10/12/2025
คอลัมน์ Toon United. by Robin........
#เก็บชัยไม่ต้องพึ่งบังโม
ลิเวอร์พูล เดินออกจากสังเวียนจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่าในฐานะผู้ชนะ
ท่ามกลางนานาทรรศนะของเหล่าเดอะ ค็อป และส่วนใหญ่มองว่าเกมการเล่นไม่ค่อยน่าประทับใจ
อาร์เน่อ ชล็อต ไม่ได้เรียก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ บินมามิลานด้วย ประกอบกับ โคดี้ คักโป ที่เจ็บเลยต้องปรับทัพ และระบบการเล่นจาก 4-2-3-1 มาเป็น 4-1-2-1-2 หรือ 4-4-2 ไดมอนด์ โดยส่ง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยืนหัวหอกคู่ อูโก้ เอกิติเก้ ไปเลย
แผงมิดฟิลด์ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ยืนตัวรับ โดมินิค โซโบสไล อยู่ขวา ทางซ้ายเป็น เคอร์ติส โจนส์ และ อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ ประจำการเบอร์ 10
แนวรับ โจ โกเมซ, อิบราฮิมา โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ขณะที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ เฝ้าเสาประตู
ด้าน งูใหญ่ ของ คริสเตียน คิวู ยึดหมาก 3-5-2 ที่มี เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เป็นกองหน้าคู่ มาร์กกุส ตูราม
แต่เพียง 11 นาที กุนซือชาวโรมาเนีย ต้องแก้ไขแดนกลาง เมื่อ ฮาคาน ชาลาโนลู เจ็บเล่นต่อไม่ไหวเลยส่ง ปิออตร์ ซีลินสกี้ ลงบู๊แทน และพอเลยหลักครี่งชั่วโมง ฟรานเชสโก้ อแซร์บี้ เดี้ยงอีกก็ถูกถอดออกให้ ยันน์ บิสเซ็ค ลงแทน
ไม่กี่นาทีต่อมา VAR ต้องตรวจสอบเหตุสำคัญ จากจังหวะเตะมุมที่ โกนาเต้ โหม่งตุงตาข่าย แต่ต้องเฮเก้อ และโดนริบประตู เพราะ เอกิติเก้ ดันไปทำแฮนด์บอลเสียก่อน
ครึ่งแรกสถานการณ์ใกล้เคียงสูสี โดย อินเตอร์ เหลื่อมกว่าเล็กน้อย ด้วยเปอร์เซ็นต์การครอบครองบอล และโอกาสลุ้นทำประตู
ครึ่งหลังดำเนินเข้าใกล้ 20 นาทีท้าย ชล็อต แก้เกมด้วยการถอด อิซัค ออก และส่ง โฟลเรียน เวียร์ทซ์ ลงแทน เช่นเดียวกับแบ็กขวาให้ คอเนอร์ แบร็ดลี่ย์ แทน โกเมซ
ชล็อต ชี้แจงเหตุผลว่าตนเองต้องการกระชับแนวรับให้แน่นหนาเพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เสียประตู เลยถอดกองหน้าออกไปหนึ่งคน
ส่วนเกมเป็น หงส์แดง ที่ดูดีกว่า จนกระทั่งนาที 84 มาถึงไคลแมกซ์ที่ถูกนำโต้เถียงกันสนั่นหวั่นไหว เมื่อ อเลสซานโดร บาสโตนี่ ไปดึงเสื้อ เวียร์ทซ์ และพอ เฟลิกซ์ ซวาเยอร์ ผู้ตัดสินชาวเยอรมันตรวจสอบกับทีมงาน VAR แล้วจึงเป่าเป็นจุดโทษให้อาคันตุกะจากเมอร์ซี่ย์ไซด์
เมื่อ ซาลาห์ ไม่อยู่ โซโบ รับหน้าที่ส่องเป้าแทน และไม่พลาด
มันกลายเป็นประตูโทนที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล มี 12 แต้มจาก 6 เกมลีกเฟส ยูซีแอล เท่ากับ อินเตอร์
แล้วยังต้องลุ้นเหนื่อยทั้งสองทีม หากหวังจะจบท็อป 8 ให้ได้