06/01/2020
#การเข้าถึงโอกาสของเยาวชน
ผมเป็นคนหนึ่งที่เริ่มให้ลูกชายเข้าเรียนฟุตบอลในอะคาเดมี่ และได้มีโอกาสไปร่วมแข่งรายการต่างๆอาจจะไม่หลายที่ แต่เกือบทุกที่ที่สัมผัสจะมีคำว่า
" โอกาสสำหรับเด็กๆที่ต้องเสียดายความสามารถที่เก่งเกินตัวแต่ปัจจัยทางบ้านไม่เอื้ออำนวย"
Why.....? Why......? Why.....? Why.....? Why...?
ถ้าหนูไม่อดทนเพื่อความสำเร็จ
หนูก็ต้องอดทนกับความลำบากอยู่ดี
ลิงค์ที่แนบอ่านจบแล้ว ...มันใช่ว่ะ ประเทศไทย
ทุกคนจำ"ตีโน่" เพื่อนใหม่ที่ผมเจอที่สนามบอลกันได้ไหมครับ
วันนี้ผมอยากเล่าให้ทุกคนฟังต่อจากเมื่อคราวที่ผมได้พบและพูดคุยกับเขา "ตีโน่" อดีตนักฟุตบอลเยาวชนของไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต
ผมถามตีโน่ว่าอะไรที่ทำให้ระดับของฟุตบอลในไทยกับในเยอรมันต่างกันมากขนาดนี้
เขาทำหน้าคิดสักครู่ ผมเข้าใจว่าตีโน่คงพยายามคิดคำพูดที่เป็นภาษาไทยเสียมากกว่า แต่สักพักเขาบอกพวกเราว่าอย่างแรกเลยคือ "opportunity"
แว๊บแรกที่ผมได้ฟังคำนี้ ผมเองมีภาพขึ้นมาในหัว ผมใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพ มีสนามฟุตบอลเอกชนมากมายทั้งหญ้าจริง หญ้าเทียม แทบทุกสนามมีอะคาเดมี่ฟุตบอลเปิดอยู่ บางสนามมี 2-3 อะคาเดมี่ด้วยซ้ำ ดังนั้นคำว่า opportunity ที่ตีโน่บอกผมอาจจะยังนึกภาพได้ไม่ชัด
#การเข้าถึงโอกาสของเยาวชน
ตีโน่บอกว่าที่เยอรมันเด็กๆเข้าถึงฟุตบอลได้มากกว่าที่ประเทศไทยเยอะ ทุกโรงเรียน ทุกหมู่บ้าน ทุกเมืองมีทีมฟุตบอล เด็กๆสามารถเข้าถึงโอกาสในการเล่นฟุตบอลได้ทุกชนชั้นเพราะที่ยุโรปฟุตบอลไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะมาจากครอบครัวแบบไหน เด็กๆทุกคนสามารถเข้าถึงฟุตบอลได้หมด
ยิ่งถ้ามองเปรียบเทียบกับบ้านเราโดยเฉพาะในต่างจังหวัดก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น ที่เยอรมันเด็กเก่งๆสามารถเข้าสู่อะคาเดมี่ในเมือง ส่วนที่บ้านเราภาพที่เห็นจนชินคือเด็กจากต่างจังหวัดต้องดิ้นรนหาโอกาสในการเล่นฟุตบอลกับโรงเรียนที่กรุงเทพ
#มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
นี่คือการกระจายโอกาสรวมถึงคุณภาพ มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งประเทศ จึงเป็นที่มาของคำตอบของคำว่า opportunity
ผมเคยดูคลิปหนึ่งที่สัมภาษณ์เอเลียส ดอเลาะนักฟุตบอลทีมชาติไทย ลูกครึ่งไทย-สวีเดนของการท่าเรือ เอเลียสผู้เติบโตที่สวีเดนพูดถึงโอกาสในการเล่นฟุตบอลที่สวีเดนซึ่งเขาก็มองว่าแตกต่างจากในประเทศไทยมาก
ที่สวีเดนตามคำบอกเล่าของเอเลียส ไม่ต่างจากในเยอรมันที่ตีโน่เล่าให้พวกเราฟังเลย ฟุตบอลเข้าถึงได้ง่าย ทุกหมู่บ้าน ทุกเมือง ในสวีเดนฟุตบอลเป็นกีฬาที่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
#ความแตกต่างของรัฐสวัสดิการ
เอเลียสบอกว่าแม้กระทั่งเด็กที่ฐานะยากจนจริงๆไม่มีเงินซื้อรองเท้าสตั๊ด ทีมอะคาเดมี่ก็มีหน้าที่ในการดูแลส่วนนี้ให้เด็กด้วย (ตรงจุดนี้จะมีงบประมาณเป็นรัฐสวัสดิการจากรัฐบาลสวีเดนมาสนับสนุน)
ส่วนในบ้านเราถ้าเด็กคนไหนมาจากครอบครัวที่ฐานะไม่ดี ก็จะมีข้อจำกัดในการเล่นฟุตบอลอยู่พอสมควร นี่ยังไม่รวมถึงในด้านคุณภาพ มาตรฐานในการฝึกซ้อมฟุตบอลซึ่งยังมีระดับความแตกต่างกัน
ในคลิปสัมภาษณ์ที่ผมดู เอเลียสยังวิงวอนให้รัฐบาลไทยหันมาให้ความสำคัญกับโอกาสในการเล่นฟุตบอลของเด็กๆให้มากกว่านี้
ครับ...ผมเองก็เห็นด้วยกับเอเลียสเช่นกัน
ส่วนคำว่า opportunity ไม่ใช่คำตอบเดียวของตีโน่ครับ เขายังพูดให้ฟังถึงเรื่องอื่นที่ทำให้เกิดความแตกต่างใน football quality ระหว่างไทยกับเยอรมัน
ครั้งหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อ
ขอให้ทุกท่านมีความสุขสุดสัปดาห์ครับ