่ 3เราเลือกเปลี่ยนวิธีคิดใหม่
เราเริ่มมองหาทีมที่เชื่อในสิ่งเดียวกัน
มองหาเครื่องมือที่ช่วยลดเวลาและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
พร้อมเปิดรับมุมมองจากคนไข้ ทีม พาร์ตเนอร์
และคนจากศาสตร์อื่นมากกว่าเดิม
แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเรายังยืนยันในแก่นเดิม
🙌🏻 สองมือ การรับฟัง และความเข้าใจในแต่ละคน
🏋🏻‍♂️🏋️ การเลือกใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายจาก ELEIKO
จึงไม่ใช่การนำเครื่องมือมาแทนที่สองมือ
แต่คือการต่อยอดจากการรักษา
ไปสู่การสร้างร่างกายที่แข็งแรง
และสามารถพึ่งพาตัวเองได้
📝 🤹🏻‍♀️ในด้าน Cervical เราก็เริ่มพัฒนาสิ่งใหม่
ทั้งเครื่องมือ การประเมิน การเก็บข้อมูล และการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจเคสที่ซับซ้อนให้ลึกกว่าเดิม
และเราไม่อยากให้ความรู้เหล่านี้หยุดอยู่เพียงภายใน CO-HAND
🪂🪂 เราจึงเริ่มแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้กับบุคลากรที่สนใจ เพื่อให้ทุกคนได้ทดลอง ตั้งคำถาม แลกเปลี่ยน และพัฒนาความรู้นั้นต่อไปด้วยกัน
…เพราะความรู้ไม่ได้มีคุณค่าจากการครอบครองแต่มีคุณค่าเมื่อถูกส่งต่อและพัฒนาให้ดีกว่าเดิม…
🕊️ บทเรียนที่ยิ่งใหญ่
บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา
มาจากทุกคนที่อยากให้เราหยุดและรับฟัง
ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสายวิชาชีพเดียวกับเราหรือไม่ก็ตาม
พวกเขาทำให้เราเข้าใจว่า
บางเส้นทางไม่มีใครยืนยันว่าถูก
และไม่มีตัวเลขรับประกันว่าจะสำเร็จ
ในบางช่วงเวลา
สิ่งเดียวที่พาเราเดินต่อได้ คือ “ความเชื่อ”
🕊️ วันนี้เราจึงไม่ได้พยายามคว้าเพียงความสำเร็จ
แต่เลือกคว้าความล้มเหลวแต่ละครั้ง
กลับมาเป็นบทเรียนให้ได้มากที่สุด
เราเรียนรู้ว่า
ไม่ใช่ทุกคนจะคิดเหมือนเราไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร
บางคนอาจมองว่าบ้าบางคนอาจมองว่าไม่คุ้ม
แต่เราได้เรียนรู้ว่าความสุขของแต่ละคนมีความหมายไม่เท่ากัน
สำหรับบางคน อาจเป็นการกลับไปวิ่งสำหรับบางคน อาจเป็นการกลับไปทำงาน
สำหรับบางคน เพียงแค่ได้นอนหลับ อุ้มลูก หรือเดินออกจากบ้านด้วยตัวเองอีกครั้ง ก็เพียงพอแล้ว
“ไม้บรรทัดของเราจึงไม่ควรถูกใช้วัดชีวิตของใคร”
และสำหรับเรา ทุกสิ่งที่ผ่านมาเกิดความคุ้มค่าขึ้นทันที เมื่อได้ยินใครสักคนบอกว่า
🤎 “วันนี้ ผมกลับไปทำสิ่งที่รักได้แล้วจริง ๆ”
🕊️การส่งต่อ
ทั้งหมดที่เล่ามา
ไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่า CO-HAND
เดินทางมาไกลแค่ไหน…
แต่เพื่อยอมรับตามตรงว่า
“ที่แห่งนี้ยังมีอีกมากที่ต้องเรียนรู้และยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้”
เราจึงอยากตามหาคนจากทุกสายอาชีพที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นกายภาพบำบัด การออกกำลังกาย วิทยาศาสตร์การกีฬา สุขภาพ จิตวิทยา พฤติกรรม เทคโนโลยี ข้อมูล การออกแบบพื้นที่ การสื่อสาร ธุรกิจ
หรือศาสตร์อื่น ที่เราอาจยังนึกไม่ถึง
เราอยากพบคนที่มองเห็นและเชื่อในเรื่องเดียวกัน
คนที่ไม่ได้เพียงเห็นด้วยแต่อยากลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง
เราไม่ได้มองหาคนเข้ามาทำตามสิ่งที่เราสร้างไว้
แต่กำลังมองหาคนที่จะเข้ามาตั้งคำถาม
มองเห็นสิ่งที่เรายังมองไม่เห็น
และนำความรู้ของตัวเองเข้ามาทดลอง รังสรรค์
และพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม
🕊️ เรามีบทเรียนจากสองปีที่ผ่านมา
และมีพื้นที่ให้คุณคิด ทดลอง ผิดพลาดและสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
เพราะการส่งต่อที่แท้จริง ไม่ใช่การฝากให้ใครรักษาทุกอย่างไว้เหมือนเดิม
“แต่คือการเปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปสร้างบางสิ่งที่ดีกว่าเดิมขึ้นมา”
การเดินทางบทใหม่
🔺🔺 สองปีแรก คือ เส้นทางที่เราร่วมกันเดินมา
🔺🔺🔺 ปีที่สาม คือ การเริ่มต้นบทใหม่
เราอาจยังมองไม่เห็นเกาะยังไม่รู้ว่าปลายทางอยู่ที่ไหน
และยังไม่รู้ว่าต้องผ่านคลื่นลมอีกมากเท่าไร
แต่เรายังเชื่อในเส้นทางเชื่อในผู้คนที่ร่วมเดินทาง
และเชื่อว่าสิ่งที่เริ่มต้นจากสองมือจะถูกส่งต่อไปยังมือของคนรุ่นต่อไป
สองปีที่เดินทางมาปีที่สามกำลังเริ่มต้นและการเดินทางจะยังคงดำเนินต่อไป
🤎 โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
CO-HAND Physical Therapy Clinic

🎬 หนังหนึ่งเรื่อง บางครั้งก็ทำให้เรากลับไปอ่านหนังสืออายุเกือบ 3,000 ปีเมื่อ Christopher Nolan เลือกหยิบ The Odyssey มาส...
05/08/2026

🎬 หนังหนึ่งเรื่อง บางครั้งก็ทำให้เรากลับไปอ่านหนังสืออายุเกือบ 3,000 ปี

เมื่อ Christopher Nolan เลือกหยิบ The Odyssey มาสร้างเป็นภาพยนตร์

ผมเลยกลับไปเปิดอ่านมหากาพย์กรีกเรื่องนี้อีกครั้ง

แล้วก็พบว่า

สิ่งที่ทำให้ The Odyssey ถูกเล่ามานานหลายพันปี ไม่ใช่เพราะสงคราม ⚔️ การผจญภัย 🌊 หรือสัตว์ประหลาดในตำนาน

แต่เป็นเพราะมันกำลังเล่าเรื่อง…

“การเดินทางกลับไปหาสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต”

ระหว่างที่อ่าน ผมกลับนึกถึงคนไข้ของ CO-HAND อยู่ตลอด

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่คนไข้ต้องการ ไม่ใช่แค่การไม่มีอาการ

แต่คือการได้ กลับไปใช้ชีวิตที่ตัวเองคิดถึงอีกครั้ง ❤️

และนั่นคือสิ่งที่ CO-HAND พยายามทำในทุกการรักษา

วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมาดู 7 ข้อคิดจาก The Odyssey ที่เปลี่ยนมุมมองของผมต่อการรักษา และสะท้อนตัวตนของ CO-HAND มากกว่าที่คิด

WHAT IS YOUR ITHACA? 🏝️

Because Every Treatment Needs a Destination.

เวลาผมเจอคนไข้ ผมมักถามว่า…

“ถ้าหายแล้ว…คุณอยากกลับไปทำอะไร?”

เพราะคำตอบนั้น คือ ปลายทางของการรักษา

บางคนอยากกลับไปขับรถ 🚗
บางคนอยากกลับไปเดินห้าง 🛍️
บางคนอยากก้มลงอุ้มสุนัข 🐶
บางคนอยากดูแลคนที่รัก ❤️
บางคนแค่อยากกลับไปวิ่งอีกครั้ง 🏃

เราไม่ได้รักษา เพื่อให้ผลตรวจสวยขึ้น

เราไม่ได้รักษา เพื่อให้อาการหายไปเท่านั้น

เราออกแบบการรักษา เพื่อพาคุณกลับไปยัง “Ithaca” ของตัวเอง ✨

“Healing is not about removing symptoms.
It’s about helping people return to the life they love.”

CO-HAND Physical Therapy Clinic
Helping You Find Your Way Home. 🏡

👇 อ่าน 7 ข้อคิดจาก The Odyssey ต่อได้ในคอมเมนต์ครับ

1%ที่จะทำให้99%เปลี่ยนไป
🔺The 1% that matters🔺

🤍Contact
🤙🏻 Phone : 064 229 7991
📩 Inbox : m.me/337742299412608
✅ Line : https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location : https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
Co-hand Physical Therapy Clinic

จากสังเวียนมวยไทย สู่สนาม HYROXต่างสนาม ต่างบททดสอบ แต่สิ่งที่ใช้เหมือนกันคือ “วินัย”ทุกการซ้อม ทุกหยาดเหงื่อ และทุกความ...
01/08/2026

จากสังเวียนมวยไทย สู่สนาม HYROX
ต่างสนาม ต่างบททดสอบ แต่สิ่งที่ใช้เหมือนกันคือ “วินัย”
ทุกการซ้อม ทุกหยาดเหงื่อ และทุกความเจ็บปวด
กำลังพาเขาเข้าใกล้เป้าหมายในวันที่ 14.08.2026
เตรียมพบกับ คลิปเบื้องหลังการฝึกซ้อม
เส้นทางการเตรียมร่างกาย และบทพิสูจน์ครั้งใหม่
จากนักมวยไทย สู่การแข่งขัน HYROX เร็ว ๆ นี้
DISCIPLINE OVER EVERYTHING.
ROAD TO HYROX | CO-HAND × P.K. SAENCHAI
🤍Contact
🤙🏻 Phone : 064 229 7991
📩 Inbox : m.me/337742299412608
✅ Line : https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location : https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
Co-hand Physical Therapy Clinic

เวียนศีรษะ โคลงเคลงเรื้อรัง อย่าเพิ่งซื้อยากินเอง 😀วันนี้ขอมาแชร์อีกมุมนึงของเคส ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งคนไข้และผ...
01/08/2026

เวียนศีรษะ โคลงเคลงเรื้อรัง อย่าเพิ่งซื้อยากินเอง 😀
วันนี้ขอมาแชร์อีกมุมนึงของเคส ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งคนไข้และผู้รักษานะครับ
เป็นเคสหญิงไทย อายุ 40 ปี
-มีอาการเวียนศีรษะ โคลงเคลง เป็น ๆ หาย ๆ มาหลายเดือน
-ไปพบแพทย์ ได้รับยาแล้วอาการดีขึ้นช่วงหนึ่ง
-แต่เมื่ออาการกลับมา ก็ซื้อยาตัวเดิมกินเองวนแบบนี้อยู่ประมาณ 6 เดือน

จนสุดท้ายอาการไม่หายเสียที
หลายคนอาจคิดว่า ถ้ากินยาแล้วดี ก็แปลว่าต้องกินต่อ ส่วนใหญ่ทุกคนอาจคิดแบบนี้ไหมครับ

🔺แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป🔺

ซึ่งเรื่องยาเป็นสิ่งสำคัญในการซักประวัติเคสเวียนศีรษะเช่นกัน
ซึ่งการเริ่มถามว่า ตอนนี้กินยาอะไรอยู่?
หลายครั้งคนไข้ตอบไม่ได้ เพราะคนไข้บางท่านอาจไม่รู้จักยาขนาดนั้น
ดังนั้น ผมจะให้คนไข้ของเรา

-ถ่ายรูปแผงยาหรือ ซองยา ฉลากยามาให้ดูเพราะแค่ชื่อยา ก็ช่วยให้เราพอเดาแนวทางการรักษาเดิมได้
หลังจากนั้น ผมจะถามต่ออีก 3 เรื่อง
-กินมานานแค่ไหนแล้ว?
-กินทุกวัน หรือกินเฉพาะเวลามีอาการ?
-กินแล้วง่วงหรือซึมหรือไม่?
คำถามสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด
เพราะยาหลายชนิดทำให้ง่วง
และในผู้สูงอายุหรือคนที่เดินไม่มั่นคงอยู่แล้ว ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้

🎈เคสนี้กินยาอะไร?
เคสนี้บอกว่า เป็นยาเทาแดง
คนไข้รับประทาน Flunarizine 10 mg
ต่อเนื่องมาประมาณ 6 เดือน

ซึ่ง Flunarizine เป็นยากลุ่ม calcium channel blocker ที่มีฤทธิ์กดการทำงานของระบบเวสทิบูลาร์ (vestibular suppressant) โดยลดการตอบสนองของเซลล์รับความรู้สึกในหูชั้นในและวงจรประมวลผลใน vestibular nuclei จึงช่วยลดอาการเวียนศีรษะในบางภาวะได้ พูดง่าย ๆ คือ ช่วยลดอาการเวียนศีรษะแต่ไม่ได้ซ่อมระบบการทรงตัวที่ผิดปกติ

แล้วทำไมกินนาน ๆ ถึงไม่หาย?
ตรงนี้คือหัวใจของเรื่องหลายคนไม่รู้ว่า
หลังหูชั้นในผิดปกติสิ่งที่ทำให้เรากลับมาเดินได้เหมือนเดิม ไม่ใช่ยา
แต่คือ. สมองกำลังเรียนรู้ใหม่กระบวนการนี้เรียกว่า
Vestibular Compensation
หรือ การที่สมองปรับตัว หลังระบบการทรงตัวเสีย ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระยะด้วยกัน

🎯ระยะที่ 1 : Acute Phase
ช่วงชั่วโมงแรก ๆ หลังเกิดปัญหา อาการจะหนักมาก โลกหมุน
คลื่นไส้ อาเจียน เดินไม่ได้ ช่วงนี้ ยาที่เกี่ยวกับ Vestibular suppressants
มีประโยชน์มาก เพราะช่วยลดอาการเฉียบพลันทำให้คนไข้ผ่านช่วงที่ทรมานที่สุดไปได้จึงเหมาะกับการใช้ ระยะสั้น ในภาวะเฉียบพลัน

🎯ระยะที่ 2 : Static Compensation
ประมาณ 2–3 วัน ถึงหลายสัปดาห์ สมอง โดยเฉพาะ cerebellum จะเริ่มช่วยปรับสมดุลการทำงานของ vestibular nuclei แม้หูข้างที่เสียจะยังส่งสัญญาณผิดปกติ แต่อาการเวียนขณะอยู่นิ่งจะค่อย ๆ ลดลง
คนไข้เริ่มนั่งได้ยืนได้ แต่ พอหันหัวเร็ว เดินเร็ว หรือเปลี่ยนท่า ก็ยังเวียนอยู่

🎯ระยะที่ 3 : Dynamic Compensation
ช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน นี่คือช่วงสำคัญที่สุดสมองจะเริ่มเรียนรู้ใหม่ผ่าน 3 กลไกหลัก

1. Adaptation
ฝึกระบบ Vestibulo-Ocular Reflex (VOR) ให้ดวงตากลับมาคงภาพได้แม้ศีรษะเคลื่อนไหว

2. Substitution
ถ้าหูทำงานได้ไม่เต็มที่ สมองจะเรียนรู้ที่จะใช้ การมองเห็น (Vision) และการรับความรู้สึกจากข้อและกล้ามเนื้อ (Proprioception) มาช่วยรักษาสมดุล

3. Habituation
เมื่อทำกิจกรรมที่เคยกระตุ้นอาการซ้ำ ๆ อย่างเหมาะสม สมองจะค่อย ๆ ชิน
และตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นน้อยลง

แล้วถ้ายังกิน Vestibular Suppressant ต่อ?

💪🏻💪🏻ลองนึกภาพแบบนี้ เหมือนเด็กกำลังหัดเดินแต่มีคนอุ้มไว้ตลอดเวลาเด็กก็ไม่เคยได้ฝึกการทรงตัวด้วยตัวเอง
Vestibular suppressants ก็คล้ายกันมันช่วยลดอาการ

แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องโดยไม่มีข้อบ่งชี้
สมองได้รับ ข้อมูลจากหูชั้นใน น้อยลง
จึงอาจทำให้การเรียนรู้หรือ vestibular compensation ช้าลง โดยเฉพาะเมื่อพ้นระยะเฉียบพลันแล้ว หลายแนวทางจึงแนะนำให้หยุดยาเมื่ออาการเฉียบพลันดีขึ้น และเริ่มการฟื้นฟูระบบทรงตัวให้เร็วที่สุด

เมื่อหยุดยา หลายคนจึงรู้สึกว่า เวียนกว่าเดิม จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่โรคแย่ลง แต่สมองกำลังเริ่มรับข้อมูลจริงอีกครั้ง และกำลังเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ใหม่

แล้วต้องทำอย่างไรหลังอาการเฉียบพลันผ่านไป สิ่งสำคัญคือ

Vestibular Rehabilitation
ไม่ว่าจะเป็น
-ฝึก VOR
-ฝึกการทรงตัว
-ฝึกการเดิน
-ฝึกการหันศีรษะ
-ฝึกการใช้สายตาและระบบรับความรู้สึกจากร่างกายร่วมกัน
ในช่วงแรก อาการอาจเวียนมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ เพราะสมองกำลังเรียนรู้
แต่เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง ระบบจะค่อย ๆ ปรับตัว และอาการจะลดลงในระยะยาว

แล้วมียาแบบไหนบ้าง
จริง ๆ ยาแก้เวียนศีรษะไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
Vestibular Suppressants ใช้กดการทำงานของระบบทรงตัว เหมาะในระยะเฉียบพลัน ส่วนใหญ่ไม่เกิน 3-5วัน -Flunarizine-Dimenhydrinate-Meclizine-Promethazine-Cinnarizine-Diazepam , Clonazepam หรือ Lorazepam (ใช้เฉพาะบางกรณี)
ข้อควรระวัง-ง่วง-เพิ่มความเสี่ยงหกล้ม-ไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เพราะอาจยับยั้ง vestibular compensation

2. Non-Vestibular Suppressants
ไม่ได้กดระบบทรงตัวโดยตรง แต่ใช้รักษาสาเหตุของโรค
เช่น
กลุ่ม Batahistine (SERC,Merilone)
กลุ่ม Antiemetics (Promethazine,Prochlorperazine,Metoclopramide,Ondansetron)

สุดท้าย.ผมไม่ได้บอกว่า
"ยาไม่ดี"เพราะในระยะเฉียบพลัน
ยาอาจจำเป็นมากแต่ถ้าคุณยังเวียนมาเป็นเดือน
หรือเป็นปีคำถามสำคัญอาจไม่ใช่
"กินยาอะไรดี?"
แต่อาจเป็น
"สมองของคุณ ได้รับโอกาสให้เรียนรู้และฟื้นตัวแล้วหรือยัง?"
เพราะสำหรับผู้ป่วยเวียนศีรษะเรื้อรังจำนวนไม่น้อย

ยาเป็นเพียงตัวช่วยลดอาการในช่วงแรกแต่การกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

มักเกิดจากการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการฟื้นฟูระบบการทรงตัว (Vestibular Rehabilitation) ให้สมองกลับมาเรียนรู้และปรับตัวอีกครั้ง มากกว่าการพึ่งยาเพียงอย่างเดียวครับ

1%ที่จะทำให้99%เปลี่ยนไป
🔺The 1% that matters🔺

🤍Contact
🤙🏻 Phone : 064 229 7991
📩 Inbox : m.me/337742299412608
✅ Line : https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location : https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
Co-hand Physical Therapy Clinic
#ไมเกรนเกิดจากอะไร #ยาแก้ไมเกรน
#ไมเกรนห้ามกินอะไร #ไมเกรนคืออะไร #วิธีรักษาไมเกรน #เวียนหัวคลื่นไส้พะอืดพะอมบ้านหมุนวิธีแก้ #ตื่นนอนแล้วเวียนหัววิธีแก้ #อาการบ้านหมุนหายเองได้ไหม #รักษาอาการเวียนหัว #รักษาอาการบ้านหมุน #นอนตกหมอนปวดคอ #นอนตกหมอนปวดคอกี่วันหาย #ปวดคอบ่าไหล่ข้างเดียว #ปวดคอนอนตกหมอน #รักษาอาการปวดคอ

🧨 เดินแล้วชาขา นั่งพักแล้วอาการดีขึ้นเมื่ออาการชาลงขา…ไม่ได้เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสมอไป🧨🧨 หลายคนที่มีอาการปว...
31/07/2026

🧨 เดินแล้วชาขา นั่งพักแล้วอาการดีขึ้น
เมื่ออาการชาลงขา…ไม่ได้เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสมอไป
🧨🧨 หลายคนที่มีอาการปวดหลังร่วมกับอาการชาหรือปวดร้าวลงขา มักคิดว่าเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” และกังวลว่าจะต้องผ่าตัด
แต่ในความเป็นจริง อาการลักษณะนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือ Lumbar Spinal Stenosis (ภาวะโพรงประสาทตีบแคบ) ซึ่งมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
วันนี้ของมาแชร์เคสจริง ที่ปวดหลัง
ร้าวลงขา แต่ไม่ใช่หมอนรองทับเส้น
🌳 Patient History
⁃ ชายไทย อายุ 50 ปี
⁃ BMI: มากกว่าปกติ
⁃ อาชีพ: เจ้าของธุรกิจ
⁃ ลักษณะงาน: นั่งทำงาน สลับกับการยืนและเดิน
⁃ เคยมีประวัติปวดหลังร้าวลงขามาก่อน และรักษาจนอาการดีขึ้น
🌳 Chief Complaint (อาการสำคัญ)
ปวดหลังร่วมกับอาการชาร้าวลงขาด้านขวา เป็นมานานประมาณ 10 เดือน
🔺 อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อ🔺
⁃ เดินประมาณ 5–10 นาที
⁃ ยืนนาน
⁃ แอ่นหลัง
🔺แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อ🔺
⁃ นั่งพัก
⁃ ก้มตัวไปด้านหน้า
⁃ ใช้รถเข็นในห้างช่วยพยุงตัวขณะเดิน
เคสนี้กังวลว่าตัวเองเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” และอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด
🧐📝 Clinical Question
ก่อนเริ่มรักษา สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การรีบทำการรักษา แต่คือการหาคำตอบว่า
“อาการชาลงขานี้เกิดจากอะไรกันแน่?”
เพราะหากรักษาตรงกับสาเหตุ โอกาสที่อาการจะดีขึ้นก็มีมากกว่า
📝 Subjective Examination (การซักประวัติ)
จากการซักประวัติ พบข้อมูลที่ช่วยบอกสาเหตุของอาการหลายอย่าง เช่น
⁃ ไม่มีประวัติยกของหนักก่อนเริ่มมีอาการ
⁃ เดินได้ไม่นานก็เริ่มชาและต้องหยุดพัก
⁃ เมื่อก้มตัว อาการกลับดีขึ้น
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า อาการไม่ได้มีลักษณะเหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาททั่วไป
📝 Objective Examination (การตรวจร่างกาย)
🔺Postural Analysis
⁃ Rt. shoulder level higher than Lt.
⁃ Round shoulder
⁃ Increase lumbar lordotic curve
⁃ Footprint analysis: Flat feet
🔺Movement Loss of Lx. Spine
ตรวจการเคลื่อนไหวของหลัง
⁃ Lumbar extension ทำให้อาการชาลงขาเพิ่มขึ้น
🔺Neurodynamic Test
ตรวจการตึงของเส้นประสาท
⁃ Straight Leg Raise : Negative
⁃ Slump Test : Negative
ผลการตรวจเส้นประสาทไม่พบลักษณะที่สนับสนุนการกดทับจากหมอนรองกระดูก
🧐📝 Clinical Reasoning
จากประวัติและผลการตรวจทั้งหมด พบว่าอาการของเคสนี้แตกต่างจาก Lumbar Disc Herniation ซึ่งมักมีอาการมากขึ้นเมื่อก้มตัว นั่งนาน ไอ หรือจาม
แต่เคสนี้กลับมีอาการมากขึ้นเมื่อเดิน ยืน และแอ่นหลัง และอาการดีขึ้นเมื่อก้มตัว ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยใน Lumbar Spinal Stenosis
เพื่อยืนยันสมมติฐาน จึงส่งตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทาง
🩻 ผล MRI พบว่า
⁃ Central Canal Stenosis ระดับ L4-L5
⁃ Facet Joint Hypertrophy
⁃ Ligamentum Flavum Hypertrophy
⁃ Mild Disc Bulging
⁃ ไม่พบ Disc Extrusion หรือ Nerve Root Compression จากหมอนรองกระดูก
📝🧨 ผลตรวจจึงสอดคล้องกับอาการของเคสว่าเกิดจาก Lumbar Spinal Stenosis มากกว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
🗺️🧭 การวางแผนการรักษา (แบบไม่ผ่าตัด)
การรักษาไม่ได้เน้นเฉพาะบริเวณหลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินและดูการทำงานของร่างกายโดยรวม ทั้งข้อสะโพก การเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน
🎯Treatment Goal
ระยะสั้น
⁃ ลดอาการชา
⁃ เพิ่มระยะทางในการเดิน
⁃ ลดการกดเบียดเส้นประสาท
ระยะยาว
⁃ กลับไปเดินออกกำลังกายได้
⁃ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
⁃ ลดความเสี่ยงของการเคลื่อนไหวน้อยลงจนส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
🌳แนวทางการรักษา
🔺Flexion-biased Exercise
การออกกำลังกายที่เน้นการก้มตัว จะช่วยเพิ่มพื้นที่ของ Lumbar Canal และ Intervertebral Foramen ทำให้ลดการกดเบียดเส้นประสาทได้ในผู้ป่วย Lumbar Spinal Stenosis
⁃ Posterior Pelvic Tilt
⁃ Single Knee to Chest
⁃ Double Knee to Chest
⁃ Lumbar Flexion Mobility
🔺Hip Mobility
เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อสะโพก เพื่อช่วยลดการชดเชยด้วยการแอ่นหลังขณะเดิน ซึ่งอาจช่วยลดการกระตุ้นอาการได้
🔺Progressive Strength Training
แนวทางของ American College of Sports Medicine (ACSM) แนะนำให้ฝึก Progressive Resistance Training เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยให้เดินได้นานขึ้น และทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
⁃ Sit to Stand
⁃ Step Up
⁃ Split Squat
⁃ Glute Bridge
⁃ Farmer Carry
🧐📝 Discussion
อาการชาหรือปวดร้าวลงขา ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสมอไป
การแยกความแตกต่างระหว่าง Lumbar Disc Herniation และ Lumbar Spinal Stenosis จำเป็นต้องอาศัยทั้งการซักประวัติ การตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัด และผล MRI มาประกอบกัน
🔺ไม่ใช่ดูจากภาพ MRI เพียงอย่างเดียว!!!🔺
เพราะหลายคนอาจมีความผิดปกติใน MRI แต่ไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางคนมีอาการชัดเจน แต่ภาพ MRI อาจไม่ได้รุนแรงมาก
สำหรับเคสนี้ รูปแบบอาการที่เป็นมากขึ้นเมื่อเดิน ยืน และแอ่นหลัง แต่ดีขึ้นเมื่อก้มตัว ประกอบกับผลการตรวจและ MRI ทำให้วินิจฉัยได้ว่าเป็น Lumbar Spinal Stenosis มากกว่า Lumbar Disc Herniation
การรักษาสามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
ในกรณีที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เป้าหมายของการรักษาคือการให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคของตนเอง ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และปรับการใช้ชีวิต เพื่อให้สามารถกลับไปทำกิจกรรมที่รักได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
#รักษาที่ต้นเหตุ
#1เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้99เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนไป
🔺The 1% that matters🔺

🤍Contact
🤙🏻 Phone : 064 229 7991
📩 Inbox : m.me/337742299412608
✅ Line : https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location : https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
Co-hand Physical Therapy Clinic




ที่อยู่

No. 10, Soi 7, Hua Mak Subdistrict, Bangkok
Bang Kapi
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CO-HANDผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์