AMARC บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการ และวิจัยทางการแพทย์
และการเกษตรแห่งเอเซีย หรือ เอมาร์ค (AMARC)
(1)

ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย หรือเอมาร์ค (AMARC) เป็นแล็บด้านเกษตร อาหาร และยา ที่ให้บริการครบวงจร ทั้งการทดสอบ วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ การสอบเทียบเครื่องมือและอุปกรณ์ การตรวจและการรับรอง การให้คำปรึกษา และการฝึกอบรม ครอบคลุมตั้งแต่ปัจจัยการผลิต กระบวนการผลิต จนถึงผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการยอมรับจากระบบมาตรฐานทั้งระดับประเทศและระดับสากล

ข้อกำหนดด้านสุขลักษณะของแผงขายอาหารในตลาด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค     แผงขายอาหารในตลาดประเภท 1 และ 2 ต้องมีลักษณะแ...
05/06/2026

ข้อกำหนดด้านสุขลักษณะของแผงขายอาหารในตลาด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

แผงขายอาหารในตลาดประเภท 1 และ 2 ต้องมีลักษณะและการจัดการด้านสุขลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อส่งเสริมความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความปลอดภัยด้านอาหารสำหรับผู้บริโภค โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

🍅 แผงขายอาหารในตลาดประเภทที่ 1
- มีพื้นที่ต่อแผงไม่น้อยกว่า 1.5 ตารางเมตร
- มีทางเข้า-ออกสะดวก และมีที่นั่งสำหรับผู้ขายแยกจากตัวแผง
- แผงทำจากวัสดุถาวร ผิวเรียบ มีความลาดเอียง ทำความสะอาดได้ง่าย พื้นแผงสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร
- แผงจำหน่ายเนื้อสัตว์หรืออาหารปรุงสำเร็จ ต้องมีก๊อกน้ำประจำแผง
- ตลาดควรจัดให้มีจุดล้างทำความสะอาดอาหารสดและภาชนะ 1 จุดต่อ 30 แผง ต่อ 3 ก๊อกขึ้นไป

🍖 แผงขายอาหารในตลาดประเภทที่ 2
- แผงทำจากวัสดุแข็งแรง ผิวเรียบ ทำความสะอาดง่าย
- อาจเป็นแผงแบบพับเก็บได้
- พื้นแผงสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร
- แผงขายอาหารสด เนื้อสัตว์ชำแหละ หรืออาหารปรุงสำเร็จ ต้องมีบริเวณสำหรับล้างทำความสะอาดอาหารและภาชนะอย่างเหมาะสม

การจัดแผงขายอาหารให้ได้มาตรฐาน ไม่เพียงช่วยรักษาความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และยกระดับคุณภาพตลาดโดยรวมอีกด้วย

อ้างอิง: กฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด พ.ศ. 2551

ที่มาข้อมูล : https://shorturl.asia/6sfFi

📌AMARC ให้บริการตรวจวิเคราะห์ ประเภทอาหารดังนี้

1.อาหารพร้อมบริโภคทั่วไป เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ไส้กรอก ปูอัด ซูชิ แซนด์วิช ส้มตำ ยำ น้ำตก ลาบ อาหารจานเดียว อาหารตามสั่ง เป็นต้น

2.อาหารทะเลที่บริโภคดิบ เช่น ปลา กุ้ง ปลาหมึก หอย และซาซิมิ เป็นต้น
3.อาหารหมักพื้นเมือง เช่น แหนม กะปิ ปลาร้า ปลาจ่อม ส้มฟักหรือปลาส้ม บูดูและข้าวหมาก เป็นต้น

4.ผักและผลไม้ตัดแต่ง สลัดผัก เช่น ผักและผลไม้ที่บรรจุในถาดโฟมหรือถุงพลาสติก เป็นต้น

5.ขนมหวานหรือขนมไทย เช่น ขนมหม้อแกง ทองหยอด ขนมชั้น ขนมขี้หนู และกล้วยบวชชี เป็นต้น

6.ขนมอบที่มีไส้หรือไม่มีไส้ เช่น คุกกี้ บิสกิต แครกเกอร์ ขนมเปี๊ยะ ขนมโมจิ ปัง พาย เอแคลร์ แยมโรล ขนมเค้ก เป็นต้น

7. เครื่องดื่มที่ไม่ได้บรรจุในภาชนะปิดสนิท เช่น น้ำผลไม้ น้ำหวาน ชา กาแฟ เครื่องดื่มหาบเร่แผงลอย เป็นต้น

บริการตรวจวิเคราะห์รายการดังนี้

1. เชื้อจุลินทรีย์ เช่น จำนวนจุลินทรีย์ (Total Plate Count), แบซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus), อี.โคไล (Escherichia coli), ลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes), สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus), แซลโมเนลลา (Salmonella spp.), ยีสต์และรา (Yeast & Mold), คลอสทริเดียม เพอรฟริงเจนส์ (Clostridium perfringens),วิบริโอ คอเลอเร่ (Vibrio cholerae)

และ สำหรับอาหารที่มีอาหารทะเลเป็นส่วนประกอบ เพิ่มรายการ วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus)

2.โลหะหนัก เช่น สารหนู (Arsenic), ตะกั่ว (Lead), ปรอททั้งหมด (mercury), ดีบุก (Tin) เป็นต้น

3.สารปนเปื้อน เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde), บอร์แรกซ์ (Borax) เป็นต้น

4. วัตถุเจือปนอาหาร
4.1 ตรวจวิเคราะห์หาวัตถุกันเสีย โปแตสเซียมซอร์เบต (Potassium Sorbate) และโซเดียมเบนโซเอต (Sodium benzoate) เป็นต้น
4.2 ตรวจวิเคราะห์หาสารให้ความหวาน เช่น แอสพาร์เทม (Aspartame) และแซ็กคาริน (Saccharin) เป็นต้น
4.3 ตรวจวิเคราะห์หาสารฟอกสี ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfurdioxide) เป็นต้น
4.4 สีสังเคราะห์ (Synthetic color) เช่น แอลลูรา เรด (Allura Red), บริลเลียนต์ บลู เอฟซีเอฟ (Brilliant Blue FCF), ปองโซ 4 อาร์ (Ponceau 4R), ซันเซตเยลโลว์เอฟซีเอฟ (Sunset Yellow FCF) และตาร์ตราซีน (Tartrazine) เป็นต้น

5. สารก่อภูมิแพ้
5.1 สารก่อภูมิแพ้จากสัตว์น้ําที่มีเปลือกแข็ง (Crustacean Allergen)
5.2 สารก่อภูมิแพ้จากไข่ (Egg Allergen)
5.3 สารก่อภูมิแพ้จากปลา (Fish Allergen)
5.4 สารก่อภูมิแพ้จากธัญพืชที่มีกลูเตน (Gluten Allergen)
5.5 สารก่อภูมิแพ้จากนม (Milk Allergen)
5.6 สารก่อภูมิแพ้จากถั่วลิสง (Peanut Allergen)
5.7 สารก่อภูมิแพ้จากถั่วเหลือง (Soy Allergen)
5.8 สารก่อภูมิแพ้จากงา (Sesame Allergen)
5.9 สารก่อภูมิแพ้จากข้าวสาลี (Wheat allergen)

6. ตรวจหาสิ่งแปลกปลอม (Filth test)

📍 นอกจากนี้ AMARC ยังให้บริการตรวจสอบสุขลักษณะของสถานที่ ภาชนะและผู้ประกอบอาหาร โดยการตรวจเชื้อจุลินทรีย์ ดังนี้

1.ภาชนะสัมผัสอาหาร เช่น จาน ชาม ถ้วย แก้วน้ำ และตะเกียบ เป็นต้น
2.พื้นผิวสัมผัสอาหาร เช่น พื้นผิวโต๊ะประกอบอาหาร เป็นต้น
3. มือผู้สัมผัสอาหาร

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL : 02-516-2422
Website : http://www.amarc.co.th/
Line : (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล

🍛🥦🫜มาตรฐานแผงขายอาหารในตลาด มาตรฐานที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อเป็นต้นแบบ 🏆🥇
#กทม. .

รายละเอียดเพิ่มเติมดาวน์โหลดได้ตามลิงก์นี้ค่ะ ⬇
https://drive.google.com/file/d/1U3yA-sxQvDvaO4hQbXxjKNjkONsQeBai/view?usp=sharing

“ลำไยไทย” เปิดเส้นทางเรือตรงสู่ไห่หนานครั้งแรก ใช้เวลาเพียง 4 วันถึงจีน     สื่อจีน “Hainan Fabu (海南发布)” รายงานว่า ลำไยส...
03/06/2026

“ลำไยไทย” เปิดเส้นทางเรือตรงสู่ไห่หนานครั้งแรก ใช้เวลาเพียง 4 วันถึงจีน

สื่อจีน “Hainan Fabu (海南发布)” รายงานว่า ลำไยสดจากประเทศไทยล็อตแรกได้ขนส่งทางเรือถึงท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์นานาชาติหยางผู่ (Yangpu International Container Terminal) มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เป็นครั้งแรก นับเป็นการเปิดใช้งานเส้นทางนำเข้าผลไม้สดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางทะเลสายแรกอย่างเป็นทางการของเขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port)

การขนส่งครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 4 วัน ตั้งแต่ต้นทางในประเทศไทยจนถึงท่าเรือปลายทางในจีน สะท้อนประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นที่สามารถรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของสินค้าเกษตรได้ตลอดเส้นทาง

เพื่อรองรับการขนส่งดังกล่าว บริษัทโลจิสติกส์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานท่าเรือและผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ จัดตั้งทีมเฉพาะกิจด้านอำนวยความสะดวก ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าจากแหล่งผลิตในไทย การดำเนินเอกสาร การขนส่งทางทะเล การบริหารจัดการภายในท่าเรือ ตลอดจนการกระจายสินค้า ภายใต้ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบครบวงจร พร้อมติดตามสถานะเรือแบบเรียลไทม์เพื่อให้สินค้าถึงปลายทางตรงเวลา

หลังเรือเทียบท่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเร่งดำเนินการขนถ่ายและกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดภายในประเทศจีนอย่างรวดเร็ว โดยเส้นทางใหม่นี้ช่วยลดทั้งระยะเวลาขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์ เมื่อเทียบกับการขนส่งทางบกหรือการนำเข้าผ่านด่านจีนตอนใต้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการขนส่งสินค้าผลไม้สดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องระบุว่า ในอนาคตมีแผนขยายตลาดนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตรสดอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยศักยภาพของเขตการค้าเสรีไห่หนานและเครือข่ายเส้นทางเดินเรือ เพื่อผลักดันการพัฒนาโลจิสติกส์โซ่ความเย็นระดับภูมิภาค และรองรับความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรสดในตลาดจีนที่เพิ่มขึ้น

ที่มาข้อมูล : https://shorturl.asia/x0c7i

📌 AMARC ให้บริการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างลำไย ส่งออกประเทศดังนี้

1. ประเทศจีน ต้องตรวจหาปริมาณของ
- ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulphur Dioxide)
2. อินโดนีเซีย
- ไซเพอร์เมทริน (Cypermethrin)
- ตะกั่ว (Lead)
3. มาเลเซีย
- ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulphur Dioxide)
- คาร์เบนดาซิม (Carbendazim)

📍 และสามารถให้บริการตรวจวิเคราะห์ เพื่อควบคุมคุณภาพ ในผัก-ผลไม้ รายการดังนี้

1. ตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้าง (Pesticide residue)
1.1 สารพิษตกค้าง 4 กลุ่ม (Pesticide 4 groups) กลุ่มออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine group), กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate group), กลุ่มคาร์บาเมต (Carbamate group), กลุ่มไพรีทรอยด์ (Pyrethroids group)
1.2 ตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช Pesticides residue 250 items
1.3 ตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช Pesticides residue 416 items

2. ตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก เช่น สารหนู (Arsenic), แคดเมียม (Cadmium), ตะกั่ว (Lead), ปรอททั้งหมด (Mercury), ดีบุก (Tin)

3. ตรวจวิเคราะห์หาเชื้อจุลินทรีย์ เช่น จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด (Total Plate Count), แบซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus), โคลิฟอร์ม (Coliform), คลอสทริเดียม เพอรฟริงเจนส์ (Clostridium perfringens), อี.โคไล (Escherichia coli), ลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes), แซลโมเนลลา (Salmonella spp.), สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus), วิบริโอ คอเลอเร่ (Vibrio cholerae), ยีสต์ (Yeast), รา (Mold)

📌 นอกเหนือจากการตรวจวิเคราะห์ข้างต้น AMARC ให้บริการรับตรวจรับรอง ตามมาตรฐานดังนี้

1. GAP ตรวจรับรองโดยมาตรฐานสินค้าเกษตร
1.1 มกษ.1000-2546 เป็นมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับลำไย

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL : 02-516-2422
Website : http://www.amarc.co.th/
Line : (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล

ลำไยไทยส่งตรงถึงมณฑลไห่หนานทางเรือเป็นครั้งแรก 🚢✨

ลำไยสดจากประเทศไทยล็อตหนึ่งได้ขนส่งทางเรือถึงท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์นานาชาติหยางผู่ มณฑลไห่หนาน ภายในเวลาเพียง 4 วัน 🍈🇹🇭 นับเป็นการเปิดเส้นทางนำเข้าผลไม้สดทางทะเลสายแรกของเขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port) จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เส้นทางใหม่นี้ช่วยลดระยะเวลาขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์ 📦❄️ พร้อมคงคุณภาพความสดด้วยระบบห่วงโซ่ความเย็นครบวงจร อีกทั้งเพิ่มความหลากหลายของผลไม้นำเข้า และสร้างช่องทางการค้าสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 📈🌏

#ลำไยไทย #ไห่หนาน #ส่งออกผลไม้ไทย #เกษตรไทยสู่จีน

สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่: https://www.opsmoac.go.th/beijing-news-preview-481991792357

แปลและเรียบเรียงข่าวโดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง
Office of Agricultural Affairs, Royal Thai Embassy, Beijing

AMARC ร่วมแสดงความยินดีกับทั้ง 4 ท่าน ที่ผ่านการรับรองความสามารถบุคลากร - คุณสุภาพร โกกิลารัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายศูน...
29/05/2026

AMARC ร่วมแสดงความยินดีกับทั้ง 4 ท่าน ที่ผ่านการรับรองความสามารถบุคลากร

- คุณสุภาพร โกกิลารัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายศูนย์ห้องปฏิบัติการ ด้านวิชาการ
- คุณบุชยา ตามรภาค หัวหน้าแผนกปุ๋ย ห้องปฏิบัติการปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสิ่งแวดล้อม
- คุณสุรีย์ฉาย มิตรยิ้ม นักวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการเคมี
- คุณจุฬาวรรณ์ เหล่าเขตรกิจ นักวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการเคมี

ได้รับการขึ้นทะเบียน รับรองความสามารถบุคลากร ตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 สถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ สาขา การควบคุมคุณภาพการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อม ปี 2569

ยกระดับความแม่นยำ สู่มาตรฐานสากลที่ธุรกิจคุณมั่นใจ”
🔬 ผลวิเคราะห์ถูกต้อง แม่นยำ โดยผู้เชี่ยวชาญที่มี Certificate รับรอง
📑 รายงานผลน่าเชื่อถือ พร้อมใช้ยื่นหน่วยงานรัฐและคู่ค้าได้อย่างราบรื่น"

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL: 02-516-2422
Website: http://www.amarc.co.th/
Line: (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล

“กข119” ข้าวหอมพื้นนุ่มสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูง ข้าวสุกนุ่มเหนียว ตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่      กรมการข้าวเผยข่าวดี! เตรียม...
27/05/2026

“กข119” ข้าวหอมพื้นนุ่มสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูง ข้าวสุกนุ่มเหนียว ตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่

กรมการข้าวเผยข่าวดี! เตรียมเปิดจำหน่าย “ข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่มพันธุ์ใหม่ กข119” อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2569 นี้ ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา เป็นแห่งแรกของประเทศ

“กข119” เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่มสายพันธุ์ใหม่ ผลงานวิจัยและพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ร่วมกับหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีจุดเด่นเรื่องคุณภาพการบริโภค ข้าวสุกนุ่มเหนียว มีกลิ่นหอม ให้ผลผลิตดี และเหมาะสำหรับพื้นที่นาชลประทานในหลายพื้นที่ของประเทศ

🌾จุดเด่นของข้าวพันธุ์ กข119
- ข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง
- อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95–115 วัน
- ข้าวสุกนุ่มเหนียว มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ
- ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 777 กก./ไร่ และสูงสุด 993 กก./ไร่
- ลำต้นค่อนข้างแข็ง ทรงกอตั้ง
- เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคเหนือตอนบน

ทั้งนี้ กข119 ยังมีความค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ในระยะกล้า แต่ควรเฝ้าระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคขอบใบแห้ง

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา โทร. 0-5441-1004 Facebook : ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา

ที่มาข้อมูล : https://shorturl.asia/jd4tT

📌 AMARC ให้บริการตรวจวิเคราะห์ ข้าวและผลิตภัณฑ์ ดังนี้

1. ตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้าง (Pesticide residue)
1.1 สารพิษตกค้าง 4 กลุ่ม (Pesticide 4 groups) กลุ่มออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine group), กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate group), กลุ่มคาร์บาเมต (Carbamate group), กลุ่มไพรีทรอยด์ (Pyrethroids group)
1.2 ตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช Pesticides residue 250 items
1.3 ตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช Pesticides residue 416 items

2.บริการตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก เช่น สารหนู (Arsenic), สารหนูอนินทรีย์ (Inorganic Arsenic), แคดเมียม (Cadmium), ตะกั่ว (Lead), ปรอททั้งหมด (Mercury) และเมธิลเมอร์คิวรี (Methyl mercury) เป็นต้น

3.บริการตรวจวิเคราะห์สารพิษจากจุลินทรีย์ เช่น แอฟลาทอกซิน (Aflatoxin) เป็นต้น

4.บริการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อจุลินทรีย์ เช่น จำนวนจุลินทรีย์ (Total Plate Count), แบซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus), โคลิฟอร์ม (Coliform), อี.โคไล (Escherichia coli), สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus), แซลโมเนลลา (Salmonella spp.), ยีสต์และรา (Yeast & Mold) และคลอสทริเดียม เพอรฟริงเจนส์ (Clostridium perfringens) เป็นต้น

5. บริการตรวจวิเคราะห์หา Microplastic ปนเปื้อน

6. ตรวจหาสิ่งแปลกปลอม (Filth test)

7. บริการตรวจวิเคราะห์บริการอื่นๆ ดังนี้
7.1 แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม (Calcium), ทองแดง (Copper),เหล็ก (Iron), แมกนีเซียม (Magnesium), โพแทสเซียม (Potassium), ซีลีเนียม (Selenium), สังกะสี (Zinc)
7.2 ตรวจวิเคราะห์หาวิตามิน เช่น วิตามินเอ (Vitamin A), วิตามินซี (Vitamin C), วิตามินบี1 (Vitamin B1), วิตามินบี2 (Vitamin B2) และวิตามินบี6 (Vitamin B6) เป็นต้น

📍 นอกเหนือจากการตรวจวิเคราะห์ข้างต้น AMARC ให้บริการรับตรวจรับรอง ตามมาตรฐานดังนี้

1. GAP ตรวจรับรองโดยมาตรฐานสินค้าเกษตร
1.1 มกษ.4400-2552 ข้าวหอมมะลิไทย (ข้าวหอมมะลิ (พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ พันธุ์ กข 15))
1.2 มกษ.4401-2551 ข้าว
1.3 มกษ.4406-2560 เมล็ดพันธุ์ข้าว

2. การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ด้านเกษตรอินทรีย์ (ORG)
2.1 มกษ.9000-2564 เกษตรอินทรีย์: การผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และการจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ (ข้าวทุกชนิด)

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL: 02-516-2422
Website: http://www.amarc.co.th/
Line: (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล #กข119

🟢 กรมการข้าวประกาศข่าวดี ข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่มพันธุ์ใหม่ #กข119 เตรียมพร้อมจำหน่ายแล้ว ในเดือนเมษายน 2569 ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา ที่แรก ที่เดียว

โดยข้าวเจ้าพันธุ์ กข119 เป็นผลงานวิจัยจากศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ที่ได้จากการผสมระหว่างสายพันธุ์ IR738349 กับ SPR91062 แล้วนำไปผสมกับพันธุ์ปิ่นเกษตร ที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ก่อนนำไปปลูกคัดเลือกแบบสืบตระกูล (pedigree selection) ที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท จนได้สายพันธุ์ BioH95-CNT-60-1-1-1-2-1 และ ได้เสนอเป็นพันธุ์รับรองในชื่อ “กข119” ที่มีจุดเด่นคือ เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ทรงกอตั้ง ต้นสูงประมาณ 109-115 ซม. ลำต้นค่อนข้างแข็ง ข้าวเปลือกสีฟาง มีหาง

🌾 อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95-100 วัน เมื่อปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม และ 105-115 วัน โดยวิธีปักดำ คุณภาพการสีดี ปริมาณอมิโลสต่ำ 17.21% ข้าวสุกนุ่มเหนียว มีกลิ่นหอม (2AP : 1.61 ppm) ผลผลิตเฉลี่ย 777 กก./ไร่ ให้ผลผลิตสูงสุด 993 กก./ไร่

และค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ในระยะกล้า (ใบไหม้) ในภาคเหนือตอนล่าง แต่ค่อนข้างอ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และ โรคขอบใบแห้ง เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และ ภาคเหนือตอนบน

📲 สำหรับผู้สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา โทร.0-5441-1004 หรือ Facebook : ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
📌 ที่มา : กรมการข้าว
➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖
#เกษตรกรก้าวหน้า #สรรหามาฝาก #เกษตรไฮเทค #ข้าวพันธุ์ใหม่ #ข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม #กข119 #เมล็ดพันธุ์ข้าว #กรมการข้าว

พาณิชย์ผนึกเอกชน รับซื้อ “หอม–กระเทียม–หอมหัวใหญ่” กว่า 7,000 ตัน พยุงราคาผลผลิต     กรมการค้าภายใน เดินหน้ามาตรการบริหา...
22/05/2026

พาณิชย์ผนึกเอกชน รับซื้อ “หอม–กระเทียม–หอมหัวใหญ่” กว่า 7,000 ตัน พยุงราคาผลผลิต

กรมการค้าภายใน เดินหน้ามาตรการบริหารจัดการผลผลิต “หอมแดง–กระเทียม–หอมหัวใหญ่” เชิงรุก หลังผลผลิตช่วงต้นปีออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก โดยจับมือภาคเอกชนเชื่อมโยงซื้อขายผ่าน “ตลาดข้อตกลง” รับซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกรล็อตแรกกว่า 7,000 ตัน เพื่อช่วยกระจายสินค้า ลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัว และรักษาเสถียรภาพราคาในตลาด

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมเชื่อมโยงซื้อขายกระเทียมและหอมแดง โดยมีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเข้าร่วม 17 กลุ่ม พร้อมผู้ประกอบการรับซื้อ 3 ราย ได้แก่ บริษัท อโกรไทย ยูเนี่ยน จำกัด บริษัท ตะวันพืชผล จำกัด และบริษัท ยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด สามารถเชื่อมโยงซื้อขายได้กว่า 375 ตัน มูลค่ารวมกว่า 28 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังได้เชื่อมโยงตลาดหอมหัวใหญ่จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านความร่วมมือระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการทั้งภาคค้าส่ง ค้าปลีก โรงงานแปรรูป และตลาดภายในประเทศ รวม 13 ราย ช่วยดูดซับผลผลิตได้กว่า 6,700 ตัน มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท

สำหรับมาตรการดูแลพืช “3 หัว” ในปีนี้ กรมการค้าภายในดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การผลักดันการส่งออก การรับซื้อและกระจายผลผลิตสู่ตลาดภายในประเทศ และการเชื่อมโยงซื้อขายล่วงหน้าระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร

ทั้งนี้ ปีการผลิต 2568/69 มีผลผลิตพืช 3 หัวรวมกว่า 243,877 ตัน โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการเชื่อมโยงตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและลดผลกระทบด้านราคาต่อเกษตรกรไทย

ที่มาข้อมูล : https://shorturl.asia/OeMFt

📌 AMARC ให้บริการตรวจวิเคราะห์ ผัก-ผลไม้

1. ตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้าง (Pesticide residue)
1.1 สารพิษตกค้าง 4 กลุ่ม (Pesticide 4 groups) กลุ่มออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine group), กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate group), กลุ่มคาร์บาเมต (Carbamate group), กลุ่มไพรีทรอยด์ (Pyrethroids group)
1.2 ตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช Pesticides residue 250 items
1.3 ตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช Pesticides residue 416 items

2. ตรวจวิเคราะห์โลหะหนัก เช่น สารหนู (Arsenic), แคดเมียม (Cadmium), ตะกั่ว (Lead), ปรอททั้งหมด (Mercury), ดีบุก (Tin)

3. ตรวจวิเคราะห์หาเชื้อจุลินทรีย์ เช่น จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด (Total Plate Count), แบซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus), โคลิฟอร์ม (Coliform), คลอสทริเดียม เพอรฟริงเจนส์ (Clostridium perfringens), อี.โคไล (Escherichia coli), ลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส (Listeria monocytogenes), แซลโมเนลลา (Salmonella spp.), สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus), วิบริโอ คอเลอเร่ (Vibrio cholerae), ยีสต์ (Yeast), รา (Mold)

4. ตรวจวิเคราะห์พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs)

5. บริการอื่นๆ
- ตรวจวิเคราะห์แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม (Calcium), เหล็ก (Iron), แมกนีเซียม (Magnesium), แมงกานีส (Manganese), ฟอสฟอรัส (Phosphorus), โพแทสเซียม (Potassium), ซีลีเนียม (Selenium), สังกะสี (Zinc)
- ตรวจวิเคราะห์วิตามิน (Vitamin) เช่น วิตามินเอ (Vitamin A), วิตามินซี (Vitamin C), วิตามินบี1 (Vitamin B1), วิตามินบี2 (Vitamin B2), วิตามินบี6 (Vitamin B6)

📍 นอกเหนือจากการตรวจวิเคราะห์ข้างต้น AMARC ให้บริการรับตรวจรับรอง ตามมาตรฐานดังนี้

1. GAP ตรวจรับรองโดยมาตรฐานสินค้าเกษตร
1.1 มกษ.9001 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร

2. GMP ตรวจรับรองโดยมาตรฐานสินค้าเกษตร
2.1 มกษ.9035 การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สด
2.2 มกษ.9039 การผลิตผักและผลไม้สดตัดแต่งพร้อมบริโภค
2.3 มกษ.9047 การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL : 02-516-2422
Website : http://www.amarc.co.th/
Line : (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล

พาณิชย์ จับมือเอกชน รับซื้อตรงจากสวน “หอม–กระเทียม–หอมหัวใหญ่” ล็อตแรก กว่า 7,000 ตัน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นช่วงที่พืชเศรษฐกิจ 3 หัวออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้า กรมการค้าภายในจึงเร่งดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลผลิตเชิงรุก โดยใช้ตลาดข้อตกลงเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงซื้อขายล่วงหน้าระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัวในพื้นที่ และบรรเทาผลกระทบด้านราคา
ในเดือนมกราคม 2569 กรมการค้าภายในได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมเชื่อมโยงซื้อขายกระเทียมและหอมแดง ผ่านตลาดข้อตกลง โดยมีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรจากทั้งสามจังหวัดเข้าร่วม 17 กลุ่ม และมีผู้ประกอบการรับซื้อ 3 ราย ได้แก่ บริษัท อโกรไทย ยูเนี่ยน จำกัด บริษัท ตะวันพืชผล จำกัด และบริษัท ยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด เพื่อนำผลผลิตกระจายสู่ตลาดภายในประเทศ ห้างค้าส่ง–ค้าปลีกสมัยใหม่ โรงงานแปรรูป และการส่งออก รวมปริมาณการซื้อขายกว่า 375 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 28.17 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้เชื่อมโยงซื้อขายหอมหัวใหญ่จากเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านตลาดข้อตกลง โดยมีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเข้าร่วม 7 กลุ่ม และมีผู้รับซื้อ 13 ราย ทั้งห้างค้าส่ง–ค้าปลีกสมัยใหม่ โรงงานแปรรูป และผู้ประกอบการตลาดทั่วไปภายในประเทศ สามารถดูดซับผลผลิตได้รวมกว่า 6,700 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท
อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดูแลพืช 3 หัวของกรมฯ ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเร่งผลักดันการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน การรับซื้อและกระจายผลผลิตสู่ตลาดภายในประเทศ และการใช้ตลาดข้อตกลงเพื่อเชื่อมโยงซื้อขายล่วงหน้าระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ
สำหรับปีการผลิต 2568/69 มีปริมาณผลผลิตพืช 3 หัวรวม 243,877 ตัน โดยหอมแดงมีผลผลิตรวม 158,824 ตัน มีการส่งออกในปี 2568 จำนวน 31,550 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของผลผลิตทั้งหมด ราคาหอมแดงศรีสะเกษมัดจุกใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงเดือนมกราคม 2569 ราคาขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 61.88 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 80.25 บาทต่อกิโลกรัม
ขณะที่กระเทียม มีปริมาณผลผลิตประมาณ 53,390 ตัน มีการส่งออกในปี 2568 จำนวน 610 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 1 ของผลผลิตทั้งหมด โดยราคากระเทียมแห้งมัดจุกหัวใหญ่ ราคาขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 102.50 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนหอมหัวใหญ่มีปริมาณผลผลิตประมาณ 31,663 ตัน มีการส่งออกในปี 2568 จำนวน 2,153 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 7 ของผลผลิตทั้งหมด โดยราคาขายส่งหอมหัวใหญ่ห้องเย็น เบอร์ 0–1 เฉลี่ยอยู่ที่ 30 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม
“กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาพืช 3 หัวอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการเชื่อมโยงตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างรายได้ที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกร” นายวิทยากรกล่าว

เพราะ “ผลสอบเทียบ” คือเครื่องมือสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความแม่นยำของห้องปฏิบัติการ ร่วมอบรมหลักสูตร “การตีความและวิเคร...
20/05/2026

เพราะ “ผลสอบเทียบ” คือเครื่องมือสำคัญในการควบคุมคุณภาพและความแม่นยำของห้องปฏิบัติการ

ร่วมอบรมหลักสูตร “การตีความและวิเคราะห์ใบรายงานผลสอบเทียบ ครั้งที่ 2/2026”

โปรโมชั่นพิเศษ! 10 ท่านแรก ลด 20% เหลือเพียง 1,990.- จากปกติ 2,590.- (ไม่รวม VAT)

🔗 สมัครอบรมได้ที่: https://forms.gle/MWw4jriwV9sgepFs7
📄 รายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติม: https://drive.google.com/file/d/1dyzlPCrfk3sMI-QOuCWdNTcWy09yt61a/view?usp=sharing

📅 19 สิงหาคม 2569 | 🕘 09.00 - 17.00 น.📍 อาคาร AMARC ชั้น 5

ไฮไลต์เนื้อหาภายในหลักสูตร
- พื้นฐานมาตรวิทยาที่คนทำงานห้องแล็บ "ต้องรู้"
- แชร์ Case Study การอ่านใบ Cert. จากประสบการณ์จริงแบบหมดเปลือก
- Workshop ฝึกวิเคราะห์ผล เพื่อการประเมินเครื่องมืออย่างมีประสิทธิภาพ
- เอ็กซ์คลูซีฟ! พาทัวร์เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการจริงของ AMARC

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
: เอกสารประกอบการอบรมตามหลักสูตร
: อาหารกลางวัน พร้อมอาหารว่าง 2 มื้อ
: ใบประกาศนียบัตร

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL : 02-516-2422
Website : http://www.amarc.co.th/
Line : (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล #สอบเทียบ

ผอ.กองสุขาภิบาลอาหาร นำคณะเยี่ยมชม AMARC ติดตามมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหาร     บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัย...
15/05/2026

ผอ.กองสุขาภิบาลอาหาร นำคณะเยี่ยมชม AMARC ติดตามมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหาร

บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC นำโดย คุณภาวนา พันธ์อ้น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายศูนย์ห้องปฏิบัติการด้านคุณภาพ และผู้จัดการฝ่ายประกัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ คุณวาสุเทพ บุญชู ผู้อำนวยการกองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าประชุมติดตามผลการดำเนินงานจ้างเหมาตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหารทางห้องปฏิบัติการ ประจำปี 2569 และเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของ AMARC เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องปฏิบัติการ AMARC

ภายในงานมีการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานด้านการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหาร รวมถึงแผนการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนางานร่วมกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภค

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกองสุขาภิบาลอาหาร ยังได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและกระบวนการตรวจวิเคราะห์ของ AMARC เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานวิชาการและมาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล

AMARC ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ด้วยบริการตรวจวิเคราะห์ที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และเชื่อถือได้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL: 02-516-2422
Website: http://www.amarc.co.th/
Line: (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล #กทม.

AMARC ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สินค้าสรรพสามิต จากกรมสรรพสามิต อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 มีนา...
13/05/2026

AMARC ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สินค้าสรรพสามิต จากกรมสรรพสามิต อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569

การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ ครอบคลุมการทดสอบสินค้าสรรพสามิตรวม 4 ประเภท ได้แก่

1.กลุ่มเบียร์ (6 รายการ)
- ตรวจวิเคราะห์แรงแอลกอฮอล์, วัตถุเจือปนอาหาร (ซัลเฟอร์ไดออกไซด์) และสารปนเปื้อนโลหะหนัก (สารหนู, ตะกั่ว, ทองแดง, เหล็ก)

2.กลุ่มไวน์และสุราแช่ (6 รายการ)
- ตรวจวิเคราะห์แรงแอลกอฮอล์, วัตถุเจือปนอาหาร (ซัลเฟอร์ไดออกไซด์), สารกันเสีย (กรดเบนโซอิก/กรดซอร์บิก) และสารปนเปื้อน (สารหนู, ตะกั่ว)

3.กลุ่มสุรากลั่น (1 รายการ)
- ตรวจวิเคราะห์แรงแอลกอฮอล์

4.กลุ่มเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม (1 รายการ)
- ตรวจวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาล (กรัม/100 มล.)

AMARC พร้อมให้บริการแก่ผู้ประกอบการด้านเครื่องดื่ม รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ด้วยมาตรฐานการทดสอบระดับสากล และการบริการที่ครบวงจร

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL: 02-516-2422
Website: http://www.amarc.co.th/
Line: (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล #สินค้าสรรพสามิต

AMARC ต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินจากกรมประมงเพื่อตรวจประเมินต่ออายุ และขยายขอบข่ายการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ      บริ...
08/05/2026

AMARC ต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินจากกรมประมง
เพื่อตรวจประเมินต่ออายุ และขยายขอบข่ายการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ

บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC นำโดย คุณดวงพร เจริญพงษ์ รองผู้อำนวยการสายศูนย์ห้องปฏิบัติการ และรักษาการผู้อำนวยการสายศูนย์ห้องปฏิบัติการ คุณภาวนา พันธ์อ้น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายศูนย์ห้องปฏิบัติการด้านคุณภาพ และผู้จัดการฝ่ายประกันคุณภาพ ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินจากกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง กรมประมง จำนวน 8 ท่าน เข้าตรวจประเมินห้องปฏิบัติการเพื่อต่ออายุและขยายขอบข่ายการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการที่รับการถ่ายโอนภารกิจจากกรมประมง ระหว่างวันที่ 7–8 พฤษภาคม 2569

การตรวจประเมินครั้งนี้ ดำเนินการตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ พ.ศ. 2561 และ พ.ศ. 2564 เพื่อประเมินความพร้อมและศักยภาพของห้องปฏิบัติการในการให้บริการตรวจวิเคราะห์ด้านเคมีและสารตกค้าง รวมถึงด้านจุลชีววิทยา สำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำตามมาตรฐานที่กำหนด

AMARC มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์ตามมาตรฐานสากล พร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมอาหารและประมงไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL: 02-516-2422
Website: http://www.amarc.co.th/
Line: (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล

“กลิ่นดิน” ตัวชี้วัดสุขภาพดิน ที่เกษตรกรไม่ควรมองข้าม     ดินที่ดี ไม่ได้บอกแค่ด้วย “ลักษณะ” แต่ยังสื่อสารผ่าน “กลิ่น” ไ...
06/05/2026

“กลิ่นดิน” ตัวชี้วัดสุขภาพดิน ที่เกษตรกรไม่ควรมองข้าม

ดินที่ดี ไม่ได้บอกแค่ด้วย “ลักษณะ” แต่ยังสื่อสารผ่าน “กลิ่น” ได้อย่างแม่นยำ

กลิ่นหอมสดชื่นของดินหลังฝนตก คือสัญญาณของระบบนิเวศที่สมดุล ในขณะที่กลิ่นอับหรือกลิ่นคล้ายของหมัก อาจกำลังเตือนถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวดิน

กลิ่นหอมของดิน (Petrichor) เกิดจากสาร Geosmin ซึ่งผลิตโดยจุลินทรีย์กลุ่มที่ต้องการออกซิเจน สะท้อนว่าดินมีการถ่ายเทอากาศดี และจุลินทรีย์ทำงานอย่างสมดุล ในทางตรงกันข้าม หากดินเริ่มมีกลิ่นอับหรือเหม็นเน่า แสดงถึงภาวะ “ขาดอากาศ (Anaerobic)” ซึ่งมักเกิดจากดินอุ้มน้ำมากเกินไปหรืออัดแน่น ส่งผลให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ลดลง และเกิดการสะสมของก๊าซที่เป็นพิษ เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S)

⚠️ สัญญาณเตือนจากกลิ่นดิน
- กลิ่นหอมสดชื่น → ดินสมบูรณ์ อากาศถ่ายเทดี
- กลิ่นอับ/หมัก → เริ่มขาดอากาศ
- กลิ่นไข่เน่า → ภาวะเป็นพิษ (มี H₂S) รากพืชเริ่มเสียหาย
- กลิ่นเปรี้ยว → เกิดกรดอินทรีย์ pH ดินลดลง

🌱 ผลกระทบต่อพืชที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อดินขาดอากาศ
- รากพืชขาดออกซิเจน ทำให้การเจริญเติบโตชะงัก
- ความสามารถในการดูดน้ำและธาตุอาหารลดลง
- พืชอาจแสดงอาการเหี่ยวเฉา ทั้งที่ดินยังมีความชื้นเพียงพอ
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรครากเน่าและโคนเน่า

📌 กลิ่นอับในดิน มักเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดโรครุนแรง

🛠 แนวทางฟื้นฟูดินให้กลับมามีชีวิต
- เพิ่มการถ่ายเทอากาศในดิน เช่น พรวนดิน เติมวัสดุโปร่ง (แกลบ ไบโอชาร์)
- จัดการน้ำอย่างเหมาะสม ไม่ให้แฉะขัง
- ฟื้นฟูจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์
- ใช้อินทรียวัตถุที่ย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว

📍 หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยคอกสดหรือเศษพืชสดในช่วงดินมีปัญหา เพราะอาจยิ่งทำให้ดินขาดอากาศมากขึ้น

กลิ่นของดิน” คือเครื่องมือวินิจฉัยสุขภาพดินเบื้องต้นที่ทรงพลัง หากดินหอม แปลว่าระบบนิเวศกำลังสมดุล แต่หากมีกลิ่นอับหรือเหม็น นั่นคือสัญญาณเตือนที่ควรรีบแก้ไข ก่อนส่งผลกระทบต่อรากพืชและผลผลิตในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : https://shorturl.asia/LukjS

📌AMARC ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน ดังนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก: https://shorturl.asia/ZDyHw

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ☎
TEL: 02-516-2422
Website: http://www.amarc.co.th/
Line: (มี@นำหน้านะคะ)

#เอมาร์ค #มาตรฐานแล็บระดับสากล

"กลิ่นของดิน"
สัญญาณเตือนคุณภาพดิน
ที่คนทำเกษตร "ห้าม" มองข้าม
โดยธรรมชาติ ดินที่ดีและมีความอุดมสมบูรณ์ควรมีกลิ่นหอมสดชื่นเฉพาะตัว (กลิ่นไอดิน) แต่หากคุณสัมผัสได้ถึงกลิ่น "อับชื้น" หรือ "กลิ่นคล้ายของหมัก" นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่ควรเพิกเฉย
"กลิ่น" ของดิน ถือเป็นภาษาธรรมชาติที่แม่นยำที่สุดในการบ่งชี้สภาวะของระบบนิเวศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ภาวะขาดอากาศ" (Anaerobic Condition)
ดินที่มีกลิ่นหอมคือดินที่มีชีวิตและอากาศถ่ายเทสะดวก ในทางกลับกัน ดินที่มีกลิ่นอับคือดินที่กำลัง "ขาดอากาศ" ซึ่งเป็นสภาวะที่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กำลังถูกคุกคามและลดจำนวนลง
บทความนี้ IFARM จะอธิบายถึงสาเหตุทางวิทยาศาสตร์ของกลิ่นอับในดิน กลไกที่เกิดขึ้นในระดับจุลภาค และแนวทางการฟื้นฟูให้ดินกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
1. กลิ่นของดิน: เสียงสะท้อนจากจุลินทรีย์
กลิ่นหอมสดชื่นหลังฝนตก หรือ "กลิ่นไอดิน" (Petrichor) ที่เราคุ้นเคย แท้จริงแล้วเกิดจากสาร Geosmin ซึ่งผลิตโดยจุลินทรีย์กลุ่ม Actinomyces และ Streptomyces จุลินทรีย์เหล่านี้เป็นกลุ่มที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่มีอากาศ (Aerobic microbes) และจะผลิตสาร Geosmin เป็นผลพลอยได้ (by-product) จากการย่อยสลายอินทรียวัตถุ
ดังนั้น กลิ่นหอมของดินจึงเป็นการสะท้อนว่าดินที่มีออกซิเจนเพียงพอ และระบบนิเวศจุลินทรีย์กำลังทำงานอย่างสมดุล
ในทางตรงกันข้าม เมื่อดินขาดอากาศ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะหยุดทำงานและตายลง และจะถูกแทนที่ด้วยจุลินทรีย์กลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobes) ซึ่งจะสร้างสารที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมาแทน
2. กลไกใต้ผิวดินเมื่อเกิดภาวะขาดอากาศ
สภาวะขาดอากาศมักเกิดเมื่อดินอุ้มน้ำมากเกินไป (Waterlogged) หรือเกิดการอัดแน่น จนกระทั่งช่องว่างอากาศ (Air pores) ในดินเหลือน้อยกว่า 10–12% ของปริมาตรดินทั้งหมด สิ่งนี้ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนก๊าซในดินไม่เพียงพอ และเกิดผลกระทบตามมาดังนี้:
⏺︎ ปริมาณออกซิเจน (O₂) ในดินลดลงอย่างรวดเร็ว
⏺︎ จุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจน (Aerobic) หยุดทำงาน
⏺︎ จุลินทรีย์กลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic) เช่น Clostridium และ Desulfovibrio เริ่มเข้ามามีบทบาทเด่นแทนที่
⏺︎ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะย่อยสลายอินทรียวัตถุในสภาวะไร้อากาศ และปล่อยก๊าซพลอยได้ที่เป็นพิษ เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S), มีเทน (CH₄) และ แอมโมเนีย (NH₃)
กลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็นเน่าที่เราได้กลิ่น คือกลิ่นของก๊าซเหล่านี้ โดยเฉพาะ H₂S (ก๊าซไข่เน่า) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้หลักของกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน
3. การจำแนกสภาวะดินจากลักษณะของกลิ่น
⏺︎ หอมสดชื่น (กลิ่นไอดิน)
ดินมีชีวิต อากาศถ่ายเทดี มี Actinomyces
ระบบจุลินทรีย์สมดุล (Aerobic)
⏺︎ อับชื้น (กลิ่นหมัก)
ดินเริ่มขาดอากาศ อินทรียวัตถุเริ่มถูกหมัก
จุลินทรีย์ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic) เริ่มทำงาน
⏺︎ เหม็นไข่เน่า
ขาดอากาศรุนแรง มี H₂S
สภาวะเป็นพิษ รากพืชเริ่มเสียหาย
⏺︎ เหม็นเปรี้ยว
เกิดกรดอินทรีย์ระเหยง่าย (เช่น กรดอะซิติก, กรดบิวทิริก) จากการหมักไม่สมบูรณ์
pH ดินลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
4. ผลกระทบโดยตรงต่อระบบรากและพืช
ภาวะขาดอากาศและกลิ่นอับส่งผลกระทบโดยตรงต่อพืชในหลายมิติ:
⏺︎ การหายใจของราก (Root respiration) หยุดชะงัก: รากพืชต้องการออกซิเจนเพื่อสร้างพลังงาน เมื่อขาดอากาศ รากจะอ่อนแอลง
⏺︎ ประสิทธิภาพการดูดน้ำและธาตุอาหารลดลง: เมื่อรากขาดพลังงาน จึงไม่สามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้ตามปกติ
⏺︎ เกิดภาวะ "เหี่ยวเฉาทางสรีรวิทยา" (Physiological Wilt): เป็นอาการที่พืชแสดงอาการเหี่ยวเฉา ทั้งที่ดินยังมีความชื้นสูง เนื่องจากรากไม่สามารถทำงานได้
⏺︎ ส่งเสริมการเจริญของเชื้อโรค: สภาวะไร้อากาศและความชื้นสูง เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อก่อโรคทางดิน เช่น Phytophthora หรือ Pythium (สาเหตุโรครากเน่า-โคนเน่า)
📌 ข้อควรสังเกต: กลิ่นอับในดินมักเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ก่อนการระบาดของโรครากเน่าอย่างรุนแรง
5. แนวทางฟื้นฟูดินให้กลับมาหายใจ
⏺︎ การเพิ่มช่องว่างอากาศ (Improve Aeration)
๐ พรวนดินเมื่อดินมีความชื้นพอเหมาะ (ไม่แฉะ) เพื่อคลายความแน่นทึบ
๐ เติมวัสดุปรุงดินที่มีความพรุนสูง เช่น แกลบดิบ แกลบดำ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) เพื่อเพิ่มช่องว่างอากาศในโครงสร้างดินระยะยาว
⏺︎ การจัดการความชื้น (Manage Moisture)
๐ ปรับรอบการให้น้ำให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการให้น้ำจนดินแฉะขังเป็นเวลานาน
๐ ปรับปรุงการระบายน้ำของแปลงปลูก เช่น การยกร่อง หรือทำทางระบายน้ำส่วนเกิน
⏺︎ การฟื้นฟูระบบจุลินทรีย์ (Restore Microbial Ecosystem)
๐ เมื่อดินเริ่มระบายอากาศได้ดีขึ้น ให้เติมจุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้อากาศที่มีประโยชน์ เช่น Bacillus subtilis (บาซิลลัส) เพื่อเร่งการฟื้นฟูสมดุล
⏺︎ การใช้อินทรียวัตถุอย่างถูกต้อง
๐ ใช้ ปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว (มีค่า C/N ratio ต่ำ < 20) เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ดี
📌 ข้อควรระวัง: ควรงดใช้อินทรียวัตถุที่ยังไม่ย่อยสลาย (เช่น ปุ๋ยคอกสด หรือเศษพืชสด) ในช่วงที่ดินกำลังมีปัญหา เพราะวัสดุเหล่านี้จะยิ่งไปแย่งใช้ออกซิเจนในดินระหว่างการย่อยสลาย ทำให้อาการขาดอากาศรุนแรงขึ้น
🟢🔴 สรุป
กลิ่นของดินคือเครื่องมือวินิจฉัยสุขภาพของดินเบื้องต้น กลิ่นหอมสะท้อนถึงดินที่มีอากาศถ่ายเทและระบบนิเวศสมดุล ในทางกลับกัน หากดินมีกลิ่นอับหรือเหม็น นั่นคือสัญญาณเตือนของภาวะขาดอากาศ (Anaerobic) ที่เป็นอันตรายต่อรากพืช ดังนั้น กลิ่นของดินจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สมาชิก IFARM ควรเฝ้าสังเกตและใส่ใจ
เขียนและเรียบเรียงโดย
IFARM
๐ ๐ ๐ → ⏺︎
เสริมสร้าง "ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร"
ขับเคลื่อนคุณค่า สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่อยู่

361 ซอยลาดพร้าว122 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
Bang Kapi

เบอร์โทรศัพท์

+6625162422

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AMARCผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง AMARC:

แชร์