Maxmotor TV ยานยนต์ ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์

🚗ฮุนไดเตรียมส่งThe new 2026 IONIQ 5 N Line เวอร์ชันประกอบในประเทศไทยรับโครงการ "รถแลกรถ" กดราคาลงได้อีก 2 หมื่นบาท✍ฮุนได...
29/04/2026

🚗ฮุนไดเตรียมส่งThe new 2026 IONIQ 5 N Line เวอร์ชันประกอบในประเทศไทยรับโครงการ "รถแลกรถ" กดราคาลงได้อีก 2 หมื่นบาท

✍ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เปิดลงทะเบียนแสดงความสนใจ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า The new 2026 IONIQ 5 N Line เวอร์ชันประกอบในประเทศไทย พร้อมดกันชนหน้า–หลังเฉพาะรุ่น เส้นสายตัวถังเฉียบคมและดุดันมากขึ้น รวมถึงล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ช่วยเสริมทั้งภาพลักษณ์และประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์พร้อมมอบสิทธิพิเศษ ส่วนลด 20,000 บาท ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569

IONIQ 5 N Line พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ต้องการเติมเต็มช่องว่างระหว่างความล้ำสมัยของ IONIQ 5 และสมรรถนะ ดุดันของ IONIQ 5 N พร้อมถ่ายทอดคาแรกเตอร์สปอร์ตชัดขึ้น ทั้งยังรักษาความสมดุลของการขับขี่จริงบนท้องถนน โดยแนวคิด N Line ยังสะท้อนถึงแรงบันดาลใจในการนำโลกมอเตอร์สปอร์ต

ด้านความเด่นของตัวรถ มันคือ EV ทรงสปอร์ตมาพร้อมความแรงมอเตอร์ไฟฟ้าระดับ 228 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 350 kW ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 84 kWh เน้นระยะทางการขับขี่แบบ Long Range ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มีการติดตั้งระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense แบบ Full Package ครบทุกฟังก์ชัน เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกเส้นทาง ครบทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และความปลอดภัยในคันเดียว สำหรับราคารุ่นนำเข้าปัจจุบันอยู่ที่ 1,988,000 บาท

#ฮุนได

🚗ฮุนไดเพิ่มรุ่นย่อยSANTA FE Hybrid Inspiration รับยอดขายดีวันดีคืน✍ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มทางเลือกลูกค้า...
28/04/2026

🚗ฮุนไดเพิ่มรุ่นย่อยSANTA FE Hybrid Inspiration รับยอดขายดีวันดีคืน

✍ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มทางเลือกลูกค้า เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid ภายใต้ชื่อ “Inspiration” เสริมไลน์อัปอย่างเป็นทางการ ช่วยเติมเต็มความสามารถของตัวรถให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ในราคาจำหน่าย 1,799,000 บาท

SANTA FE Hybrid Inspiration มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) แบบอัตโนมัติ สามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 แบบอัตโนมัติ ปรับตามสภาพถนน ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในในสภาพถนนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถนนเปียกลื่น หรือเส้นทางที่ต้องการการยึดเกาะที่ดีขึ้นอย่างการเข้าโค้ง

นอกจากการเพิ่มระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว รุ่น AWD ยังมาพร้อมการเพิ่มรายละเอียด เพื่อยกระดับภาพรวมของตัวรถให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ระบบเสียงจาก Bose ให้คุณภาพเสียงคมชัด พร้อม Amplifier ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 20 นิ้ว ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง

รวมถึงตัวเลือกสีใหม่อย่างสีน้ำเงิน Stormy Sea และสีภายในใหม่ Pecan Brown เพิ่มความพรีเมียมและความแตกต่างให้กับตัวรถ ทำให้ Hyundai all-new SANTA FE Hybrid มาพร้อม HTRAC All Wheel Drive ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอัตโนมัติ AWD ไม่ได้มีเพียงสมรรถนะเพิ่มขึ้น แต่ยังเติมเต็มทั้งดีไซน์

ก่อนหน้านี้ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวและจำหน่าย Hyundai all-new SANTA FE Hybrid ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ประกอบด้วย รุ่น Exclusive (2WD) ราคา 1,599,000 บาท , Prestige (2WD) ราคา 1,749,000 บาท

#ฮุนได #รถยนต์ไฮบริด

🚗ลูกค้าวอลโว่อีสานสบายใจได้วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และ บริษัท ลิคก้าบิล ร่วมลงนามก่อสร้างโชว์รูมแห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธา...
28/04/2026

🚗ลูกค้าวอลโว่อีสานสบายใจได้
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และ บริษัท ลิคก้าบิล ร่วมลงนามก่อสร้างโชว์รูมแห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานี ขยายเครือข่ายการให้บริการสู่ภาคอีสานตอนล่าง

✍ผู้บริหารวอลโว่คาร์ ประเทศไทย นำทีมโดยคุณคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย จำกัด, คุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ Commercial Director และคุณถนอมศักดิ์ สันทนาประสิทธิ์ Customer Service Director บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมพิธีเซ็นต์สัญญาเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานีอย่างเป็นทางการ กับคุณขริบพร เศรษฐปิยานนท์ และคุณนรุตม์ เศรษฐปิยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิคก้าบิล จำกัด

ขยายเครือข่ายการให้บริการ เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เสริมความแข็งแกร่งของการบริการ พร้อมชูแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมอบประสบการณ์การบริการที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย รุะบุว่า การเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานีครั้งนี้ ไม่เพียงมุ่งตอบโจทย์การเข้าถึงบริการของลูกค้าในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของวอลโว่ในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและการพัฒนาศักยภาพในระดับท้องถิ่น ผ่านการสร้างงาน

การพัฒนาบุคลากรด้านงานขายและบริการตามมาตรฐานสากล ตลอดจนการยกระดับภาพรวมของตลาดยานยนต์ พรีเมียมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

โชว์รูมวอลโว่ อุบลราชธานี ดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน Volvo Retail Experience ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่ที่โปร่ง โล่ง สบาย สะท้อนความเรียบง่ายตามแนวคิดสแกนดิเนเวียน ควบคู่กับการให้บริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่อบอุ่น เป็นมิตร

คุณคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย จำกัด กล่าวว่า “การขยายเครือข่ายสู่จังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวอลโว่ในการยกระดับการให้บริการลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ให้สามารถเข้าถึงการขายและบริการหลังการขายได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ด้านคุณขริบพร เศรษฐปิยานนท์ และคุณนรุตม์ เศรษฐปิยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิคก้าบิล จำกัด กล่าวว่า วอลโว่เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระดับสากล ควบคู่กับทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มั่นคงและให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การร่วมมือในครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ขณะเดียวกัน ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 40 ปี ในธุรกิจผู้แทนจำหน่ายยานยนต์ รวมถึงฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในหลายจังหวัดใกล้เคียง เชื่อมั่นว่าจะสามารถต่อยอดความร่วมมือกับวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เพื่อรองรับการบริการลูกค้า และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

ที่สำคัญโชว์รูมแห่งนี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนของวอลโว่ ด้วยการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

#วอลโว่ #โชว์รูมวอลโว่อุบลราชธานี

✍ดีลเลอร์ดีมีชัยเกินครึ่งผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ หรือดีลเลอร์ คือปัจจัยสำคัญของการสร้างแบรนด์ให้มีความน่าเชื่อถือในตลาดรถยนต...
28/04/2026

✍ดีลเลอร์ดีมีชัยเกินครึ่ง
ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ หรือดีลเลอร์ คือปัจจัยสำคัญของการสร้างแบรนด์ให้มีความน่าเชื่อถือในตลาดรถยนต์เมืองไทย การส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้แทนจำหน่ายเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยเหตุนี้ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จัดงานประชุมผู้จำหน่ายทั่วประเทศประจำปีงบประมาณ 2569 หรือ Mazda National Dealer Conference 2026 ภายใต้ธีม “One Passion, Redefine the Future”

กิจกรรมนี้เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันสร้างพลังขับเคลื่อนสู่อนาคต พร้อมลุยตลาดอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกระดับด้วยคุณค่าแบรนด์ผ่าน Mazda Signature Experience เพื่อเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ปีนี้มาสด้าประกาศจะเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ มองเป้ายอดจำหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา ด้วยกลยุทธ์เด็ดและแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่เสริมไลน์อัพอย่างต่อเนื่องอีกหลายรุ่น ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อส่งมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้าในประเทศไทย และส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง

โดยเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า BEVs รุ่นที่สองในประเทศไทยในปี 2569 พร้อมกับเดินหน้าตามกลยุทธ์ Multi-solution เพื่อนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า ด้วยแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ (All-New) อย่างต่อเนื่องอีกหลายรุ่น

คุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจของมาสด้า คือการดูแลความสัมพันธ์อันดี ทั้งกับผู้จำหน่าย ลูกค้า และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาสด้าขอขอบคุณผู้จำหน่ายที่ให้การสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม และผลักดันให้มาสด้าบรรลุตามแผนการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปีนี้ มาสด้าจะยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Business Transformation เพื่อผลักดันธุรกิจในยุคของยานยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวทาง Multi-Solution

"ไม่ว่าวันนี้หรือในอนาคต ถึงแม้รูปแบบพลังงานจะเปลี่ยนไป แต่ดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยการมุ่งเน้นการบริหารงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” และส่งต่อไปถึง “ความสุขในการใช้ชีวิต” อันเป็นปรัชญาของแบรนด์ที่เราให้ความสำคัญ” คุณคุณธีร์ กล่าวและว่า

ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ มาสด้ายังได้เตรียมความพร้อมด้านกลยุทธ์ ครอบคลุมรอบทิศทาง ทั้งการตลาด การขาย และการบริการลูกค้า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการแข่งขันในตลาด และบรรลุเป้าหมายด้วยการเป็นแบรนด์ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกระดับ ซึ่งมาสด้ามุ่งมั่นจะก้าวผ่านความท้าทายนี้ ด้วยนโยบายหลักสำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วย การยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของแบรนด์ และ Management Philosophy, การพัฒนาความเป็นเลิศด้านการผลิตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำและใส่ใจอย่างเต็มที่

กลยุทธ์ด้านการขาย เป็นการสานต่อแผนการบริหารงานด้วย “MAZDA BASICS” เป็นแนวทางในการทำงานของผู้จำหน่ายให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า พร้อมยกระดับศักยภาพด้านการแข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่

ตั้งเป้าจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20% จากปีงบประมาณ 2568 นอกจากนั้น ในปีนี้ ยังได้วางความพร้อมในการส่งมอบรถ The All-Electric Mazda6e ให้กับลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยแผน Mazda6e CX Journey ที่ครอบคลุมตั้งแต่ความพร้อมในการส่งมอบรถ การบริการ การจัดการอะไหล่ และการซ่อมบำรุง รวมถึงกิจกรรม “Premiere Delivery” “Premiere Celebration” มาสด้าตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้ามาเป็นครอบครัวมาสด้า ไปจนตลอดการครอบครองรถ

#มาสด้า #ดีลเลอร์รถยนต์ #ประชุมดีลเลอร์ประจำปี2569

🚗สงครามตะวันออกกลางตัวเร่งปฏิกิริยาตลาดรถยนต์ไทยพลิกโฉมสู่พลังงานทดแทน✍สงครามส่งผลต่อราคาน้ำมันในทุกประเทศรวมถึงไทย โดยเ...
07/04/2026

🚗สงครามตะวันออกกลางตัวเร่งปฏิกิริยา
ตลาดรถยนต์ไทยพลิกโฉมสู่พลังงานทดแทน

✍สงครามส่งผลต่อราคาน้ำมันในทุกประเทศรวมถึงไทย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลปัจจุบันราคาลิตรละกว่า 50 บาท และมีโนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง แน่นอนว่ามันส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อรถในกลุ่มปิกอัพ และพีพีวี ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก

ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นได้รับผลกระทบหนักกับเรื่องนี้ และทำให้ต้องเร่งปรับตัวเดินหน้า พัฒนาและผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือก ทั้งไฟฟ้า ไฮบริด ไฮโดรเจน รวมถึงพลังงานจากไบโอดีเซล

สำหรับอีซูซุในประเทศไทย ได้ออกมาพูดถึงแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ซึ่งเป็นโครงการที่เริ่ม อย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นปี 2567

ในสถานการณ์เช่นนี้ ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ได้ย้ำถึงแนวคิดและความพร้อมของการดำเนินการที่ว่านี้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสอดคล้องกับสถาณการณ์ปัจจุบัน โดยระบุว่า แผนการรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จากฐานการผลิตจากประเทศไทยเป็นยี่ห้อแรก ปัจจุบันได้ทำการส่งออกไปจำหน่ายยังยุโรปเมื่อกลางปี 2568 และการเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2569 นี้

ดีแมคซ์ EV ถืออเป็นรถปิกอัพไฟฟ้ายี่ห้อแรกจากฐานการผลิตไทย เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญที่สุด ไม่เฉพาะเรื่องผลิตภัณฑ์เท่านั้น

อีซูซุบอกด้วยว่า ยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย โดยได้เตรียมความพร้อมสำหรับ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV”อีกด้วย โดยมีแพคเกจซ่อมบำรุงรักษาให้ลูกค้า ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ขณะที่ปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์ MHEV” หรือเครื่องยนต์ไฮบริด ได้ผลิตและนำออกมาจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าในหัวเมืองใหญ่ และ ลูกค้าองค์กรเป็นหลัก ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567

ด้านรถบรรทุกขนาดตันครึ่งขึ้นไปน้้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบ “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV) พร้อมกับการทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการขนส่ง

รวมถึงการพัฒนาไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่โดยร่วมมือกับกลุ่มปตท. ในการทดสอบการใช้งานจริงกับรถเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ

ทั้งหมดนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนนโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนที่รัฐได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปี พ.ศ. 2593 (2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 (2065) ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ระดับโลก

อีซูซุระบุว่ามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างจากรถประเภทอื่น ๆ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน อาทิ ความสามารถในการบรรทุก ความแข็งแกร่งทนทาน ประสิทธิภาพการขนส่ง เป็นต้นนั้นเอง

นอกจากนี้ อีซูซุได้มีการยืนยันสมรรถนะของรถอีซูซุทุกรุ่น ทั้งรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” และรถยนต์อเนกประสงค์ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” รวมถึง “รถบรรทุกอีซูซุขนาดกลางและขนาดใหญ่” ในปัจจุบัน สามารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยรถทุกรุ่นได้ผ่านการทดสอบและพัฒนาด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลที่มีสัดส่วนผสมสูงสุดถึง B20 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้การใช้น้ำมันไบโอดีเซลจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเขม่าควันดำ ซึ่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของอีซูซุที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้รับการรับรองว่าลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง ตามแนวทางการรับรองขององค์การบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. อีกด้วย

#อีซูซุ #ดีแมคซ์อีวี #ปิกอัพใช้น้ำมันบี20 #โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

🚗รถจีนดาหน้ารั้งหัวแถวยอดจองสูงสุดมอเตอร์โชว์2026 สร้างประวัติศาสตร์ยอดจอง10วันทะลุ1แสนคัน✍รายงานข่าวจาก บริษัท กรังด์ปร...
06/04/2026

🚗รถจีนดาหน้ารั้งหัวแถวยอดจองสูงสุดมอเตอร์โชว์2026
สร้างประวัติศาสตร์ยอดจอง10วันทะลุ1แสนคัน

✍รายงานข่าวจาก บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน“Bangkok International Motor Show” ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เปิดเผยตัวเลฃยอดจองรถสะสมภายในงานสูงถึง 132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน มียอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คน

มอเตอร์โชว์ 2026 มีบริษัทรถยนต์เข้าร่วมงานมากถึง 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท โดยมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงานกว่า 10 รุ่น คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความผันผวน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นงาน “Bangkok International Motor Show” ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา

ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรปนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง

“ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดจองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของงานในการเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคพลังงานใหม่อย่างเป็นรูปธรรม”คุณจาตุรนต์ กล่าว

สำหรับยอดจองรถยนต์ภายในงานครั้งนี้ นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ตัวเลขการจับจองรถภายในระยะเวลาการจัดงาน 12 วัน ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา ตัวเลขการจองรถกว่า 7 หมื่นคัน ถือว่าสูงมากที่สุดแล้ว แต่ในปี 2569 ตัวเลขการจอง 132,951 คัน คัน หรือคิดเป็นวันละกว่า 11,000 คัน

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนตัวเลขของ ให้เป็นการจำหน่ายและส่งมอบจริงนั้น เป็นสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์แต่ละรายต้อง ดำเนินการอย่างจริงจัง เนื่องจากปกติจะมีรถที่หลุดจองไปจำนวนไม่น้อง ทั้งจากลูกค้าไม่ผ่านไฟแนนซ์ การส่งมอบรถล่าช้าลูกค้าปฎิเสธการรับรถ และเหตุปัจจัยด้านอื่น ทั้งความไม่พร้อมของลูกค้า หรือผู้ผลิตจำหน่าย

อีกทั้งการจองรถภายในงาน ส่วนหนึ่งลูกค้าใช้เงินจองไม่มาก มีทั้งหลักร้อย หลักพัน จนถึงถึงแสนบาท ขึ้นอยู่กับราคาจำหน่าย รวมถึงมีการแข่งขันกันเองระหว่างผู้แทนจำหน่าย รวมถึงพนักงานขายรถแต่ละยี่ห้ออีกด้วย

#มอเตอร์โชว์2026

🚗บุธที่มีรถยนต์เยอะที่สุด แพงที่สุด และหลายแบรนด์ที่สุดในงานมอเตอร์โชว์ 2026 คงต้องยกให้บุธของมิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเร...
30/03/2026

🚗บุธที่มีรถยนต์เยอะที่สุด แพงที่สุด และหลายแบรนด์ที่สุดในงานมอเตอร์โชว์ 2026 คงต้องยกให้บุธของมิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ด้วย 11 แบรนด์ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่รถตลาดอย่างฮอนด้า ไปจนถึงไฮเปอร์แบรนด์อย่างโรลส์-รอยซ์

✍ในกลุ่มรถยนต์ระดับหรู MGC-ASIA นำไฮไลท์เป็นรุ่น โกสต์ ฐานล้อยาว (GHOST Extended) เรียบง่าย หรูหรา แต่แฝงไปด้วยดีไซน์ที่ลงตัว ตัวถังสีเขียว (Imperial Jade) ตัดด้วยเส้นด้านข้าง (Coachline) สีขาว (Grace White) ที่ใช้การวาดด้วยมือ ซึ่งเป็นทักษะขั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ และสัญลักษณ์นางฟ้า Spirit of Ecstacy ที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบบริเวณฐาน เพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้น ดุจกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาป

ตามด้วยแอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์707 เอเอ็มอาร์ (DBX707 AMR) ที่ใช้เป็นรถสำหรับทีมแพทย์ในการแข่งฟอร์มูลาวัน (F1 Medical Car) สะดุดตากับตัวถังสีเขียว (Podium Green with AMR Lime Liveries) กระจังหน้าสีดำ มาพร้อมแผ่นรีดอากาศ (front splitter) ด้านใต้และข้างกันชนหน้า

มาเซราติ ประเทศไทย ส่งไฮไลท์ เอ็มซี20 ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่พัฒนาและผลิตโดย มาเซราติ 100% โครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์แบบโมโนค็อกและประตูปีกผีเสื้อ ตอกย้ำถึงความเป็นยนตรกรรมสมรรถนะสูง ที่สะท้อนจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของค่ายตรีศูล เครื่องยนต์ เน็ททูโน (Nettuno) เบนซิน วี6 สูบ Nettuno 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 630 แรงม้า (HP) แรงบิด 730 นิวตันเมตร

ขณะที่ทัพรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์ระดับบิ๊กไบท์และซูเปอร์ไบค์ ด้วยแคมเปญที่น่าจะเร้าใจและกระตุ้นความต้องการของคนชอบรถยนต์แบรนด์นี้

ด้านมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน นั้นมีการนำรถ ปี 2026 ทุกรุ่นมาจำหน่ายในแคมเปญทั้งดาวน์ต่ำ แคมเปญเทรด-อิน พร้อมนำสินค้าเครื่องแต่งกาย ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน คอลเลกชั่นพิเศษ มาจำหน่ายภายในงาน

จี๊ป ประเทศไทย จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ภายใต้คอนเซปต์ ‘Monster Family’ กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน มอนสเตอร์ เอดิชั่น มาพร้อมกับชุดแต่ง MOPAR รอบคัน ประกอบไปด้วย ชุดยก สมรรถนะสูง จาก MOPAR เพิ่มความสูงถึง 2นิ้ว กันชนหน้าเหล็กแบบชิ้นเดี่ยว พร้อมด้วยสปอตไลท์บริเวณเสาเอ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้านหลังครบครัน จัดแสดงคู่กับ จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคิน มอนสเตอร์ เอดิชั่น สวมชุดแต่งสมรรถนะสูงจาก MOPAR

ส่วนในกลุ่มแบรนด์ EV นั้น XPENG นำ The New XPENG X9 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะระดับพรีเมียม–ไฮเทค ครั้งแรกในรถยนต์เอ็มพีวี ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ 5C Ultra-Fast Charging ขนาดสูงสุด 110 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 10-80 % ใน 12 นาที มาจัดแสดง

ตามมาด้วยเคอร์ ซี โมบิลิตี พลัส ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ร่วมออกบูธ โดยมียนตรกรรมรุ่นพิเศษ คือ ZEEKR 009 Grand ที่สะท้อนความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมเปิดรับ Pre-Booking สำหรับลูกค้า
ที่สนใจ สามารถจองสิทธิ์ได้ภายในงาน นอกจากนี้ยัง NEW ZEEKR X รุ่นใหม่ล่าสุด

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการนำ ZEEKR 9X ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นใหม่ มาพร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 900 โวลต์ มาจัดแสดงให้ชาวไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกภายในงาน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย สำหรับรถยนต์ ซีเคอร์ 009 และ 7X

-ASIA

🚗มาสด้ายิ้มรับยอดจองในงานมอเตอร์โชว์รวมทุกรุ่นทะลุเกิน 2,100 คัน หลังผ่านครึ่งทางของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โ...
30/03/2026

🚗มาสด้ายิ้มรับยอดจองในงานมอเตอร์โชว์รวมทุกรุ่นทะลุเกิน 2,100 คัน หลังผ่านครึ่งทางของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

มาสด้าถือว่าเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของก้าวแรกในการก้าวเข้ายุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย The All-Electric Mazda6e ราคาจำหน่ายสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 1,169,000 บาท สร้างกระแสตอบรับสุดร้อนแรง

ส่งผลให้ยอดจองในงานมอเตอร์โชว์รวมทุกรุ่นทะลุเกิน 2,100 คัน ซึ่งมาสด้าได้จัดแคมเปญมอบข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับรถไฟฟ้าและรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น และได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน

คุณธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวขอขอบคุณลูกค้า สำหรับกระแสตอบรับอย่างท้วมท้นต่อ The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย

โดยบอกว่า จากช่องทางสื่อสารมวลชนต่างๆ และจากลูกค้าทุกท่าน แม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้าของเราทุกรุ่น โดยเฉพาะการถ่ายทอดแนวคิด จินบะ-อิตไต ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั่วโลก

ดังนั้นแล้ว เมื่อนำมาประกอบกับความเชี่ยวชาญของมาสด้าในการดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลา 75 ปี ในประเทศไทย มาสด้าเชื่อว่า รถไฟฟ้ารุ่นนี้ จะตอบโจทย์ความต้องการ และลดความกังวลใจของลูกค้าที่จะหันมาเลือกใช้รถไฟฟ้าได้

"ทั้งนี้มาสด้า ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง เรารอคอยที่จะส่งมอบรถรุ่นนี้ให้กับลูกค้าทุกท่าน และเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ จะมอบประสบการณ์ความสุขในการเดินทางให้กับทุกท่านได้อย่าแน่นอน” ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวและว่า

กลยุทธ์และแผนธุรกิจของ Mazda6e จากนี้ต่อไป The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV รุ่นแรก ในประเทศไทย ที่จะมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านรูปแบบพลังงานให้กับลูกค้า ตามแนวทาง Multi-solution จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัพของมาสด้า ซึ่งมาสด้าเชื่อว่า ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้แล้ว จะทำให้มาสด้ากลับมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ได้อีกครั้ง

โดยThe All-Electric Mazda6e มีเอกลักษณ์อะไรของความเป็นมาสด้า
รถไฟฟ้ารุ่นนี้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ สมรรถนะในการขับขี่ ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายต่างๆ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า แม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถไฟฟ้า แต่ก็ยังไว้ซึ่งดีเอ็นเอเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ของเรา

ด้านตำแหน่งทางการตลาดของ The All-Electric Mazda6e มาสด้าเชื่อว่า The All-Electric Mazda6e จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น โดยมาสด้ามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า ผ่านการผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง เข้ากับดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และดีเอ็นเอความเป็นมาสด้าให้กับลูกค้าในประเทศไทย

จุดแข็งที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าประสบความสำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน มาสด้าได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนารถยนต์ ที่คงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ มาสด้ายังมีข้อได้เปรียบจากการมีประสบการณ์อย่างยาวนานในการดูแลลูกค้าในประเทศไทยแบบครบวงจร

ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงเรายังมีโชว์รูม ศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมมีระบบกระจายและสำรองอะไหล่ที่มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพ ด้วยจุดแข็งเหล่านี้ เราจึงมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทย และตอบรับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับแผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของมาสด้าในประเทศไทยน้้น มาสด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ถึง 5 รุ่น ระหว่างปี พ.ศ. 2568 – 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV 2 รุ่น รถ PHEV 1 รุ่น และรถ HEV 2 รุ่น ซึ่ง The All-Electric Mazda6e คือรถรุ่นแรกที่เปิดตัวในครั้งนี้ และจะตามมาด้วยรถไฟฟ้าครอสโอเวอร์เอสยูวีอีกหนึ่งรุ่นในปี 2569 นี้

หรืออาจจะกล่าวได้ว่า มาสด้ากำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบทางเลือกของรถยนต์ให้กับลูกค้าในประเทศไทย

#มาสด้า #มาสด้า6e

🛻ฟอร์ดปลื้มยอดจองเรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 150คัน ครึ่งทางในงานมอเตอร์โชว์2026✍ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ เป็นปิกอัพสมร...
30/03/2026

🛻ฟอร์ดปลื้มยอดจองเรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 150คัน ครึ่งทางในงานมอเตอร์โชว์2026

✍ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ เป็นปิกอัพสมรรถนะอีก 1 รุ่น เข้ารุกตลาดรถยนต์ไทย ท่ามกลางราคาน้ำดีเซลที่กำลังทะยานขึ้นต่อเนื่อง แต่สามารถยอดจองสะสมแล้วกว่า 150 คัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์

เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ เปิดตัวด้วยราคาจำหน่าย 1,599,000 บาท มาในคอนเซ็ปต์ ‘โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ โครงสร้างได้รับการอัปเกรดใหม่ทั้งหมด มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไป 70-80 กิโลกรัม กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง

แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถผลิตจากเหล็กหนาถึง 3.6 มิลลิเมตร ปกป้องช่วงล่างตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงบริเวณถังน้ำมัน พร้อมสำหรับการลงพื้นที่สมบุกสมบันทุกรูปแบบ ระบบช่วงล่างที่ออกแบบใหม่ ประกอบด้วยปีกนกที่หนาที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาให้กับฟอร์ด เรนเจอร์

เพลาขับหน้าและหลังที่แข็งแรงขึ้น และเฟืองท้ายแบบใหม่ที่ใหญ่และแข็งแรง เพื่อรองรับการบรรทุกและลากจูงของที่มีน้ำหนักมากจากการใช้งานอย่างหนักหน่วงของลูกค้า

ความสามารถในการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักรถรวมบรรทุกสูงสุด หรือ GVM (Gross Vehicle Mass) 4,500 กิโลกรัม และน้ำหนักรวมบรรทุกและลากจูงสูงสุด หรือ GCM (Gross Combine Mass) 8,000 กิโลกรัม

คุณรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฟอร์ดในการยกระดับมาตรฐานความแกร่งของตลาดรถกระบะ โดยฟอร์ดมองเห็นช่องว่างสำคัญในตลาดสำหรับรถกระบะที่สามารถรองรับภารกิจหนักได้อย่างแท้จริง

ตั้งแต่ผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถสำหรับภารกิจหนัก ไปจนถึงนักเดินทางที่ต้องการรถที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง เราจึงพัฒนารถรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ของรถกระบะสำหรับภารกิจหนัก

นอกจากนี้ฟอร์ดยังได้เปิดตัวไลน์อัปรถยนต์ใหม่ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย สะท้อนแนวทางการตลาดระดับโลกของฟอร์ด ภายใต้แพลตฟอร์ม ‘Ready Set Ford’ ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถดึงขีดความสามารถของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ผ่านการใช้รถฟอร์ด

#ฟอร์ด #เรนเจอร์ซูเปอร์ดิวตี้

💧กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ควง สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”    แห่งที่...
30/03/2026

💧กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ควง สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 46 ให้แก่ โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งน้อย “พิพัฒน์โสภณวิทยา” อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร

✍โครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย และตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน มีเป้าหมายให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทยสามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดได้อย่างเพียงพอ

และจะดำเนินไปจนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป เพื่อตอบแทนสังคมโดยมีเป้าหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดให้หมดไป อีซูซุยังมุ่งเน้นแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ตอกย้ำคุณค่า แบรนด์อีซูซุที่อยู่เคียงข้างคนไทย และเติบโตคู่สังคมไทย

สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 46 ให้แก่ โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งน้อย “พิพัฒน์โสภณวิทยา” อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ส่งทีมงานลงพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจปัญหาและติดตั้งระบบน้ำดื่มสะอาดที่ประกอบด้วย ระบบบ่อน้ำบาดาลครบวงจร ระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน อาคารผลิตน้ำดื่ม พร้อมจัดอบรมวิธีการใช้งาน การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาให้แก่บุคลากร ที่รับผิดชอบ

รวมทั้งการเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้มาตรฐาน ด้านสุขอนามัย โครงการนี้ช่วยให้นักเรียน บุคลากรในโรงเรียน และชุมชนใกล้เคียงกว่า 1,000 ครัวเรือน รวมประมาณ 3,700 คน ได้มีน้ำดื่มสะอาดถูกหลักอนามัยบริโภคอย่างต่อเนื่อง

มีการเจาะบ่อน้ำบาดาลที่ระดับความลึก 103 เมตร และมีปริมาณน้ำบาดาล 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมทั้งก่อสร้างระบบประปาบาดาล ขนาด 12 ลูกบาศก์เมตร และก่อสร้างระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) อัตราการผลิต 500 ลิตร ต่อชั่วโมง สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคภายในโรงเรียนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

คุณมร. ทาเคชิ ยาซุอิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า "ท่ามกลางภาวะการณ์อันยากยิ่งเช่นนี้ เรายังคงยืนยันที่จะผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มความสามารถและยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมตามที่ได้ตั้งปณิธานไว้"

โดยก่อนหน้านี้ โรงเรียน “พิพัฒน์โสภณวิทยา” ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยต้องพึ่งพาน้ำประปาหมู่บ้านซึ่งเป็นระบบน้ำบาดาล มีค่าใช้จ่ายรายเดือนประมาณ 800 – 900 บาท แม้ว่าโรงเรียนจะมีบ่อน้ำใช้ แต่โรงเรียนอยู่บริเวณปลายสายน้ำ

เมื่อใดก็ตามที่มีการซ่อมบำรุงระบบประปาในหมู่บ้าน น้ำที่ไหลเข้าสู่โรงเรียนจะมีสภาพขุ่นมัวและมีสีแดงปนเปื้อน จนไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคหรือบริโภคได้เลย โรงเรียนจึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการล้าง ทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองตู้ทำน้ำเย็นของโรงเรียนจำนวน 4 เครื่อง คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวม 3,200 บาท ต่อรอบการซ่อมบำรุง

ดังนั้นโครงการนี้ จะช่วยสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียน และบุคลากรได้อย่างยั่งยืน

#อีซูซุให้น้ำเพื่อชีวิต #อีซูซุเคียงข้างคุณเคียงคู่ไทย

🚗MG ต่อยอดตลาดพรีเมียมEVเปิดราคา IM5 1,449,900 บาท✍ในเซ็กเมนท์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ระดับพรีเมียม ค่าย MG ส่งรถรุ่น IM เข้า...
30/03/2026

🚗MG ต่อยอดตลาดพรีเมียมEV
เปิดราคา IM5 1,449,900 บาท

✍ในเซ็กเมนท์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ระดับพรีเมียม ค่าย MG ส่งรถรุ่น IM เข้าแข่งขันด้วยรุ่น IM6 ด้วยจุดขายทั้งเรื่องเทคโนโลยีการขับขี่ทันสมัย ความหรูหรา และสมรรถนะอันจัดจ้าน โดยรุ่นแรงที่สุดมีกำลังสูงถึง 778 แรงม้า ราคา 1,749,000 บาท

✍ในงานมอเตอร์โชว์ เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดราคาจำหน่ายของรถยนต์ MG IM5 ใหม่ด้วยราคาพิเศษ 1,449,900 บาท จากราคาปกติ 1,549,900 บาท สำหรับรุ่น PREMIUM LONG RANGE

คุณต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด บอกว่า ไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ เอ็มจี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

การนำ MG IM5 เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของ เอ็มจี เพื่อมอบทางเลือกใหม่ ให้กับลูกค้าที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัย ภายใต้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามกลยุทธ์ GLOCAL ที่ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในความต้องการ ของผู้บริโภคในแต่ละตลาดอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน เอ็มจี ยังคงเดินหน้าพัฒนา EV Ecosystem ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในระยะยาว

สำหรับ MG IM5 พร้อมสมรรถนะมอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 407 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เสริมด้วยโครงสร้าง IM Digital Chassis ที่ช่วยยกระดับเสถียรภาพให้การขับขี่แม่นยำมากขึ้น

ผสานการทำงานกับแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง CATL มอบระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จอย่างรวดเร็วด้วยระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาน้อยกว่า 18 นาที พร้อมระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนา ให้มีประสิทธิภาพการใช้งาน โดยเฉพาะการเดินทางระยะไกล

ต้ดตั้งระบบช่วยจอดอัจฉริยะ One Touch iAD สามารถจอดรถในพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย รวมถึงฟังก์ชันถอยหลังอัตโนมัติ (One Touch Reverse) รองรับระยะทางสูงสุดกว่า 100 เมตร ฟังก์ชัน Crab Mode ช่วยให้การเคลื่อนรถออกจากพื้นที่ข้อจำกัดเป็นเรื่องง่าย

นอกจากนี้ ยังมี Rainy Night Mode เพิ่มทัศนวิสัยขณะฝนตกหนักผ่านหน้าจอในตัวรถ Pet Mode ให้สัตว์เลี้ยงรอในห้องโดยสารอย่างเย็นสบาย โดยระบบปรับอากาศทำงานปกติในขณะล็อกรถ ภายในรถ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยระบบอัจฉริยะ i-SMART


ที่อยู่

ลาดพร้าว คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพ
Bang Kapi
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Maxmotor TVผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์